พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 130 ราคาที่ต้องจ่ายเพราะคำพูด
บทที่ 130 ราคาที่ต้องจ่ายเพราะคำพูด
“เหตุใดเจ้าขี้เหร่ปานนี้!”
ในระหว่างที่เล่าเจี้ยงลอบขบขันโจโฉในใจ เตียนอุยก็พูดความคิดออกมาแทนเขา
เพียงแต่… เมื่อคำพูดเหล่านี้ออกมาจากปากของเตียนอุย มันดูแปลก ๆ เล็กน้อย
เจ้าเองหน้าตาดีมากนักรึ?
โจโฉมองไปที่เตียนอุยด้วยความโกรธเล็กน้อย แต่เขาพบว่าตัวเองจำเป็นต้องเชิดหน้าขึ้น และทำได้เพียงมองไปทางเล่าเจี้ยงด้วยสีหน้าสงสัยเท่านั้น
การแสดงออกนั้นกำลังถามแม่ทัพหลังว่า เหตุใดคนน่าเกลียดอย่างเตียนอุยจึงกล้าหน้าด้านวิจารณ์ผู้อื่นได้!
“อะแฮ่ม! เอ้อร์ไหล เจ้าอย่าพูดจาส่งเดช!”
เล่าเจี้ยงถลึงตาใส่เตียนอุยก่อน จากนั้นจึงมองโจโฉอย่างสำนึกผิด
“พี่เมิ่งเต๋อ ข้าขอโทษจริง ๆ!”
คนอย่างโจโฉ ไม่โกรธเพียงเพราะคำพูดไม่กี่คำแน่นอน อีกฝ่ายเปลี่ยนเป็นใบหน้ายิ้มแย้มทันที และโบกมือรัว ๆ
“ข้าน้อยไม่เป็นไร ขอบใจแม่ทัพหลัง”
ทันใดนั้นความคิดหนึ่งก็แวบขึ้นมาในใจเล่าเจี้ยง
‘ฆ่าโจโฉเสีย!’
ทว่าได้แต่สลัดความคิดนั้นทิ้งไป
ความสัมพันธ์ของโจโฉนั้นซับซ้อน แม้ว่าปู่บุญธรรมโจเท้งจะเป็นขันที แต่แตกต่างจากสิบขันทีโดยสิ้นเชิง และเป็นขุนนางดีมีชื่อเสียง
โจเท้งอยู่ในราชสำนักมาสามสิบกว่าปี รับใช้องค์ฮ่องเต้มาถึงสี่คน ไม่เคยทำผิดพลาดใด ๆ เลย นอกจากนี้เขายังชอบส่งเสริมความสามารถ และหลายคนที่เขาแนะนำนั้นล้วนได้เป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูง แต่โจเท้งไม่เคยโอ้อวดความสำเร็จของตัวเองเลย!
บิดาโจโก๋เองก็น่าประทับใจมากเช่นกัน ตอนนี้ดำรงตำแหน่งเป็นเก้าเสนาบดีระดับสูง และเป็นขุนนางสำคัญในราชสำนักเช่นเดียวกับเล่าเอี๋ยนพ่อของเล่าเจี้ยง
โจโฉเองก็เป็นคนมีไหวพริบมีแผนการมากมาย ทั้งยังมีผลงานปราบกลุ่มโพกผ้าเหลือง จึงได้รับการยกย่องจากโฮจิ๋น
เมื่อเห็นศัตรูตัวฉกาจในอนาคตอยู่ตรงหน้าและไม่สามารถกำจัดไปได้ในทันที เล่าเจี้ยงรู้สึกหดหู่เล็กน้อย
ฆ่าโจโฉในตอนนี้นั้นง่ายนิดเดียว แค่ตวัดดาบเดียวก็จัดการอีกฝ่ายได้แล้ว แต่อนาคตของเล่าเจี้ยงก็จะดับวูบไป ซึ่งไม่คุ้มค่าจริง ๆ
“แม่ทัพหลังตะโกนเสียงดังเมื่อครู่ มีเรื่องอันใดหรือ?”
