พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว - บทที่64 หรือว่า เมิ่งซีโจว...ตายแล้ว? (2)
- Home
- พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว
- บทที่64 หรือว่า เมิ่งซีโจว...ตายแล้ว? (2)
บทที่64 หรือว่า เมิ่งซีโจว…ตายแล้ว? (2)
นอกจวนยามนี้ บรรดาผู้ที่ได้รับคำสั่งให้ออกไปตามหาคุณหนูรองซึ่งหายตัวไปนั้น ต่างกังวลและเกรงว่าชื่อเสียงของจวนโหวจะมัวหมอง จึงทำได้เพียงออกค้นหาทั่วเมืองอย่างเงียบเชียบตลอดทั้งวัน ประหนึ่งแมลงวันไร้หัว แน่นอนว่าย่อมไม่พบสิ่งใดเลย
ครั้นถึงยามสนธยา ต่างก็พากันเดินก้มหน้าคอตกกลับมารายงานผลที่จวน
ส่วนฮูหยินเมิ่งนั้นก็นั่งไม่ติดตลอดทั้งวันเช่นกัน แม้ยืนยังไม่มั่น กระทั่งข้าวสักเม็ดก็ยังกระเดือกกลืนไม่ลง!
กลุ่มนักฆ่าที่นางส่งไปจัดการกับเมิ่งซีโจวนั้น บัดนี้กลับเงียบหายไร้วี่แววราวหินจมสมุทร ไม่มีกระทั่งข่าวคราวส่งกลับมา ทำให้เปลือกตาของนางกระตุกไม่หยุดมาตั้งแต่เมื่อคืน
ตกลงว่าสำเร็จหรือล้มเหลวกันแน่ หรือจะเกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝันอันใดขึ้นบ้าง?
เช้านี้นางยังได้รับรายงานจากสาวใช้ ซึ่งเป็นสายที่ตนจัดวางไว้ในเรือนฉงหัว ว่าเมิ่งซีโจวไม่ได้กลับเข้าเรือนตลอดทั้งคืน ฮูหยินเมิ่งได้ฟังยิ่งใจคอว้าวุ่นกว่าเดิม รีบปัดส่งเงินให้อีกฝ่ายไปอย่างลวกๆ
หรือว่า…เมิ่งซีโจวจะตายแล้ว?
เช่นนั้นย่อมไม่ได้เด็ดขาด!
ยามเย็นเมื่อได้ยินข่าวว่าคนที่ส่งออกไปค้นหาตัวนางกลับหาไม่พบ ฮูหยินเมิ่งก็ยิ่งไม่อาจทนนั่งนิ่งเฉยได้อีกต่อไป!
นางรีบสวมหน้ากากแห่งความเศร้าสลดทันที เสแสร้งร้องไห้คร่ำครวญต่อหน้าบ่าวสูงวัยที่เฝ้าตนอยู่
“บุตรีข้า! หนานหนานของข้าเกิดเรื่องแล้ว! รีบปล่อยข้าออกไปเร็วเข้า! ข้าจะไปพบท่านโหว! ข้าต้องการบุตรีของข้า——”
บ่าวหญิงสูงวัยที่เฝ้าประตูอยู่นั้น ย่อมมิอาจห้ามปรามฮูหยินแห่งจวนโหวที่ตั้งใจจะออกไปมิได้ ไม่นานนัก ก็จำต้องปล่อยตัวนางออกมา
ฮูหยินเมิ่งเดินโซซัดโซเซไปตลอดทาง แสดงบทมารดาผู้กำลังปวดร้าวจนแทบขาดใจได้อย่างถึงพริกถึงขิง มุ่งหน้าตรงสู่โถงหลักทันที!
