พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 213 สงครามนองเลือดเมืองเหมยหยาง
บทที่ 213 สงครามนองเลือดเมืองเหมยหยาง
เมื่อเทียบกับชัยชนะในช่องแคบมู่หลิน เมืองเหมยหยางไม่ได้โชคดีขนาดนั้น ขณะนี้กำลังถูกกองทหารสามหมื่นนายของเปียนจางปิดล้อมไว้ สถานการณ์วิกฤตมาก!
ตั้งแต่มาถึงเมืองเหมยหยางกองทัพเสเหลียงโจมตีอย่างบ้าคลั่ง ไม่คำนึงถึงการสูญเสียเลยสักนิด ซึ่งสร้างแรงกดดันอย่างมากให้อองตงที่รักษาเมืองอยู่!
ในแผนการของกองทัพฮั่น เหลือแค่ฮองตงกับกองพลเกาทัณฑ์รักษาเมืองเท่านั้น ทหารที่เหลือถูกเล่าเจี้ยงส่งออกไปหมด
นี่เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้เช่นกัน ครั้งก่อนเตียวอุ๋นไล่ตามโจมตีสูญเสียทหารไปมากเกินไป
“ผู้บัญชาการฮอง อาวุธป้องกันบนกำแพงเมืองหมดแล้ว ลูกเกาทัณฑ์ก็ถูกทหารยิงจนหมดเกลี้ยง!”
แฮหัวอันวิ่งมาหาด้วยท่าทีเต็มไปด้วยความร้อนใจ
“ผู้บัญชาการฮอง หากยังป้องกันอยู่เช่นนี้ต่อไป ทหารเราจะต้องประจัญบานกับศัตรูแล้ว”
เห็นได้ชัดว่าการรบซึ่งหน้าไม่ใช่จุดแข็งของกองพลเกาทัณฑ์
“แจ้งทั้งกองทัพสละกำแพงเมืองชั้นนอก และอพยพเข้าไปภายในเมือง!”
หลังจากยืนหยัดมานานสองชั่วยาม ฮองตงรู้แล้วว่ามาถึงขีดจำกัดแล้ว
ไม่เพียงแต่อาวุธป้องกันเมืองหมดเกลี้ยงเท่านั้น กำลังของทหารยังลดลงอย่างมากอีกด้วย ตอนนี้หากประจัญบานกับศัตรู โอกาสชนะยิ่งน้อยลง!
กองพลเกาทัณฑ์ล้วนเป็นทหารชั้นยอด ปกติจะใช้คำสั่งและข้อห้ามในการฝึกเป็นหลัก ตอนได้รับคำสั่ง ทหารในกองพลไม่มีตื่นตระหนกเลย และเริ่มล่าถอยเข้าไปในเมืองอย่างเป็นระเบียบ
เมื่อฮองตองตรวจสอบกำแพงเมืองชั้นนอกไร้ความผิดพลาดแล้ว ก็รีบออกจากสนามรบอย่างรวดเร็ว
ฮองตงที่เป็นผู้บัญชาการพลเกาทัณฑ์ แท้จริงแล้วควรเข้าไปก่อน แต่กลับเป็นคนสุดท้ายที่เข้าไปในเมืองชั้นใน
“ผู้บัญชาการฮอง เหตุใดถึงถอยมาหมดเล่า กำแพงเมืองชั้นนอกสำคัญเช่นนี้ จะทิ้งไปง่าย ๆ ได้อย่างไร?”
พยัคฆ์เกาทัณฑ์เพิ่งขึ้นไปบนกำแพงเมืองชั้นในได้ไม่ทันไรก็ได้ยินเสียงเตียวอุ๋นถามออกมา ทว่าฮองตงไม่สนอีกฝ่ายสักนิด แม้แต่มองก็ไม่มองด้วยซ้ำ
เตียวอุ๋นโมโหขึ้นมาทันใด ชายผู้นี้เกลียดคนที่เพิกเฉยเขาที่สุด! เล่าเจี้ยงนั่นคนหนึ่ง ทว่าแม้แต่ลูกน้องเขาก็ทำตัวแบบนี้!
