พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 191 กองทหารม้าหัวหอกมาถึงแล้ว!
บทที่ 191 กองทหารม้าหัวหอกมาถึงแล้ว!
เมื่อเตียวอุ๋นกับซุนเกี๋ยนได้ยินการเคลื่อนไหว กองทหารซุ่มโจมตีของซีเหลียงที่อยู่ใกล้กว่ารู้ว่ามีทหารม้าบุกโจมตีเข้ามาจากด้านหลัง
ผู้นำกองทหารซุ่มโจมตีของซีเหลียงคือซ่งหยาง เขามักจะอยู่ด้านหลังขบวนทัพเสมอ และอาจกล่าวได้ว่าเป็นคนแรกที่ค้นพบทหารม้าข้างหลัง
นับตั้งแต่ซ่งหยางค้นพบเรื่องนี้ ก็เริ่มฟังการเคลื่อนไหวอย่างระมัดระวัง เขาอยากรู้ว่าด้านหลังมีกองกำลังทหารอยู่กี่คน
เมื่อการเคลื่อนไหวดังขึ้นเรื่อย ๆ ทหารซีเหลียงยิ่งมองไปทางซ่งหยางมากขึ้นเรื่อย ๆ
เห็นได้ชัดว่าอยากรู้ว่าจะสั่งการรับมืออะไรหรือไม่
ซ่งหยางไม่ตอบสนอง ยังคงหลับตารวบรวมข้อมูลอย่างละเอียด
ผ่านไปเนิ่นนาน เขาก็ลืมตาขึ้น พลางหายใจออกมาเบา ๆ
“ไม่เป็นไร! หลี่เหวินโหวมาแล้ว รีบโจมตีเลย อย่าให้หลี่เหวินโหวเยาะเย้ยเอาได้”
เมื่อทหารซีเหลียงได้ยินคำพูดของซ่งหยาง ก็ไม่มีข้อสงสัยใด ๆ อีก ต่างพากันเข้าโรมรันทหารทางการอีกครั้งโดยปราศจากความกังวล
ซ่งหยางอาศัยอยู่ในซีเหลียงมานานจึงมีความเข้าใจเรื่องทหารม้าดีเป็นพิเศษ เขาสามารถรู้จำนวนทหารม้าได้จากการฟังเสียงควบม้า!
ทหารทางการยังมีทหารม้าที่ยังไม่ปรากฏตัวอีกเท่าไร ซ่งหยางรู้ดี มันเหลือแค่ทหารม้าไม่กี่พันของเล่าเจี้ยง
อีกทั้งเสียงทหารม้าที่ควบมาจากด้านหลังชัดเจนมาก อย่างน้อยต้องมีทหารม้าหมื่นนายจึงจะสร้างการเคลื่อนไหวดังขนาดนี้ได้ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นหลี่เหวินโหวกลับมาแล้ว
ซ่งหยางดูไม่กังวลเหมือนก่อนหน้า ถึงกับมีสีหน้าเบื่อหน่าย พลางบ่นกระปอดกระแปดว่าหลี่เหวินโหวทำให้ตนตกใจ
ไม่นาน จุดดำ ๆ ก็ปรากฏสู่สายตา ทหารม้าเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็ว แค่พริบตาเดียวก็มาถึงเบื้องหน้า
“อะไรกัน? เหตุใดถึงเป็นกระบวนทัพรูปลิ่มเล่า หากเป็นเช่นนี้ต่อไป…”
ยิ่งซ่งหยางมองทหารม้าที่เข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ ใบหน้าก็ยิ่งเผยความสับสน
ทหารม้าตรงหน้าแบ่งออกเป็นสามเหล่าจริง ๆ และแต่ละเหล่าจัดขบวนเป็นรูปลิ่ม แถมโจมตีด้วยความเร็วสูงโดยไม่ส่งผลต่อรูปกระบวนทัพเลย
หลี่เหวินโหวมีฝีมือบัญชาการทหารได้เช่นนี้หรือ? นี่ทุบตีกันให้ตายซ่งหยางก็ไม่เชื่อ!
อีกอย่างหากพุ่งเข้ามาทั้งแบบนี้ จะไม่ทลายทหารราบของตนเป็นชิ้น ๆ หรอกหรือ?
หลี่เหวินโหวจะทำอะไร? ฆ่ากันเองหรือ?
ไม่ เขาไม่กล้าทำเช่นนี้หรอก ไม่เช่นนั้นเป่ยกงปั่วอวี้ต้องฆ่าเขาแน่!
ซ่งหยางยังยืนนิ่ง ไม่สั่งการใด ๆ เพราะสันนิษฐานว่าทหารม้าที่อยู่ด้านหลังเป็นของหลี่เหวินโหว
ทว่าความเข้าใจของเขาก็จะถูกทำลายลงในไม่ช้า เมื่อทหารม้าอยู่ใกล้ประมาณสองร้อยก้าวด้วยความเร็วไม่ลดลงแม้แต่น้อย ตรงกันข้ามอาวุธยังสว่างไสวล้อแสงอาทิตย์
ธงตัวอักษรอันหนึ่งปรากฏสู่สายตา มันถูกยกขึ้นสูง โบกสะบัดอยู่กลางอากาศอย่างสง่างาม
‘ต้าฮั่น’
‘แม่ทัพหลังเล่าเจี้ยง!’