“ท่านพี่! หนานหนานของข้า—”
ครั้นเพิ่งก้าวข้ามธรณีประตูโถงหลักไปได้ นางก็ประหนึ่งถูกสูบเรี่ยวแรงจากร่างไปจนสิ้น ขาทั้งสองข้างทรุดอ่อนลงทันใด แล้วเสียง “ตุ้บ” ก็เปล่งดังตามมา ฮูหยินเมิ่งคุกเข่าลงกระแทกกับพื้นอย่างแรง พลางร่ำไห้คร่ำครวญด้วยเสียงอันแหลมโศก น้ำมูกน้ำตาไหลอาบใบหน้า
“สวรรค์! ไยต้องโหดร้ายกับหนานหนานผู้มีชะตาขมขื่นของข้าถึงเพียงนี้ด้วย! ต่อให้นางจะทำผิดพันประการ หรือชั่วหมื่นสถานเพียงใด… แม่บังเกิดเกล้าผู้นี้ก็ยังจะขอให้เจ้ามีชีวิตอยู่เป็นพอ! ฮือออ…”
นางร่ำไห้แสดงละครได้อย่างสมจริงสมจังยิ่ง สีหน้าท่าทางของนางดูประหนึ่งหัวใจและตับไตคนเป็นแม่กำลังแตกแหลกสลายอยู่จริงๆ ทุกถ้อยวาจาคร่ำครวญที่เปล่งออกมา ยิ่งทำให้ศีรษะของเมิ่งชินรุ่ยซึ่งเดิมก็หม่นมัวหงุดหงิดอยู่แล้ว ถึงกับต้องปวดหนึบหนักหน่วงยิ่งกว่าเดิม เส้นข้างขมับทั้งสองพลันกระตุกถี่ยิบ
“พอได้แล้ว!” เมิ่งชินรุ่ยตวาดเสียงต่ำอย่างรำคาญ จ้องมองฮูหยินเมิ่งที่ยามนี้ร้องห่มร้องไห้จนน้ำตาเจิ่งนองพื้น
“ผู้ใดอนุญาตให้เจ้าออกมากัน?! มิหนำซ้ำยังทำกิริยาที่เสียมารยาทถึงเพียงนี้ นี่น่ะหรือคือคุณสมบัติแห่งกุลสตรี?!”
ฮูหยินเมิ่งเงยหน้าขึ้น ใช้ผ้าเช็ดปาดหน้าเช็ดน้ำตาบนหน้าอย่างแรง ก่อนจะฝืนกายลุกขึ้นยืน
“ท่านพี่! ข้าได้ยินว่าเกิดเรื่องใหญ่กับหนานหนานเข้าแล้ว จิตใจของข้ายามนี้ช่างปวดระทมเกินกว่าจะพรรณนานัก! เหตุใดฟ้าดินจึงไม่ยุติธรรมถึงเพียงนี้! หนานหนานนางยังเด็กนัก…”
ขณะร่ำไห้ไปด้วยตัดพ้อไปด้วยนั้น นางก็แอบชำเลืองสังเกตมองสีหน้าของเมิ่งชินรุ่ย ที่ยามนี้คล้ายจะยิ่งรู้สึกรำคาญและหงุดหงิดโมโหนมากกว่าเดิม
“แม้บุตรีผู้นี้จะเหลวไหลไม่ได้เรื่อง ทั้งยังเอาแต่ใจไม่รู้จักยับยั้งชั่งใจ จนถึงขั้นออกไปก่อเรื่องผิดพลาดอันใดไว้ข้างนอกบ้างก็ยังไม่รู้… แต่ถึงอย่างนั้น นางก็ยังเป็นสายเลือดแท้ๆของท่านพี่ ขอเพียงท่านพี่เมตตาสักครา ไม่ว่าอย่างไร ข้าก็จะต้องหาทางตามนางกลับคืนมาให้จงได้! เป็นตายอย่างไรก็ต้องพาคนกลับมาให้ได้เห็นหน้า แต่หากนางตายขึ้นมาจริงๆ ข้าคง… ฮือออ…”
ถ้อยวาจาของฮูหยินเมิ่งยังไม่ทันสิ้นสุดดีนัก น้ำเสียงกระจ่างใสกังวานชวนระรื่นหู ทั้งยังแฝงแววขบขันสามส่วนก็พลันเปล่งดังขึ้นจากนอกโถงใหญ่ ขัดจังหวะเสียงร่ำไห้ปานโลหิตหลั่งไหลนั้นเสียก่อน
“ท่านแม่ นี่ท่านกำลังเล่นงิ้วฉากใดอยู่รึ? วันนี้ลูกเพียงรู้สึกอารมณ์ดีทั้งยังจิตใจเบิกบานนัก จึงอยากจะทำความรู้จักสนิทสนมกับเหล่าสาวใช้ในจวนสักหน่อยเท่านั้น เหตุไฉนกลายเป็นว่าท่านกลับสาปแช่งบุตรีคนนี้ว่าตายเป็นศพไปแล้วเสียเล่า?”
ขณะเดียวกัน ร่างของเมิ่งซีโจวก็ได้ปรากฏขึ้นด้วยท่วงท่าสงบสำราญแช่มช้อยอยู่ตรงหน้าประตูโถงใหญ่
ครืน—!
ฮูหยินเมิ่งพลันรู้สึกประหนึ่งมีอสนีบาตนับหมื่นสาย ระเบิดกึกก้องขึ้นพร้อมกันภายในห้วงสมองของตน สีหน้าซึ่งเดิมกำลังร่ำไห้เสียใจ ก็พลันแข็งค้างอยู่บนใบหน้าอย่างนั้น!
เมิ่งซีโจว… กลับมาแล้ว ซ้ำยังปลอดภัยไร้แม้แต่รอยขีดข่วน!