พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 164 การปฏิเสธที่ไม่มีทางสั่นคลอนได้
บทที่ 164 การปฏิเสธที่ไม่มีทางสั่นคลอนได้
ชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อย ไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะรู้ชื่อตน ซ้ำยังรู้นามหลักนามรองครบด้วย
เขาเพิ่งจะสวมกว้านปีนี้ แม้แต่ชื่อรองก็ยังตั้งขึ้นใหม่
“ใช่ ข้าน้อยคือซิหลง ไม่ทราบว่าท่านคือ?”
เล่าเจี้ยงยิ่งปีติยินดี ตอนนี้เขารู้สึกขาดขุนศึกใต้บัญชาอยู่ ไม่คิดเลยว่าเว่ยจี้จะส่งของขวัญชิ้นพิเศษมาให้เร็วเพียงนี้!
“ข้าคือเล่าเจี้ยง!”
“ท่านคือเล่าเจี้ยง… แม่ทัพหลังงั้นรึ?”
ซิหลงตะลึง น้ำเสียงยังเจือไปด้วยความประหลาดใจ เขาคาดไม่ถึงเลยว่าเล่าเจี้ยงจะดูหนุ่มแน่นเช่นนี้!
“จริงแท้แน่นอน”
เล่าเจี้ยงพยักหน้าตอบข้อสงสัย
ซิหลงกุมมือคำนับอีกครั้ง
“คารวะแม่ทัพหลัง! ข้าน้อยไม่รู้หน้าค่าตาท่านมาก่อน ขอท่านแม่ทัพโปรดอภัยให้ด้วย”
เล่าเจี้ยงค่อย ๆ พยุงซิหลงขึ้น ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอยู่ตลอดเวลา
“ไม่รู้ย่อมไม่ผิด กงหมิงมิต้องมากพิธี”
แม่ทัพหลังยิ่งเป็นมิตรมากเท่าไร ซิหลงยิ่งรู้สึกใจไม่สงบมากเท่านั้น
ตนเป็นเพียงข้าราชการชั้นผู้น้อยอยู่ในเมืองเหอตง จะอยู่ในสายตาของท่านแม่ทัพหลังได้อย่างไร? ซ้ำยังเป็นมิตรกับตัวเองเช่นนี้ด้วย
“ไม่ทราบแม่ทัพหลังตามหาข้าน้อย มีเรื่องอันใดหรือ?”
“ตอนนี้ใต้หล้าวุ่นวาย มีศึกสงครามทุกหย่อมหญ้า กลุ่มกบฏโพกผ้าเหลืองเพิ่งถูกกวาดล้างไป ชนเผ่าตรงเขตชายแดนก็ก่อกบฏขึ้นอีก มันเป็นช่วงเวลาโกลาหลจริง ๆ ทว่าเมื่อบ้านเมืองเกิดภัยร้ายก็จำเป็นต้องมีผู้กล้า”
“ข้าทราบมาว่ากงหมิงมีพรสวรรค์มาก เป็นคนมีความสามารถไม่ธรรมดา! จึงไหว้วานให้ปั๋วอวี๋ไปตามหาเจ้าในเมืองเหอตง”
ซิหลงรู้สึกได้รับความสำคัญขึ้นมาฉับพลัน แม้แต่ตัวเขาเองยังไม่รู้เลยว่าตัวเองมีความสามารถขนาดนี้
“แม่ทัพหลังชมเกินไปแล้ว ซิหลงแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง ไม่คู่ควรได้รับคำชมจากท่านเช่นนี้หรอก!”
สมแล้วที่เป็นคนเหมือนโจวย่าฝูของโจโฉ อายุยังน้อยก็รู้จักถ่อมตนเช่นนี้!
เล่าเจี้ยงพอใจในตัวซิหลงอย่างมาก และอดชื่นชมไม่ได้
“กงหมิงมิต้องถ่อมตน ความสามารถของเจ้าข้ารู้ดี! ไม่ทราบว่ากงหมิงจะลาออกจากงานที่เหอตง แล้วมารับงานที่จวนแม่ทัพหลังข้าได้หรือไม่? ด้วยพรสวรรค์ของกงหมิง ไม่นานก็ต้องนำทัพด้วยตัวเองได้แน่!”
ซิหลงเป็นเพียงเจ้าหน้าที่ตัวน้อย ๆ คนหนึ่ง อาจกล่าวได้ว่าเป็นคนชนชั้นต่ำสุดในยุคนี้แล้ว
แต่เล่าเจี้ยงเล่า? ยังไม่ถึงวัยสวมกว้านก็ได้รับตำแหน่งเป็นแม่ทัพหลัง เปิดจวนของตัวเอง และมีทหารนับหมื่นในเมืองลกเอี๋ยง บอกว่าเขาเป็นคลื่นลูกใหม่ผงาดขึ้นมาใหม่ในตอนนี้ก็ไม่เกินจริงเลย!
