พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 118 ที่มาของความมั่นใจในตนเองของเว่ยปั๋วอวี๋
บทที่ 118 ที่มาของความมั่นใจในตนเองของเว่ยปั๋วอวี๋
เล่าเจี้ยงมองไปที่เว่ยจี้ด้วยรอยยิ้มมีเลศนัย และชื่นชมทายาทตระกูลเว่ยมากยิ่งขึ้น
อีกฝ่ายคว้าสิ่งที่เขากังวลมากที่สุดเอาไว้ได้!
ไม่นานเล่าเจี้ยงต้องถูกส่งไปที่สงครามดินแดนซานฟู่แน่นอน ด้วยกองกำลังที่เขามีในตอนนี้ต่อสู้กับกลุ่มกบฏเลียงจิ๋ว แทบไม่มีโอกาสชนะเลย
ผู้คนที่เป่ยกงปั่วอวี้บัญชาการล้วนเป็นกองกำลังชนกลุ่มน้อยแห่งแม่น้ำหวงสุ่ย เป็นทหารกล้าของชนเผ่าหูเชียง ซึ่งแตกต่างจากกลุ่มโพกผ้าเหลืองอย่างสิ้นเชิง
และกองกำลังชนกลุ่มน้อยแห่งแม่น้ำหวงสุ่ยส่วนใหญ่เป็นทหารม้า และมีจำนวนหลายหมื่น!
ในประวัติศาสตร์แม่ทัพฮองฮูสง ขุนพลเตียวอุ๋น*[1] แม่ทัพจากบูรพาตั๋งโต๊ะ และพยัคฆ์แห่งกังตั๋งซุนเกี๋ยนต่างก็พากันพ่ายแพ้ หากไม่ใช่เพราะดาวตกลงมาจากท้องฟ้าให้เปียนจางกับหันซุยหวาดกลัว กองทัพฮั่นก็ยังคงพ่ายแพ้อยู่
เว่ยจี้ไม่รู้การกบฏเลียงจิ๋ว ทว่าเก่งในการใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ เขารู้สิ่งที่คู่สนทนาต้องการมากที่สุด
เล่าเจี้ยงดูเหมือนสงบ แต่ความร้อนใจถูกเขียนไว้บนใบหน้าแล้ว
แม่ทัพหลังอยากซ่อนอารมณ์ตัวเองมาโดยตลอด แต่ก็ทำไม่ได้เสียที และทั้งหมดนี้คุณชายใหญ่เว่ยมองเห็นอย่างทะลุปรุโปร่ง
“แม่ทัพหลัง ท่านลืมชาติกำเนิดของตระกูลเว่ยเราไปแล้วหรือ?”
เว่ยจี้มองอีกฝ่ายด้วยรอยโค้งจางบนมุมปาก เหมือนยิ้มแต่ก็ไม่ได้ยิ้ม เขาคิดว่าควบคุมเล่าเจี้ยงไว้ได้แล้ว
ในฐานะนักท่องเวลา เล่าเจี้ยงตระหนักดีถึงกำไรและขาดทุน ขอเพียงเว่ยจี้ให้ในสิ่งที่เขาต้องการได้ เขาไม่สนใจท่าทางของอีกฝ่ายหรอก
“เจ้าหมายถึงเว่ยชิง อดีตผู้บังคับบัญชาการทหารสูงสุดหรือ!”
“ไม่เพียงเท่านั้น!”
เว่ยจี้พยักหน้า แล้วก็ส่ายหัวเบา ๆ
เล่าเจี้ยงขมวดคิ้ว และกระตุ้นสมองคิดอย่างรวดเร็ว
นอกจากเว่ยชิงแล้ว ตระกูลเว่ยน่าจะมีขุนพลอะไรอีกนะ?
หรือว่าจะเป็น…
ดวงตาของเล่าเจี้ยงเป็นประกาย เขานึกถึงคนคนหนึ่ง คนที่ทำให้พวกชนเผ่าต่างตัวสั่น
“ขุนพลอาชาฮั่ว?”
เว่ยจี้เผยท่าทางภาคภูมิใจออกมา และพยักหน้าเบา ๆ
“ถูกต้อง ขุนพลอาชาฮั่วคือหลานชายของผู้บัญชาการเว่ยชิง!”
