พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 295 เตียนอุยแพร่ข่าวลือ
บทที่ 295 เตียนอุยแพร่ข่าวลือ
นอกเมืองลกเอี๋ยง ณ ค่ายทหารของตั๋งโต๊ะ
ลิยูปฏิบัติตามคำสั่งของพ่อตาทุกอย่าง เขาตั้งค่ายอยู่ในพื้นที่เปิดโล่งกว้าง ทั้งยังใกล้กับเมืองลกเอี๋ยงมาก เพื่อสะดวกในการรับมือต่อเหตุฉุกเฉินในอนาคต
“นายท่าน ท่านกลับมาแล้ว?”
ลิยูที่กำลังลาดตระเวนค่ายทหาร เห็นร่างของตั๋งโต๊ะปรากฏที่ประตูค่าย จึงรีบเดินไปต้อนรับ
“เหวินโหยว! เราต้องมีอำนาจ เมื่อมีอำนาจแล้วเราถึงจะเติมเต็มทุกความต้องการ ทุกความปรารถนาในใจของเราได้!”
หลังตั๋งโต๊ะพูดจบก็เดินกลับกระโจมผู้บัญชาการด้วยความโกรธ ทิ้งให้ลิยูยืนอยู่ที่เดิมด้วยสีหน้างุนงง
“นายท่าน เกิดอะไรขึ้น? หรือเข้าลกเอี๋ยงไปแล้วไม่ราบรื่น?”
ลิยูได้สติกลับมาก่อนเดินตามตั๋งโต๊ะไป ท่าทางของอีกฝ่ายเหมือนถูกบีบให้ยอมรับความพ่ายแพ้ ทำให้ลิยูกังวลมาก
“เฮ้อ! เล่าเจี้ยงผู้นี้ช่างโหดเหี้ยมจริง ๆ ภายนอกเคารพราชวงศ์ แต่เพิ่งออกไปได้ไม่เท่าไรก็เข้าตำหนักโฮฮองเฮาแล้ว เจ้าว่ามันไม่น่าอิจฉาหรือ!”
เล่าเจี้ยงคนนี้ใจกล้าเกินไปแล้วกระมัง ลิยูยังไม่ค่อยเชื่อเท่าไร เด็กหนุ่มที่เคยรู้จักผู้นั้นจะทำเรื่องแบบนี้ในเวลานี้ได้อย่างไร?
“นายท่าน เป็นการเข้าใจผิดอะไรหรือไม่ ตอนนี้ฮ่องเต้องค์ก่อนยังไม่ถูกฝัง เล่าเจี้ยงจะกำเริบเสิบสานเช่นนี้เชียวหรือ?”
ตั๋งโต๊ะตบเข่าฉาดไม่หยุด ทว่านัยน์ตาหาได้ขุ่นเคืองไม่ มีเพียงความอิจฉาริษยาอย่างสุดซึ้งเท่านั้น
“เจ้าไม่รู้อะไร โฮฮองเฮานั่นช่าง… เฮ้อ!”
ลิยูได้ฟังก็เข้าใจทันที ตั๋งโต๊ะต้องตกหลุมรักโฮฮองเฮาเข้าแล้วแน่
“นายท่าน ตอนนี้เล่าเจี้ยงมีอำนาจมาก จะขัดแย้งกับเขาเพราะสตรีนางเดียวมิได้เด็ดขาด”
ตั๋งโต๊ะพยักหน้าอย่างช่วยไม่ได้ ทว่ายังคงไม่สบายใจมาก
“แค่หวังว่าเมื่อเขาเล่นเบื่อแล้ว ยกให้ข้าได้ก็ดี…”
ลิยูมองตั๋งโต๊ะอย่างประหลาดใจ ในใจรู้สึกไม่สบอารมณ์กับเจ้านายพ่วงด้วยพ่อตาคนนี้จริง ๆ ตอนนี้มันเวลาไหนแล้ว ยังคิดถึงผู้หญิงอยู่อีก
“นายท่าน เรื่องสำคัญในตอนนี้คือการได้รับอำนาจที่ใหญ่ขึ้น!”
“ข้ารู้อยู่แล้ว! ทว่าวันนี้เล่าเจี้ยงก็ดูแปลก ๆ นิดหน่อย หลังจากที่ข้าเปิดเผยความรู้สึกที่มีต่อไทเฮากับฮองเฮาให้ฟัง เขากลับไม่มีท่าทีใด ๆ แต่กลับพูดกับข้าว่า ‘ต้องมีอำนาจสูงสุด!’ และที่ยิ่งแปลกก็คือให้ข้าคิดดูดี ๆ”
เดิมทีตั๋งโต๊ะรู้สึกดีใจกับคำพูดของเล่าเจี้ยงมาก แต่ไม่คิดเลยว่าพริบตาเดียวเล่าเจี้ยงก็ตามนางข้าหลวงของโฮฮองเฮาไป
ดวงตาจิ้งจอกของลิยูเคลื่อนไหวไปมาไม่หยุด พลางครุ่นคิดความหมายในคำพูดของเล่าเจี้ยงอยู่ในใจ
“นายท่าน หรือเล่าเจี้ยงไม่อยากยึดอำนาจราชสำนักเอาไว้เอง? แต่นี่มันไม่สมเหตุสมผลเลย หากเขาไม่อยากยึดอำนาจ แค่มีความสัมพันธ์กับฮองเฮา ก็เท่ากับตายอย่างไม่มีที่ฝังกลบแน่!”
