พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 214 เปียนจางพ่ายแพ้หนีกระเจิง
บทที่ 214 เปียนจางพ่ายแพ้หนีกระเจิง
ไม่นานฮองตงก็รู้ว่าที่แฮหัวอันพูดว่าครึ่งชั่วยามเป็นเพียงแค่ความคิดเขาฝ่ายเดียว!
แค่หนึ่งเค่อ ทรัพยากรต่าง ๆ บนกำแพงเมืองก็หมดลงแล้ว
ช่วยไม่ได้… กองทัพเสเหลียงบ้าคลั่งเกินไป
บางทีอาจเป็นเพราะกำลังใจของกองทัพฮั่นระเบิดออกมากระตุ้นกองทัพเสเหลียง ทำให้ของพวกเขาโจมตีโดยไม่คำนึงถึงความสูญเสียเช่นกัน
“ตอนนี้เราควรทำอย่างไรดี ศัตรูปีนขึ้นมาแล้ว!”
แฮหัวอันฟาดฟันศัตรูตรงหน้า ใช้จังหวะที่ทหารเสเหลียงคนต่อไปไม่ได้ปีนขึ้นมาตะโกนถามฮองตงอย่างเร่งรีบ
ฮองตงรีบตวัดง้าวใหญ่ในมือปลิดชีพศัตรูตรงหน้าอย่างต่อเนื่อง
ทำอย่างไรน่ะหรือ? เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ทำได้แค่ปกป้องเมืองเอาไว้อย่างสุดชีวิต!
“ไม่ว่าอย่างไรก็เสียกำแพงเมืองไปไม่ได้!”
แฮหัวอันกังวลจนเหงื่อผุดเต็มขมับ เขารู้ว่าจะเสียเมืองไปไม่ได้ แต่กลับไม่รู้ว่าจะรักษามันไว้อย่างไร
“แม่ทัพฮองตง ตอนนี้สถานการณ์วิกฤต ให้พวกโจวเซิ่นมาช่วยปกป้องเมืองเถิด!”
ตอนนี้ทหารของกองพลเกาทัณฑ์ไม่เพียงแต่ขาดกำลังรบ ทรัพยากรป้องกันเมืองก็หมด และที่สำคัญที่สุดคือสูญเสียกำลังมากเกินไป
“ไม่ได้ เตียวอุ๋นกับโจวเซิ่นขัดคำสั่งนายท่านอย่างโจ่งแจ้ง ข้าไม่ยอมให้พวกเขาใช้ข้ออ้างนี้แก้ตัวแน่!”
แววตาฮองตงแน่วแน่ เขาตัดสินใจแล้ว ต่อให้สู้จนเหลือคนสุดท้าย ก็จะไม่มีวันปล่อยให้แผนการร้ายของเตียวอุ๋นสำเร็จ!
“แต่ว่า! หากเสียเมืองเหมยหยางไปเล่าจะทำอย่างไร? เมืองเหมยหยางสำคัญนะขอรับ จะเสียไปไม่ได้เด็ดขาด!”
แฮหัวอันเข้าใจฮองตง หากไปขอโจวเซิ่นช่วยปกป้องเมืองตอนนี้ โจวเซิ่นย่อมเต็มใจแน่ แต่อีกฝ่ายก็สามารถใช้สิ่งนี้เป็นข้อแก้ตัวที่ไม่ทำตามแผนของเล่าเจี้ยงได้!
“จือเจิ้ง ไม่ต้องโน้มน้าวอีกแล้ว แม้นจะสู้จนเหลือคนสุดท้ายก็ตาม!”
แฮหัวอันไม่ได้ขอร้องฮองตงอีก ก่อนหันกลับมาเข้าร่วมสนามรบ เพียงพูดไม่กี่คำ กองทัพเสเหลียงปีนขึ้นมาบนกำแพงเมืองเป็นเบือ!
นายท่าน ฮองตงจะอดทนจนถึงลมหายใจสุดท้ายแน่นอน!
“ฆ่า!”
ขุนศึกที่ติดตามเล่าเจี้ยงเป็นคนแรกแผดเสียงคำรามก่อนกวัดแกว่งง้าวเข้าร่วมการต่อสู้ ความกล้าหาญพวยพุ่งออกมาจากทั่วร่างฮองตงถึงขีดสุดแล้ว
ตรงไหนมีทหารเสเหลียงมาก ตรงนั้นจะมีง้าวใหญ่ของฮองตง ไม่ว่าจะเผชิญหน้ากับศัตรูมากแค่ไหน เขาก็จัดการได้ไม่เหลือบ่ากว่าแรง
อานุภาพวิทยายุทธ์เลิศล้ำ ราวกับม้าทะยานหลายพันตัว พริบตาเดียวฆ่าคนไปได้จำนวนมาก!
