พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 190 ทหารม้าของใคร
บทที่ 190 ทหารม้าของใคร
บทที่ 190 ทหารม้าของใคร?
แม่ทัพหลังเจ้าอยู่ที่ไหน?
ใบหน้าที่ไม่นับว่าหล่อเหลากลับเป็นที่คิดถึงสำหรับใครหลายคน
เตียวอุ๋น ตั๋งโต๊ะ ซุนเกี๋ยนหรือแม้แต่โจวเซิ่นที่ไม่เคยพูดคุยกันมาก่อน พวกเขาต่างรอคอยให้แม่ทัพหลังยกทัพมาพลิกสถานการณ์ และช่วยพวกเขาจากมรสุมนี้ได้
บางทีการมาถึงของทหารนับหมื่นอาจไม่ได้พลิกสถานการณ์อะไรมากนัก และมิอาจเปลี่ยนสถานการณ์วิกฤตอะไรได้
ทว่าหากผู้บัญชาการเป็นเล่าเจี้ยง ทุกอย่างคงต่างออกไป ชายคนนั้นเป็นศูนย์รวมแห่งปาฏิหาริย์ ขอแค่มีเขาอยู่ อะไรที่เป็นไปไม่ได้ก็เกิดขึ้นได้หมด!
ชุดเกราะบนตัวตั๋งโต๊ะถูกย้อมไปด้วยสีแดงฉาน ถึงขั้นหยดเป็นโลหิตออกมา!
เขาเหนื่อย… เหนื่อยมากจนแทบกระอัก!
ใช่ว่าตั๋งโต๊ะไม่เคยผ่านการรบอันหนักหน่วง หรือไม่เคยประสบกับสถานการณ์อันตราย แต่แค่ไม่เคยเหนื่อยขนาดนี้มาก่อน
ตนไม่รู้แล้วว่าสังหารทหารซีเหลียงไปเท่าไร แต่กระบี่ที่บิ่นบ่งบอกว่าสังหารคนไปนับไม่ถ้วนแล้ว!
ตั๋งโต๊ะไม่ยอมจำนนต่อกลุ่มกบฏซีเหลียง แล้วทำลายความสำเร็จที่ตัวเองสร้างมาหลายปีเด็ดขาด เขารู้ว่าตอนนี้ยังไม่ถึงจุดสิ้นหวังอย่างแท้จริง
ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องทนให้ได้ แม้ต้องยอมแพ้ ก็จะทนไปให้ถึงลมหายใจสุดท้าย
“แม่ทัพตั๋งโต๊ะ ข้ารู้ว่าเจ้ากำลังคิดอะไรอยู่!”
ตอนนั้นเองหันซุยก็เอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง แม้แม่ทัพปราบเถื่อนจะบอกตัวเองว่าอย่าไปฟังสิ่งที่อีกฝ่ายพูด แต่หูของเขายังคงรับเสียงเข้าสู่สมองอย่างไม่รู้ตัว
“เจ้ากำลังสวดภาวนาให้เล่าเจี้ยงมาช่วยพวกเจ้าใช่หรือไม่? ข้าจะบอกเจ้าให้ ฝันไปเถอะ!”
“ข้าได้ส่งขุนพลไปโจมตีเมืองเหมยหยางแล้ว หากเล่าเจี้ยงมาช่วยพวกเจ้า ก็ไม่เพียงแต่จะถูกซุ่มโจมตีเท่านั้น แต่ยังเสียเมืองไปด้วย!”
“แม้ข้าจะชื่นชอบเจ้า ทว่าก็มิอาจนั่งมองเจ้าฆ่าทหารซีเหลียงเราไปได้”
“ข้าจะถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย เจ้าจะยอมแพ้หรือไม่!”
จะยอมไม่ยอม? หันซุยยื่นคำขาดให้ตั๋งโต๊ะเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว
ตั๋งโต๊ะยังคงไม่ตอบ ยังคงพยายามสังหารทหารซีเหลียงอย่างเต็มที่ ราวกับใช้การกระทำแสดงการตัดสินใจของตัวเอง
“แม่ทัพตั๋งโต๊ะ อย่าไปฟังไอ้กบฏพูดจาไร้สาระเลย! ไม่ต้องเอ่ยถึงว่าพวกเขายังมีทหารม้าหรือเปล่า แค่อาศัยความสามารถของแม่ทัพหลัง จะปล่อยให้คนป่าเถื่อนพวกนี้เอาเปรียบได้อย่างไร!”
แม้แม่ทัพปราบเถื่อนจะไม่มีเจตนายอมแพ้ กระนั้นโจวเซิ่นยังคงพยายามเพิ่มความมั่นใจให้
ไม่ว่าอย่างไร โจวเซิ่นก็ไม่ยอมให้ตั๋งโต๊ะยอมจำนน
ไม่ได้เด็ดขาด!
