พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 227 เรื่องแต่งงานจบลงแล้ว
บทที่ 227 เรื่องแต่งงานจบลงแล้ว
พระเจ้าเลนเต้นั่งอยู่บนบัลลังก์มังกร ภายนอกดูเหมือนสีหน้านิ่งเฉย ทว่าความจริงโกรธจนไฟสุมอก
เจ้าโฮจิ๋นกับอ้วนหงุยผู้นี้ได้ลงมือโจมตีกลุ่มสนับสนุนฮ่องเต้อย่างโจ่งแจ้ง!
ตอนแรกยืนยันความผิดเตียวอุ๋นก่อน และพยายามให้ลงโทษฆ่าเขา จากนั้นก็เสนอเลื่อนขั้นเล่าเจี้ยงอย่างเต็มที่ และพยายามผลักเขาไปสู่ความตาย
เออ ดีจริง! ความกล้าของพวกเจ้าเหิมเกริมขึ้นเรื่อย ๆ!
“แม่ทัพเล่า เจ้าคิดอย่างไร? แม่ทัพใหญ่กับมหาราชครูต่างก็ขอคุณงามความดีให้เจ้า”
น้ำเสียงของพระเจ้าเลนเต้ราบเรียบ ทว่าเล่าเจี้ยงกลับฟังออกว่าฝ่าบาททรงกริ้ว หากเขากล้ายอมรับ ต้องจบไม่สวยแน่
เล่าเจี้ยงปฏิเสธการเลื่อนตำแหน่งโดยไม่คิดเลยแม้แต่น้อย
“ฝ่าบาท แม้กระหม่อมพอมีผลงานอยู่บ้างแต่ทำผิดร้ายแรง หากมีแม่ทัพล้วนเพิกเฉยต่อกฎหมายเช่นกระหม่อม กองทัพจะไม่วุ่นวายหรอกหรือ? หากความสำเร็จของกระหม่อมสามารถนำมาชดเชยกับความผิดที่ก่อไว้ได้ กระหม่อมก็พอใจมากแล้ว”
สีหน้าพระเจ้าเลนเต้อ่อนลงไม่น้อย เขากลัวจริง ๆ ว่าเล่าเจี้ยงจะกระหายอำนาจแล้วตอบตกลงอย่างวู่วาม
“ฝ่าบาท แม่ทัพหลังสร้างผลงานใหญ่ขนาดนี้ หากไม่พระราชทานรางวัลให้ ทหารสามทัพต้องเจ็บปวดใจเพราะผิดหวังเป็นแน่พ่ะย่ะค่ะ”
โฮจิ๋นเพิกเฉยต่อความเห็นของพระเจ้าเลนเต้กับเล่าเจี้ยงโดยสิ้นเชิง เขายังคงยืนกรานจะให้แม่ทัพหลังเลื่อนตำแหน่ง
หากเล่าเจี้ยงไม่รู้เรื่องราววงในคงคิดว่าโฮจิ๋นบ้าไปแล้ว เล่นไม่ยอมรามือจนกว่าเขาจะได้เลื่อนตำแหน่งแบบนี้ ไปกินยาผิดสำแดงอะไรมา
“หึ! ดูเอาเถิดแม่ทัพเล่า เห็นทีหากข้าไม่เลื่อนตำแหน่งให้เจ้า คงเป็นที่ครหาแล้ว!”
น้ำเสียงพระเจ้าเลนเต้ดูไม่ดี เห็นได้ชัดว่าเขาเริ่มพาลแล้ว ทว่าเล่าเจี้ยงรู้ฮ่องเต้หาได้โกรธตัวเขาจริง ๆ
“ฝ่าบาท มีผลงานไม่ให้รางวัล มีความผิดไม่ลงโทษ การกระทำเช่นนี้คงไม่ยุติธรรม”
อ้วนหงุยลุกออกมาแสดงจุดยืนตัวเองอีกครั้ง
พระเจ้าเลนเต้ใกล้ระเบิดโทสะออกมาแล้ว เห็นทีหากวันนี้ไม่ฆ่าเตียวอุ๋น ไม่เลื่อนตำแหน่งให้เล่าเจี้ยง สองคนนี้ไม่ยอมรามือไปง่าย ๆ แน่!
