พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว - บทที่51-1 คนรักเก่าจากชาติปางก่อน (1)
บทที่51 คนรักเก่าจากชาติปางก่อน (1)
บรรดาบ่าวรับใช้หญิงสูวัยหลายคนต่างก้าวตรงเข้ามาหาเมิ่งหนานอี้อีกครา ก่อนจะช่วยกันหิ้วร่างนางขึ้นมาราวกับคีบลูกไก่มิมีผิด แล้วจึงประคองพาไปที่ริมสระ
ณ ที่แห่งนั้น มีเรือเล็กลำหนึ่งจอดรออยู่สามลำแล้ว
เมิ่งซีโจวเอ่ยแนะนำเรือทีละลำ ทำประหนึ่งว่ากำลังนับทรัพย์สินในเรือนของตนก็ไม่ปาน นางเอื้อนเอ่ยพร้อมรอยยิ้มงดงามว่า
“ที่นี่มีทั้งเรือโยก เรือไหว และเรือทรงตัว น้องหญิงจะเลือกลงเรือลำใดรึ?”
“เรือทรงตัว! ข้าเลือกเรือทรงตัว!”
เมิ่งหนานอี้เพียงรู้สึกว่าทัศนียภาพเบื้องหน้าล้วนมืดดำไปหมด ระลอกน้ำพร่างพรายในสระล้วนดูประหนึ่งวนธารทวงชีวิต นางผวาหวาดกลัวจนมิอาจใคร่ครวญถึงนัยลึกซึ้งเบื้องหลังชื่อเรือทั้งสามได้เลย จึงได้แต่เลือกเรือลำที่มีชื่อฟังดูไร้พิษภัยมากที่สุด
เหลยรุ่ยยกมือขึ้นตบเบาๆ พลางหัวเราะออกมาอย่างอ่อนหวาน
“น้องหญิง เจ้าช่างมีสายตาเฉียบแหลมยิ่งนัก”
ครั้นแล้ว บรรดาบ่าวรับใช้สูงวัยกลุ่มเดิมก็พากันจับร่างของเมิ่งหนานอี้ลงไปไว้ใน ‘เรือทรงตัว’ ที่ว่าลำนั้น
เรือลำน้อยกินน้ำลงไปไม่ลึกนัก ทว่าในชั่วขณะที่นางหย่อนกายลงนั่ง มันกลับราวมีชีวิตขึ้นมาทันใด ทั้งแกว่งซ้ายโคลงขวาไปมาอย่างรุนแรง ประหนึ่งเป็ดโง่เขลาตัวหนึ่งที่กำลังกระพือปีกตะกุยตะกายอยู่ในน้ำ
“ว้าย! เอาข้าออกไป! เอาข้าออกไปเดี๋ยวนี้! ช่วยด้วย!”
เมิ่งหนานอี้ร้องออกมาด้วยความตระหนกตกใจทั้งขวัญหนีดีฝ่อ ยามนี้วิญญาณของนางแทบหลุดออกจากร่าง สองมือเกาะขอบเรือไว้แน่นเสียยิ่งกว่าอะไร เล็บมือทั้งสิบยังแทบจิกฝังลงไปในเนื้อไม้แล้ว!
ทว่าต่อให้นางจะพยายามดิ้นรนสักเพียงใด ยังไม่ทันพ้นสิบลมหายใจ เรือลำนั้นก็พลิกคว่ำลง ร่างของนางร่วงตกตูมลงไปในน้ำเสียแล้ว
เจียงจี้เยว่ยิ้มบางพลางเอ่ยว่า “เรือน้อยทั้งสามลำนี้ล้วนเป็นสิ่งที่พวกเราลงมือดัดแปลงด้วยตนเอง สองลำแรกย่อมสมชื่อ เขย่าโคลงเคลงดังคาด ส่วนเรือทรงตัวที่ว่านี่…”
“ความหมายของมันก็คือโคลงซ้ายแกว่งขวาไปมาให้ผู้นั่งต้องทรงตัวอย่างสม่ำเสมอ นับเป็นผลงานชิ้นเอกที่พวกเราพึงพอใจมากที่สุด!”