ในที่สุดเล่าเจี้ยงก็รู้แล้วว่าเว่ยจี้ไปเอาความมั่นใจมาจากไหน หากบอกว่าทหารม้าสองคนที่โดดเด่นที่สุดในราชวงศ์ฮั่นคือใคร คงไม่พ้นฮั่วชวี่ปิ้งกับเว่ยชิงอย่างไม่ต้องสงสัย
เว่ยชิงโจมตีชนะชนเผ่าซยงหนูหลายครั้ง ได้รับชัยชนะที่เมืองหลงเฉิง และพิชิตพื้นที่แถบเหอเท่า
ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงฮั่วชวี่ปิ้ง ทหารม้าแปดร้อยนายเดินลึกเข้าไปในทะเลทราย ทั้งยังนำทางด้วยตัวเอง เลื่องชื่อในนามไม่เคยหลงทาง! โจมตีซยงหนูหาใช่แค่แสนคน!
ในยุทธการแห่งโม่เป่ย ฮั่วชวี่ปิ้งกวาดล้างกองกำลังหลักกว่าเจ็ดหมื่นคนของโจเอียนอ๋อง ประมุขแห่งซยงหนู และไล่ตามสังหารกองทัพซยงหนูไปยังภูเขาหลางจวีซี กับภูเขากูเหยียนเพื่อสังเวยให้แก่ฟ้าดิน จนหวนคืนสู่ทะเลหาน ศึกหนนี้ทำให้ชนเผ่าซยงหนูหนีไปไกล และไม่มีราชวงศ์ของชนเผ่าซยงหนูทางใต้แห่งทะเลทรายอีก
ตั้งแต่นั้นมา เขาหลางจวีซีได้กลายเป็นเกียรติอันสูงสุดของขุนพล!
“เจ้ามียุทธวิธีทางทหารม้าของผู้บัญชาการเว่ยชิงกับฮั่วชวี่ปิ้งหรือ?”
เสียงของเล่าเจี้ยงสั่นเครือเล็กน้อย นี่คือสิ่งที่เขาต้องการมากที่สุดจริง ๆ!
“ใช่ขอรับ…”
หลังจากได้รับการยืนยันจากเว่ยจี้ ในหัวของเล่าเจี้ยงพลันนึกถึงเรื่องราวหนึ่งขึ้นมาได้
อัศวินพยัคฆ์เสือดาว!
กองทัพอัศวินพยัคฆ์เสือดาวคือกองกำลังหนึ่งของโจโฉที่ลงมือสังหารอ้วนถำ บุตรคนโตของอ้วนเสี้ยวในยุทธการเมืองลำพี้ ตัดหัวเม่าตุ้นฉานอวี๋ในสงครามชนเผ่าออหวนเหนือ และทำให้เล่าปี่ทอดทิ้งภรรยากับลูกชายในสมรภูมิเตียงปัน!
แม้กระทั่งกองอัศวินเหล็กเสเหลียงที่มีชื่อเสียงมากอยู่แล้ว ยิ่งทรงเกรียงไกรมากขึ้นไปอีกภายใต้การนำของม้าเฉียว*[2]
แต่ในปี 221 ประวัติศาสตร์บันทึกไว้ว่ากองอัศวินเหล็กเสเหลียงของม้าเฉียวพ่ายแพ้ต่อกองทัพอัศวินพยัคฆ์เสือดาว!
หากไม่มั่นใจในกองทัพอัศวินพยัคฆ์เสือดาวมาก โจโฉคงไม่กล้าปล่อยให้เข้าปะทะกองอัศวินเหล็กเสเหลียงแน่นอน
นับตั้งแต่สังหารอ้วนถำในยุทธการเมืองลำพี้ปี 204 ซึ่งห่างจากเหตุการณ์นั้นมาสิบสี่ปี ก็เอาชนะเตียวหุยกับง่อหลันในปี 218 อีกครั้ง!
โจโฉมักจะใช้กองทัพอัศวินพยัคฆ์เสือดาวในจุดสำคัญและจำเป็นที่สุดเสมอ!
เป็นกองทัพอันเกรียงไกรมาก ซึ่งใช้นายร้อยมาเป็นสมาชิกทหารทั้งหมด
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือผู้บัญชาการกองทัพอัศวินพยัคฆ์เสือดาวทุกนาย ล้วนเป็นญาติสนิทของตระกูลโจโฉทุกคน
ไม่เคยมีคนนอกคนใดได้ตำแหน่งนี้มาก่อน…
แม้โจซุนผู้บัญชาการคนสุดท้ายเสียชีวิต โจโฉก็หาคนที่เหมาะสมไม่ได้ จึงรับกองทัพอัศวินพยัคฆ์เสือดาวไว้เอง
ทั้งที่โจโฉมีขุนพลใต้บัญชาการอยู่นับไม่ถ้วน เหตุใดเขาถึงทำเช่นนี้?
