พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 240 ข้าไม่มีเงิน!
บทที่ 240 ข้าไม่มีเงิน!
หลังจากเล่าเจี้ยงเอ่ยเงื่อนไขตัวเองเสร็จก็ถอยไปอยู่ด้านข้าง รอดูปฏิกิริยาของขุนนางทุกคนเงียบ ๆ
โดยเฉพาะปฏิกิริยาของโฮจิ๋นกับอ้วนหงุยที่มีความสำคัญมาก
พระเจ้าเลนเต้ย่อมไม่คัดค้านใด ๆ ถึงอย่างไรเขาก็ตัดสินใจแล้ว หากขอเงินแม้สักแดงเดียวเขาก็ไม่มีให้!
แม่ทัพใหญ่กับมหาราชครูสนับสนุนให้กรีธาทัพไปซีเป่ยมิใช่หรือ? ได้สิ เราตกลง เพียงแต่เงิน เสบียง และทหาร ของเหล่านี้เราช่วยไม่ได้
อ้วนหงุยไม่พูดอะไร ทว่าสีหน้าถมึงทึงของเขาได้แสดงให้เห็นความคิดข้างในแล้ว
โฮจิ๋นตกตะลึงถึงขีดสุด ดวงตาเขาเบิกกว้าง ในใจกนด่าเล่าเจี้ยงไม่หยุด
ไอ้ชั่วนี่น่ารังเกียจนัก! กองทัพสองแสนคน? เสบียงสองล้านต้านรึ? เจ้าก่อกบฏให้มันจบ ๆ ไปเถิด! หากเรามีเงินมากมายขนาดนั้น พวกเรายังจะให้เจ้าเล่าเจี้ยงทำอะไรอีก?
“แม่ทัพหลัง นี่เกินไม่ไปหน่อยหรือ?! ตอนปราบกบฏโพกผ้าเหลือง แม่ทัพหลังใช้ทหารไปเท่าไรกันเชียว? รบที่เมืองเหมยหยางครั้งก่อนก็มีทหารเพียงไม่กี่หมื่นคน เหตุใดครานี้ถึงต้องการทหารถึงสองแสนคนเล่า? ไหนจะเสบียงอีก เมื่อครู่เจ้าไม่ได้ยินที่เสนาบดีกรมการคลังพูดรึ? แม้แต่สามหมื่นต้านท้องพระคลังก็เอาออกมาให้ไม่ได้ แล้วเราจะไปหาเสบียงที่ไหนมาให้เจ้าสองล้านต้าน!”
เล่าเจี้ยงไม่สนใจความโกรธของโฮจิ๋นเลยสักนิด เขาแบมือหยักไหล่ ทำท่าทางไม่แยแส
“แม่ทัพใหญ่ พวกท่านบีบข้ากรีธาทัพไปเสเหลียง แต่มิอาจสนองเงื่อนไขของข้าได้เลยรึ? หรือท่านคิดจะส่งทหารใหม่นับหมื่นพร้อมเสบียงจำนวนหนึ่งแสนต้านมาให้ข้าจริง ๆ? นั่นมิใช่ว่าต้องการส่งข้าไปตายหรือ? หากเป็นเช่นนั้นจริงก็ไม่จำเป็นต้องสูญเสียชีวิตทหารนับหมื่นไปโดยเปล่าประโยชน์หรอก ท่านให้ฝ่าบาทประหารข้าเสียก็จบแล้ว!”
“เจ้า!”
ความโกรธในใจของโฮจิ๋นถูกจุดขึ้นทันที เขาไม่คิดเลยว่าเล่าเจี้ยงจะมองข้ามความหวังดีของผู้อื่นขนาดนี้
“ฝ่าบาท แม่ทัพหลังหยาบคายเกินไปแล้ว ในความเห็นกระหม่อม เขาไม่อยากเป็นกำลังให้ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ!”