บุคคลที่ค้นพบคนมีความสามารถหาได้ยากกว่าคนมีพรสวรรค์ แม้ซิหลงจะเป็นคนมีความสามารถ ก็ยากที่จะถูกคนค้นพบ
แต่การปรากฏของเล่าเจี้ยงนั้นแตกต่างออกไป นักท่องเวลาจะดึงความสามารถของเขาออกมาได้โดยไร้ข้อกังขา
หากตอนนี้เขาติดตามแม่ทัพหลัง อาจจะมีชื่อเสียงมากกว่าที่ติดตามโจโฉในประวัติศาสตร์!
ตอนนี้แม่ทัพหลังเชิญชวนด้วยความจริงใจ และให้ความหวังมากเพียงนี้ อีกฝ่ายจะทนกับสิ่งล่อใจนี้ได้อย่างไร
ดังนั้นการเชิญชวนในครั้งนี้ เล่าเจี้ยงมั่นใจอย่างมาก
“แม่ทัพหลังอยากให้ข้าน้อยรับใช้ ไม่ทราบว่าท่านจะมอบหมายงานอะไรให้ข้าน้อยทำรึ”
แม้ซิหลงไม่ได้ตื่นเต้นตามที่คาดไว้ กระนั้นก็ก้มหัวคำนับทันที เพียงแต่ยังคงถามคำถามที่ทุกคนกังวลออกมา
“ทำงานในกองทัพ สักวันหนึ่งย่อมสามารถนำทัพออกรบเองได้! หากสามารถสร้างผลงาน สร้างชื่อเสียงเหมือนดั่งขุนพลอาชาฮั่วได้ มันไม่ดีหรอกหรือ!”
นักรบอย่างซิหลงจะไม่มีความทะเยอทะยานในใจได้อย่างไร? เล่าเจี้ยงรู้จุดนี้ดี จึงยื่นข้อเสนอที่ดีที่สุดออกมา
นั่นเพียงเพื่อที่จะได้ซิหลงมา! เมื่อได้มา เขาก็จะได้ขุนศึกบัญชาการสามทัพ!
ทุกสรรพสิ่งต้องมีการพัฒนาแบบค่อยเป็นค่อยไป ในขณะเดียวกันต้องมีรากฐานที่มั่นคงด้วย
พวกขุนศึกและกุนซือเหล่านี้ ล้วนเป็นกลุ่มรากฐานชั้นดีของเล่าเจี้ยง
ชายหนุ่มมองไปยังซิหลงที่มีสีหน้าอ่อนเยาว์ด้วยความคาดหวัง เขารู้ว่าซิหลงในตอนนี้ยังห่างชั้นกับโจวย่าฟู ทว่าเขารอได้ และเติบโตไปพร้อมกับซิหลงได้!
ซุนฮิวที่อยู่ด้านข้างก็สนใจในคำพูดเหล่านั้นของเล่าเจี้ยงเช่นกัน เงื่อนไขช่างดีเหลือเกิน! แม้แต่ซุนฮิวยังคิดเหตุผลปฏิเสธไม่ออก
ในขณะที่พวกเล่าเจี้ยงสองคนคิดว่าได้แน่นอนแล้ว ซิหลงกลับเผยสีหน้าครุ่นคิด ไม่ได้ตอบตกลงในทันที
“กงหมิง ตอนเจ้าเป็นข้าราชการอยู่ที่เหอตง หากอยากโดดเด่น จะต้องใช้เวลากี่ปีกี่เดือน? แต่นายท่านข้านั้นต่างออกไป ไม่นานก็จะออกไปรบศึกที่ซีเป่ย ปราบกลุ่มกบฏให้ราบ! ถึงเวลานั้น หากเจ้ามีความสามารถจริง ๆ ต้องมีชื่อเสียงในสนามรบ! รับเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง เกียรติยศกองอยู่ตรงหน้าแล้ว ไยถึงได้ลังเลอยู่อีก?”
ซุนฮิวออกแรงพูดโน้มน้าว เขาไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าเหตุใดซิหลงถึงลังเล
ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาตกใจมากกว่านั้นกำลังจะเกิดขึ้น หลังจากซิหลงได้ฟังคำพูดของซุนฮิว ก็ส่ายหัวปฏิเสธเล่าเจี้ยงทันที
“ขอบคุณแม่ทัพหลังที่มีเมตตา แต่ซิหลงเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง ไม่คู่ควรรับน้ำใจที่ท่านแม่ทัพมอบให้ได้จริง ๆ ซิหลงเป็นข้าราชการตัวน้อย ๆ อยู่ในเหอตงก็พอใจมากแล้ว ไม่กล้าคาดหวังอะไร ข้าทำให้ท่านแม่ทัพผิดหวังแล้ว”
เล่าเจี้ยงงุนงง เงื่อนไขดีขนาดนี้วางอยู่ตรงหน้า ซิหลงกลับไม่หวั่นไหวเลยหรือ? แถมยังปฏิเสธด้วย!
