พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 293 พฤติกรรมต่ำทราม
บทที่ 293 พฤติกรรมต่ำทราม
เต๊งหงวนตกใจมาก ตัวเองประจำการอยู่ในเหอเน่ยมาตลอด เมื่อวานได้รับข่าวจากโฮจิ๋น วันนี้อีกฝ่ายกลับตายแล้ว!
ช่างพาตัวเองมาติดกับจริง ๆ
“ขุนพลพิทักษ์อย่าเข้าใจผิดเด็ดขาด ข้าน้อยแค่มาตามคำสั่ง ไม่รู้เรื่องก่อกบฏของโฮจิ๋นเลย ขอขุนพลพิทักษ์พิจารณาด้วย”
เต๊งหงวนตกใจมาก เขาพลิกตัวลงจากหลังม้าและคุกเข่าลงต่อหน้าเล่าเจี้ยง เต๊งหงวนกระจ่างแจ้งถึงสถานการณ์ในตอนนี้แล้ว บัดนี้ลกเอี๋ยงมีเล่าเจี้ยงรวบอำนาจไว้แต่เพียงผู้เดียว
“ผู้ตรวจการเต๊ง ลุกขึ้นเถิด… ข้าก็ไม่ได้บอกว่าเจ้าเป็นกบฏ”
เต๊งหงวนก็ไม่เกรงใจ หลังจากได้รับการอภัยจากเล่าเจี้ยงก็ลุกขึ้นยืนทันที และเปลี่ยนท่าทางก่อนหน้านี้
ที่แท้ก็เป็นคนประจบประแจงคนหนึ่ง!
เล่าเจี้ยงอดบ่นในใจไม่ได้ เดิมคิดว่าเต๊งหงวนจะเป็นคนจงรักภักดีและรักชาติอะไรเสียอีก ตอนนี้ดูเหมือนจะได้ยินมาผิด
“เดิมทีแม่ทัพตั๋งโต๊ะก็ลำบาก ผู้ตรวจการเต๊งเองก็ลำบากจนมีผลงานยอดเยี่ยมเช่นกัน เอาแแบบนี้ไหม ผู้ตรวจการเต๊งตั้งค่ายอยู่นอกเมืองลกเอี๋ยง จากนั้นตามข้าเข้าวังไปด้วยกัน อีกไม่กี่วันจะแต่งตั้งฮ่องเต้องค์ใหม่พอดี!”
ดวงตาเต๊งหงวนเปล่งประกาย ก่อนตกลงอย่างรวดเร็ว เขาไม่ได้เดินทางไกลพันลี้มาลกเอี๋ยงเพียงเพื่อรับรางวัลหรอกหรือ? ตอนนี้เล่าเจี้ยงตกลงแล้ว สถานการณ์ออกมาดีไม่น้อยเลย
“ขอรับ! ข้าน้อยรับคำสั่ง”
เต๊งหงวนสั่งลิโป้นำกองทัพไปตั้งค่ายอยู่ด้านข้าง ส่วนตนตามเล่าเจี้ยงและคนอื่น ๆ เข้าราชธานี
เมืองลกเอี๋ยง
เมืองหลวงแห่งนี้เหมือนกับสูญเสียพลังชีวิตไปก็มิปาน ไม่สามารถมองเห็นฉากคึกคักเฟื่องฟูอีกต่อไป ทุกครัวเรือนปิดเรือนไม่ออกนอกบ้าน ตลาดรกร้าง ดูเหมือนชาวบ้านจะรู้ว่าวันนี้เป็นวันไม่ค่อยสงบนัก
เมื่อมาถึงในวัง ภาพตรงหน้ายิ่งทำให้เล่าเจี้ยงรู้สึกหดหู่
มีคนตายอยู่ทั่วทุกที่ ทั้งขันที นางข้าหลวง ทหาร พระราชวังที่เดิมทีได้รับการคุ้มกันอย่างแน่นหนา ตอนนี้กลับไม่เห็นเงาสักคน
“เร็ว! รีบเก็บกวาดพระราชวัง แล้วตามหานางข้าหลวงกับขันทีที่ยังรอด ให้พวกเขาออกมาเถิด มันไม่เป็นไรแล้ว”
เมื่อเล่าเจี้ยงออกคำสั่ง นายกองของหน่วยองครักษ์หลวงไม่กล้ารอช้า รีบกุมมือยอมรับคำสั่งอย่างรวดเร็ว ทหารองครักษ์สามพันคนหลั่งไหลเข้าวังทันที และถือว่าเข้าควบคุมพระราชวังอย่างเป็นทางการ
พระราชวังฉางเล่อ เดิมเป็นตำหนักว่าราชกิจ แต่ตอนนี้ด้านในเต็มไปด้วยผู้คน ทั้งขุนนางใหญ่ นางข้าหลวง ทหารองครักษ์ ตลอดจนฮองเฮาและไทเฮา
เมื่อตัวแทนเล่าเจี้ยงเข้ามาในตำหนัก ทุกคนก็ต่างหวาดกลัวอย่างมาก พากันถอยไปทั้งสองด้าน ด้วยกลัวว่าจะไปยั่วยุดาวหายนะผู้นี้เข้า
“ลูกข้า!”