เมื่อเล่าเจี้ยงได้ยินคำถามของโจโฉ ก็จำได้ขึ้นมาทันที
ตัวเองตื่นเต้นมากไปหน่อยที่ได้เจออ้วนเสี้ยวกับโจโฉ จนเกือบลืมไปเลย!
“พี่จื่อเอี้ยง ท่านตำหนิข้าน้อยอยู่มิใช่หรอกหรือ? เหตุใดตอนนี้จะกลับไปเสียเล่า?”
หลังจากได้ยินคำพูดของเล่าเจี้ยง ทุกคนก็นึกถึงคนใจคับแคบในตอนเริ่มแรกได้
หลังจากผ่านเรื่องตลกร้ายของพี่น้องตระกูลอ้วนไปแล้ว ทุกคนเกือบจะลืมเจ้าคนน่าเกลียดนั้นไปแล้ว
“พี่เขาฮิว? จื่อเอี้ยง? หรือจะเป็นเขาฮิว เขาจื่อเอี้ยง จากจวนแม่ทัพใหญ่?”
ในหัวขงหยงผุดภาพตอนที่โฮจิ๋นได้แนะนำสมาชิกในสังกัดตัวเองให้เขารู้จัก ก่อนมองไปที่เล่าเจี้ยงด้วยท่าทางงุนงง
“พี่บุ้นกื้อ ท่านเดาถูกแล้ว ท่านผู้นี้คือบัณฑิตที่ไม่พอใจข้ามาก”
“แม่ทัพหลัง ข้าน้อยพลั้งปากพูดไปชั่วขณะ ขอแม่ทัพหลังยกโทษให้ด้วย”
เขาฮิวมองไปที่เล่าเจี้ยงอย่างคับแค้นใจ ไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะอยู่ที่นี่ตั้งแต่ต้น!
ตอนเกิดเรื่องของพี่น้องตระกูลอ้วนเมื่อครู่ ทุกคนต่างลืมวีรกรรมของเขาไปหมดแล้ว ตอนนี้ถูกเล่าเจี้ยงเอ่ยขึ้นมา สายตาทุกคนก็จับจ้องไปที่เขาอีกครั้ง
“ในเมื่อพี่เขาฮิวดูถูกแม่ทัพหลังเช่นนี้ เห็นทีต้องมีความสามารถโดดเด่นเหนือใครเป็นแน่! เหตุใดไม่ลองใช้โอกาสนี้แสดงออกมาเล่า?”
ขงหยงมองไปที่เขาฮิวอย่างเรียบเฉย ความขุ่นเคืองใจที่มีต่ออีกฝ่ายไม่มีท่าทีจะลดลงเลย
เป็นเพราะเขาฮิวก่อเรื่อง จนเกือบทำให้เรื่องราวบานปลาย!
“เอ่อ คือว่า…”
เขาฮิวมองซ้ายมองขวา เห็นได้ชัดว่าร้อนรนมาก วันนี้เล่าเจี้ยงไม่ปล่อยเขาไปแน่! เขาจึงคิดอยากจะวิ่งหนีไปจากที่นี่ให้ได้เร็ว ๆ
“จื่อเอี้ยง! เหตุใดเจ้าถึงถ่อมตัวขนาดนี้? ขึ้นไปแสดงความสามารถให้อย่างเต็มที่เลย!”
โจโฉหัวเราะเสียงดัง คิดว่าเขาฮิวไม่กล้าขึ้นเวที
“เมิ่งเต๋อ ข้า… เฮ้อ ปล่อยข้า!”
เขาฮิวจ้องไปที่โจโฉ ในขณะที่กำลังจะดุเขาว่าอย่าพูดจาเหลวไหล ก็รู้สึกได้ถึงแรงตรงลำคอ
“ใครกัน! ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!”
จริง ๆ แล้วเขาฮิวถูกใครบางคนหิ้วขึ้นมาด้วยมือเดียว ซึ่งท่าทางเหมือนกับหิ้วปีกไก่อย่างไรอย่างนั้น
ไม่ว่าเขาฮิวจะดิ้นรนอย่างไร ก็ไม่หลุดจากแขนอันทรงพลังนั้นได้
“เจ้าอยากให้ข้าปล่อยเจ้า? ได้ งั้นข้าปล่อยแล้วนะ!”