บางทีเว่ยจี้อาจนำคำตอบมาให้เล่าเจี้ยงวันนี้…
เหตุมาจากยุทธวิธีรบบนหลังม้านั้น คือกุญแจสู่ความแข็งแกร่งทั้งปวง!
โจโฉไม่ต้องการให้ยุทธวิธีรบบนหลังม้าของกองทัพอัศวินพยัคฆ์เสือดาวแพร่ขจายออกไป
หากตระกูลเว่ยรู้ยุทธวิธีรบบนหลังม้าเก่าแก่แห่งแดนวุยก๊กแล้วละก็… มันจะเสริมแกร่งให้กองทัพเขาได้แค่ไหน?
อาจเป็นเบาะแสความแข็งแกร่งของกองทัพอัศวินพยัคฆ์เสือดาวเสียด้วยซ้ำ!
เล่าเจี้ยงหายใจถี่ขึ้น เขาเองก็ต้องการสิ่งนี้อย่างมาก!
เว่ยจี้นำสิ่งล่อใจที่เขาปฏิเสธไม่ได้มาให้จริง ๆ
“ปั๋วอวี๋ ข้าไม่อยากอ้อมค้อมกับเจ้าอีกแล้ว ของสิ่งนี้ เพียงพอที่จะแลกกับชีวิตคนทั้งตระกูลเจ้าได้แล้ว!”
เล่าเจี้ยงมีความสุขมาก ไม่มีกล่าวเงื่อนไขอ้อมค้อม และตกปากรับคำทันที
เว่ยจี้เป็นผู้มีสติปัญญา เล่าเจี้ยงรู้สึกว่าคุยกับคนฉลาดต้องทำในสิ่งที่ฉลาด
“แม่ทัพหลังตรงไปตรงมาจริง ๆ”
“เจ้านำยุทธวิธีของฮั่วชวี่ปิ้งกับเว่ยชิงมาหรือไม่?”
น้ำเสียงของเล่าเจี้ยงร้อนรนมาก เห็นได้ชัดว่าเขารอไม่ไหวแล้ว
เว่ยจี้ค่อย ๆ ล้วงมือเข้าไปในอก หยิบของสองชิ้นที่ดูเหมือนหนังสัตว์ออกมา
“แม่ทัพหลัง ตอนนี้ข้ามีอยู่สองชุด”
“ชุดหนึ่งคือค่ายกลทหารม้าที่เว่ยชิง บรรพบุรุษตระกูลเว่ยทิ้งไว้ให้เรา! อีกชุดคือค่ายกลกงล้อที่ฮั่วชวี่ปิ้งใช้เอาชนะชนเผ่าซยงหนู!”
ทุกอณูในร่างกายของเล่าเจี้ยงสั่นไหว เขามองสมบัติล้ำค่าในมือเว่ยจี้ด้วยดวงตาลุกโชน!
เมื่อได้ทั้งสองสิ่งตรงหน้ามา ก็เท่ากับว่าได้กองทัพอัศวินพยัคฆ์เสือดาวมามิใช่หรอกหรือ!
เมื่อเผชิญหน้ากับแขนที่เหยียดออกมาของเล่าเจี้ยง เว่ยจี้ถอยหลังไปเล็กน้อย เขายังคงมองเข้าไปในดวงตาของแม่ทัพหลังตลอด
เล่าเจี้ยงเองก็ไม่ได้รีบร้อนอะไร มือก็ชูไว้กลางอากาศทั้งอย่างนั้น เขาอยู่ห่างจากสมบัติที่ปรารถนาเพียงไม่ไกลแล้ว ทว่าไม่ได้เข้าไปแย่งมันมา
เว่ยจี้หายใจเข้าลึกอยู่หลายครั้ง ในที่สุดก็ตัดสินใจ มอบม้วนหนังสัตว์ให้แก่เล่าเจี้ยง
ราวกับขั้นตอนนี้ดำเนินไปอย่างเนิ่นนาน และเหมือนกับเพิ่งเกิดขึ้นไปเพียงไม่กี่อึดใจ
เล่าเจี้ยงเปิดม้วนหนังสัตว์อย่างรั้งรอไม่ไหว สิ่งที่สะท้อนเข้าสู่สายตาคือตัวอักษรอันละลานตา และรูปภาพง่าย ๆ บางส่วน
ถูกต้อง! มันคือค่ายกลทหารม้าจริง ๆ!
