พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว - บทที่53 ท่านแม่ ข้าจะเอานางให้ตาย! (1)
บทที่53 ท่านแม่ ข้าจะเอานางให้ตาย! (1)
รถม้าที่สองพี่น้องนั่งมาได้หยุดกึกลงที่หน้าประตูจวนโหว ส่วนรถม้าอีกคันของเมิ่งซีโจวก็ได้แล่นตามมาติดๆ
ภายในรถม้ายามนี้ เมิ่งหนานอี้หลับตาแน่น ลมหายใจรวยรินแผ่วเบา ยังคงรักษาท่าทีอันน่าเวทนาสงสารราวกับสลบไสลมิได้สติอยู่ดังเดิม กระทั่งเมิ่งซีโจวก้าวลงจากรถม้าไปก่อนแล้ว และเมื่อเสียงฝีเท้าค่อยๆห่างไกลออกไปจนกระทั่งเลือนหาย นางจึงค่อยลืมตาตื่นขึ้นฉับพลัน!
ภายในดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยเส้นเลือดแดงก่ำ ที่เกิดจากการแช่อยู่ในน้ำเป็นเวลานาน อีกทั้งยังอัดแน่นด้วยแรงอาฆาตแค้นและความอัปยศอดสูท่วมท้นแผ่นฟ้า!
เรื่องราวทั้งหมดทั้งปวงที่เกิดขึ้นในวันนี้ ในที่สุดก็ทำให้นางได้ประจักษ์ถึงวิธีการเอาคืนของเมิ่งซีโจวแล้ว…
นางพลันผวาหวาดกลัวยิ่งนัก จึงได้แต่แสร้งทำเป็นนอนสลบไสลไม่ได้สติ เพราะเกรงว่านังหญิงวิปลาสผู้นั้นจะคิดหาหนทางใหม่มาทรมานนางในระหว่างทางกลับจวนอีก!
เพียงเมิ่งหนานอี้ปิดเปลือกตาลง นางก็รู้สึกราวกับมีลูกธนูพุ่งแหวกห้วงอากาศเข้ามาจากทุกทิศ ทั้งบูรพา ประจิม อุดร และทักษิณ จากนั้น ก็ราวกับร่างตนได้ถูกฉุดให้จมดิ่งลงสู่ก้นทะเลสาบอันเย็นเยียบ ทั้งยังมีสาหร่ายลื่นชื้นพันรัดข้อเท้าของนางเอาไว้มิให้ขยับเขยื้อนด้วย…
ไม่ว่านางจะย้อนนึกถึงเหตุการณ์เหล่านี้สักกี่ครั้งกี่ครา นางก็ยังคงขนลุกขนพองดังเคย!
นางต้องไปพบท่านแม่บัดเดี๋ยวนี้!
เมิ่งหนานอี้ประหนึ่งนกน้อยที่แตกตื่นเพราะเสียงคันศร แม้ทั่วร่างจะปวดระบมอย่างยิ่ง ก็ยังฝืนทนหลบเลี่ยงผู้คนทั้งหมดในจวน แล้วลอบเข้าไปยังเรือนโยวหลานพบผู้เป็นมารดาทันที
ทันทีที่บานประตูปิดลง นางก็พุ่งกายโผเข้าสู่อ้อมอกของฮูหยินเมิ่งทันที ความเข้มแข็งที่เมิ่งหนานอี้ฝืนทำเป็นเสแสร้งแสดงออก พลันพังทลายลงสิ้นในบัดดล!
ร่างทั้งร่างของนางสั่นเทิ้ม สะอื้นร่ำไห้จนกล่าวถ้อยวาจาสับสนไปหมด บอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่ตนต้องประสบพบเจอภายในจวนตระกูลเจียงออกมาอย่างขาดห้วงขาดตอน
“นังแพศยาผู้นั้น… ข้าเกือบจะต้องสิ้นชีวิตด้วยน้ำมือนางแล้ว! นางเหยียดหยามข้าถึงเพียงนั้น ท่านแม่! ข้าไม่ต้องการให้นางมีชีวิตอยู่ต่อเพื่อที่จะค่อยๆทรมานนางแล้วท่านแม่ ท่านช่วยปลิดชีพนางเสียทันทีเถิด!”