“หลานข้า!”
เสียงผู้หญิงสองคนอุทานมาจากด้านบนสุด เป็นโฮฮองเฮากับตั๋งไทเฮา เมื่อพวกนางเห็นเล่าเจี้ยงนำลูกชายกับหลานชายของตัวเองมาก็เกษมเปรมปรีดิ์ทันที
เล่าเจี้ยงจูงมือองค์ชายคนละข้างเดินตรงไปข้างหน้า ก่อนส่งองค์ชายใหญ่เล่าเปียนให้โฮฮองเฮา และส่งองค์ชายรองเล่าเหียบให้ตั๋งไทเฮา โดยไม่ลืมถอยหลังก้าวหนึ่ง แล้วกุมมือถวายบังคม
“กระหม่อมเล่าเจี้ยงปฏิบัติตามคำสั่ง ช่วยองค์ชายทั้งสองกลับมาส่งคืนให้ฮองเฮากับไทเฮาแล้ว”
“ขุนพลพิทักษ์รีบลุกขึ้นเร็ว ตระกูลอ้วนเราไม่รู้จะขอบคุณขุนพลพิทักษ์อย่างไรจริง ๆ”
โฮฮองเฮาเอ่ยออกมาก่อน นางซาบซึ้งในตัวชายตรงหน้าเสียเต็มประดา อีกทั้งยังแอบขยิบตาให้ด้วย
เปลือกตาเล่าเจี้ยงกระตุก สงสัยว่าตัวเองตาฝาดไปหรือเปล่า ทว่าโฮฮองเฮาทรงพระศิริโฉมและงดงามมากจริง ๆ ตอนนี้มีอายุแค่ยี่สิบหกถึงยี่สิบเจ็ดปีเท่านั้น เป็นวัยบุปผางามสะพรั่งพอดี
นี่เป็นครั้งแรกที่เล่าเจี้ยงพบกับโฮฮองเฮา จึงอดเหลือบมองบ่อยครั้งไม่ได้ แต่ไม่คิดเลยว่าพระนางจะแอบขยิบตาให้เขา
“ฮึ่ม!”
ตั๋งไทเฮาที่อยู่ด้านข้างเห็นทุกการกระทำของโฮฮองเฮาจึงโกรธมากทันที ทว่าด้วยอำนาจของเล่าเจี้ยง จึงไม่กล้าพูดอะไร
“ขุนพลพิทักษ์ ไม่ทราบว่าก่อนลูกชายข้าจะสิ้นชีพ ได้ฝากคำสั่งเสียให้ใครเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งหรือไม่?”
