พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 113 โฮจิ๋นเต็มใจรับโทษ
บทที่ 113 โฮจิ๋นเต็มใจรับโทษ
โฮจิ๋นตกใจมากจนคุกเข่าลงร้องขอความเมตตา พลางตะโกนยอมรับผิดไม่หยุด
เตียวเหยียงไม่ยอมปล่อยแม่ทัพใหญ่ไปง่าย ๆ และรีบเอ่ยกับพระเจ้าเลนเต้
“ฝ่าบาท กระหม่อมเห็นว่านับตั้งแต่ท่านแม่ทัพหลังสร้างคุณูปการจนรุ่งโรจน์ มีอำนาจเป็นใหญ่เป็นโต แม่ทัพใหญ่ดูไม่ค่อยจะพอใจพ่ะย่ะค่ะ!”
โฮจิ๋นจ้องเตียวเหยียงด้วยความโกรธ พลันร้อนใจจนเหงื่อกาฬผุดท่วมร่าง
คาดไม่ถึงเลยว่าสุนัขตอนตัวนี้จะเติมเชื้อเพลิงลงในกองไฟ!
“ฝ่าบาท กระหม่อมไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้นเลย! ครั้งนี้กระหม่อมผิดเองที่ฟังคำใส่ร้าย!”
เวลานี้ เว่ยจ้งเต้าตื่นตระหนกไปแล้ว ไม่มีความภูมิใจเหมือนอย่างเข้าตำหนักมาตอนแรกอีกต่อไป
เรื่องไม่ควรเป็นไปเช่นนี้สิ! เล่าเจี้ยงควรถูกถอดตำแหน่งและสอบสวนไม่ใช่หรือ?
ไฉนตอนนี้ข้ากลายเป็นคนใส่ร้ายไปได้!
“ฝ่าบาท เล่าเจี้ยงผู้นี้แย่งเจ้าสาวข้าไป และยังฆ่า…”
“หุบปาก!”
เตียวเหยียงตวาดเว่ยจ้งเต้าเสียงดัง
“ข้า… ข้า… ข้า…”
เว่ยจ้งเต้ารู้สึกผิดหวังยิ่งนัก เขาร้อนใจจนนั่งร่ำไห้อยู่บนพื้น
เขาไม่คิดเลยสักนิดว่านี่มันคือที่ไหน?
ในท้องพระโรงโอ่อ่า ใครจะมาโอ๋เขา?
“เจ้าโง่เง่านี่ บังอาจมาเอะอะโวยวายที่นี่!”
เตียวเหยียงมีเหตุผลไม่ยอมใคร ครั้นเห็นกริยาของเว่ยจ้งเต้า ก็ชี้หน้าด่ายกใหญ่
พระเจ้าเลนเต้เองก็รำคาญเว่ยจ้งเต้าผู้นี้ ทั้งป่วยขี้โรค จากนั้นก็พูดเรื่องไร้สาระ ใส่ร้ายขุนนางใกล้ชิดเขา
ที่น่าสังเวชที่สุดคือ หลังจากถูกเปิดเผยก็นั่งร้องไห้ฟูมฟาย ช่างน่าละอายจริง ๆ!
“ตัดหัวมันซะ…”
พระเจ้าเลนเต้ตรัสเบา ๆ มาสี่คำ เขาไม่อยากตรัสมากไปกว่านี้อีก ด้วยรู้สึกว่าคนเช่นนี้ไม่คู่ควรให้ตัวเองเสียเวลา
เมื่อเว่ยจ้งเต้าได้ยินประโยคนี้น้ำตาก็หยุดไหลทันที ก่อนพลิกตัวคลานไปอยู่ข้าง ๆ โฮจิ๋น
“แม่ทัพใหญ่ช่วยข้าด้วย! แม่ทัพใหญ่ช่วยข้าด้วย! พ่อข้ายอมจ่ายทุกกอย่าง!”
“แม่ทัพใหญ่ ขอเพียงท่านช่วยข้า! พ่อข้าจะให้ทองคำท่านเพิ่มอีกพันตำลึงทอง!”
โฮจิ๋นได้ยินก็ตกตะลึง ไยคนผู้นี้ช่างโง่เขลาปานนี้! ก่อนรีบใช้เท้าถีบอีกฝ่ายออกไป
ขณะถีบยังก่นด่าไปด้วย
“ข้าให้เจ้าพูดเรื่องไร้สาระ เรื่องเหลวไหลหรือ!”