ฮูหยินเมิ่งโอบกอดบุตรีที่กำลังร่ำไห้เสียจนแทบขาดใจไว้แน่น ความเจ็บปวดรวดร้าวใจนั้นประหนึ่งถูกควักเอาเนื้อหัวใจของตนออกสับทั้งชิ้น!
ยามได้ฟังคำร่ำไห้ฟ้องทุกข์ของบุตรี สายพิณเส้นขึงตึงที่สุดในส่วนลึกแห่งหัวใจนาง ก็พลันขาดผึงลงเสียง “เคร้ง” ขึ้นทันใด!
สิ่งที่นางหวาดหวั่นที่สุด… ยามนี้ได้กลับกลายเป็นความจริงเสียแล้ว!
เมื่อคืน ณ เรือนของอนุหลิว นางเองก็ได้คาดการณ์ไว้ก่อนแล้วว่า… หากเมิ่งซีโจวปรารถนาจะกลับมาเป็นเมิ่งซีโจวเมื่อใด นางย่อมสามารถทำได้ทุกเมื่อ!
นางผู้นี้หาได้หวั่นเกรงเรื่องถูกสวมรอยฐานะไม่! ต่อให้เมิ่งหนานอี้จะสามารถเลียนแบบนางได้คล้ายคลึงมากเพียงใด ขอเพียงเมิ่งซีโจวตัวจริงปรากฏกาย บุตรีผู้นี้ของนางก็จะถูกกดกลับคืนสู่สภาพเดิมอย่างไร้ปรานี!
อย่างไรก็ยากที่จะช่วงชิงเอาชนะนางได้!
หาใช่เช่นนั้นไม่? หากนำเมิ่งหนานอี้ไปเทียบกับเมิ่งซีโจวผู้เปรียบประดุจพยัคฆ์ร้ายแล้ว เมิ่งหนานอี้ย่อมเป็นได้เพียงนกน้อยตัวหนึ่งเท่านั้น ครั้นจะคิดขัดขืนตอบโต้อีกฝ่าย ย่อมไร้ซึ่งเรี่ยวแรงแม้เพียงครึ่งส่วน
หากจะโทษ ก็ต้องโทษตัวนางเองที่แต่ก่อนอ่อนแอและโลเลมากเกินไป จึงปล่อยละเลยจนเข้าทำนองเลี้ยงเสือไว้เป็นภัยเสียแล้ว…
“เอาล่ะๆ พอได้แล้ว… แม่รู้แล้วว่าหนานอี้ของแม่ต้องทนทุกข์ลำบากมากเพียงใด…” ฮูหยินเมิ่งฝืนข่มคลื่นลมที่โหมกระหน่ำรุนแรงในใจเอาไว้ หยิบใช้น้ำเสียงอ่อนโยนอย่างที่สุดเอ่ยปลอบประโลมบุตรี ทว่านิ้วมือของนางกลับเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง
เดิมทีนางคิดว่ายังมีเวลาอีกครึ่งปีให้ได้วางแผนการ ค่อยๆประคองส่งเมิ่งหนานอี้ขึ้นสู่ตำแหน่งพระชายาแห่งองค์รัชทายาทเสียก่อน รอให้ทุกอย่างปักหลักปักฐานแน่นหนาแล้ว ฝุ่นธุลีต่างๆพลันตกสงบ ถึงตอนนั้น ต่อให้เมิ่งซีโจวจะดิ้นรนเอาชีวิตรอดสักเพียงใด ย่อมมิอาจพลิกฟ้าคืนชะตากลับมาได้อีกแน่
ทว่าบัดนี้ดูท่าแล้ว อย่าว่าแต่ครึ่งปีเลย ต่อให้เพียงครึ่งวันก็ยังรอไม่ได้!