เขาฮิวถูกหิ้วมาไว้บนเวที พลันรู้สึกว่าพลังที่หิ้วตัวเองอยู่นั้นหายไป และล้มลงกับพื้นทันที
“โอ๊ย… เจ็บเป็นบ้าเลย!”
“ใคร! ใครกัน! ข้าจะฆ่าเจ้า!”
เขาฮิวนอนอยู่บนพื้น มองไปรอบ ๆ หาคนที่ทำให้ตัวเองอับอาย เห็นเพียงชายคนหนึ่งที่ดูเหมือนหอคอยเหล็กสูงเก้าฉื่ออยู่เบื้องหน้า!
เป็นเตียนอุย! เมื่อเทียบกับเขาฮิวที่สูงไม่ถึงเจ็ดฉือ ขุนศึกทวนคู่ผู้นี้ก็สูงกว่าเขามาก และกำลังมองมาอย่างเย้ยหยันอยู่
กึก ๆ
มือของเขาฮิวที่ชี้ไปยังเตียนอุยสั่นไม่หยุด ปากก็เอาแต่กลืนน้ำลาย วิสัยทัศน์นี้ถูกจู่โจมร้ายแรงเกินไป
“เจ้า… เจ้า… เจ้า…!”
ตอนนี้เขาฮิวดูเหมือนตัวตลก ผมของเขายุ่งเหยิง เสื้อผ้าเละเทะไปหมด
เขาฮิวมองไปที่ทุกคนที่ชี้ไม้ชี้มือมาที่ตัวเอง ดวงตาก็แดงก่ำ ในตาเต็มไปด้วยสีเลือดฉาน
ทั้งหมดเป็นเพราะเล่าเจี้ยง! ทั้งหมดเป็นเพราะเขา! ตั้งแต่พบกับอีกฝ่าย ชีวิตตัวเองไม่เคยมีวันดีสักวัน!
ไม่รู้ว่ามีความกล้าขึ้นมาฉับพลัน หรือสมองเขามืดบอดเพราะความโกรธ เขาฮิวลุกยืนขึ้นและชี้หน้าด่าแม่ทัพหลัง
“ไอ้สารเลว! ข้าจะสู้กับเจ้าให้รู้แพ้รู้ชนะไปเลย!”
เขาฮิวลืมคำเตือนของโฮจิ๋นไปจนสิ้นแล้ว ขอเพียงตอนนี้สามารถฆ่าเล่าเจี้ยงได้ จะให้ตัวเองไปตายด้วยกันก็จะไม่ลังเล
“ข้าจะฆ่าเจ้า!”
เขาฮิวพุ่งตรงเข้าไปหาเล่าเจี้ยง แต่น่าเสียดายก้าวไปได้เพียงไม่กี่หมี่ ก็รู้สึกได้ถึงแรงมหาศาลที่ลำคอของเขาอีกครั้ง
“อ๊ะ! ไอ้เดรัจฉาน! ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้! ไอ้พวกเดรัจฉาน!”
เตียนอุยหิ้วเขาขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้ยิ่งแรงกว่าเดิม เขย่าเขาอยู่กลางอากาศไม่หยุด
“ไอ้หนุ่ม เจ้าเป็นบ้าหรือ! หิ้ว เจ้าก็ไม่ยอม ปล่อย เจ้าก็ไม่ยอม ว่ามาสิ เจ้าต้องการสิ่งใด!”
เตียนอุยเอียงศีรษะ ใบหน้าเต็มไปด้วยความสนุกสนาน แม้แต่น้ำเสียงดุดันไม่แยแสยิ่งนัก
เล่าเจี้ยงรู้สึกว่าเรื่องตลกนี้พอประมาณแล้ว เขาฮิวตัวประกอบเล็ก ๆ คนหนึ่งไม่คุ้มให้เขาเปลืองน้ำลายพูดด้วย
“ท่างขงหยง คนพูดจาหยาบคายเช่นนี้ เกรงว่าจะไม่มีพรสวรรค์หรือความสามารถอันใด การปล่อยเขามาที่นี่เป็นการรบกวนผุ้คนที่สนใจงานนี้จริง ๆ!”