ไม่นาน แม่ทัพหลังเล่า ผู้บัญชาการกองทหารม้าหัวหอกไทสูจู้ ผู้บัญชาการกองพลอาชาเตียวหยุน และธงกองทหารม้าหัวหอกทั้งสี่ด้านถูกตั้งเด่นขึ้นมา
กองทหารม้าหัวหอกแบ่งออกเป็นสามกลุ่มโดยมีเล่าเจี้ยงอยู่ตรงกลาง จูล่งกับไทสูจู้ขนาบสองด้าน ทั้งสามนำทหารม้าที่ตั้งค่ายเป็นกระบวนทัพรูปลิ่มตรงเข้าจู่โจมกองทัพซีเหลียงทันที!
ต้าฮั่น แม่ทัพหลังเล่าเจี้ยง!
ตัวอักษรใหญ่สะท้อนสู่สายตาซ่งหยาง และคาดไม่ถึงเลยว่าจะทำให้เขาสติหลุดไป
นี่… นี่มันเป็นไปไม่ได้! ไยถึงเป็นแม่ทัพหลัง? แล้วมันเอาทหารม้าเป็นหมื่นนายมาจากไหน?
แน่นอนว่าเล่าเจี้ยงไม่มีทหารม้าหมื่นนายหรอก เมื่อรวมกองทหารม้าหัวหอกกับกองพลอาชาเข้าด้วยกัน มีแค่หกพันนายเท่านั้น!
ทว่าเขามีม้าศึกที่ได้มาจากเว่ยจี้กับโฮจิ๋น! แล้วก็ม้าศึกที่เตียวอุ๋นทิ้งไว้ในเมือง!
ทหารห้าพันห้าร้อยนายของกองทหารม้าหัวหอก ล้วนทำหน้าที่หนึ่งคนรับผิดชอบได้อย่างครับครัน
ซ่งหยางไม่ได้ฟังผิด ทั้งยังวิเคราะห์ได้แม่นยำด้วย มีม้าศึกมากกว่าหมื่นตัวจริง ๆ แต่น่าเสียดายที่มีทหารเพียงครึ่งเดียวเท่านั้น
พูดได้แค่ว่าเป็นประสงค์ของสวรรค์ หากหันซุยไม่สั่งให้หลี่เหวินโหวนำทหารม้าหมื่นนายไปซุ่มโจมตี ซ่งหยางคงไม่คาดเดาผิดเช่นนี้
จนกระทั่งแม่ทัพหลังเข้ามาใกล้ ซ่งหยางถึงได้สติกลับมาแล้วหยิบอาวุธขึ้นมาต่อต้านอย่างเร่งรีบ
“ใครขวางทางข้า!”
“ตาย!”
เล่าเจี้ยงคำรามเหวี่ยงดาบยักษ์ในมือ ใช้ประโยชน์จากความเร็วของม้าทะยานเข้าฟาดฟันซ่งหยาง
ซ่งหยางเป็นทหารแถวหน้าที่ภูมิใจในความแข็งแกร่งของตัวเองจึงไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย เขารับการโจมตีของแม่ทัพหลังอย่างเต็มกำลัง
เปรี้ยง!
ได้ยินเสียงกระทบกันดังสนั่นของโลหะ ซ่งหยางรู้สึกเหมือนมีพลังมหาศาลดุจเขาไท่ซานกดทับอยู่ ร่างกายกระเด็นลอยไปกลางอากาศอย่างไม่รู้ตัว!
ซ่งหยางถูกเล่าเจี้ยงซัดกระเด็นลอยไปไกลมาก และสลบเหมือดอยู่ตรงนั้นทันที ไม่รู้เป็นตาย
ทว่าชายชราสูญเสียม้า แต่กลับเป็นโชคอันยิ่งใหญ่ การกลิ้งของซ่งหยางคาดจากการเหยียบย่ำของทหารม้าพอดี*[1]
พริบตาที่ซ่งหยางเริ่มหยิบอาวุธจวบจนถูกกระแทกลอยออกไป แม่ทัพหลังไม่ได้สนใจเขาเลย
อาจเป็นเล่าเจี้ยงเองที่ประมาท ไม่คิดเลยว่าคนที่ตัวเองจู่โจมกระเด็นลอยออกไปเป็นขุนพลของกองทัพซีเหลียง
แถมมีสถานะสูงมากด้วย!
แม่ทัพหลังประหนึ่งจู่โจมมดแมลงตัวหนึ่งก็มิปาน ถึงขนาดไม่สนเลยว่าซ่งหยางตายไปแล้วหรือไม่
“ฆ่ามัน! ทะลวงทัพศัตรูเข้าไป!”