“ผู้บัญชาการฮอง เรื่องใหญ่เช่นนี้เจ้ากล้าดีเยี่ยงไรตัดสินใจเอง เมื่อเสียกำแพงเมืองชั้นนอกไปจะยืนหยัดรักษาเมืองชั้นในไว้ได้อย่างไร!”
ฮองตงหันกลับมาจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาขุ่นเคือง
“แม่ทัพเตียว ไม่เห็นหรือว่าอาวุธป้องกันกำแพงเมืองชั้นนอกหมดแล้ว! พวกกบฏโจมตีมาสองชั่วยามแล้ว ทหารของกองพลเกาทัณฑ์ข้าก็ยืนหยัดมาสองชั่วยามจนถึงตอนนี้! จะให้พวกเขาที่เหนื่อยล้าประจัญบานกับพวกกบฏอีกรึ?”
พยัคฆ์เกาทัณฑ์เกือบคำรามด้วยความโกรธ ความอดทนที่เขามีต่อเตียวอุ๋นมาถึงขีดจำกัดแล้ว หากไม่ใช่เพราะฮองตงยศต่ำกว่า คงควบคุมตัวอีกฝ่ายไปแล้ว!
“เช่นนั้นเจ้าก็ให้โจวเซิ่นโจมตีสิ เขายังมีทหารใต้บัชญชาอีกห้าพันนาย ทั้งยังอยู่…”
“เงียบเสีย! นายท่านให้โจวเซิ่นรอสนับสนุนท่านอยู่ด้านหลัง แต่ท่านกลับเก็บโจวเซิ่นไว้ไม่ปล่อยไป! ท่านมีเจตนาอะไรกันแน่!?”
เตียวอุ๋นไม่เอ่ยคงดี แต่เมื่อเอ่ยถึงโจวเซิ่น ฮองตงจึงทนไม่ไหวอีกต่อไป ก่นด่าตำหนิเตียวอุ๋นไม่หยุด
“ทั้งที่เตรียมการไว้แล้ว ท่านกลับเก็บกองกำลังไว้ รู้ไหมว่านี่จะสร้างปัญหาให้กับนายท่านข้ามากแค่ไหน บางทีอาจทำให้ทั้งกองทัพแตกพ่ายเลยด้วยซ้ำ!”
ในฐานะที่เป็นแม่ทัพทหารม้าเกราะหนัก เตียวอุ๋นจะทนต่อคำวิพากษ์วิจารณ์ของผู้บัญชาการกองพลตัวกระจ้อยร่อยคนหนึ่งได้อย่างไร? จึงชักกระบี่ออกมาทันที
“บังอาจ! เจ้าก็แค่ผู้บัญชาการหกร้อยต้านคนหนึ่ง ริอ่านพูดเช่นนี้กับแม่ทัพทหารม้าเกราะหนักอย่างข้า! ใครให้ความกล้าแก่เจ้ากัน!”
ฮองตงไม่หวาดกลัวการข่มขู่ของเตียวอุ๋นเลยสักนิด กลับกันเผยรอยยิ้มเยาะเย้ยออกมา
“หึหึ ไอ้แม่ทัพทหารม้าเกราะหนักตัวดี หากไม่ใช่เพราะนายท่านข้าช่วยเจ้าก่อนหน้านี้ เจ้าจะยังได้ตำแหน่งนี้อยู่อีกหรือ? หากไม่ใช่เพราะนายท่านข้ายกทัพออกไปช่วย ตระกูลเตียวของเจ้าจะเหลือสักกี่คน! ไอ้เนรคุณ! ไสหัวไปเสีย! หากยังไม่ออกไป ข้าจะฟันเจ้าเสีย!”