แม้ง้าวใหญ่ของฮองตงจะอาบไปด้วยเลือดแดงฉาน กระนั้นยังคงไม่หวาดหวั่น เสียงฟิ้วฟ้าวกลางอากาศยามกวัดแกว่งดังสนั่นดุจมังกรพยัคฆ์คำรามก็มิปาน!
กองพลเกาทัณฑ์ตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายแล้ว แต่ด้วยความกล้าหาญของฮองตงเริ่มค่อย ๆ ตีเสมอ และกลายเป็นสถานการณ์ยืดหยัดประจันหน้ากับกองทัพเสเหลียง
อารมณ์ของเปียนจางเหมือนคนล่าอสรพิษ บางครั้งกระตือรือร้น บางครั้งโกรธเกรี้ยว และความวิตกกังวลปะทุขึ้นมาในใจ
แต่เมื่อเขาเห็นกองทัพฮั่นไม่มีกลยุทธ์ปกป้องเมือง และได้แต่เฝ้าดูกองกำลังเสเหลียงปีนกำแพงเมืองก็เกิดความปีติยินดี กองทัพฮั่นจะต้องมีความสามารถจำกัดแน่ เมืองจะแตกเมื่อไรก็ขึ้นอยู่กับเวลาแล้ว!
แต่ความตื่นเต้นเกิดขึ้นได้ไม่นาน ทหารเสเหลียงตกกำแพงลงมาอย่างต่อเนื่อง บางคนถูกบีบให้ตกลงมา บางคนกลัวกองทัพฮั่นจึงหนีเอาชีวิตรอด
กองทัพฮั่นจะมิอาจรบชนะได้จริงหรือ? ศัตรูมีเพียงไม่กี่พันคน กลับสามารถต้านทานกองทัพสามหมื่นคนได้นานขนาดนี้เชียวรึ!
เปียนจางอดเสียใจไม่ได้ เขาไม่ควรมาที่เมืองเตียงอัน? ไม่ควรก่อกบฏใช่หรือไม่?
น่าเสียดายที่จะเสียใจตอนนี้มันสายไปแล้ว คนทรยศรู้ดีว่านี่คือหนทางที่มิอาจหวนกลับไป ยิ่งเสี่ยงยิ่งจมลึกลงเรื่อย ๆ และไม่มีทางหวนคืนตลอดกาล!
“บุก! โจมตีต่อไป ข้าอยากเห็นนักว่ากองทัพฮั่นจะต้านทานได้อีกกี่น้ำ!”
เปียนจางไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากเพิ่มกองกำลังอย่างต่อเนื่อง พยายามใช้กำลังทหารกดกองทัพฮั่น ทว่าการตัดสินใจนี้ถูกต่อต้านโดยลูกน้องใต้บังคับบัญชา
“ผู้บัญชาการเปียน เราทุ่มทหารไปสองหมื่นนายแล้ว หากยังเพิ่มอีก ข้างกายผู้บัญชาการก็จะไม่มีทหารแล้ว! หากศัตรูบุกโจมตี เช่นนั้น…”
“ศัตรูที่ไหนอีก! ตอนนี้ทหารของกองทัพฮั่นมิอาจป้องกันตัวเองได้แล้ว! แม้ตัวข้าจะอยู่ที่นี่ จะมีอะไรให้ต้องกลัวอีก!”
สิ้นเสียง ก็ได้ยินเสียงดังกึกก้องมาแต่ไกล พื้นดินเริ่มสั่นสะเทือน
“อะไร!?”
เปียนจางตึงเครียดก่อนพ่นลมหายใจออกมาเบา ๆ พลันรู้สึกยินดีขึ้นมาทันใด
“ต้องโทษเจ้านั่นแหละ ทำข้าตกใจหมด! ต้องเป็นพวกแม่ทัพเป่ยกงมาที่นี่แน่ ดูเหมือนเล่าเจี้ยงจะถูกกวาดล้างไปหมดแล้ว! ฮ่า ๆ ๆ!”
“เร็วเข้า! ให้ทหารทั้งหมดบุกเข้าไป ต้องยึดเมืองเหมยหยางให้ได้ก่อนที่พวกเขาจะมาถึง!”
เมื่อเห็นลูกน้องใต้บัญชาไม่ขยับ เอาแต่จ้องมองมาที่เขา เปียนจางตวาดเสียงดังขึ้นมา
“เร็วสิ ยืนบ้าอะไรอยู่!”
ทันใดเองก็มีทหารคนหนึ่งวิ่งอย่างเร่งรีบมาแต่ไกล ท่าทางดูตื่นตระหนกอย่างยิ่ง
“ระ… รายงาน!”
“ด้านหลังมีกองทัพฮั่นจำนวนนับไม่ถ้วนบุกโจมตีเข้ามา เป็นธงของขุนพลอาสาซุน!”
