พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว - บทที่54 ท่านแม่ ข้าจะเอานางให้ตาย! (2)
- Home
- พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว
- บทที่54 ท่านแม่ ข้าจะเอานางให้ตาย! (2)
บทที่54 ท่านแม่ ข้าจะเอานางให้ตาย! (2)
ไอเยือกเย็นพลันฉายวาบขึ้นในแววตาทั้งสองของนาง
“ภายในไม่กี่วันนี้ จงเสาะหาโอกาสที่เหมาะเจาะที่สุดให้จงได้ และจำไว้ว่าจะต้องสะอาดหมดจดเฉียบขาดฉับไวเท่านั้น และที่สำคัญ จะต้องทำให้…ดูราวกับเป็นอุบัติเหตุด้วย”
หลังกล่าวจบ นางจึงค่อยๆสงบจิตสงบใจของตนลงมา เรื่องนี้ใช่ว่าจะไร้โอกาสสำเร็จได้
บัดนี้ฮ่องเต้ทรงโหดเหี้ยมอำมหิต มิทรงเหลียวแลราชกิจ ผู้คนในเมืองหลวงล้วนใช้ชีวิตอยู่กันด้วยความหวาดผวา ความสงบสุขเรียบร้อยย่อมมิอาจเทียบเท่าวันวาน ในแต่ละวันผู้คนที่ตายคาถนนจึงมีนับไม่ถ้วน ขอเพียงเมิ่งซีโจวถูกทำให้พิการประหนึ่งประสบเหตุร้ายเข้าโดยบังเอิญแล้วล่ะก็ ย่อมนับเป็นเรื่องปกติที่ดูธรรมดาเสียนี่กระไร
บ่าวหญิงสูงวัยนางนั้นค้อมศีรษะลงรับคำสั่งอย่างนอบน้อม
“เจ้าค่ะฮูหยิน” ครั้นแล้วก็รีบถอยออกไปจัดการตามคำสั่งโดยพลัน
……
ณ เรือนฉงหัว
เมื่อเมิ่งซีโจวกลับถึงเรือนของตนแล้ว จึงได้สั่งการให้บ่าวไพร่ทั้งหมดถอยออกไป
นางเดินไปหยุดอยู่ข้างหน้าต่าง เงยหน้าขึ้นมองดวงดาวที่กระจัดกระจายบางตาอยู่บนท้องนภายามราตรี ปลายนิ้วเคาะกรอบหน้าต่างแผ่วเบาโดยไม่รู้ตัว
อีกเพียงแค่ครึ่งปี…
ระยะเวลาจากนี้ไปจนถึงวันที่เมิ่งหนานอี้จะต้องออกเรือนแต่งเข้าสู่จวนองค์รัชทายาทผู้สง่างามนั้น เหลือเวลาอีกเพียงแค่ครึ่งปีเท่านั้น
สิ่งนี้นอกจากจะนับเป็นหลักประกันใหญ่หลวงที่สุดของสองแม่ลูกคู่นี้แล้ว ยังเปรียบประดจุดาบคมที่แขวนค้างอยู่เหนือศีรษะของนางด้วย
แม้เมื่อวานนางจะสามารถสวมความผิดให้ฮูหยินเมิ่งผู้เป็นมารดาซ้อนทับได้หลายชั้น และบีบคั้นจนทำให้อีกฝ่ายต้องถูกสั่งกักบริเวณอย่างแท้จริงแล้วจะอย่างไร?
ขอเพียงเมิ่งหนานอี้ได้ขึ้นเป็นพระชายาขององค์รัชทายาทอย่างราบรื่น เมิ่งชินรุ่ยผู้เป็นบิดาที่เห็นแก่ผลประโยชน์ตนยิ่งกว่าสิ่งใด ย่อมพร้อมที่จะเหยียบย่ำทั้งกเกณฑ์และจารีตทั้งปวง เพื่อไต่เกาะอำนาจแห่งตำหนักบูรพาเอาไว้แน่น!