เตียวอุ๋นเป็นพวกรังแกคนที่อ่อนแอกว่าแต่กลัวคนที่แข็งแกร่งกว่า เขาคิดว่าแค่พึ่งตำแหน่ง ก็สามารถทำให้ฮองตงที่เป็นแค่ผู้บัญชากองพลคนหนึ่งหวาดกลัว แต่ไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายไม่สนใจไยดีเขาสักนิด
“เจ้า…”
เตียวอุ๋นมองง้าวใหญ่ของฮองตง ในใจรู้สึกหวาดผวาขึ้นมาครู่หนึ่ง จนอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ พูดไม่ออก
“ไสหัวไป!”
ฮองตงตวาดออกมาเสียงดัง ทำให้เตียวอุ๋นตกใจมากจนล้มลงกับพื้น
“ฮึ!”
พยัคฆ์เกาทัณฑ์ไม่สนขยะที่เพิ่มปัญหาตรงหน้าอีก รีบสาวเท้าเดินไปที่กำแพงเมือง ก่อนได้ยินเสียงโห่ร้องของกลุ่มกบฏที่บุกเข้ามา
ทหารของกองพลเกาทัณฑ์ได้ทำการตอบโต้เต็มกำลังภายใต้คำสั่งของแฮหัวอันแล้ว แม้กบฏจะมีจำนวนมาก และยากจะบรรลุผลสำเร็จในทันทีก็ตาม
“จือเจิ้ง เป็นอย่างไรบ้าง มีอาวุธเพียงพอปกป้องเมืองหรือไม่?”
แฮหัวอันพยักหน้าตอบกลับมา ทว่าสีหน้าไม่ได้คลายความตึงเครียดลงเลย
“ผู้บัญชาการฮอง เสบียงส่วนใหญ่ในเมืองเหมยหยางถูกใช้ไปกับกำแพงเมืองชั้นนอกเกือบหมดแล้ว ข้าคาดว่าตอนนี้เสบียงที่พอเหลือให้กำแพงเมืองชั้นในคงยืนหยัดได้ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม!”
ยืนหยัดได้ไม่ถึงครึ่งชั่วยามหรือ?
ฮองตงถอนหายใจ และสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาล!
สามารถทิ้งกำแพงเมืองชั้นนอกได้ เพราะยังมีกำแพงเมืองชั้นใน ทว่ากำแพงเมืองชั้นในจะเสียไปไม่ได้อีก!
เมื่อเสียกำแพงเมืองชั้นในไป แม้ฮองตงจะปกป้องเมืองได้ แต่ทหารสามพันคนของกองพลเกาทัณฑ์จะถูกกองทัพเสเหลียงทำลายสิ้น!
“ไม่ว่าอย่างไร ต้องปกป้องเมืองชั้นในให้ได้ นายท่านออกคำสั่งเด็ดขาดแก่ข้าแล้ว ก่อนที่พวกเขาจะกลับมาช่วยเหลือ เมืองเหมยหยางห้ามเสียไปเด็ดขาด!”
เมื่อเห็นฮองตงเอ่ยถึงเล่าเจี้ยง สีหน้าแฮหัวอันก็มีความกลุ้มใจวาบผ่าน
“ผู้บัญชาการฮอง ภารกิจของโจวเซิ่นคือสนับสนุนนายท่านฝ่าวงล้อม! ตอนนี้เขาไม่เคลื่อนพล ทางนายท่าน…”
ฮองตงยื่นมือออกขัดแฮหัวอัน และส่ายหน้าให้เขาเบา ๆ
“จือเจิ้ง นายท่านแข็งแกร่งปราดเปรื่อง จะถูกคนถ่อยอย่างเตียวอุ๋นเล่นงานได้อย่างไร หน้าที่ของเจ้าและข้าในตอนนี้คือปกป้องเมืองเหมยหยางไว้ให้ได้!”
“ขอรับ!”
