พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว - บทที่69 นับรวมเขาเข้าบัญชีแค้นในชาติก่อน ก็ยังนับว่ายุติธรรม (1)
- Home
- พลิกชะตาแค้น : คุณหนูผู้ไร้ค่าแห่งจวนโหว
- บทที่69 นับรวมเขาเข้าบัญชีแค้นในชาติก่อน ก็ยังนับว่ายุติธรรม (1)
บทที่69 นับรวมเขาเข้าบัญชีแค้นในชาติก่อน ก็ยังนับว่ายุติธรรม (1)
เมิ่งซีโจวสัมผัสได้ว่า ท่าทีของเมิ่งชินรุ่ยที่มีต่อนางเริ่มเปลี่ยนไปแล้ว
ด้วยเหตุและผล เขาควรจะต้องผ่อนปรนต่อนาง ที่ซึ่งเป็น ‘ผู้มีพระคุณช่วยชีวิตองค์หญิงใหญ่’ อยู่หลายส่วน แม้จะเทียบไม่ได้กับว่าที่พระชายาขององค์รัชทายาทก็ตามที แต่ทว่าฐานะขององค์หญิงใหญ่ในราชสำนักก็หาได้ต่ำไม่ อีกทั้งพระนางยังอยู่ฝ่ายเดียวกับองค์รัชทายาทอีกด้วย…
แล้วเหตุใดจู่ๆเขาจึงดูไม่ใส่ใจเรื่องนี้อีกแล้วเล่า?
แต่แล้วห้วงความคิดของนางก็พลันถูกขัดจังหวะขึ้นโดยบ่าวรับใช้ซึ่งแต่งตัวคล้ายพ่อบ้าน ที่รีบร้อนเข้ามารายงานว่าเมิ่งหนานอี้ได้หายตัวไปแล้ว
ฮูหยินเมิ่งที่ยังฟังรายงานของบ่าวรับใช้ผู้นั้นไม่ทันจบ ก็รีบเอ่ยขึ้นด้วยความร้อนอกร้อนใจว่า
“คุณหนูใหญ่อยู่ที่เรือนแท้ๆ ไฉนจู่ๆจึงได้หายตัวไปอย่างกะทันหันเช่นนี้ได้?! พวกเจ้ายังจะมัวทำอันใดกันอยู่?! ช่างไร้ประโยชน์นัก! ล้วนแต่เป็นบ่าวไร้ประโยชน์ทั้งสิ้น! คอยดูเถิด หากหาคุณหนูใหญ่ไม่พบล่ะก็ ข้าจะถลกหนังพวกเจ้าทิ้งเสีย!”
สายตาของนางกวาดมองผ่านบ่าวรับใช้จากเรือนหลานจื่อ ที่ค่อยๆวิ่งตามมาทีละคน ทุกคำที่เปล่งออกมาล้วนอบอวลด้วยกลิ่นคาวเลือด
“ขอรับ / เจ้าค่ะ!”
แต่แล้วเสียงหนึ่งก็เปล่งดังตามมาติดๆ ทั้งยังแฝงแววล้อเลียนอยู่หลายส่วน
ไม่รู้ว่าเมิ่งซีโจวกลับไปนั่งบนเก้าอี้ตั้งแต่เมื่อใด มือข้างหนึ่งเท้าคางไว้ ส่วนอีกข้างก็ใช้นิ้วเคาะลงบนโต๊ะเบาๆอย่างไม่ใส่ใจ
“ช่างประหลาดนัก ตอนข้าอยู่ในเรือน สาวใช้กลับบอกว่าข้ามิได้อยู่ ส่วนพี่หญิงนั้น ทั้งที่เห็นๆกันอยู่ว่ามิได้อยู่ภายในเรือน แต่สาวใช้ในเรือนทุกนางกลับยืนกรานว่านางอยู่”
นางเว้นจังหวะเล็กน้อย น้ำเสียงอ่อนหวานดังวกวนประหนึ่งกำลังขับงิ้ว
“ยิ่งไปกว่านั้น บรรดายามที่เฝ้าหน้าประตูก็ช่างสายตาดีเลิศนัก ถึงขั้นแยกแยะระหว่างข้ากับพี่หญิงไม่ออกเชียวรึ?”
หากจะกล่าวหาว่าเป็นเพราะเมิ่งซีโจวดูแลคนในเรือนฉงหัวของตนไม่ดี ก็ยังพอจะฟังขึ้น แต่หากคนทั้งจวนล้วนมีปัญหา เช่นนั้นย่อมจะโทษผู้ใดมิได้แล้ว นอกเสียจากต้องโทษฮูหยินเมิ่งผู้นี้!
วาจาเหน็บแนมแผ่วเบานี้ เปรียบดั่งการซัดน้ำโสโครกที่ฮูหยินเมิ่งเพิ่งจะสาดใส่นางเมื่อครู่ ให้ย้อนกลับคืนอีกฝ่ายโดยตรง
ฮูหยินเมิ่งหันขวับไปจ้องเมิ่งซีโจวตาเขม็ง แววตาคู่นั้นเปี่ยมไปด้วยความอาฆาตและกลิ่นอายสังหารรุนแรง ที่ยามนี้แทบจะก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างและพวยพุ่งออกมาเสียให้ได้ นางแทบอยากจะโถมเข้าไปฉีกทึ้งริมฝีปากที่กำลังยิ้มละไมดุจบุปผานั้นให้แหลกเป็นชิ้นๆ!
