พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว - บทที่63 หรือว่า เมิ่งซีโจว...ตายแล้ว? (1)
บทที่63 หรือว่า เมิ่งซีโจว…ตายแล้ว? (1)
ชิงหลีหมุนกายกลับแทบจะในทันที ฝีเท้าไวประหนึ่งมีลมหนุนใต้ฝ่าเท้า
นางต้องแสร้งทำเป็นกลับไปพักผ่อนที่ห้องชั้นล่างก่อน จากนั้นจึงค่อยลอบออกไปนำเรื่องทั้งหมดไปรายงานต่อฮูหยินเมิ่ง!
เทียบกับทรัพย์สินเงินทองที่สูญเสียไปแล้ว ยามนี้ในใจนางกลับมีหินหนักพันชั่งกดทับอยู่ยิ่งกว่า!
คุณหนูอยู่ในห้องแท้ๆ แต่นางกลับไปรายงานท่านโหวว่าอีกฝ่าย ‘หายไปทั้งคืนมิได้กลับจวน’ เกรงว่าป่านนี้ท่านโหวคงส่งจะส่งคนออกไปตามหาอีกฝ่ายแล้วเป็นแน่!
หากอีกประเดี๋ยวคุณหนูรองปรากฏกายขึ้นต่อหน้าผู้คนในจวน เช่นนั้นแล้วจะมิเท่ากับว่านางซึ่งเป็นบ่าวกำลังหลอกท่านโหวเล่นดุจจูงสุนัขเดินหรอกหรือ?
ทั้งข่าวลวงที่นางเอ่ยออกไปนั้น ยังนับเป็นเรื่องใหญ่ที่เกี่ยวพันถึงชื่อเสียงของคุณหนูในจวนอีกด้วย! โทษสถานหนักประเภทนี้ ต่อให้ถูกโบยสักหลายสิบไม้แล้วขายออกไป ก็ยังนับว่าเบาเกินไปด้วยซ้ำ!
เมื่อคิดถึงผลลัพธ์อันน่าสะพรึงที่อาจได้รับ เหงื่อเย็นก็พลันซึมออกจนชุ่มเสื้อชั้นในของนางในบัดดล ทุกย่างก้าวล้วนเหมือนเหยียบลงบนถ่านแดงที่กำลังลุกไหม้!
ทว่านางเพิ่งจะก้าวออกไปได้ไม่กี่ก้าว ก็ได้ยินเสียงคุณหนูเปล่งดังขึ้นจากด้านหลังเสียก่อน
“ช้าก่อน”
ร่างทั้งร่างของชิงหลีสะท้านเฮือก ฝีเท้าพลันตรึงแน่นอยู่กับที่! ไอเย็นเยียบสายหนึ่งพุ่งตรงขึ้นมาจากกระดูกสันหลัง!
นางค่อยๆหมุนร่างที่แข็งทื่อกลับไป “คุณหนูยังมีคำสั่งอันใดอีกรึเจ้าคะ?”
เมิ่งซีโจวเดินมาหยุดข้างกายนาง ใบหน้าล้วนเต็มไปด้วยความละอายใจ “ทั้งที่ตัวข้าไม่มีสิ่งใดติดกาย แต่พวกเจ้ากลับจริงใจต่อข้าถึงเพียงนี้ นั่นทำให้ข้าพลันนึกขึ้นได้ว่า ตนเองยังไม่เคยทำดีต่อพวกเจ้าที่คอยรับใช้ใกล้ชิดข้าเลย”
สายตาของนางพลันกวาดผ่านสาวใช้คนอื่นๆภายในลานเรือน แล้วจึงเอ่ยเรียกขึ้นว่า “มาเร็วเข้า พวกเจ้าทุกคนเข้ามานี่เถิด วันนี้ไม่ต้องทำงานทำการแล้ว ตามข้าไปด้วยกัน… ไปนั่งเล่นที่ห้องชั้นล่างสักครู่เถิด”
ทุกคนต่างมารวมตัวกันด้วยความไม่เข้าใจว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่
เมิ่งซีโจวยื่นมือออกไปโอบแขนคล้องสาวใช้สองคนที่อยู่ใกล้นางที่สุดอย่างสนิทสนม ทำตนประหนึ่งบุรุษเจ้าสำราญที่ทั้งซ้ายขวาล้วนมีหญิงบำเรออยู่เคียงข้าง ท่าทางนั้นบ่งบอกถึงความสนิทชิดเชื้อไร้ช่องว่าง
“ระหว่างนายบ่าวอย่างพวกเรา ย่อมสมควรต้องบ่มเพาะความสัมพันธ์อันดีเสียบ้าง” นางเอ่ยด้วยรอยยิ้มละมุน แต่สายตากลับจับจ้องไปที่ใบหน้าซีดขาวไร้สีเลือดของชิงหลีแน่นิ่ง “วันนี้พวกเจ้าทุกคนกลับไปนอนพักผ่อนชดเชยเรี่ยวแรงให้เต็มที่เสีย ส่วนข้า… ก็คงต้องลำบากสักหน่อย จะเฝ้าดูพวกเจ้านอนหลับด้วยตนเอง รับรองว่า… ข้าจะไม่ห่างไปไหนแม้เพียงก้าวเดียว”
ประโยคสุดท้ายนั้น นางกล่าวเสียงเนิบอย่างชัดถ้อยชัดคำ แม้น้ำเสียงจะแผ่วเบาเสียยิ่งกว่าอะไร หากกลับให้ความรู้สึกเย็นเยียบประหนึ่งหยดน้ำแข็งที่ร่วงหล่นกระทบถาดหยก
สาวใช้ทั้งหลายต่างหันมองหน้ากันไปมา และต่างฝ่ายต่างก็เห็นแววฉงนระคนวิตกกังวลในดวงตาของกันและกัน มิมีผู้ใดล่วงรู้เลยว่าในน้ำเต้าของคุณหนูผู้นี้ แท้จริงแล้วขายยา…ไม่สิ วางยาชนิดอันใดไว้กันแน่!