ถึงยามนั้น การดิ้นรนต่อสู้ทั้งหมดของนาง อาจจะกลายเป็นเพียงเรื่องน่าขบขันและต้องสูญเปล่า
และเพราะเหตุนี้เอง ทั้งฮูหยินเมิ่งและเมิ่งหนานอี้ย่อมต้องทำทุกวิถีทาง ทั้งสองจะไม่มีวันยอมปล่อยมือจากการช่วงชิงฐานะตัวตนของนางไปเป็นแน่
แล้วนางจะหาทางทำลายแผนการนี้อย่างไร นี่เป็นเรื่องที่นางเฝ้าขบคิดมาโดยตลอด
สิ่งที่นางต้องการ หาใช่เพียงแค่ชนะหนึ่งกระดานบนโต๊ะหมากเท่านั้น หากแต่ต้องการคว่ำหมากทั้งกระดานต่างหากเล่า ให้ทุกสิ่งทุกอย่างที่ฮูหยินเมิ่งกับเมิ่งหนานอี้หวังใช้เป็นที่พึ่งพิง ต้องกลับกลายเป็นเพียงแค่หอคอยกลางอากาศ ความหวังทั้งปวดพังทลายสิ้นไร้รากฐาน
บีบบังคับให้พวกนางสองแม่ลูกต้องร่ำไห้สะอึกสะอื้น แล้วคืนฐานะของนางกลับมาให้ด้วยตนเอง
เดิมทีนางยังมิอาจมองเห็นหนทางอันใด จนกระทั่งในงานเลี้ยงมอบของขวัญอันน่าขบขันที่จวนตระกูลเจียงในวันนี้ นางจึงพลันผุดแผนการบางอย่างขึ้นภายในใจ
หากคิดทำลายการสมรสสักงานหนึ่ง ย่อมมีอยู่เพียงสองหนทางเท่านั้น หนึ่งคือลงมือที่ฝ่ายชาย และสองลงมือที่ฝ่ายหญิง
เมื่อชะตาหงส์ยังคงสถิตอยู่ในกาย จะให้องค์รัชทายาทเป็นฝ่ายถอนหมั้นอย่างไร้เหตุผลนั้น ย่อมจะเป็นไปมิได้แน่ เว้นเสียแต่…
อาศัยความสัมพันธ์อันมิอาจเปิดเผยต่อผู้คนระหว่างเมิ่งหนานอี้กับฉู่เซียวในชาติก่อน ที่ยามนี้ได้กลับกลายมาเป็นมีดคมเล่มหนึ่งในมือนางเข้าโดยบังเอิญ
จับชู้ทลายหมากทั้งกระดาน นี่นับเป็นกลอุบายที่ฮูหยินเมิ่งถนัดยิ่งนัก บัดนี้นางก็เพียงหยิบยืมวิธีการของอีกฝ่ายมาใช้ เพื่อตอบสนองคืนสู่นางเท่านั้นเอง
ทว่า หากปล่อยให้ความรู้สึกของคนทั้งสองดำเนินไปตามครรลองปกติธรรมชาติ เกรงว่าความคืบหน้าอาจจะเชื่องช้ามากเกินไป ด้วยเหตุนี้ นางจึงไม่รังเกียจที่จะเป็นฝ่ายออกแรงสักหน่อย เพื่อช่วยส่งเสริมความรักของคนทั้งสองให้พัฒนาเร็วยิ่งขึ้น ด้วยการเติมเชื้อไฟเข้าไปอีกสักระลอก
เมื่อแผนการทั้งปวงค่อยๆก่อขึ้นเป็นรูปเป็นร่างในห้วงคำนึงของตนแล้ว เมิ่งซีโจวพลันรู้สึกอารมณ์ดีมีความสุขไม่น้อยเลย นางยกมือขึ้นปิดบานหน้าต่างลงอย่างช้าๆ
หากอุบายนี้ยังไม่สำเร็จอีก… แววตาของนางพลันสั่นไหววูบ เช่นนั้นก็คงได้แต่ต้องใช้วิธีทำร้ายศัตรูพันส่วน แต่ตนเองเสียหายแปดร้อยส่วนแล้วกระมัง คิดๆดูแล้ว มารดากับน้องสาวของนางคงจะไม่ปรารถนาจะได้เห็นผลลัพธ์เช่นนั้นกระมัง
แต่แน่นอนว่าตัวนางย่อมต้องยอมที่จะติดเบ็ดแต่โดยดีอยู่แล้ว หากนั่นจะทำให้อีกฝ่ายต้องสิ้นเปลืองความคิดมากขึ้น และย่อมยากจะหลีกเลี่ยงความร้อนอกร้อนใจไปได้ ครั้นคนผู้หนึ่งสิ้นความอดทนแล้ว จะกระทำเรื่องบ้าคลั่งอันใดออกมาบ้าง แม้แต่ตัวนางเองก็ยังไม่อาจรับรองและคาดเดาได้
ชิงหลีสาวใช้แอบซ่อนกายอยู่ด้านหลังประตู คอยลอบสังเกตดูความเคลื่อนของเมิ่งซีโจว แต่นางเพียงเผยอยิ้มบางอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะส่งเสียงเรียกนางให้เข้ามาหา แล้วสั่งการให้ไปตระเตรียมน้ำสำหรับอาบให้แก่ตน
ชิงหลีสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ รีบขานรับเสียงแผ่ว จากนั้นก็รีบวิ่งจากไปอย่างรวดเร็ว
รุ่งเช้าของวันถัดมา…
เมิ่งซีโจวออกจากจวนไปตามปกติ นางไปพบเจอสหายที่เมื่อวานมิได้พบเจอกันที่งานชุมนุมจวนตระกูลเจียง ครั้นเสร็จสิ้นแล้วจึงย้อนกลับมาตามเส้นทางเดิม
สารถีผู้นั้นเป็นคนเก่าคนแก่ที่ท่านผู้เฒ่าโหวทิ้งไว้ให้ อุปนิสัยของเขาเงียบขรึม พูดจาน้อยคำ รู้เพียงรับคำสั่งแล้วลงมือกระทำเท่านั้น
รถม้าค่อยๆแล่นออกจากถนนสายหลักอันครึกครื้น ก่อนจะเลี้ยวเข้าสู่ย่านตรอกซอยที่ค่อนข้างเงียบสงัดไร้ผู้คนสัญจร
ในตอนแรก ทุกอย่างก็ยังดูเป็นปกติดี ทว่าเมื่อมาถึงทางแยกแห่งหนึ่ง คนขับรถม้ากลับหักเลี้ยวอย่างฉับพลัน มิได้มุ่งหน้ากลับไปยังจวน หากแต่พุ่งเข้าสู่ตรอกแคบลึกที่ทั้งเปลี่ยวร้างและวังเวงสายหนึ่งแทน!
เมิ่งซีโจวที่นั่งอยู่ภายในรถม้า เดิมทีได้หลับตาลงเพื่อพักใจพักสมอง บัดนี้กลับค่อยๆลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า
ฮูหยินเมิ่ง… ดูท่านางจะร้อนรนกระวนกระวายมากยิ่งกว่าที่นางคาดคิดเอาไว้เสียอีก!