เรื่องที่ลิยูคิดไม่ออก ตั๋งโต๊ะยิ่งมืดแปดด้านเข้าไปใหญ่ คิดไปคิดมามีแต่จะทำให้ยิ่งปวดหัวมากขึ้น จึงไม่คิดมันเสียเลย
“เฮ้อ… ช่างเถิด เขาอยากทำอะไรก็ปล่อยเขาไป! หากเขาไม่ทำ ข้าทำเองก็ได้เช่นกัน!”
ลิยูพยักหน้า เขาย่อมหวังว่าตั๋งโต๊ะจะนั่งอยู่ในตำแหน่งนั้น ไม่เช่นนั้นพวกเขาจะรีบเร่งนำกองกำลังนับหลายหมื่นจากดินแดนซานฟู่มาเมืองเตียงอันไปไย
“ตอนนี้อย่าเพิ่งเคลื่อนไหวอะไร แต่ไปสังเกตการณ์เล่าเจี้ยงเสียหน่อย ทว่านายท่านต้องจำไว้ว่าห้ามเป็นศัตรูกับเล่าเจี้ยงเด็ดขาด!”
“พอแล้ว ข้าเข้าใจแล้ว! เจ้ารีบไปเร่งลิฉุยกับกุยกี ให้พวกเขามาถึงลกเอี๋ยงโดยเร็วที่สุด ยิ่งมีกองกำลังทหารในมือมากพวกเราก็จะยิ่งแข็งแกร่งขึ้น”
ลิยูกุมมือรับคำสั่งและจากไป ทิ้งตั๋งโต๊ะที่เอาแต่คะนึงหาฮองเฮากับไทเฮาไม่หยุดไว้ในกระโจมผู้บัญชาการ
…
ณ พระราชวังลกเอี๋ยง
เตียนอุยกำลังเดินไปมาอย่างเบื่อหน่ายอยู่นอกประตู ตามการคาดเดาของเขา เล่าเจี้ยงคงออกมาไม่ได้สักระยะหนึ่ง เดิมทีเขาเป็นห่วงความปลอดภัยของเล่าเจี้ยง ทว่าหลังเงี่ยหูฟังมานาน ก็ไม่ได้ยินอะไรแปลก ๆ จึงเข้าใจแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นข้างใน
ในตอนนั้นเอง ประตูเปิดออก เล่าเจี้ยงเดินออกมาด้วยอาภรณ์เครื่องหัวเรียบร้อย
“นายท่าน เร็วปานนี้เชียว?”
เล่าเจี้ยงเอือมระอา ก่อนถลึงตาใส่เตียนอุยอย่างดุดัน
“เจ้านี่! พูดเหลวไหลอะไร?”
“เอ่อ…”
เตียนอุยยังคงมองเล่าเจี้ยงอย่างแปลก ๆ ตั้งแต่เข้าไปจนออกมาใช้เวลาไปมากสุดแค่หนึ่งเค่อเท่านั้น!
“เอาเถิด เลิกคิดไร้สาระได้แล้ว ข้าไม่ได้นอนกับนาง ไปเถิด ไปดูค่ายกันก่อน!”
เล่าเจี้ยงไม่สนสายตาของเตียนอุยอีก ก่อนเดินตรงออกจากพระราชวัง
“นายท่าน รอข้าด้วย!”
เตียนอุยยังต้องคุ้มกันความปลอดภัยของเล่าเจี้ยงจึงรีบตามไป
ในเวลานี้ ประตูใหญ่ด้านหลังพวกเขาเปิดแง้มไว้ ดวงตาคู่หนึ่งจ้องแผ่นหลังเล่าเจี้ยงเขม็ง เต็มเปี่ยมไปด้วยความขุ่นเคืองและโกรธเกรี้ยว
คือโฮฮองเฮานั่นเอง!