แฮหัวอันคำรามเสียงดัง ก่อนวิ่งไปที่กำแพงเมืองพร้อมยกกระบี่คู่ใจขึ้น
“สหายทั้งหลาย ข้าแฮหัวอันก็เหมือนกับทุกท่าน ซาบซึ้งในบุญคุณนายท่านยิ่งนัก วันนี้ข้าจะร่วมเป็นร่วมตายกับสหายทุกท่านที่เมืองเหมยหยางนี้! ไม่หนีหาย ไม่ทอดทิ้ง!”
ตอนนั้นเอง ฮองตงก็เดินมาด้านหน้า และยกดาบใหญ่ในมือขึ้น
“คนยืนหยัด เมืองคงอยู่ คนยินยอม เมืองล่มสลาย!”
ความกล้าหาญของแม่ทัพอาจเปลี่ยนผลของสงครามไม่ได้ ทว่าส่งผลต่อขวัญกำลังของทหารแน่นอน
ผู้นำหนีไม่มีใจคิดสู้ ทั้งกองทัพต้องพ่ายยับเยิน!
หากผู้นำสละชีวิต ร่วมเป็นร่วมตายไปพร้อมกับทหาร ขวัญกำลังใจของกองทัพพุ่งสูงขึ้นแน่นอน
ฮองตงดูน่าเกรงขามมากอยู่แล้วในกองพลเกาทัณฑ์ ทหารทุกคนเลื่อมใสเขาจากก้นบึ้งของหัวใจ ทันทีที่พยัคฆ์เกาทัณฑ์แสดงความมุ่งมั่นออกมา ทหารใต้บัญชาก็แย่งกันตอบรับทันที!
“คนยืนหยัด เมืองคงอยู่ คนยินยอม เมืองล่มสลาย!”
ในเมืองมีทหารเฝ้าเมืองเพียงสามพันคน แต่กลับแสดงอานุภาพราวกับกองกำลังสามหมื่นนายออกมา
เปียนจางที่กำลังนำรบอยู่ด้านข้างสะดุ้งกับอานุภาพนี้ ก่อนเห็นทหารที่กำลังโจมตีเมืองร่วงจากม้าทีละคน
บาดเจ็บล้มตายสาหัสนัก!
ที่โชคร้ายที่สุดคือทหารเสเหลียงที่กำลังโจมตีเมืองกองนี้ถูกทหารของกองพลเกาทัณฑ์ปลดปล่อยอารมณ์ที่พลุ่งพล่านใส่พวกเขาทั้งหมด
“เกิดอะไรขึ้น! ใครก็ได้บอกข้าทีว่าเกิดอะไรขึ้น!”
เปียนจางยังคงคำรามอยู่ที่เดิม ไม่ว่าเขามองไปที่ใคร ก็ไม่มีผู้ใดตอบกลับมา
เพราะกองทัพเสเหลียงทางด้านนี้ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นภายในเมือง รู้สึกแค่ว่ากองทัพฮั่นที่ปกป้องเมืองระเบิดพลังอย่างลืมตายกะทันหัน
“บ้าเอ๊ย! เร็วเข้า ลุยต่อไป! อย่าให้โอกาสพวกมันได้พักหายใจ!”
เปียนจางกระอักเลือดไปพลาง กระตุ้นให้ทหารโจมตีเมืองต่อไปพลาง
คนล้มตายหนนี้รุนแรงเกินไป! แค่โจมตีเข้ากำแพงเมืองชั้นนอกได้ก็สูญเสียทหารไปกว่าแปดพันคน!
หากไม่สามารถยึดเมืองชั้นในได้ในคราวเดียว และปล่อยให้กองทัพฮั่นฟื้นตัว จะต้องมีผู้เสียชีวิตเพิ่มมากขึ้นแน่
ต้องรู้ว่าเขานำกองทัพมาสามหมื่นนาย มากกว่ากองทัพศัตรูเป็นสิบเท่า!