แต่ก็มิอาจทำเช่นนั้นได้! ยามนี้หาใช่เวลาจะมาถือสาหาความนังหญิงแพศยาผู้นี้ไม่!
หนานหนาน! หนานหนานของนางยามนี้อยู่ที่ใดกันแน่?!
ความหวาดกลัวมหาศาลพลันแล่นขึ้นภายในใจ กลบความโมโหเดือดดาลเมื่อครู่จนสิ้น ฮูหยินเมิ่งโผเข้าไปยืนข้างกายเมิ่งชินรุ่ยแทบจะในทันที ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเจือสะอื้นและร้อนรนลนลานอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“ท่านพี่ ท่านเองก็ได้ยินแล้วมิใช่รึ! ยามนี้ซีโจวหายตัวไปแล้ว! จะต้องเกิดเรื่องอันใดขึ้นกับนางเป็นแน่! ท่านรีบส่งคนออกไปตามหานางเถิด! ส่งไปให้มากหน่อย! อย่างไรก็ต้องพาซีโจวกลับมาให้ได้!” นางบีบกำชายเสื้อของเมิ่งชินรุ่ยไว้แน่น จนปลายนิ้วขาวซีดเพราะออกแรงมากเกินไป
เมิ่งชินรุ่ยขมวดคิ้วถักแน่น สีหน้าบ่งบอกถึงจิตใจที่หนักอึ้ง ขณะเดียวกันก็กำลังจะเอ่ยปากสั่งการ
“ท่านพ่อ” เมิ่งซีโจวกลับเอ่ยแทรกขัดจังหวะขึ้นอีกคราอย่างไม่รีบร้อนนัก ตัดถ้อยวาจาที่กำลังจะหลุดออกจากปากของเขาไว้เสียก่อน นางยกถ้วยชาข้างกายขึ้นด้วยท่วงท่างามสง่า แล้วเป่าลมไล่ความร้อนเบาๆ “ท่านดูสิ ข้ากับพี่หญิงมีรูปโฉมเหมือนกันราวกับแกะ ครั้งนี้นับเป็นความลำบากอย่างแท้จริง แต่ก็ใช่ว่าจะมิอาจพลิกกลับกลายมาเป็นข้อดีได้บ้าง”
นางเบนสายตาจ้องมองไปทางเมิ่งชินรุ่ยเล็กน้อย “วันนี้คนที่ท่านพ่อส่งออกไปค้นหาข้านั้น พวกเขาล้วนเสาะหากันอยู่ทั้งวัน มิใช่ก็ยังไม่พบหรอกรึ? เช่นนั้นก็ย่อมชี้ให้เห็นแล้วว่า ขอบเขตที่พวกเขาออกค้นหาในวันนี้ เท่ากับว่ายังหาพี่หญิงไม่พบเช่นกัน”
ในหัวของฮูหยินเมิ่งพลันดังอื้อขึ้นคราหนึ่ง ยามนี้นางโมโหจนอกแทบระเบิด!
นังสารเลวนั่นพูดจาเหลวไหลอันใดกัน?! คำว่า ‘หาพี่หญิงไม่พบ’ ของนางหมายความเช่นใดกัน? ความปลอดภัยของหนานหนาน ทั้งฐานะว่าที่พระชายาแห่งองค์รัชทายาทของนาง มีหรือจะเอาไปเทียบกับเศษเดนชั้นต่ำเช่นนางได้?!
คนที่ท่านพี่ส่งออกไปตามหานางเมื่อตอนกลางวันนั้น เดิมทีก็เป็นเพียงการค้นหาอย่างขอไปทีเท่านั้นเอง เป็นการทำงานให้พ้นๆไปเท่านั้น! แต่การตามหาหนานหนานนั้น เกี่ยวพันถึงลาภยศมั่งคั่งใหญ่หลวงของจวนโหวในภายภาคหน้า ท่านพี่ย่อมจะต้องทุ่มเทอย่างสุดกำลังเป็นแน่!
ริมฝีปากของนางขยับเคลื่อนไหว ขณะกำลังจะเอ่ยปากโต้กลับด้วยถ้อยวาจาเฉียบขาด ทว่ากลับได้ยินเมิ่งซีโจวกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเนิบนาบมิได้ร้อนอกร้อนใจว่า
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้… ท่านพ่อก็ไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นค้นหาใหม่ให้เอิกเกริกอีกคราแล้วล่ะเจ้าค่ะ”
นางวางถ้วยชาลงอย่างแช่มช้า ก่อนจะเอ่ยเสนออย่างจริงใจว่า
“สู้ให้คนกลุ่มเดิมที่ออกไปตามหาข้าในวันนี้ เปลี่ยนแนวทางมาเป็นตรวจค้นอย่างละเอียดอีกสักรอบจะดีกว่า บางทีอาจมีเรื่องน่ายินดีเกิดขึ้นก็เป็นได้นะเจ้าคะ”
ฮูหยินเมิ่งเพียงสัมผัสได้ถึงรสคาวหวานสายหนึ่งพวยพุ่งขึ้นมาถึงลำคอ! ตรวจค้นรึ?! ฟังวาจาที่นังสารเลวนั่นใช้เข้าสิ! ทำราวกับกำลังไล่ล่าโจรผู้ร้ายมิมีผิด! หนานหนานของนางเป็นถึงกิ่งทองใบหยก เป็นว่าที่พระชายาขององค์รัชทายาทแท้ๆ นางบังอาจใช้ถ้อยวาจาต่ำช้าสามานย์เช่นนี้ได้อย่างไรกัน!