เมิ่งหนานอี้ดิ้นรนพรวดพราดอยู่ในสายน้ำอย่างคลุ้มคลั่ง น้ำเย็นเยียบในสระกระฉอกเข้าปากเข้าจมูกของนางในชั่วพริบตา ความหวาดกลัวต่อความตายทำให้นางถึงกับต้องระเบิดเรี่ยวแรงอย่างที่ไม่เคยมีออกมา ทว่าการกระทำเช่นนั้น นอกจากจะสาดน้ำให้กระเซ็นสูงยิ่งกว่าเดิมแล้ว ยังไร้ประโยชน์ต่อการเอาชีวิตรอดอย่างสิ้นเชิงด้วย ร่างทั้งร่างของนางจึงจมดิ่งลงไปเบื้องล่างอย่างรวดเร็ว
“เร็ว! เร็วเข้า! ช่วยคนด้วย!” เหลยรุ่ยร้องตะโกนออกมาด้วยความตื่นตระหนก หากแต่ในดวงตาทั้งสองกลับเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มของผู้ชมละครอย่างชัดแจ้ง
บ่าวไพร่ที่ได้เตรียมพร้อมอยู่ริมสระก่อนแล้ว ทำท่ากำลังจะขยับตัวเคลื่อนไหว แต่แล้วทันใดนั้น กลับเห็นเงาร่างบุรุษผู้หนึ่งพุ่งกระโจนออกมาจากหลังภูเขาจำลองริมสระ ก่อนจะทะยานกายลงสู่ผืนน้ำเบื้องหน้า! ท่วงท่าของเขาเป็นไปอย่างคล่องแคล่วฉับไว เพียงมองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในการว่ายน้ำยิ่งนัก
ทุกคนในที่นั้นต่างพากันตะลึงงัน
เหลยรุ่ยอดมิได้ที่จะหลุดปากร้องออกมาด้วยความประหลาดใจ “เอ๊ะ? พี่เจียง ที่ริมสระในเรือนของท่านเหตุใดจึงมีบุรุษจากภายนอกซ่อนกายอยู่เล่า?”
เจียงจี้เยว่ยกมือขึ้นเคาะหน้าผากของเหลยรุ่ยเบาๆ พลางกล่าวตอบอย่างไม่สบอารมณ์นัก “เจ้านี่ช่างขี้หลงขี้ลืมนัก! นั่นมิใช่ของขวัญชิ้นใหญ่ที่พวกเราตกลงกันเอาไว้ และตั้งใจตระเตรียมเพื่อมอบให้กับพี่เมิ่งของเจ้าโดยเฉพาะหรอกรึ?”
จากนั้น นางจึงได้หันไปทางเมิ่งซีโจว พลางกะพริบตาปริบๆส่งให้พร้อมเอ่ยยิ้มๆว่า
“บุรุษผู้นี้พวกเราพี่น้องล้วนช่วยกันคัดเลือกมาอย่างพิถีพิถัน เพื่อจะให้เจ้าได้คลายเหงาโดยเฉพาะ ชาติตระกูลสะอาดสะอ้าน รูปโฉมรึก็นับว่าเป็นหนึ่งในใต้หล้า!”
ครั้นแล้วสายตาของนางก็ทอดไปยังผืนน้ำเบื้องหน้า
“เจ้ารีบไปดูก่อนเถิด!”
ยามนี้บุรุษผู้นั้นได้ประคองร่างของเมิ่งหนานอี้ซึ่งสำลักน้ำจนหมดสติ ว่ายกลับเข้าฝั่งมาอย่างรวดเร็วแล้ว เขาก้าวขึ้นจากน้ำทั้งร่างที่เปียกชุ่ม หยาดน้ำไหลรินไปตามแนวสันคางคมกริบ คิ้วคู่ทั้งสองดูแข็งแกร่งดุจดาบ ดวงตาเปล่งประกายดุจดวงดารา บ่าทั้งสองกว้าง เอวคอด นับว่าเป็นรูปโฉมอันหาได้ยากโดยแท้
ทว่าเมื่อเมิ่งซีโจวได้ฟังวาจานี้ นางถึงกับต้องเบิกตากว้างด้วยความตะลึงงัน
แม้วันเวลาที่เคยหัวร่อต่อกระซิกเล่นกันอย่างสนุกสนานของพวกนาง จะเลือนลางประหนึ่งเรื่องราวในชาติภพก่อน ทว่าตัวนางกลับจดจำมิได้เลยว่า เมื่อชาติที่แล้วตนนั้นเคยเป็นสตรีที่ต้องอาศัยบุรุษรูปงามมาคลายเหงาด้วยอย่างนั้นหรือ!
“แค่กๆ… อ๊อก…”
เมิ่งหนานอี้ที่เพิ่งถูกนำตัวขึ้นฝั่งพลันสำรอกน้ำออกมาคำใหญ่ ก่อนจะค่อยๆฟื้นคืนสติขึ้น ครั้นเมื่อสติสัมปชัญญะของนางเพิ่งจะฟื้นคืนกลับมา ก็พลันเห็นเงาร่างของบุรุษปรากฏขึ้นตรงหน้าเสียแล้ว!
“ไสหัวไป!”
เมิ่งหนานอี้กรีดร้องออกมาเยี่ยงคนเสียสติ นางใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดในกายผลักไสคนตรงหน้าออกไปอย่างสุดกำลัง! แววตาทั้งสองเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและอัปยศในคราเดียว ทำประหนึ่งว่าตนเพิ่งจะสัมผัสเข้ากับสิ่งโสมมต่ำช้าจนไม่อาจทนมอง!