เมื่อตั๋งไทเฮาเอ่ยคำพูดนี้ออกมา ทุกคนในตำหนักเริ่มกังวล และจับจ้องไปที่เล่าเจี้ยงเป็นตาเดียว
ตอนนี้ใครจะสืบทอดบัลลังก์ต่อล้วนขึ้นอยู่กับเจตนาของเล่าเจี้ยง เตียวเหยียงตายแล้ว สิบขันทีก็ตายหมด ก่อนพระเจ้าเลนเต้สิ้นพระชนม์ คนเดียวที่อยู่ตรงหน้าพระองค์ก็คือเล่าเจี้ยง
โดยเฉพาะโฮฮองเฮา มองขุนพลพิทักษ์ด้วยสีหน้าอ้อนวอน แววตานั้นทำให้เล่าเจี้ยงรู้สึกทรมานจนทนไม่ไหว
เล่าเจี้ยงมั่นใจมาก แค่ตนกล่าวเล่าเปียนออกมาได้ โฮฮองเฮายินดีทุ่มทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม
“ฮ่องเต้องค์ก่อน… เอ่อ…”
ขุนนางทุกคนต่างร้อนใจไปกับท่าทางขุนพลพิทักษ์ มีแค่สองคนเท่านั้น เจ้าแค่พูดออกมาก็จบแล้ว? ไยต้องอึกอักด้วย!
ตามสำนวนว่าราชาใจเย็นแต่ปวงประชาเร่งร้อน เหล่าขุนนางร้อนใจไปก็ไม่มีประโยชน์ ทำได้แค่รออยู่ตรงนั้น ไม่มีใครกล้าก้าวไปข้างหน้าเร่งเล่าเจี้ยงเลย
“เอาแบบนี้ดีไหม วันนี้ทุกคนตกใจกันมามากแล้ว ในวังก็วุ่นวาย กระหม่อมสั่งให้คนเก็บกวาดแล้ว อีกสามวัน ขุนนางทุกคนมารวมตัวกันที่พระราชวังฉางเล่อ แล้วเราค่อยหารือเรื่องนี้กันอีกครั้งพ่ะย่ะค่ะ”
หลังจากรอมานานเล่าจี้ยงยังคงไม่พูดอะไร นอกจากกระตุ้นความอยากของทุกคนเข้า ยังกระตุกโทสะของตั๋งไทเฮาด้วย
“ขุนพลพิทักษ์ เหตุใดต้องรอด้วยเล่า เจ้าแค่บอกมาตรง ๆ ก็จบแล้วมิใช่หรือ”
เล่าเจี้ยงเหลือบมองตั๋งไทเฮาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ในใจรู้สึกขุ่นเคืองเล็กน้อย… มิน่าเล่าพระนางถึงตายเร็ว
หากไม่มีเขา นางคงถูกโฮฮองเฮาฆ่าตายไปนานแล้ว ไม่คิดเลยว่าจะยังกล้าเร้าหรือเช่นนี้
แม้ตั๋งไทเฮาเป็นไทเฮา แต่จริง ๆ แล้วนางยังไม่แก่ อายุเพิ่งนับได้ห้าสิบปีเท่านั้น ทั้งยังรักษาพระวรกายอย่างดี
“เสด็จแม่ ขุนพลพิทักลําบากตรากตรํา สร้างความดีความชอบไว้ใหญ่หลวง ประกอบกับวันนี้โกลาหลวุ่นวาย ขุนนางต่างอยู่กันไม่ครบ จะเลื่อนออกไปย่อมสมเหตุสมผล ไยเสด็จแม่ต้องบีบคั้นด้วยเล่า?”
ที่ทำให้เล่าเจี้ยงยิ่งคาดไม่ถึงคือไม่ต้องให้เขาพูด โฮฮองเฮาก็ตอกกลับตั๋งไทเฮาแทนแล้ว
ครั้นทอดพระเนตรไปที่ลูกสะใภ้ตัวเอง แล้วผินมองเล่าเจี้ยงที่ใบหน้าเปื้อนยิ้มแต่สงบปากสงบคำอีกครั้ง ตั๋งไทเฮาก็พ่นลมหายใจออกมาด้วยความโกรธ พร้อมพาองค์ชายเล่าเหียบสะบัดแขนเสื้อจากไป
โฮฮองเฮาพยักหน้าให้เล่าเจี้ยง ก่อนพาองค์ชายเล่าเปียนกลับตำหนัก
“ทุกท่าน วันนี้ลำบากกันมามากแล้ว รีบกลับไปพักผ่อนก่อนเถิด”
พวกขุนนางไม่รั้งตัวรออยู่ต่ออีก พากันกุมมือลา
เล่าเจี้ยงยืนอยู่ที่สูง มองขุนนางทุกคนไล่หลัง และอดรู้สึกอิ่มเอมกับอำนาจที่ได้รับไม่ได้
“ขุนพลพิทักษ์ อำนาจมันน่าดึงดูดใช่หรือไม่?”