การต่อสู้ยาวนานกำลังทดสอบจิตใจของทหารทั้งสองฝ่าย ทว่าจิตใจของทหารราบทางการได้หมดลงแล้ว พวกเขายืนหยัดมานานเกินไป
แม้แต่ซุนเกี๋ยนก็กลับมาร่วมขบวนแล้ว หากสังเกตดี ๆ มือที่ถือดาบโลหะโบราณสั่นเทาเล็กน้อย
ร่างกายของทหารราบนับหมื่นคนได้มาถึงขีดจำกัดแล้ว ทหารหลายคนถึงขนาดนอนราบไปกับพื้น รอให้ใครสักคนเชือด!
ซุนเกี๋ยนไม่ดุด่าทหารเหล่านี้อีก แม้แต่ตัวเขาเองก็ถึงขีดจำกัดแล้ว ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงคนที่วิ่งเป็นระยะทางหลายสิบลี้ ทั้งยังต้องต่อสู้เลือดสาดนานกว่าหนึ่งชั่วยามเหล่านี้เลย
ความพ่ายแพ้ถูกกำหนดแล้ว และไม่สามารถพลิกกลับได้ด้วยความสามารถคนผู้หนึ่งได้
ซุนเกี๋ยนเข้าใจถึงจุดนี้อย่างกระจ่างแล้ว และรีบพุ่งไปหาเตียวอุ๋นอย่างรวดเร็ว
ตอนนี้สิ่งที่จำเป็นต้องทำมากที่สุดคือการปล่อยให้เตียวอุ๋นหนีไป ส่วนเรื่องเอาชนะกองทัพซีเหลียง ซุนเกี๋ยนไม่กล้าขอคาดหวังมากเกินไปอีกแล้ว!
“แม่ทัพเตียว กองทัพเราพ่ายแพ้แล้ว มิอาจรักษายุทธภูมินี้ไว้ได้! ก่อนที่ทั้งกองทัพจะแตก ท่านรีบหลบหนีไปเสีย!”
ซุนเกี๋ยนไปหาเตียวอุ๋น และเอ่ยวาจาที่ถูกต้องที่สุดในสถานการณ์ตอนนี้
“…”
เตียวอุ๋นเหมือนโดนฟ้าผ่าตอนกลางวันแสก ๆ สาบานว่าคำเหล่านี้เป็นสิ่งที่เขาไม่อยากได้ยินที่สุดในชีวิต!
พ่ายแพ้สงคราม มิอาจกู้คืนได้ ทั้งกองทัพพ่ายยับเยิน หนีตายกันจ้าละหวั่น!
ซุนเกี๋ยนยอมให้เขาหลบหนี ทิ้งกองทหารนับหมื่นไว้ข้างหลัง และจากไปเพียงลำพัง
“เหวินไถ เจ้าให้ข้าหนีหรือ หนีไปที่ไหน?”
ในเวลานี้เตียวอุ๋นดูสงบนิ่ง ราวกับมองเห็นจุดจบของตัวเอง และเตรียมใจไว้แล้ว
ซุนเกี๋ยนไม่มีอารมณ์สนใจปฏิกิริยาของอีกฝ่าย เขาต้องรีบพาเตียวอุ๋นหนีไป เมื่อทั้งกองทัพแตกพ่าย อยากจะหนีก็เหมือนกับพูดเพ้อพก
“แม่ทัพเตียว ไม่ว่าจะหนีไปที่ไหน ต้องออกไปจากที่นี่ก่อน! หากยังรั้งรออยู่อย่างนี้ ถึงอยากหนีก็สายเกินไปแล้ว!”
จู่ ๆ เตียวอุ๋นโกรธเกรี้ยวขึ้นมา พลางถลึงตาคำรามใส่ซุนเกี๋ยน
“ข้าถามเจ้าว่าจะให้ข้าหนีไปไหน!”
ซุนเกี๋ยนคาดไม่ถึงเลยว่าเตียวอุ๋นจะดุเขาอย่างเดือดดาล ทำให้เขาสะดุ้งตกใจและสับสนเล็กน้อย
“มะ… แม่ทัพเตียว ข้าจะคุ้มกันท่านกลับไปเมืองเหมยหยางก่อน หากไม่สามารถป้องกันเมืองเหมยหยางได้ ก็จะควบม้าไปยังเมืองเตียงอัน!”
“หึ ๆ ๆ ฮ่า ๆ ๆ ๆ…”
เตียวอุ๋นยิ้ม ยิ้มอย่างรื่นเริง รื่นเริงมากจน… น่าเวทนา!
“เหวินไถ กองทหารซานฟู่ล้วนอยู่ที่นี่ เมื่อกองทหารนับแสนถูกกวาดล้างสิ้น กลุ่มกบฏซีเหลียงก็จะโจมตีลกเอี๋ยงได้ทันที!”