เว่ยจ้งเต้าถูกแม่ทัพใหญ่ถีบจนวิ่งหนีไปรอบ ๆ และเพื่อหลบเลี่ยงเว่ยจ้งเต้า พวกขุนนางก็วิ่งไปทั่วเช่นกัน
ในท้องพระโรงสำคัญแห่งนี้เหมือนจะกลายเป็นสถานที่เริงรมณ์บนท้องถนน
พระเจ้าเลนเต้ปวดหัวมาก นี่คือท้องพระโรงรึ… มันกลายเป็นอะไรไปแล้ว!
“เร็วเข้า! ลากมันออกไป”
“ตัดหัวเสีย!”
ราชองครักษ์กดเว่ยจ้งเต้าลงกับพื้น แล้วเริ่มลากเขาออกไป
“ฝ่าบาทโปรดไว้ชีวิตข้าด้วย! ข้าถูกใส่ร้าย! ฝ่าบาท!”
“แม่ทัพใหญ่ ตระกูลเว่ยเรายินดีจ่ายทองสองพันตำลึงทอง! ช่วยข้าด้วย!”
ก่อนที่เว่ยจ้งเต้าจะเห็นสถานการณ์ชัดเจน ก็ตะโกนเรียกโฮจิ๋นให้ช่วยตัวเองอย่างสุดชีวิต
ผ่านไปไม่นาน… หัวของเว่ยจ้งเต้าก็ถูกนำเข้ามา
“โฮจิ๋น เจ้าไม่มีอะไรจะพูดแล้วหรือ?”
พระเจ้าเลนเต้มองไปที่โฮจิ๋นอย่างไม่แสดงสีหน้าใด น้ำเสียงเย็นชาอย่างมาก
“ฝ่าบาทโปรดไว้ชีวิตกระหม่อมด้วย!”
“กระหม่อมสับสนไปชั่วขณะจนเชื่อคำใส่ร้าย! ฝ่าบาทโปรดไว้ชีวิตกระหม่อมด้วย!”
โฮจิ๋นรู้ดีว่าอยากจะได้คุณงามความดีของเรื่องในวันนี้คงเป็นเรื่องยากแล้ว!
“โฮจิ๋น การหลอกลวงเบื้องสูง ใส่ร้ายขุนนางมีโทษตาย ยังสมควรจะมีชีวิตรอดอยู่อีกหรือ!”
เห็นได้ชัดว่าพระเจ้าเลนเต้ไม่อยากปล่อยเขาไปง่าย ๆ จึงตวาดอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมและเฉียบขาด
โฮจิ๋นไม่คิดเลยว่าฮ่องเต้จะพิโรธขึ้นมา จึงโขกหัวรับผิดไม่หยุด
“ฝ่าบาทไว้ชีวิตกระหม่อมด้วยเถิด ฝ่าบาทไว้ชีวิตกระหม่อมด้วยเถิด!”
ขุนนางบางคนที่เป็นเพื่อนสนิทกับโฮจิ๋นก็ออกมาช่วยอ้อนวอนขอพระราชทานอภัยโทษให้เขา
“ฝ่าบาทใจเย็น ๆ ก่อนพ่ะย่ะค่ะ แม่ทัพใหญ่ไม่ได้ตรวจสอบให้หนักแน่น จึงได้เชื่อคำใส่ร้าย!”
“ใช่พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท แม่ทัพใหญ่ทำงานหนัก ประสบความสำเร็จอย่างมาก โปรดยกโทษให้เขาด้วยเถิด!”
“…”
ยิ่งคนที่ขอร้องให้โฮจิ๋นมีหลายคนมากเท่าไร พระเจ้าเลนเต้ก็ยิ่งพิโรธอยู่ในใจมากขึ้นเท่านั้น
เช่นนี้แหละ แม้จะอยากลงโทษโฮจิ๋นแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะทุกที่ล้วนมีคนของมันมาขัดขวางไปหมด
“แม่ทัพหลัง เจ้าว่าควรทำอย่างไร?”
พลันพระเจ้าเลนเต้ได้โอกาสขึ้นมา จึงโยนคำถามไปให้เล่าเจี้ยงโดยตรง
เช่นนี้ก็จะลงโทษโฮจิ๋นได้แล้ว ทั้งยังผลักไสความแค้นเคืองทั้งหมดไปให้เล่าเจี้ยงด้วย
เล่าเจี้ยงจะมองอุบายของพระเจ้าเลนเต้ไม่ออกได้อย่างไร เขาจึงแสร้งทำเป็นอ่อนน้อมถ่อมตน
“ฝ่าบาท เมื่อครู่เว่ยจ้งเต้าบอกว่าแม่ทัพใหญ่รับเงินจากตระกูลเว่ยมาแล้ว มิสู้ให้แม่ทัพใหญ่มอบเงินให้กับฝ่าบาทเพื่อเป็นการลงโทษล่ะพ่ะย่ะค่ะ?”