“ตามความเห็นข้า มิสู้ไล่เขาออกไปดีกว่า จะได้ไม่รบกวนพวกเรา”
คำพูดของเล่าเจี้ยงโดนใจคนส่วนใหญ่ทันที พวกเขาทะนงตนที่มีการศึกษาดี จะเต็มใจคบหากับคนใจคับแคบเช่นนี้ได้อย่างไร?
“แม่ทัพหลังพูดถูก ชายคนนี้ตั้งแต่เริ่มก็พูดจาเหลวไหลแล้ว!”
“ใช่! ข้าว่าเขาไม่มีความสามารถอันใดเลยเป็นแน่ ได้แค่ก่อปัญหา พูดจาไม่ดี!”
“คนผู้นี้มีหน้าตาอัปลักษณ์ มองแวบแรกก็รู้แล้วว่าไม่ใช่คนดีอะไร!”
“เรารู้สึกละอายใจที่ต้องคบหากับคนปากร้ายเช่นนี้!”
เมื่อเขาฮิวเห็นเช่นนี้ ก็ยิ่งตื่นตระหนกมากขึ้น การประณามจากทุกที่ทำให้เขาไม่กล้าส่งเสียง และอยากจะหนีจากที่นี่ให้เร็วที่สุด แต่น่าเสียดายที่ตัวเขายังถูกเตียนอุยหิ้วลอยอยู่กลางอากาศอยู่
เล่าเจี้ยงขยิบตาให้พลคุ้มกัน บ่งบอกให้เขาไล่เขาฮิวออกไป
“ไอ้หนุ่ม เจ้าอยากลงมาใช่หรือไม่?”
เตียนอุยเผยฟันซี่ใหญ่ ยิ้มตาหยี่มองเขาฮิว
แม้เขาฮิวจะรู้ว่าเตียนอุยไม่มีเจตนาดีอะไร แต่ก็ยังคงพยักหน้ารัว ๆ
“ไอ้หนุ่ม ตามแต่เจ้าปรารถนาเลย!”
เตียนอุยคำราม ก่อนโยนเขาฮิวออกไป จนบินลอยออกไปไกลหลายหมี่ แล้วกระแทกลงบนพื้นอย่างแรง เป็นตายไม่รู้แน่
“อุ๊ย! เหมือนจะใช้แรงมากเกินไปหน่อย…”
เตียนอุยเกาหัวแกรก ๆ ยังคงรู้สึกเขินอายอยู่เล็กน้อย
“แม่ทัพหลัง นี่มันมากเกินไปแล้ว!”
เสียงโกรธเสียงหนึ่งดังมาจากข้างหูขอเล่าเจี้ยง ดึงดูดความสนใจของอีกฝ่าย
“โอ้? นั่นพี่อ้วนเสี้ยวนี่ พี่อ้วนเสี้ยวพูดว่ากระไร?”
อ้วนเสี้ยวดูโกรธเกรี้ยว ก่อนใช้มือชี้ไปหาเขาฮิวที่นอนอยู่บนพื้น
“ถึงอย่างไรเขาฮิวก็คือคนในสังกัดแม่ทัพใหญ่ ทั้งยังเป็นสหายสนิทข้า แม่ทัพหลังปฏิบัติต่อเขาเช่นนี้ ไม่เท่ากับไม่เห็นหัวข้าหรอกหรือ!”
ท่าทางของอ้วนเสี้ยว แสดงออกอย่างชัดเจนว่าอยากเรียกเกียรติกลับมาให้เขาฮิว จนเล่าเจี้ยงยิ้มให้เขา
“แล้วพี่อ้วนเสี้ยวทำในนามตัวเอง หรือในนามจวนแม่ทัพใหญ่?”
“หรือในนาม… ตระกูลอ้วน?”
ท่าทางของเล่าเจี้ยงดูไม่แยแสมาก ไม่สนใจอ้วนเสี้ยวเลยแม้แต่น้อย