เล่าเจี้ยงไหนเลยจะปล่อยให้โฮจิ๋นเอาเปรียบ เขาพ่นลมหายใจอย่างเย็นชาออกมาทันที
“แม่ทัพใหญ่ ตามหลักแล้วท่านเป็นผู้รับผิดชอบกองทหารในใต้หล้า ท่านคือผู้บัญชาการทหารสูงสุด มิสู้ท่านกรีธาทัพไปเองให้ข้าเล่าเจี้ยงได้ชมอานุภาพเล่า!”
โฮจิ๋นพูดไม่ออกทันที อย่าว่าแต่กองทัพไม่กี่หมื่นคนเลย แม้ให้ทหารเขาสองแสนคน เขาก็ไม่กล้าไปที่เลียงจิ๋ว
“แม่ทัพหลังล้อเล่นแล้ว แม่ทัพใหญ่มีหน้าที่รับผิดชอบงานสำคัญในใต้หล้าจะออกจากเมืองหลวงง่าย ๆ ได้อย่างไร? ในความเห็นข้า เรื่องนี้ยังต้องพึ่งแม่ทัพหลัง! แม่ทัพหลังลองลดจำนวนทหารและเสบียงลงดูเถิดจะได้ไม่ทำให้ฝ่าบาทต้องลำบากใจ!”
อ้วนหงุยช่วยโฮจิ๋นแก้สถานการณ์พร้อมยิ้มจนตาหยี ไม่วายกล่าวยกย่องเล่าเจี้ยงสองสามประโยค
เล่าเจี้ยงแสร้งทำเป็นยิ้ม เขารู้ดีว่าอ้วนหงุยมีเจตนาร้ายจึงไม่ไว้หน้ากันเลยสักนิด
“มหาราชครูไม่เป็นข้าก็พูดได้สิ ลดจำนวนทหารและเสบียงหรือ? เช่นนั้น เหตุใดท่านไม่ไปถามเปียนจาง เป่ยกงปั่วอวี้ว่าพวกเขาเต็มใจยอมศิโรราบหรือไม่เล่า? เมื่อกองทหารมารวมตัวกันพร้อม เสบียงก็จัดเตรียมได้อย่างเหมาะสม ทางเลียงจิ๋วเกิดอะไรขึ้นบ้างก็ไม่รู้ได้ ข้าคำนึงถึงฝ่าบาทถึงได้เอ่ยเงื่อนไขสามประการออกมาน่ะซี!”
“อีกอย่าง ใครในใต้หล้าไม่รู้บ้างว่าตระกูลอ้วนเป็นตระกูลขุนนางแนวหน้า มีทรัพย์สินมากมายนับไม่ถ้วน ในฐานะผู้นำขุนนางนับร้อย ไยมหาราชครูอ้วนจึงไม่ทำเป็นตัวอย่างให้พวกเขาเล่า?”
อ้วนหงุยนึกไม่ถึงเลยว่าเล่าเจี้ยงจะฉฉีกหน้าเขาอย่างเปิดเผยจึงหุบยิ้มทันที
“ในความเห็นของแม่ทัพหลัง ข้าควรทำอย่างไรหรือ?”
เล่าเจี้ยงหัวเราะเสียงดัง สายตาที่มองอ้วนหงุยเปี่ยมไปด้วยเจตนาชั่วร้าย
“ตระกูลอ้วนร่ำรวยมหาศาล เกรงว่าเสบียงหนึ่งล้านต้านคงไม่ทำให้ตระกูลอ้วนของมหาราชครูขนหน้าแข้งร่วง มิสู้มหาราชครูบริจาคเสบียงหนึ่งล้านต้านเป็นอย่างไร ส่วนที่เหลือค่อยรวบรวมจากขุนนางคนอื่น ๆ จริงสิแม่ทัพใหญ่ก็ควรทำเป็นตัวอย่างเช่นกัน ท่านก็บริจาคสักห้าแสนต้านสิ!”
สิ้นเสียงเล่าเจี้ยงก็ได้ยินเสียงคำรามโกรธของโฮจิ๋นดังขึ้น
“ข้าไม่มีเงิน!”