โฮจิ๋นไม่คิดเลยว่าเล่าเจี้ยงจะ ‘ใจดี’ ขนาดนี้ ไปก่อเรื่องจนร้อนมาถึงเขาต้องอับอายในท้องพระโรง และยังจะริบเงินเขาอีก! แต่ก็พยักหน้ารัว ๆ ให้ทันที
“ฝ่าบาท กระหม่อมยินดีรับโทษพ่ะย่ะค่ะ!”
พระเจ้าเลนเต้ก็เป็นเช่นนี้ ทันทีที่ได้ยินว่ามีทรัพย์สินเงินทอง ความโกรธพลันหายไปทันที
“เอาล่ะ ข้าจะลงโทษเจ้าด้วยการให้มอบทองสองพันตำลึงทองเข้าท้องพระคลัง!”
“ฝ่าบาท กระหม่อมรับมาเพียง…”
ขณะที่โฮจิ๋นกำลังจะพูด ขุนนางที่อยู่ด้านข้างก็ขยิบตาให้เขาหยิก ๆ เป็นนัยว่า
รีบตกลงเร็วเข้า!
“กระหม่อมขอบพระทัยฝ่าบาทที่ไว้ชีวิต!”
โฮจิ๋นเสียใจอย่างหาที่เปรียบมิได้! เงินพันตำลึงทองของตระกูลเว่ยยังไม่ถึงมือ ตัวเองต้องควักเงินสองพันตำลึงทองมอบให้พระเจ้าเลนเต้
ไม่ได้! สองพันตำลึงทองนี้จะออกเองไม่ได้ ต้องให้ตระกูลเว่ยเป็นคนออก!
โฮจิ๋นได้วางแผนไว้แล้ว เขาถึงขนาดคิดจะให้ตระกูลเว่ยจ่ายเพิ่มอีกพันตำลึงทอง เพื่อชดเชยให้ตัวเอง!
“ฝ่าบาท กระหม่อมมีอีกเรื่องหนึ่งที่ต้องรายงานต่อฝ่าบาท”
“หืม?”
พระเจ้าเลนเต้ได้รับเงินสองพันตำลึงทอง ก็ไม่ถือสาที่จะอยู่ต่ออีกสักหน่อย
“แม่ทัพเล่าเชิญว่ามา”
ตระกูลเว่ยลอบกัดเขาเช่นนี้ เล่าเจี้ยงจะเลิกราไปง่าย ๆ ได้อย่างไร?
“ฝ่าบาท เรื่องที่แม่ทัพใหญ่กล่าวเมื่อครู่ แม้จะไม่เป็นความจริง แต่ก็ยังเกิดเรื่องพวกนี้ขึ้น”
ทันทีที่คำพูดเหล่านี้หลุดออกมา ก็เกิดความฮือฮาขึ้นอีกครั้ง
เล่าเจี้ยงผู้นี้เป็นอะไร? เรื่องนี้จบไปแล้วไม่ใช่หรอกรึ หรือยังจะขอขมาและยอมรับความผิด?
“ฝ่าบาท ตระกูลเว่ยนั้นรู้ว่าเวลาตายของเว่ยจ้งเต้านั้นอยู่ไม่ไกลแล้ว จึงได้วางอุบายหลอกลวงปราญช์ซัวหยงให้ยกลูกสาวของเขาอย่างซัวเอี๋ยม ให้แต่งงานกับเว่ยจงเต้า แต่ถูกกระหม่อมเปิดโปง!”
“เว่ยจี้ ทายาทของตระกูลมีความละอายใจ จึงเป็นคนยกเลิกการหมั้นหมายก่อนจึงไม่มีการแย่งชิงเจ้าสาวคนอื่นเหมือนดั่งที่กล่าว”
พระเจ้าเลนเต้พยักหน้า “เราไม่เคยแคลงใจในคุณธรรมของแม่ทัพหลัง การแย่งชิงเจ้าสาวคนอื่น เป็นเรื่องไร้สาระไม่มีมูลความ”
“ขอบพระทัยฝ่าบาท ส่วนเรื่องที่สังหารหมู่องครักษ์ของตระกูลเว่ย กระหม่อมทำจริง”
“หือ?”
เล่าเจี้ยงมองพระเจ้าเลนเต้เปลี่ยนเป็นท่าทางจริงจังแทนสงสัย
“ฝ่าบาท องครักษ์ของตระกูลเว่ยพวกนั้นต่างก็เป็นทหารที่มาจากกลุ่มโจรโพกผ้าเหลือง!”