“เรา…”
“ฝ่าบาท”
เล่าเจี้ยงมองออกว่าฮ่องเต้ลำบากใจ จึงเอ่ยขัด
“แม่ทัพเล่ามีเรื่องอันใดหรือ?”
“หากฝ่าบาทเองก็คิดว่ากระหม่อมมีคุณงามความดีอยู่บ้าง เช่นนั้นกระหม่อมขอบังอาจขอบางอย่างจากฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ”
“!?”
พระเจ้าเลนเต้ย่นคิ้วเข้าหากัน ในใจกู่ร้องว่าไม่ดีแล้ว หรือเล่าเจี้ยงจะทนความยั่วยวนของตำแหน่งที่สูงกว่าไม่ไหว?
“เจ้าว่ามาเถิด ต้องการอะไร?”
เล่าเจี้ยงโค้งคำนับอีกครั้ง “ฝ่าบาท กระหม่อมอยากขอพระราชทานสมรสกับองค์หญิงว่านเหนียนพ่ะย่ะค่ะ!”
ยอมสละตำแหน่งสูง เพื่อแต่งงานกับองค์หญิงหรือ?
การตัดสินใจของเล่าเจี้ยงทำให้ทุกคนในท้องพระโรงต่างนิ่งอึ้ง รวมถึงโฮจิ๋นกับอ้วนหงุยด้วย
“แม่ทัพหลัง เจ้าคิดให้ดี ๆ ตำแหน่งขุนพลพิทักษ์เป็นตำแหน่งเทียบเท่าสามมหาเสนาบดีอีกนะ”
โฮจิ๋นยังคงไม่ยอมแพ้ ยังพยายามโน้มน้าวอยู่ด้านข้าง
เล่าเจี้ยงไหนเลยจะไม่รู้ความคิดของแม่ทัพใหญ่ เขาเยาะเย้ยอยู่ในใจอย่างต่อเนื่อง ทว่าภายนอกยังคงยิ้มอย่างขอบคุณ
“ขอบคุณแม่ทัพใหญ่กับมหาราชครูอ้วนที่สนับสนุนข้า ข้ารับน้ำใจไว้แล้ว ได้ตำแหน่งแม่ทัพหลังตั้งแต่ยังไม่สวมกว้าน เล่าเจี้ยงก็รู้สึกละอายใจพอแล้ว นับประสาอะไรกับสามมหาขุนพล? ข้าตระหนักรู้ตัวเอง จะไม่ตกลงเรื่องนี้เด็ดขาด”
หลังจากเล่าเจี้ยงกุมมือขอบคุณโฮจิ๋นกับอ้วนหงุยแล้ว ก็หันไปถวายบังคมพระเจ้าเลนเต้
“ฝ่าบาท กระหม่อมหลงรักองค์หญิงมานาน ขอฝ่าบาททรงเมตตาอนุญาตด้วยพ่ะย่ะค่ะ”
“ย่อมได้!”
พระเจ้าเลนเต้ผุดลุกขึ้น พึงพอใจกับท่าทีของราชบุตรเขยผู้ปราดเปรื่องมาก
“แม่ทัพเล่าเป็นเสาหลักของราชวงศ์ฮั่น เราเองก็ชื่นชอบเจ้ามานาน ยิ่งไปกว่านั้นเจ้าและเราต่างเป็นลูกหลานแซ่เล่าแห่งราชวงศ์ฮั่น เจ้าได้อภิเษกสมรสกับองค์หญิงว่านเหนียนย่อมเป็นประสงค์ของสวรรค์แน่นอน เรียกได้ว่าเป็นมงคลแล้ว ก็ยิ่งมงคลขึ้นไปอีก ฮ่า ๆ ๆ ๆ”
พระเจ้าเลนเต้กลัวขุนนางคนอื่นจะคัดค้านจึงตอบตกลงทันที แต่ไม่คิดเลยว่าโฮจิ๋นจะกระโดดออกมาอีก
“ฝ่าบาท! คุณงามความดีของแม่ทัพหลังนั้นสูงเสียดฟ้า การเลื่อนตำแหน่งเป็นการยอมรับจากหมู่ชนนะพ่ะย่ะค่ะ!!”