“กงหมิง ลูกผู้ชายเกิดในกลียุค ควรถือดาบสามฉื่อสร้างผลงาน จะจมปลักอยู่ในเมืองเหอตงปล่อยเวลาให้เสียไปได้อย่างไร”
เล่าเจี้ยงยังไม่ยอมแพ้ เขาไม่เชื่อเด็ดขาดว่าซิหลงจะไม่สนใจสนามรบเลย
“ขอบคุณแม่ทัพหลังให้ความสำคัญ ข้าน้อยมิอาจตอบตกลงได้จริง ๆ”
ซิหลงกุมมือคำนับขอบคุณโดยดูปราศจากท่าทีหลบเลี่ยง
เล่าเจี้ยงยิ่งมองก็ยิ่งรู้สึกแปลกใจ เขาจริงจังหรือ! เหตุใดถึงมีความรู้สึกเหมือนเตียนห้องในตอนนั้นเลย?
เตียนห้องเป็นคนของตระกูลใหญ่ในเมืองจวี้ลู่ จากลาบ้านเกิดไม่ไหวก็ไม่เป็นไร แต่เจ้าซิหลงเป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง ยังมีอะไรผูกมัดอยู่อีกหรือ?
“กงหมิง พูดเหตุผลออกมาได้หรือไม่?”
ซิหลงมีสีหน้าลังเล ไม่ขานตอบ เพียงแค่ส่ายหน้าเบา ๆ
“หึ นายท่าน ข้าเกรงว่าพอเขารู้เรื่องต้องไปสู้รบ จึงกลัวตายขึ้นมากระมัง”
ซุนฮิวขุ่นเคืองจนอดไม่ได้ พูดว่าจะออกไปรบเสร็จ ซิหลงก็ปฏิเสธนายท่านของเขาทันที
นี่หากไม่กลัวตายจะกลัวอะไร?
คนขี้ขลาดเช่นนี้ ซุนฮิวปรามาสในใจว่าคงไม่มีความสามารถอะไร
ซิหลงได้ยินคำพูดนี้ก็ไม่โต้แย้ง เพียงแต่สีหน้าเริ่มเศร้าหมองมากขึ้น แล้วค่อย ๆ ถอยไปอยู่ด้านข้าง
“นายท่าน เข้าไปกันเถิด อย่าเสียเวลากับคนขี้ขลาดเช่นนี้เลย”
เล่าเจี้ยงเหลือบมองซิหลงอย่างสับสน ในใจคับข้องอย่างมาก
หรือซิหลงผู้นี้จะไม่ใช่ซิหลง? เว่ยจี้ตามหาคนให้ตัวเองผิดตัวงั้นรึ
“เฮ้อ พวกเราเข้าไปกันก่อนเถิด”
เล่าเจี้ยงถอนหายใจออกมา พริบตาเดียวอารมณ์ดีก็ถูกทำลายลงหมด
ยิ่งคาดหวังมากก็ยิ่งผิดหวังมากจริง ๆ
ซิหลงมองแผ่ทัพหลังที่ห่างออกไปไกล แววตาเผยความจนใจออกมา แต่ทว่าครู่เดียวก็เปลี่ยนเป็นหนักแน่นขึ้น
…
“ปั๋วอวี๋ ข้าไม่ได้ทำการต้อนรับอย่างดี ขออภัยด้วย”
เล่าเจี้ยงเข้ามาในห้อง เห็นเว่ยจี้กับกาเซี่ยงสนทนากันอย่างรื่นรมย์ ก็รีบเดินเข้าไปทักทาย
คุณชายเว่ยรีบลุกขึ้นกุมมือคำนับ
“ข้านายเป็นเพียงชาวบ้านคนหนึ่ง จะคู่ควรกับการต้อนรับจากแม่ทัพหลังได้อย่างไร”
เล่าเจี้ยงพยุงอีกฝ่าย จับไม้จับมืออย่างตื่นเต้น
“ข้าคิดถึงปั๋วอวี๋ยิ่งนัก”
หากเป็นคนที่ไม่รู้ความเป็นมา คงคิดว่าทั้งสองเป็นสหายที่ดีต่อกันมานานหลายปี ใครจะไปคาดคิดว่าเล่าเจี้ยงคือคนที่ฆ่าน้องชายของเว่ยจี้
เพียงแต่กาเซี่ยงกับซุนฮิวรู้อย่างชัดแจ้งอยู่แล้ว นายท่านมีหรือจะคิดถึงคุณชายใหญ่เว่ย เขาคิดถึงม้าศึกของตระกูลเว่ยต่างหาก!
เว่ยจี้เองก็หาใช่คนโง่ เขาจะมองความแฝงในคำพูดอีกฝ่ายไม่ออกได้อย่างไร ในใจสบถใส่ไม่หยุด
“ปั๋วอวี๋ เชิญนั่ง อยู่ที่นี่ไม่ต้องเกรงใจอันใด”
แม่ทัพหลังตั้งใจจะเสแสร้งให้ถึงที่สุด เรียกได้ว่าเล่าเจี้ยงการละครเลยทีเดียว!
“ขอบคุณท่านแม่ทัพ”