สีหน้าอ้วนหงุยถมึงทึงถึงขีดสุด เรื่องเช่นนี้ใครเขานำมาพูดในท้องพระโรงกัน? เล่าเจี้ยงกล้ามาก!
“ฝ่าบาท ตระกูลอ้วนของกระหม่อมเป็นขุนนางมาสี่ยุคสมัย ทุกยุคสมัยล้วนภักดีต่อชาติบ้านเมือง ซื่อสัตย์เที่ยงตรงอย่าว่าแต่ล้านต้านเลย แม้แต่หนึ่งหมื่นต้านที่กระหม่อมกล่าวเมื่อครู่ก็เป็นเสบียงที่สะสมมาหลายปีของทั้งตระกูล”
“หากข้าพูดอะไรที่ไม่เป็นความจริง ต้องไม่ตายดีแน่!”
เล่าเจี้ยงมีสีหน้าเหยียดหยาม ไม่คิดเลยว่าอ้วนหงุยคนนี้จะเสี่ยงชีวิตเพียงเพราะไม่อยากควักเงินจ่าย มิน่าเล่าถึงถูกตั๋งโต๊ะฆ่า สมน้ำหน้านัก!
“ฝ่าบาท แม่ทัพหลังพูดให้ร้ายกระหม่อมเช่นนี้ หากไม่มีคำอธิบายดี ๆ ให้ กระหม่อมจะลาออกไปเสียเดี๋ยวนี้!”
พระเจ้าเลนเต้ขมวดคิ้ว ไม่คิดเลยว่าอ้วนหงุยจะยึดติดกับเรื่องนี้ไม่ยอมปล่อย ในใจนึกตำหนิเล่าเจี้ยงที่วู่วาม
“แม่ทัพหลัง ไยยังไม่รีบขอโทษมหาราชครูอีก!”
ต่ำทราม!
เล่าเจี้ยงก่นด่าอ้วนหงุยในใจ ทว่ายังคงโค้งคำนับเขา
“มหาราชครูอ้วน เล่าเจี้ยงพูดไร้สาระ โปรดอภัยให้ข้าด้วย!”
อ้วนหงุยหอบหายใจเข้าลึก ๆ สองสามครั้งและไม่ถือสาเอาความต่อ
“แม่ทัพหลังให้ร้ายข้า ข้าไม่เอาความก็ได้ แต่เจ้าต้องเห็นด้วยกับเรื่องที่เลียงจิ๋ว!”
เล่าเจี้ยงนึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าเฒ่าตายยากผู้นี้จะใช้กลยุทธ์เบี่ยงเบนความสนใจซ่อนเจตนาที่แท้จริง ภายนอกให้อภัยแต่ความจริงยังเอาเรื่องไปทำสงครามที่ซีเป่ยมาข่มขู่
“แม่ทัพหลัง เจ้าลองคิดหาวิธีดูเถิด ขุนนางทั่วทั้งราชสำนักมีแค่เจ้าที่กรีธาออกรบไกล”
เล่าเจี้ยงฟังน้ำเสียงแกมอ้อนวอนของพระเจ้าเลนเต้ ในใจรู้ว่าเวลานั้นมาถึงแล้ว
“ฝ่าบาท หากพระองค์ต้องการปราบกบฏเลียงจิ๋วให้สิ้น สามเงื่อนไขที่กระหม่อมกล่าวก่อนหน้าเป็นเงื่อนไขขั้นพื้นฐาน ไม่มีการหารือใด ๆ อีก ทว่าหากแค่อยากจะรับมือกับความวุ่นวายในเลียงจิ๋วตอนนี้ กระหม่อมก็มีแผนดี ๆ แผนหนึ่ง”
พระเจ้าเลนเต้แสร้งทำเป็นตื่นเต้นและเร่งเร้าเล่าเจี้ยง
“รีบพูดมาเร็วเข้า!”