ในที่สุดพระเจ้าเลนเต้ก็มองออก โฮจิ๋นผู้นี้ไม่โดนลงโทษมานานจนเหลิงลืมตัวไปแล้ว
“แม่ทัพใหญ่… เจ้าไม่ได้ยินแม่ทัพเล่าพูดหรือว่าเขาไม่อยากเป็นสามมหาขุนพล เจ้ายืนกรานจะให้ข้าเลื่อนตำแหน่งให้เขา หากเกิดว่าแม่ทัพหลังลาออกไป การสูญเสียครั้งใหญ่เช่นนี้ใครจะมาชดใช้ เจ้ารึ!?”
ปฏิกิริยาของพระเจ้าเลนเต้รุนแรงมากจนทำให้โฮจิ๋นสะดุ้งโหยง ก่อนรีบก้มหน้ารับผิด ในขณะเดียวกันก็ขยิบตาให้ อ้วนหงุย
ทว่ามหาราชครูอ้วนมองตรงไปข้างหน้าตลอด ไม่สนใจการขอความช่วยเหลือจากแม่ทัพใหญ่เลยแม้แต่น้อย
“เรื่องนี้เอาตามนี้แหละ วันที่หก เดือนแปด ข้าจะจัดพิธีแต่งงานให้แม่ทัพหลังกับองค์หญิงว่านเหนียน ส่วนเตียวอุ๋น ให้จับเขากลับมาเมืองหลวงก่อน แล้วค่อยลงโทษ”
“ไปได้!”
ยิ่งพระเจ้าเลนเต้มองดูขุนนางเหล่านี้ก็ยิ่งหงุดหงิด จึงสะบัดแขนเสื้อเดินจากไป ทิ้งพวกขุนนางยืนแกร่วอยู่ในท้องพระโรง
เล่าเจี้ยงเองก็ไม่อยากอยู่ที่นี่อีกต่อไป จึงดึงเล่าเอี๋ยนเดินออกไปข้างนอก
“ท่านพ่อ ข้าฝากเรื่องงานแต่งทั้งหมดไว้กับท่านด้วย”
เล่าเอี๋ยนใช้มือลูบเคราพร้อมใบหน้าดูหยอกล้อ
“ตอนนั้นพ่อให้เจ้าแต่ง เจ้ายังไม่พอใจ ยอมตายเสียดีกว่า ทำไม? ตอนนี้ยอมแพ้แล้วรึ”
เล่าเจี้ยงหัวเราะแห้งสองครั้ง เขาสาบานในใจว่าไม่ใช่เพราะความงามขององค์หญิงแน่นอน
“ท่านพ่อ หลอกกันไปหลอกกันมาในราชสำนักท่านก็ได้เห็นแล้ว มีหลายสิ่งที่ข้าทำตามใจตัวเองไม่ได้”
เล่าเอี๋ยนพยักหน้า เห็นด้วยกับคำพูดของเล่าเจี้ยงจริง ๆ
ตั้งแต่ลูกชายย้ายไปอยู่จวนแม่ทัพหลังและแต่งงานกับซัวเอี๋ยม การพูดคุยกันระหว่างพ่อลูกก็น้อยลง
เล่าเอี๋ยนรู้ว่าลูกชายคนเล็กมีความสามารถโดดเด่นเหนือผู้อื่น ทว่าเขาก็ยังอดห่วงไม่ได้
“ไม่คิดเลยว่าแม่ทัพใหญ่กับมหาราชครูจะเสนอให้เจ้าเลื่อนตำแหน่งเป็นขุนพลพิทักษ์ หากเจ้าตอบตกลง ก็จะใหญ่กว่าพ่อไปหลายเท่า!”
