พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว - บทที่52-2 คนรักเก่าจากชาติปางก่อน (2)
ทที่52 คนรักเก่าจากชาติปางก่อน (2)
บุรุษรูปงามผู้นั้นไม่ทันตั้งตัว พลันถูกผลักจนร่างเซถลาไปก้าวหนึ่งในทันที
และเพราะเมิ่งหนานอี้ออกแรงมากจนเกินไป ทั้งอารมณ์ยังพลุ่งพล่านเกินควร สุดท้ายจึงหน้ามืดเป็นลมหมดสติล้มพับลงไปตรงนั้น
เมื่อเจียงจี้เยว่เห็นดังนั้น ก็เพียงยักไหล่เล็กน้อยอย่างนึกเสียดาย ก่อนจะผายมือไปทางเมิ่งซีโจวแล้วกล่าวว่า
“ช่างน่าเสียดายนัก วันนี้ของขวัญที่พวกเราเตรียมไว้ เกรงว่าคงจะมอบให้กับเจ้ามิได้แล้ว”
ครั้นเว้นจังหวะไปชั่วอึดใจ นางก็พลันกล่าวต่อด้วยรอยยิ้มที่คล้ายไม่ใช่รอยยิ้มว่า
“นิทานในเล่มเนื้อเรื่องหาได้ลวงผู้คนไม่ ฉากวีรบุรุษช่วยหญิงงามนั้นช่างเป็นฉากที่มีในนวนิยายทุกเรื่องโดยแท้ ดูสิ บัดนี้ฉากดั่งว่ามิใช่กำลังแสดงอยู่ตรงหน้าพวกเราหรอกรึ?”
เมิ่งหนานอี้นอนสลบแน่นิ่งอยู่บนพื้น เหล่าสหายสตรีต่างหันมองหน้ากันไปมา
“เพียงแค่นี้ก็เป็นลมเป็นแล้งไปแล้วรึ? ช่างหยอกเย้าไม่ได้เอาเสียเลย…”
“เฮ้อ หมดสนุกแล้วจริงๆ”
คนอื่นๆยังคงจับกลุ่มสนทนากันอย่างออกรสออกชาติ ทว่าเมิ่งซีโจวกลับเงียบงันลง นางเพ่งพินิจใบหน้าของบุรุษผู้นั้นแน่นิ่ง ยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกคุ้นตายิ่งนัก ครั้นแล้วนางก็พลันสะดุ้งเฮือกขึ้นทันใด หัวใจหนักอึ้งประหนึ่งศิลาก้อนมหึมาถูกทิ้งลงสู่ห้วงสระ ก่อเป็นคลื่นถาโถมรุนแรงระดับสะเทือนฟ้าสะท้านดินเลยทีเดียว!
เป็นเขา!
ฉู่เซียว!
บุรุษผู้นั้นเอง ผู้ที่ในชาติภพก่อนติดตามอยู่ข้างกายเมิ่งหนานอี้ไม่ห่าง เป็นองครักษ์ที่มีฝีมือสูงล้ำ นิสัยรอบคอบลึกซึ้ง ทั้งยังภักดีต่อนางเสียจนแทบเข้าขั้นลุ่มหลงวิปลาส!
เขาผู้นี้เปรียบประดุจมีดแหลมคมที่สุดในมือของเมิ่งหนานอี้ และยังเป็นคมมีดที่มิอาจเปิดเผยต่อแสงตะวันมากที่สุดด้วยเช่นกัน!
เรื่องสกปรกโสมมทั้งหลายของนางที่มิอาจให้ผู้ใดล่วงรู้ ล้วนเป็นเขาที่ลงมือจัดการด้วยตนเองทั้งสิ้น ทุกกระบวนท่าแนบเนียนไร้ช่องโหว่ แม้หยดน้ำสักหยดยังมิให้รั่วไหล!
แท้จริงแล้ว… ทั้งสองกลับมาพบพานกันภายใต้สถานการณ์เช่นนี้เองหรอกเหรอ?
ช่างบังเอิญนัก เมื่อชาติภพก่อน เมิ่งซีโจวได้เคยล่วงรู้ถึงความสัมพันธ์ลับระหว่างเมิ่งหนานอี้กับฉู่เซียว อันไม่อาจเปิดเผยให้คนนอกรู้ได้โดยไม่ตั้งใจ …
นี่ช่างเปรียบประหนึ่งว่ากำลังรู้สึกง่วงนอนนัก ก็กลับมีคนยื่นส่งหมอนมาให้อย่างพอดิบพอดี การออกมานอกจวนครานี้นับว่าได้ผลเกินคาดอย่างแท้จริง
ชาติที่แล้ว ฉู่เซียวเปรียบประดุจอาวุธร้าย อันเป็นมีดแหลมคมที่สุดในมือของเมิ่งหนานอี้
แต่ในชาตินี้….