“ข้าเตียวอุ๋นต้องการคลายความกังวลของฝ่าบาทมาโดยตลอด ไม่คิดเลยว่าจะกลายเป็นคนบาปแห่งต้าฮั่น!”
“ข้าสมควรตาย!”
ขณะกล่าว เตียวอุ๋นก็ชักกระบี่ออกมาจ่อบนลำคอตัวเอง
“แม่ทัพเตียวหยุดนะ!”
ซุนเกี๋ยนคว้าแขนเตียวอุ๋นไว้ ห้ามอีกฝ่ายไม่ให้ฆ่าตัวตาย
“แม่ทัพเตียว แพ้ชนะเป็นเรื่องปกติของสงคราม จะทำเช่นนี้ไม่ได้!”
เตียวอุ๋นขมวดคิ้วพลางส่ายหน้าไม่หยุด
“เหวินไถ เจ้าคิดว่าหากเสียทหารนับแสนไป ฝ่าบาทจะทรงไว้ชีวิตข้าหรือ?”
“บางทีหากข้าตายที่นี่ ยังสามารถช่วยชีวิตคนในครอบครัวได้! เมื่อข้าทิ้งทหารหลบหนีไป ข้าต้องถูกประหารเก้าชั่วโคตรแน่!”
คำพูดของเตียวอุ๋นไม่ได้รับการยอมรับจากซุนเกี๋ยนเลยแม้แต่น้อย ตรงข้ามกลับทำให้พยัคฆ์แห่งกังตั๋งดูแคลนอีกฝ่ายมากยิ่งขึ้น
เตียวอุ๋นกำลังหนี พฤติกรรมของเขาเทียบเท่ากับการหลบหนีจากสังกัดทหารตัวเอง!
“แม่ทัพเตียว ไม่ว่าอย่างไรท่านก็ตายที่นี่ไม่ได้! หากท่านตาย กองทัพต้องแตกพ่าย ถึงครานั้นคงกู้สถานการณ์กลับไม่ได้แล้วจริง ๆ”
เตียวอุ๋นโกรธสุดขีด ณ ตอนนี้เวลานี้ เขาอยากฆ่าตัวตายกลับทำไม่ได้ด้วยซ้ำ!
“นึกถึงข้าเตียวอุ๋นจะมีชื่อเสียงตลอดชีวิต กลับไม่คิดเลยว่าจะต้องลงเอยเช่นนี้!”
เห็นเตียวอุ๋นน้ำตาไหลอาบหน้า ซุนเกี๋ยนก็ยิ่งโกรธมากขึ้น
ร้องไห้… ร้องไห้… ร้องเข้าไปสิ! ยังกับเจ้าร้องแล้วทำให้ทหารซีเหลียงตายอย่างนั้นแหละ!
ซุนเกี๋ยนไม่เคยคาดคิดเลยว่าในเวลาวิกฤตเช่นนี้ เตียวอุ๋นจะทำตัวอ่อนแอเหมือนเด็ก
แต่ไม่ว่าจะโกรธแค่ไหน ก็มิอาจนั่งดูเตียวอุ๋นฆ่าตัวตายได้ ทันทีที่ผู้นำทัพตาย เกรงว่าทหารนับแสนคนนี้จะเหลือไม่กี่คนแล้ว
ครืน…
ตอนนี้เอง ก็มีเสียงอันครั่นคร้ามเป็นระลอก ดังมาแต่ไกล แผ่นดินก็เริ่มสั่นสะเทือนตาม
“ทหารม้า ทหารม้า!”
เสียงดังไล่หลังมาในหมู่ทหาร
ซุนเกี๋ยนคุ้นเคยกับเสียงนี้มาก ในการไล่ตามก่อนหน้านี้ ทหารม้าหลายหมื่นบุกโจมตีก็มีเสียงเช่นนี้
“ทหารม้า? เป็นของใครกัน?”
เตียวอุ๋นได้ยินคำพูดซุนเกี๋ยน จึงรีบถามเขา
อาจจะเป็นเล่าเจี้ยงตามมาสนับสนุนหรือ?
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ความปรารถนาที่จะมีชีวิตรอดเข้าครอบงำสมองของเตียวอุ๋นทันที
เขาค่อย ๆ วางกระบี่ในมือลง พลางทอดมองไปที่ไกล ๆ นั้นอย่างคาดหวัง
ซุนเกี๋ยนไม่ตอบคำถามของเตียวอุ๋น เพราะเขาเองก็ไม่รู้ว่าเป็นทหารม้าจากที่ไหน
ทว่า… หากเป็นกำลังเสริมของกองทัพซีเหลียง ตัวเองจะต้องเผชิญกับอะไรนั้น ซุนเกี๋ยนย่อมรู้ดี!