เล่าเจี้ยงเผยรอยยิ้มเยาะ “ท่านพ่อก็ว่าไป โฮจิ๋นกับอ้วนหงุยนั้นมีเจตนาดีอย่างนั้นหรือ? ขุนพลพิทักษ์อะไรกัน ข้ายังอายุไม่ถึงวัยสวมกว้านด้วยซ้ำ ก็จะให้ข้านั่งตำแหน่งสามมหาขุนพลแล้ว หากต่อไปข้าประสบความสำเร็จอีก จะไม่ได้เลื่อนเป็นฮ่องเต้เลยหรือไง? ข้าว่าพวกเขาแทบอยากให้ข้าตายไปเร็ว ๆ ซะมากกว่า”
“เจ้ารู้ก็ดีแล้ว พ่อยังกังวลว่าเจ้าจะโลภตำแหน่งจนตอบตกลงเสียอีก!”
เล่าเอี๋ยนยังคงกลัวอยู่เล็กน้อย หากเล่าเจี้ยงวู่วามจนตกหลุมพรางของโฮจิ๋นและอ้วนหงุย เขาไม่รู้จริง ๆ ว่าควรจะจัดการอย่างไร
ความอบอุ่นแผ่ซ่านในใจเล่าเจี้ยง ท่ามกลางงูพิษมากมาย เขายังคงสัมผัสความห่วงใยของท่านพ่อที่มีต่อตัวเองได้อย่างแท้จริง
“ท่านพ่อไม่ต้องห่วง แค่ไอ้คนฆ่าหมู ไม่ทำอะไรลูกไม่ได้หรอก”
เล่าเอี๋ยนตบไหล่เล่าเจี้ยงอย่างปลื้มใจ ความรู้สึกที่มีต่อเจ้าหนุ่มคนนี้ไม่สามารถใช้คำว่าภูมิใจมาเปรียบได้แล้ว ครอบครัวพวกเขาจะสามารถฟื้นคืนความรุ่งโรจน์ของบรรพบุรุษได้หรือไม่ เล่าเอี๋ยนได้ฝากความหวังไว้กับลูกชายคนนี้หมดแล้ว
“ลูกข้าอย่าได้ดูแคลนแม่ทัพใหญ่ ข้างกายโฮจิ๋นมีคนเก่งมากมาย หากเจ้าดูถูกศัตรู ครั้นประมาทต้องถูกเขาทำร้ายแน่ ดังนั้นทำอะไรก็ต้องระมัดระวัง”
เล่าเจี้ยงย่อมรู้แล้วว่าข้างกายโฮจิ๋นมีคนเก่งมากมาย เป็นต้นว่าอ้วนเสี้ยว กับโจโฉ มีคนไหนจัดการได้ง่ายบ้าง? ทว่าแม่ทัพหลังก็หาได้กังวลมากไปนัก กุนซือปีศาจข้างกายตนต้องมองแผนการร้ายทั้งหมดออกได้อย่างแน่นอน ทำให้เขาไร้ข้อผิดพลาด ไหนจะซุนฮิวที่เขาดึงตัวมาจากจวนแม่ทัพใหญ่ รู้ตื้นลึกหนาบางของโฮจิ๋นนายเก่าและพวกพ้องเป็นอย่างดี
“ท่านพ่อโปรดวางใจ ลูกหาใช่คนเย่อหยิ่งแต่อย่างใด จะต้องระวังแล้ว ระวังอีกแน่นอน”
ให้เล่าเอี๋ยนรู้มากไปก็ไม่ดี มิสู้พูดคำปลอบใจเขาดีกว่า “ท่านพ่อ เรื่องงานแต่งงานฝากท่านด้วย”
“ไม่ต้องห่วง พ่อจะจัดงานแต่งของเจ้าให้ยิ่งใหญ่แน่นอน! ถึงอย่างไรก็แต่งกับองค์หญิง จะเสียมารยาทไม่ได้”
เล่าเจี้ยงรู้สึกว่าตนไม่ได้คารวะบิดามานานแล้ว จึงโค้งตัวคำนับแสดงความขอบคุณทันที
เล่าเอี๋ยนเองก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ และช่วยพยุงบุตรชายลุกขึ้น
“ลูกข้าไม่ต้องมากพิธี เมื่อไรก็ไว้ใจพ่อได้เสมอ”
“ขอบคุณท่านพ่อยิ่งนัก!”