หากไม่รีบลงมือเสียโดยเร็ว นางเกรงว่าแม้แต่ตนก็คงจะกินไม่ได้นอนไม่หลับเป็นแน่ จิตใจคงต้องเต้นระทึกหวาดผวาอยู่ทุกเมื่อเชื่อยามอย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้!
แต่ถึงกระนั้น นางกลับยังมิอาจเอาชีวิตเมิ่งซีโจวได้ในเวลานี้!
นั่นเพราะชะตาหงส์ดังกล่าวยังคงไม่เป็นที่แน่ชัดนักว่า ได้สับเปลี่ยนมายังร่างของเมิ่งหนานอี้ได้สำเร็จจริงหรือไม่ หากก่อนหน้านี้ เมิ่งซีโจวยอมก้มหัวแบกรับข้อหาว่าลอบหนีตามพี่ชายต่างมารดาไปแต่โดยดี นางย่อมต้องถูกเมิ่งชินรุ่ยกดข่มจนดวงชะตาตกต่ำถึงขีดสุดไปแล้วเป็นแน่
และการสับเปลี่ยนดวงชะตาก็คงจะสำเร็จรวดเร็วยิ่งขึ้นด้วย
แต่นังหญิงสารเลวผู้นี้กลับดื้อด้านยิ่งนัก!
ยืนกรานจะกระทำสวนทางแผนการทุกอย่างของนาง!
บัดนี้ผู้ครอบครองชะตาหงส์ตัวจริงยังคงเป็นเมิ่งซีโจว หากนางตายไป ชะตาหงส์นั้นก็จะเสาะหานายใหม่อีกครา ถึงตอนนั้นย่อมไม่รู้ว่าจะล่องลอยหายไป ณ แห่งหนใด!
เมื่อถึงครานั้น บุปผาจะร่วงหล่นสู่เรือนใด ย่อมมิใช่สิ่งที่ฮูหยินเมิ่งจะคาดเดาหรือควบคุมได้อีกต่อไป
แน่นอนว่า การสลับดวงชะตาย่อมมิอาจดำเนินไปอย่างราบรื่นถึงเพียงนั้น
ทว่ายามนี้ แม้จะยังมิอาจสังหารนางได้ก็จริง แต่จะไม่อาจทำร้ายนางได้เชียว?!
หากเมิ่งซีโจวต้องพิกลพิการ สูญเสียแขนขาสักข้างเล่า ถึงตอนนั้น นางยังจะสลับร่างไปมาระหว่างสองฐานะได้อย่างคล่องแคล่วอยู่อีกกระนั้นรึ!
ฮูหยินเมิ่งเดินออกไปส่งเมิ่งหนานอี้ถึงหน้าประตูเรือนด้วยตนเอง นางทอดสายตามองมองเงาร่างของบุตรีอันเป็นที่รัก ที่ก้าวเดินไปพลางหันกลับมามองนางไม่หยุด ก่อนร่างนั้นจะค่อยๆเลือนหายไปท่ามกลางราตรีอันมืดมิด แล้วความอ่อนโยนบนใบหน้าของนางก็พลันสลายหายไปจนสิ้น หลงเหลือไว้เพียงความอำมหิตโหดเหี้ยมและความเด็ดเดี่ยวเยียบเย็น
นางหมุนกายเดินกลับเข้าไปในเรือน พลางเอ่ยกับบ่าวหญิงสูงวัยคนสนิทด้วยเสียงที่เบาราวกระซิบ
“เจ้าไปตระเตรียมการเสียเถิด ให้นักฆ่าลงมือได้ ขอเพียงคนยังไม่ตายเป็นพอ”