“อะไรนะ!”
เปียนจางตกตะลึง ด้านหลังจะเป็นกองทัพฮั่นได้ยังไง พวกเขาผ่านมาได้อย่างไรกัน!
โชคร้ายมักมาไม่หยุดหย่อน เวลานี้มีทหารอีกคนวิ่งเข้ามาด้วยความตื่นตระหนกมากกว่าคนก่อน
“แฮก ๆ… รายงาน!”
เปียนจางเบิกสองตากว้าง พลางมองทหารด้วยความโกรธ
“อะไรอีก! กองทัพฮั่นปรากฏตัวอีกแล้วหรือ?”
สถานการณ์เร่งด่วน ทหารจึงพยักหน้าอย่างรวดเร็ว
“เรียนท่านแม่ทัพ มีทหารม้าของกองทัพฮั่นนับไม่ถ้วนบุกจู่โจมด้านข้างกองทัพเรา เป็นธงแม่ทัพเล่า และแม่ทัพปราบเถื่อนตั๋งโต๊ะ!”
เปียนจางวิงเวียนศีรษะ ร่างกายโน้มไปข้างหลังโดยไม่รู้ตัว โชคดีทหารองครักษ์มือเท้าไว รีบพยุงเขาไว้
“ผู้บัญชาการเปียน ท่านไม่เป็นไรใช่ไหม?”
เปียนจางกุมหน้าผาก พลันตัวสั่นอย่างรุนแรง ถ้าเป็นแล้วอย่างไร? ตอนนี้ใช่เวลาให้พักผ่อนที่ไหนกัน!
“ใครก็ได้บอกข้าทีว่ากองทัพฮั่นมันมาจากไหน!… มาจากไหน!”
“เป่ยกงปั่วอวี้เล่า หลี่เหวินโหวเล่า! พวกเขาหายไปไหน!”
ไม่มีใครตอบคำถาม เหล่าทหารได้แค่มองเปียนจางคำรามด้วยความโกรธเคืองเท่านั้น
ทว่าเสียงฆ่าฟันค่อย ๆ ดังเข้ามา แผ่นดินสั่นสะเทือนมาถึงใต้เท้าแล้ว!
“ผู้บัญชาการเปียนรีบหนีเถิด! ก่อนที่กองทัพฮั่นจะมาถึง พวกข้าจะคุ้มกันผู้บัญชาการเปียนหนีไปให้เร็วที่สุด!”
เห็นเปียนจางยังคงมองไปรอบ ๆ ด้วยสีหน้าสับสนทหารองครักษ์จึงเอ่ยปากเร่งเร้าอีกครั้ง
“หากไม่ไปตอนนี้คงไม่ทันการแล้ว! หรือผู้บัญชาการเปียนจะอยากเป็นเชลยของกองทัพฮั่นกันเล่า”
เสียงตะโกนดังทำให้เปียนจางตื่นขึ้นจากความสับสน ก่อนพยักหน้าให้ทหารองครักษ์รัว ๆ
“หนี! พวกเรารีบหนีเร็ว!”
เชลยศึก? เปียนจางพ่ายได้ แต่เขาไม่มีทางเป็นเชลยของกองทัพฮั่นเด็ดขาด!
ฮ่องเต้แห่งราชวงศ์ฮั่นปฏิบัติต่อกลุ่มกบฏอย่างไร เขารู้ดี! ถึงตาย เขาไม่มีทางให้กองทัพฮั่นจับตัวไปเด็ดขาด!
ไม่นาน กองทัพแต่ละเหล่ากองของกองทัพฮั่นก็มาถึงเมืองเหมยหยาง เดิมกองทัพเสเหลียงตกอยู่ในความอลหม่านเพราะการโจมตีของกองทัพฮั่นอยู่แล้ว การหลบหนีของเปียนจางยิ่งทำให้กองทัพเสเหลียงพังทลายลง กองทัพสามหมื่นคนตายไปเกือบครึ่ง ส่วนที่เหลือถูกจับเป็นเชลย!
ประตูใหญ่ของเมืองเหมยหยางถูกเปิดออกแล้ว ฮองตงที่ตัวเต็มไปด้วยเลือดแดงฉานยืนอยู่หน้าประตู มีทั้งเลือดของศัตรู และเลือดของเขาด้วย
ฮองตงหมดแรงไปนานแล้ว แค่ฝืนร่างกายเอาไว้ เขาต้องเจอเล่าเจี้ยง… ต้องบอกเรื่องที่เกิดขึ้นภายในเมืองให้อีกฝ่ายฟังให้ได้
ในที่สุด ร่างอันคุ้นเคยก็ปรากฏขึ้นในดวงตา ฮองตงเดินเข้าไปหาด้วยความยากลำบาก แล้วคุกเข่าลงตรงหน้านายท่าน