เล่าเจี้ยงชะงักไปเล็กน้อย ไม่คิดเลยว่าจะมีคนพูดอย่างเปิดเผยเช่นนี้ในท้องพระโรง!
ใจกล้า บุ่มบ่ามเช่นนี้ คาดว่ามีเพียงตั๋งโต๊ะคนเดียว!
เป็นไปตามคาด แม่ทัพจากบูรพาทิศเดินมาอยู่ข้างเขาตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้
“แม่ทัพตั๋งโต๊ะพูดล้อเล่นแล้ว พวกเราเป็นขุนนาง จะละโมบในอำนาจได้อย่างไร!”
“ฮ่า ๆ ขุนพลพิทักษ์จะคิดเช่นนี้ไม่ได้ ตอนนี้ท่านมีอำนาจมากที่สุด ควรรู้ว่ามันเหมือนกับการพายเรือทวนน้ำ หากไม่พยายามก็จะมีแต่จะถอยหลัง ทันทีที่แม่ทัพสละอำนาจ ไม่รู้ว่าจะมีกี่คนที่อยากเหยียบย่ำท่านให้ตาย”
เล่าเจี้ยงไม่พูดอะไร แต่ในใจเห็นด้วยกับคำพูดของตั๋งโต๊ะมาก เหตุใดการเป็นขุนนางมีอำนาจจึงเป็นเรื่องไม่ดี? นั่นเพราะไม่มีทางรับผลที่ตามมาได้ หนึ่งคือชิงราชบัลลังก์ สองคือประหารเก้าชั่วโคตร
ตำแหน่งขุนนางมีอำนาจนี้ เมื่อก้าวไปขั้นแรกแล้ว ไม่มีทางย้อนกลับไปได้แน่นอน
“หากขุนพลพิทักษ์อยากก้าวไปขั้นนั้น ตั๋งโต๊ะยินดีให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่”
เล่าเจี้ยงเหล่ตามองอีกฝ่าย ไม่คิดเลยว่าตั๋งโต๊ะที่หมกมุ่นอยู่กับอำนาจจะพูดเช่นนี้
“แม่ทัพตั๋งโต๊ะหมายความว่าอย่างไร?”
“ฮ่า ๆ ขุนพลพิทักษ์ฉลาดเช่นนี้ ยังไม่เข้าใจความหมายของข้าหรือ? ต้าฮั่นในตอนนี้กระสับกระส่ายไร้ความมั่นคง ควรถึงเวลาที่ผู้สำเร็จราชการฮั่วกวง*[1] จะปรากฏตัวได้แล้ว?”
ผู้สำเร็จราชการฮั่วกวง? เล่าเจี้ยงยิ้มเยาะในใจ อยากเป็นผู้สำเร็จราชการฮั่วกวง เกรงว่าคงเป็นเจ้าตั๋งโต๊ะสินะ?
“แล้วแม่ทัพตั๋งโต๊ะจะอะไร?”
ตั๋งโต๊ะหัวเราะคิกคัก นัยน์ตาเผยความชั่วร้ายและกระหายออกมา
“ในชีวิตนี้ ข้าชอบหญิงงามที่สุด พระนางตั๋งไทเฮากับโฮฮองเฮานั้นช่างงดงามอย่างหาที่เปรียบไม่ได้จริง ๆ!”
[1] ผู้สำเร็จราชการฮั่วกวง (霍光) ผู้สำเร็จราชการของพระเจ้าฮั่นเจาตี้ มององค์จักรพรรดิราวกับหุ่นเชิด มีอำนาจเต็มมากกว่าฮ่องเต้ ชอบกดขี่ขุนนาง ทหาร พลเรือน นอกจากนี้ยังจับพระเจ้าฮั่นเจาตี้อภิเษกกับสตรีที่ตัวเขาจะได้ผลประโยชน์