แม้อาภรณ์ของพระนางจะยุ่งเหยิง แต่ดูไม่เหมือนถูกล่วงเกินอย่างชัดเจน ส่วนที่ควรปกปิดไว้ยังคงปิดดีอยู่
เมื่อนึกถึงเล่าเจี้ยงเชยคาง และโอบรอบเอวตัวเอง โฮฮองเฮาแอบมีความสุขอยู่ครู่หนึ่ง และคิดว่าควบคุมเล่าเจี้ยงไว้ได้แล้ว แต่ไม่คิดเลยว่าการกระทำต่อจากนั้นจะทำให้นางตกใจขีดสุด
เล่าเจี้ยงผลักนางขึ้นไปบนเตียง เดิมคิดว่าจะมีเรื่องน่าสนุกเกิดขึ้นในไม่ช้า น่าเสียดายเขาไม่ตามขึ้นมา แต่กลับปรายตามองจากมุมสูง
คำพูดที่ว่า ‘โฮฮองเฮาโปรดเคารพตัวเองด้วย!’ นั้นของเล่าเจี้ยงทำลายความมั่นใจของนางไปจนสิ้น
นับตั้งแต่เกิดมา โฮฮองเฮาหยิ่งยโสมาตลอด ก่อนหน้านี้คนที่สามารถทำให้นางยอมปรนนิบัติมีเพียงแค่พระเจ้าเลนเต้เท่านั้น
วันนี้นางหว่านเสน่ห์ล่อลวงเล่าเจี้ยง แต่ไม่คิดเลยว่าจะถูกปฏิเสธพร้อมดูถูกเหยียดหยามอย่างไม่ปิดบัง ขณะที่โฮฮองเฮาขุ่นเคืองก็เกิดรู้สึกสิ้นหวังอย่างไม่มีสิ้นสุดด้วย!
ท่าทีนี้ของเล่าเจี้ยง ได้บ่งบอกนางแล้วไม่ใช่หรือว่าเล่าเปียนไม่มีทางสืบทอดบัลลังก์ได้?
เมื่อนึกถึงเรื่องพวกนี้ โฮฮองเฮาก็มิอาจระงับความโกรธได้อีก จึงทุบทำลายของต่าง ๆ ไปทั่ว มีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่นางจะระบายความขุ่นเคืองและความคับข้องใจของนางได้
ในฐานะฮองเฮากลับปล่อยให้ตัวเองตกต่ำล่อลวงขุนนาง ความอัปยศอดสูนี้ไม่มีวันลบล้างไปได้!
ภายใต้คำแนะนำของซุนฮิว เพื่อสะดวกในการระดมกองกำลัง กองทัพอุทยานทิศประจิม หน่วยองครักษ์หลวงและกองทหารม้าหัวหอกได้รวมตัวอยู่ที่เดียวกัน
ก่อนหน้านี้กองกำลังทั้งสามตั้งค่ายกันอยู่สามที่ซึ่งไม่เอื้อต่อการควบคุมดูแล ทั้งการทำเช่นนี้ยังไม่ต้องระดมพลเร่งด่วนด้วย
ตอนนี้ทหารสี่หมื่นกว่านายจากการรวมกันของสามกองกำลังตั้งค่ายอยู่ทางตอนเหนือของเมืองลกเอี๋ยง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากค่ายของตั๋งโต๊ะนัก
ที่บังเอิญยิ่งกว่าคือกองทัพเป๊งจิ๋วของเต๊งหงวนตั้งค่ายพักแรมอยู่ทางตอนเหนือของเมืองลกเอี๋ยงด้วย ทั้งสามค่ายเชื่อมกันเป็นรูปสามเหลี่ยม กลายเป็นปราการกักกันศัตรูหรือสนับสนุนกันและกัน
น่าเสียดายที่กองทัพทั้งสามหาใช่รวมเป็นหนึ่งเดียวกัน แต่กลับมีความคิดเป็นของตัวเอง
เมื่อเล่าเจี้ยงพาเตียนอุยมาถึงค่ายทหาร การจัดเตรียมทั้งหมดก็เสร็จสิ้นแล้ว กองกำลังแต่ละกองกลับไปยังตำแหน่งของตัวเอง ทั้งค่ายเป็นระเบียบเรียบร้อย เห็นได้ชัดว่าเป็นฝีมือของซุนฮิว
ภายในกระโจมตรงกลางมีเล่าเจี้ยง จูล่ง ไทสูจู้ ซุนฮิวกับเตียนอุยห้าคนรวมตัวกัน เนื่องจากเง่าของไม่ใช่ลูกน้องใต้บัญชาขุนพลพิทักษ์ จึงไม่ถือว่าเขาเป็นคนกันเอง
“จืออี้ เจ้าพูดก่อน เก็บเกี่ยวเป็นอย่างไรบ้าง?”
นี่คือสิ่งที่เล่าเจี้ยงเป็นห่วงและให้ความสำคัญมากที่สุด เมื่อเมืองลกเอี๋ยงตกอยู่ในความสับสนวุ่นวาย เล่าเจี้ยงได้ส่งไทสูจู้ไปปล้นท้องพระคลังของเมืองลกเอี๋ยง ดังนั้นในครั้งแรก ข้างกายเล่าเจี้ยงจึงไม่มีทหารของกองทหารม้าหัวหอก
เมื่อเห็นแววตาคาดหวังอย่างมากของเล่าเจี้ยง ไทสูจู้ก็มั่นใจอย่างมาก เขาไม่ได้ทำให้เล่าเจี้ยงผิดหวัง!
“นายท่านได้เสบียงและหญ้ามาสี่แสนต้าน!”