เขาจักต้องกลายเป็นหมากตัวสำคัญอันแสนล้ำค่าในกำมือของนาง – เมิ่งซีโจวผู้นี้!
เจียงจี้เยว่เบะปากเล็กน้อย กำลังจะโบกมือสั่งบ่าวไพร่ให้นำบุรุษรูปงามผู้เข้ามาก่อกวนนั้นออกไปจัดการเสีย
“ช่างยื่นมือเข้ามาสอดได้เก่งนัก? บังอาจทำลายกเกณฑ์ของที่นี่ เช่นนั้นข้าก็จะให้คนพาเจ้าไปลิ้มรสผลของการกระทำเสียบ้าง”
“ช้าก่อน!” เมิ่งซีโจวรีบร้องห้ามปรามขึ้นอย่างฉับพลัน ขณะเดียวกันความคิดภายในใจก็พลันหมุนแล่นดุจสายฟ้า
นางเอนกายเข้าใกล้เจียงจี้เยว่ พลางกระซิบกระซาบถ้อยคำบางเบาข้างหูอีกฝ่าย
สีหน้าของเจียงจี้เยว่แปรเปลี่ยนอยู่หลายครา สุดท้ายกลับกลายเป็นสีหน้าที่พยามข่มกลั้นความขบขันเอาไว้แทบไม่อยู่แทน
“ช่างเถิด วันนี้พวกเราไม่สมควรได้เห็นโลหิต”
นางปรบมือเบาๆ น้ำเสียงกลับมาราบเรียบดังเดิม
“พาตัวเขาไป แล้วจัดหาสถานที่สงบสักแห่งควบคุมตัวเขาไว้ให้ดี จงระมัดระวังให้มาก อย่าให้เขาหลบหนีไปได้โดยเด็ดขาด… หรือไม่ก็อย่าให้ต้องตายเสียก่อน”
“ขอรับคุณหนู” พ่อบ้านประจำจวนขานรับคำด้วยความนอบน้อม สีหน้าบ่งบอกว่าเข้าใจความนัยในวาจาของนางอย่างถ่องแท้
สายตาของฉู่เซียวยามนี้แนบชิดติดอยู่บนเรือนร่างของเมิ่งหนานอี้ตั้งแต่ต้นจนถึงบัดนี้ ประหนึ่งว่ามิได้ใส่ใจสิ่งใดรอบกายเลยสักนิด ครั้นถูกพ่อบ้านฉุดรั้งเข้า เขาก็หาได้ขัดขืนไม่ เพียงก้าวเดินตามอีกฝ่ายออกไปอย่างเงียบงันแต่โดยดี
เรื่องอื้อฉาววุ่นวายครานี้ จึงได้ปิดฉากลงด้วยความหมดสภาพและภาพลักษณ์ที่พังทลายโดยสิ้นเชิงของเมิ่งหนานอี้ ซ้ำยังมีการเข้ามาพัวพันไม่คาดฝันของฉู่เซียว
เมื่อเมิ่งหนานอี้ถึงกับเป็นลมหมดสติไปเช่นนี้ เมิ่งซีโจวย่อมไม่สะดวกที่จะอยู่ต่อ นางกระซิบกระซาบกับเจียงจี้เยว่อีกเพียงไม่กี่คำ ก่อนจะเอ่ยร่ำลาแล้วจากไป
บ่าวไพร่แห่งจวนเจียงต่างช่วยกันผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ให้แก่เมิ่งหนานอี้ แล้วทำการห่มคลุมร่างของนางด้วยเสื้อคลุมหนาทึบ ก่อนจะประคองร่างนางขึ้นรถม้ากลับจวนตระกูลเมิ่งไป
เมิ่งซีโจวจงใจขึ้นรถม้าคันเดียวกันกับนาง
ภายในรถม้า เมิ่งหนานอี้ฟื้นคืนสติได้ตั้งนานแล้ว ทว่าจำต้องเสแสร้งทำเป็นยังมิได้สติ
เมิ่งซีโจวยื่นปลายนิ้วออกไปลูบไล้ใบหน้าของเมิ่งหนานอี้อย่างเบามือ มองเห็นเปลือกตาของอีกฝ่ายกำลังสั่นระริก หากแต่กลับมิกล้าขยับเขยื้อนลืมขึ้นแม้แต่น้อย นางจึงเปล่งเสียงหัวเราะแผ่วเบาออกมาคราหนึ่ง
เมิ่งหนานอี้… อาวุธร้ายเยี่ยงมีดเล่มงามของเจ้า พี่หญิงผู้นี้จะขอเก็บรักษาไว้แทนเจ้าก่อนก็แล้วกัน
ล้อรถบดครูดไปตามถนนหินเขียว ส่งเสียงครืดคราดดังก้องแผ่วไปตลอดเส้นทาง นำพาสตรีสองคนผู้ต่างซ่อนงำความคิดคนละอย่างไว้กลับคืนสู่จวน