“อะไรนะ”
ฝ่าบาทตื่นตระหนก ทหารโพกผ้าเหลืองก็คือกำลังหลักของกองทัพโพกผ้าเหลืองไม่ใช่หรอกหรือ?
“กระหม่อมมีข้อสงสัยมาโดยตลอด แต่เห็นแก่ตระกูลเว่ยแห่งเหอตงที่เป็นลูกหลานของเว่ยชิง อดีตผู้บัญชาการทหารสูงสุด จึงแอบตรวจสอบอย่างลับ ๆ และไม่ได้รายงาน”
พระเจ้าเลนเต้สามารถเพิกเฉยต่อเรื่องทุกอย่างได้ ทว่าเมื่อเป็นเรื่องของกลุ่มโพกผ้าเหลือง เขาต้องให้ความสนใจ
นี่เป็นเรื่องใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับบัลลังก์ของเขา! เหอตงอยู่ติดกับลกเอี๋ยง เมื่อเกิดเรื่องขึ้น ผลที่ตามมาอาจเลวร้ายจนไม่อาจคิดได้!
“แม่ทัพเล่า เจ้าไม่ต้องพะวงกับความรู้สึกใด ๆ จงตรวจสอบเรื่องนี้อย่างรวดเร็ว และห้ามผิดพลาดเป็นอันขาด!”
เล่าเจี้ยงคุกเข่าลงบนพื้นทันที ก่อนโค้งตัวรับพระบัญชา
“กระหม่อมรับพระบัญชา! และจะตรวจสอบเรื่องนี้อย่างละเอียด จะไม่ทำให้ฝ่าบาทผิดหวัง”
เล่าเจี้ยงหรี่ตา และแอบเยาะเย้ยในใจไม่หยุด
ตระกูลเว่ย พวกเจ้าล่อลวงพ่อตาข้าจนข้าเกือบเสียซัวเอี๋ยมไป เพราะเห็นแก่เว่ยจี้สนิทสนมกับกงต๋า ข้าจึงไม่ได้ชำระความถึงตระกูล แต่พวกเจ้ายังกล้ามายั่วยุข้า!
คอยก่อนเถิด! คอยดูว่าข้าจะทำลายตระกูลเว่ยของเจ้าอย่างไร!
เมื่อเห็นพวกขุนนางไม่มีใครพูดต่อแล้ว พระเจ้าเลนเต้ก็เผยรอยยิ้มพึงพอใจออกมาได้ในที่สุด
“ในเมื่อทุกท่านไม่มีอะไรจะรายงานแล้ว เช่นนั้นเลิกประชุมเถิด!”
พระเจ้าเลนเต้ถึงขนาดตรงจากไปทันที ไม่แม้แต่รอให้พวกขุนนางได้ตอบสนองกลับ
ฮ่องเต้จากไปแล้ว ขุนนางก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่อีก จึงเริ่มทยอยกันเดินออกไปเป็นข้างนอก
“แม่ทัพใหญ่ช้าก่อน!”
โฮจิ๋นชะงักฝีเท้า มองไปทางคนที่เรียกตัวเองไว้ แต่ไม่คิดว่าจะเป็นเล่าเจี้ยง
แม่ทัพใหญ่มองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าไม่ดี เขาไม่รู้สึกขอบคุณที่แม่ทัพหนุ่มที่เปิดโอกาสรอดให้ตัวเอง ตรงข้ามในใจชิงชังยิ่งนัก
นับตั้งแต่เล่าเจี้ยงปรากฏตัว โฮจิ๋นทำอะไรก็ไม่ราบรื่นไปเสียหมด!
“ข้าขอคุยกับท่านแม่ทัพใหญ่หน่อยได้หรือไม่?”
เล่าเจี้ยงไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะมีปฏิกิริยาเช่นไร ใช้โอกาสนี้ชี้แจงกับให้ชัดเจน
แม้โฮจิ๋นจะเกลียดแม่ทัพเล่า แต่ก็ไม่ควรแตกคอกับอีกฝ่ายซึ่งหน้า จึงเดินตรงไปเข้าหาเล่าเจี้ยง
“แม่ทัพหลังมีอะไรจะชี้แนะหรือ?”
เล่าเจี้ยงหัวเราะเบา ๆ เขาไม่สนใจการประชดประชันของโฮจิ๋นเลยแม้แต่น้อย
“เหตุใดแม่ทัพใหญ่ต้องมีเจตนาร้ายกับข้าเช่นนี้? ทั้งที่ท่านกับข้าไม่มีความแค้นอะไรต่อกันเลย”
“แม่ทัพเล่ามีอะไรก็พูดมาตรง ๆ เถิด ไม่จำเป็นต้องอ้อมค้อมกับข้าหรอก”