เล่าเจี้ยงดีใจมาก เขาไม่คิดเลยว่าการรับซัวเอี๋ยมมาเมื่อสิบห้าปีก่อน จะทำให้ตัวเองมีโอกาสเช่นนี้!
มิน่าเล่า ตระกูลเว่ยถึงสามารถหยั่งรากในกองกำลังของโจโฉได้อย่างรวดเร็ว ที่แท้ก็อาศัยสิ่งนี้นี่เอง!
เล่าเจี้ยงเก็บม้วนหนังสัตว์ทั้งสองอย่างระมัดระวัง ก่อนมองเว่ยจี้ด้วยความดูถูกเล็กน้อย
“ปั๋วอวี๋ เจ้าไม่กลัวว่าข้าจะกลับคำหลังจากได้ของหรือ?”
“หากฆ่าปิดปากเจ้าตอนนี้ เจ้าจะไม่สูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินหรอกหรือ! ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า!”
เมื่อเผชิญหน้ากับการข่มขู่ของเล่าเจี้ยง เว่ยจี้ไม่ตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย กลับกันหัวเราะลั่นออกมา
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า! ไม่คิดเลยว่าแม่ทัพหลังจะตลกเช่นนี้ แถมยังล้อเล่นกับข้าน้อยด้วย”
“ข้าไม่ได้ล้อเจ้าเล่น”
ใบหน้าของเล่าเจี้ยงค่อย ๆ มืดมนลง แม้แต่น้ำเสียงยังเย็นชามาก
เขามีความคิดนี้จริง ๆ ว่าม้วนหนังสัตว์สองม้วนนี้ เว่ยจี้คงมีสำเนาไว้แน่นอน!
ถึงเวลา เมื่อเว่ยจี้ศิโรราบต่อโจโฉ ก็ยังมอบให้นายท่านของตนอยู่ดี เพื่อผลประโยชน์ของตระกูลเว่ย
เช่นนี้โจโฉก็ยังจะมีกองทัพอัศวินพยัคฆ์เสือดาว เล่าเจี้ยงก็จะสร้างศัตรูที่น่าเกรงขามให้กับตัวเองโดยปริยาย!
เว่ยจี้ยังคงดูสงบนิ่ง ซึ่งทำให้เล่าเจี้ยงรู้สึกไม่มั่นใจเล็กน้อย และมักจะรู้สึกว่าอีกฝ่ายยังมีแผนสำรองอยู่เสมอ
“แม่ทัพหลัง กลยุทธ์ฉบับนี้ ตระกูลเว่ยเรามีเพียงฉบับเดียว ข้าขอสาบานด้วยชีวิต!”
“ปั๋วอวี๋ เจ้ารู้ไหมว่าทำอย่างไรถึงเก็บความลับได้ดีที่สุด?”
เว่ยจี้ไม่ตอบ ทว่าสีหน้าค่อย ๆ เคร่งขรึมขึ้น
ปฏิกิริยานี้แหละถูกแล้ว! เล่าเจี้ยงโล่งอก ในใจไม่รู้สึกกังวลอีก
หากเจ้าเอาแต่ว่าแผนการด้วยท่าทางมั่นใจไม่ยี่หระ ข้าก็คงรู้สึกกังวลขึ้นมา
เล่าเจี้ยงหัวเราะเบา ๆ เพียงแต่รอยยิ้มดูเย็นชาอย่างยิ่ง พร้อมจิตสังหารเขียนไว้เต็มใบหน้าแล้ว
“ข้าเพียงแค่ต้องฆ่าตระกูลเว่ยทั้งหมด ความลับนี้ย่อมไม่มีวันแพร่งพรายออกไปตลอดกาล!”
“มีเพียงคนตายเท่านั้นที่พูดไม่ได้!”
[1] เตียวอุ๋น ขุนนางและขุนพลมาจากตระกูลเตียว หนึ่งในสี่ตระกูลทรงอิทธิพลในเมื่องง่อกุ๋น ในอนาคตจะกลายเป็นคนของง่อก๊ก
[2] ม้าเฉียว นายทหารและขุนศึกที่มีชีวิตอยู่ในช่วงปลายราชวงศ์ฮั่นตะวันออกและช่วงต้นยุคสามก๊กเป็นลูกชายคนโตของม้าเท้ง ขุนศึกผู้มีชื่อเสียงในมณฑลเหลียง ต่อมากลายเป็นหนึ่งในห้าทหารเสือของเล่าปี่ เจ้าจ๊กก๊ก