“ฝ่าบาท หากท้องพระคลังมิอาจสนับสนุนกองทัพได้จริง ๆ ก็ทำได้เพียงระงับเรื่องนี้ไว้ชั่วคราว ในเมื่อไม่สามารถกอบกู้เลียงจิ๋วกลับคืนมาได้ มิสู้ขังกลุ่มกบฏไว้ในเลียงจิ๋วทำให้พวกเขาไม่สามารถออกไปที่อื่นได้เล่า เมื่อท้องพระคลังถูกเติมเต็มแล้ว ค่อยลั่นกลองกรีธาทัพไปปราบกบฏ!”
โฮจิ๋นพ่นลมหายใจออกมาอย่างเย็นชา สีหน้าปรากฏความไม่พอใจ
“แม่ทัพหลังพูดได้คล่องเชียวนะ หากปล่อยทิ้งเลียงจิ๋ว รอให้กลุ่มกบฏควบคุมเลียงจิ๋วได้โดยสมบูรณ์ พวกเขาจะนิ่งอยู่ตรงนั้นหรือ? หรือแม่ทัพหลังลืมแล้วว่าตอนที่เกงปิดยังอยู่ในเลียงจิ๋ว พวกเปียนจางก็กล้าบุกดินแดนซานฟู่?”
“แม่ทัพใหญ่อย่าเพิ่งใจร้อน ข้ายังพูดไม่จบ”
เล่าเจี้ยงเหลือบมองโฮจิ๋นนิ่ง ก่อนจะประสานมือให้พระเจ้าเลนเต้อีกครั้ง
“ฝ่าบาท แค่ให้แม่ทัพปราบเถื่อนตั๋งโต๊ะไปประจำการอยู่ที่เมืองเหมยหยาง แล้วให้ฮองฮูสงออกมารับหน้าที่ใหม่ไปประจำการอยู่ที่เมืองเฉินชาง สั่งให้ทั้งสองคนเสริมกำลังการป้องกัน กักตุนเสบียง หญ้า ยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ เพียงเท่านั้นก็จะสามารถสกัดกั้นการรุกรานจากทางตะวันออกของพวกกบฏได้!”
“จากนั้นก็เลือกแม่ทัพอีกคนที่ฉลาดและกล้าหาญให้ไปประจำการที่เมืองฮั่นต๋ง หนึ่งเพื่อป้องกันไม่ให้กองทัพเสเหลียงรุกรานดินแดนเสฉวน อีกอย่างหนึ่งคือเพื่อคว้าโอกาสตอนกองทัพเสเหลียงรุกขึ้นทางตะวันออก บุกเมืองเทียนสุ่ยจากเส้นทางเขากิสาน”
พระเจ้าเลนเต้พยักหน้าเห็นด้วยกับกลยุทธ์ของเล่าเจี้ยง
“ตอนนี้ท้องพระคลังว่างเปล่า เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ปัจจุบันคงทำได้เพียงพึ่งพากลยุทธ์ของแม่ทัพหลังชั่วคราว”
“แม่ทัพใหญ่ มหาราชครู พวกเจ้าคิดว่าอย่างไร?”
ครั้นได้ยินพระเจ้าเลนเต้ถามตัวเอง โฮจิ๋นก็มองไปที่อ้วนหงุย เขาไม่รู้ว่าควรจะเห็นด้วยหรือไม่
“ฝ่าบาท กระหม่อมคิดว่ากลยุทธ์ของแม่ทัพหลังเป็นไปได้ ตอนนี้ราชสำนักไม่สามารถพิชิตปราบกบฏได้จริง ๆ จึงทำได้แค่ขังกลุ่มกบฏไว้ในเลียงจิ๋วชั่วคราว เมื่อท้องพระคลังได้รับการเติมเต็ม แล้วค่อยไปปราบกบฏก็ไม่เสียหายอะไร”
หากอ้วนหงุยเห็นด้วย โฮจิ๋นยิ่งไม่มีข้อโต้แย้งใด
“กระหม่อมก็คิดว่าวิธีนี้ใช้ได้”
เมื่อพระเจ้าเลนเต้เห็นทั้งสองคนเห็นด้วยก็กลุ้มใจขึ้นมา
“แต่แม่ทัพที่ทั้งฉลาดและกล้าหาญจะหาได้จากที่ไหนกัน?”