หลังจากเสียงคำรามดังขึ้น รูปลิ่มแหลมคมสามหัวทะลวงเข้าไปในขบวนทัพซีเหลียง แค่ช่วงเวลาสั้น ๆ กองทัพซีเหลียงก็ถูกแยกออกเป็นสามส่วนจากด้านหลัง และช่องว่างก็ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ
ยิ่งเล่าเจี้ยงเป็นคนนำแล้วด้วย แม้จะต่อสู้ตัวต่อตัวไม่เก่ง แต่หากต่อสู้เป็นกลุ่มนั้น มันเป็นสิ่งที่เขาถนัดมาก ประหนึ่งกับปล่อยมังกรลงทะเลกว้างก็ไม่ปาน!
ดาบยักษ์ในมือเหวี่ยงสะบัดไม่หยุด ไม่มีกระบวนท่าสง่างาม ทว่าทุกการโจมตีอาบไปด้วยแรงนับพันชั่ง เมื่อทหารซีเหลียงถูกฟาดฟันเข้าไปก็ไม่มีโอกาสรอดแน่นอน
ไทสูจู้กับจูล่งไม่มีทักษะการสู้แบบกลุ่มที่ทรงพลังอย่างเล่าเจี้ยง ทั้งคู่ใช้ทวนยาว ทว่าฝีทวนนั้นสง่างามดุจหงส์ร่อน อรชรดังมังกรร่ายรำ ทั้งสองใช้แรงไปไม่เท่าไร ทว่าทหารซีเหลียงกลับล้มระเนระนาดไปทีละคน
เพราะจู่โจมจากด้านหลังกองทัพซีเหลียง ทหารม้าที่ก่อตัวเป็นรูปลิ่มไม่พบอุปสรรคใด ๆ เลย กองทัพซีเหลียง ขนาดใหญ่ถูกตัดแยกเป็นเสี่ยง ๆ
ทหารซีเหลียงทุกคนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น รู้สึกแค่ว่าฝ่ายตัวเองถูกจู่โจมขนาบทั้งสองด้าน อีกทั้งการโจมตีจากด้านหลังก็รวดเร็วมาก
“แม่ทัพซ่ง เราควรทำอย่างไรดี?”
“หือ… แม่ทัพล่ะ?”
“แม่ทัพซ่งล่ะ เขาหายไปไหน!”
ในช่วงวิกฤต หากกองทัพสูญเสียแกนนำหลักอย่างหัวหน้าไป พวกทหารจะยิ่งตื่นตระหนกมากขึ้น
ตอนนี้กองทัพซีเหลียงถูกล้อมทั้งด้านหน้าและด้านหลัง และแตกซ่านกระจัดกระจายจากการโจมตีของทหารม้า และกำลังอยู่ในช่วงวิกฤต
หากซ่งหยางสามารถนั่งบัญชาการสั่งทหารตั้งขบวนทัพต่อต้าน ก็อาจจะพลิกสถานการณ์วิกฤตได้บ้าง!
แต่ตอนนี้ไม่รู้ผู้นำอยู่ตรงไหน อีกทั้งสามทัพทั้งก็อยู่ในสภาพที่ไร้นาย มีเพียงตัวอักษรหนึ่งคำผุดขึ้นมาในใจ และยังตัวใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย
หนี!
หนีไปซะ! ซ่งหยางต้องหนีไปแล้วแน่!
“ทหารทั้งหลาย กำลังเสริมมาถึงแล้ว ตามข้าไปสังหารไอ้สารเลวซีเหลียงพวกนี้เสีย!”
เมื่อซุนเกี๋ยนแน่ใจว่าเป็นทหารม้าของฝ่ายตัวเองก็รีบกลับไปที่แนวหน้า และเริ่มนำทัพต่อต้านครั้งสุดท้าย
“ทหารทั้งหลาย กบฏเหล่านี้ไม่ไหวแล้ว พวกเขาถูกเราล้อมอย่างแน่นหนา! รีบสังหารศัตรูสร้างผลงานเร็ว!”
แม้ทหารของกองทัพฮั่นจะถึงขีดจำกัดแล้ว ทว่าในยามนี้ทหารทุกคนยังคงกัดฟันยืนขึ้นตวัดดาบสังหาร
หากไม่มีเขา ชีวิตก็ไร้ความหวัง! กำลังเสริมให้กำลังใจกองทัพฮั่นอย่างมาก!
นั่งอยู่บนพื้นทำได้แค่รอความตาย มิสู้ลุกขึ้นมาปราบกบฏที่อยู่ตรงหน้าดีกว่า!
“ฆ่า! ฆ่า! ฆ่า!”
การลุกฮือขึ้นอย่างรุนแรงของกองทัพฮั่นกลายเป็นฟางเส้นสุดท้ายของกองทัพซีเหลียง ผู้คนนับหมื่นเริ่มแย่งกันหนีเอาชีวิตรอด และไม่มีความคิดที่จะต่อต้านอีก!
[1] 塞翁失马 焉知非福 ชายชราสูญเสียม้า แต่กลับเป็นโชคอันยิ่งใหญ่ หมายถึง อะไรที่สูญเสียไปแล้ว อาจไม่ใช่เรื่องไม่ดีก็ได้ อาจจะนำไปสู่เส้นทางใหม่ ๆ อีกมากมาย