ทว่าย่อมไม่มีผู้ใดกล้าขัดขืน ได้แต่ถูกเมิ่งซีโจว ‘คุมตัว’ พาเดินไปยังห้องชั้นล่างที่เป็นเรือนนอนรวมแห่งนั้นอย่างพร้อมเพรียงกัน
ชิงหลีปะปนอยู่ในหมู่คน ใบหน้าขาวซีดดุจกระดาษ มือเท้าเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง
จบสิ้นแล้ว!
นางอยากจะหันกายวิ่งหนีจากไปสุดชีวิต แต่กลับเห็นเมิ่งซีโจวขยับตัวไปอยู่ท้ายแถวคอยระแวดระวังอย่างรอบคอบ ไม่เปิดโอกาสให้นางได้ทำอันใดแม้แต่น้อย
ครั้นเข้าห้องไปแล้ว เมิ่งซีโจวก็ทำตามที่พูดจริงๆ นางเชื้อเชิญสาวใช้ให้ขึ้นไปนอนบนเตียงรวมกันทีละคน จากนั้นก็ลงมือห่มผ้าให้พวกนางด้วยตนเอง การเคลื่อนไหวล้วนอ่อนโยนเสียจนสาวใช้ที่ขี้ขลาดต้องรีบเอ่ยขอขมาไม่หยุดปาก
“บ่าวมิกล้าเจ้าค่ะคุณหนู ได้โปรดอย่าทำเช่นนี้เลยเจ้าค่ะ”
จากนั้น นางก็ลากเก้าอี้ที่มีอยู่เพียงตัวเดียวในห้องมาตั้ง แล้วจึงนั่งลงด้วยท่วงท่าองอาจผ่าเผย หันประจันหน้าตรงกับประตูบานเดียวของห้องนั้น
และมิรู้ว่านางไปล้วงเอาม้วนตำราออกมาจากที่ใด จู่ๆก็ยกขึ้นคลี่อ่านอย่างสบายอารมณ์ ท่าทางดูผ่อนคลายราวกับไร้เรื่องใดๆในใจ
เห็นสาวใช้ในห้องทุกคนยังคงลืมตาจ้องมองตนเช่นนั้น นางจึงยิ้มละมุนประหนึ่งสายลมแห่งวสันต์ “ทุกคนรีบนอนเสียสิ โอกาสเช่นนี้หาได้ยากมิใช่รึ?”
น้ำเสียงของนางอ่อนโยนอย่างที่สุด ทว่าเมื่อฟังแล้วกลับชวนให้ขนลุกขนพองอย่างบอกไม่ถูก
บรรดาสาวใช้จึงรีบพากันหลับตาลงอย่างว่าง่ายในทันที
ส่วนชิงหลีก็หดกายซุกอยู่ที่มุมในสุดของเตียงอย่างเลิ่กลั่ก ภายในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกร้อนรุ่ม ใช้ผ้าห่มห่อกายไว้แน่น ยามนี้รู้สึกเพียงว่าเตียงนี้ประหนึ่งลังนึ่งไอน้ำ! เหงื่อผุดซึมออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า และเพียงแค่พริบตาเดียวเหงื่อก็ไหลเปียกชุ่มทั่วทั้งอาภรณ์
นางร้อนอกร้อนใจประหนึ่งมีไฟสุมอยู่ตลอดเวลา หากบอกว่าเปรียบประดุจมดตัวหนึ่งบนกระทะร้อนย่อมจะไม่เกินจริงนัก!
ทุกคราที่แอบเปิดเปลือกตาขึ้นเล็กน้อย ภาพที่พบเห็นล้วนเป็นร่างของเมิ่งซีโจวกำลังนั่งนิ่งไม่ไหวติง เงาร่างนั้นดูราวกับกำลังทอดสายตาจดจ่ออยู่บนม้วนตำรา ทว่าสายตาเยียบเย็นคู่นั้นกลับเสมือนมีอยู่ทุกหนแห่ง คล้ายสามารถมองทะลุผ่านผ้าห่มบางเบา ตรึงร่างชิงหลีให้นอนแน่นิ่งอยู่กับที่!
ชิงหลีรู้สึกว่า กาลเวลา…มิเคยยาวนานและทรมานถึงเพียงนี้มาก่อนเลย
**แอดจะอัพให้ล่วงหน้านะครับ วันเสาร์ จะไม่ได้อัพนิยายครับผม