พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 317 สวามิภักดิ์ติด ๆ กัน
บทที่ 317 สวามิภักดิ์ติด ๆ กัน
ไม่เพียงแต่เตียวเลี้ยวที่สนใจ โกซุ่นเองก็เงี่ยหูฟังเหมือนกัน เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับอนาคตของพวกเขาสอง
เล่าเจี้ยงลุกขึ้นยืนอย่างช้า ๆ และเริ่มเดินไปมา เมื่อหวนนึกถึงขุนศึกข้างกายเหล่านั้น ก็อดรู้สึกเศร้าสร้อยไม่ได้
“ฮองตง นามฮั่นเซิง เจ้าไม่เคยเห็นเขา แต่ข้ากล่าวได้เลยว่า หากมีวรยุทธ์ใครในใต้หล้าสามารถทัดเทียมกับลิโป้ได้ ต้องเป็นเขาผู้นี้แน่นอน”
ทัดเทียมลิโป้!
แค่ได้ยินสี่คำนี้ก็เพียงพอทำให้โกซุ่นกับเตียวเลี้ยวตกตะลึงมากแล้ว! พวกเขาทั้งสองรู้ความห้าวหาญของลิโป้ดี จึงอดทนต่อเหตุการณ์ของเต๊งหงวนครั้งแล้วครั้งเล่า
“เพลงดาบของฮองตงยอดเยี่ยมเลิศล้ำที่สุด ทักษะยิงเกาทัณฑ์ก็แม่นยำเหมือนจับวาง เขาสามารถยิงเกาทัณฑ์แรงดึงสี่ต้านได้!”
ดวงตาเตียวเลี้ยวและโกซุ่นเบิกกว้างอีกครั้ง แค่ง้างเกาทัณฑ์แรงดึงสี่ต้านก็สามารถข่มทุกคนได้แล้ว ดูเหมือนเล่าเจี้ยงจะไม่ได้คุยโว
“คนเช่นนี้ ก่อนข้าจะชักชวนเขามา พวกเจ้าคงไม่นึกไม่ถึงเลยว่าเขากำลังทำอะไรอยู่”
“ฮ่า ๆ ฮองตงเป็นทหารเฝ้าเมืองตัวน้อย ๆ ในเมืองลำหยง ปีนั้นข้าอายุสามขวบ บิดาข้าเป็นเจ้าเมืองลำหยงพอดี”
เล่าเจี้ยงยิ้ม มิวายเผยสีหน้าภูมิใจ ฮองตงเป็นจุดเริ่มต้นของเขาในการยึดครองใต้หล้า
“ต่อมาข้าไปร่ำเรียนที่เมืองปักไฮ และพบกับไทสูจู้ที่ตกอับไร้หนทาง และจากตรงนี้เอง ข้าจึงเข้าใจด้านมืดของการเมืองและความวุ่นวายอย่างถ่องแท้”
“เดิมทีไทสูจู้เป็นเจ้าหน้าที่ทางการในสำนักท่านเจ้าเมือง แต่กลับถูกบีบจนไร้หนทางเพราะความขัดแย้งระหว่างจวนเจ้าเมืองกับจวนเจ้าแคว้น จึงทำได้เพียงพาแม่ที่พิการระหกระเหินไปไกลถึงเมืองเหลียวตงเพื่อลี้ภัยการเมือง ทว่าถึงกระนั้น ทางสำนักท่านเจ้าแคว้นไม่คิดจะปล่อยพวกเขาสองแม่ลูกไป วาสนาข้าที่อยู่นอกเมืองปักไฮ และโชคดีที่ผู้ตรวจการแคว้นเซียงจิ๋วในตอนนั้นคืออึ๊งอ๋วนสหายคนบ้านเดียวกันกับบิดาข้า ไม่เช่นนั้นตอนนี้ ชะตากรรมของไทสูจู้กับมารดาจะเป็นอย่างไรมิอาจรู้ได้”
“คนต่อไปคือเตียนอุย ขุนพลระห่ำตัวใหญ่ที่ทำให้ลิโป้ตกจากหลังม้าสองครั้ง! เจ้าอาจเห็นว่าเขาดูติงต๊อง แต่จริง ๆ แล้วเป็นคนจิตใจดีมาก มีพละกำลังมหาศาล ห้าวหาญหาใดเทียม ในสนามรบเตียนอุยคือกงจักรที่ไร้ความปรานี เขาช่วยข้าจากอันตรายนับไม่ถ้วน หากไม่มีเตียนอุย บางทีข้าคงตายในสนามรบไปนานแล้ว มีหรือจะมีขุนพลพิทักษ์อย่างเช่นทุกวันนี้ได้”
“คนที่มีความสามารถเช่นนี้ ภูมิหลังกลับถูกบีบคั้นจนต้องหลบหนีเข้าป่า อยู่เล่นเป็นเพื่อนกับสัตว์ป่าทั้งวัน ด้วยทนไม่ได้ที่ ลิย่ง คนตระกูลใหญ่แห่งแคว้นกุนจิ๋วรังแกบุรุษข่มเหงสตรี เขาจึงบันดาลโทสะฆ่าลิย่งแล้วหลบหนีประกาศจับจากทางการเข้าป่าไปเพียงลำพัง เพราะไม่ต้องการให้พัวพันไปถึงคนในหมู่บ้าน”
“พูดออกมาพวกเจ้าอาจจะไม่เชื่อ ข้ากับไทสูจู้เกือบตายอยู่ใต้ทวนของเตียนอุยแล้ว! หากไม่ใช่เพราะโชคช่วย ตอนนี้พวกเจ้าคงไม่เห็นข้ามายืนตรงนี้แล้ว”
เรียกได้ว่าหลังจากพบเตียนอุยในป่า เล่าเจี้ยงถึงรู้สึกว่าตัวเองเป็นที่โปรดปรานจากสวรรค์ ทุกอย่างช่างบังเอิญ ได้พบกันอย่างเหมาะเจาะ ยามต่อสู้ ทั้งคู่เกือบถูกเตียนอุยฆ่าตาย แต่ผลลัพธ์ออกมาดีเกินคาด สุดท้ายตัวเองก็ชักชวนเตียนอุยได้สำเร็จ
“บางทีคนที่ทำให้พวกเจ้าประทับใจมากที่สุดก็คือจูล่ง ชายหนุ่มที่ต่อสู้กับลิโป้หลายสิบกระบวนท่า และบีบให้ลิโป้ใช้กระบวนท่าสังหารที่เก็บงำไว้ออกมา พวกเจ้าต้องคาดไม่ถึงแน่ ความจริงเจ้ารูปหล่อนั่นเป็นชาวนาคนหนึ่ง ตระกูลเตียวของพวกเขาก็ปลุกข้าวทำนาอยู่ในหมู่บ้านมาหลายชั่วอายุคน”
“น่าเสียดาย เพราะเกิดการกบฏโพกผ้าเหลืองทำให้ครอบครัวตระกูลเตียวรวมถึงผู้คนหลายร้อยในหมู่บ้านถูกสังหารสิ้น ตอนที่ข้านำทัพไปถึง ด้วยเพลิงแค้น จูล่งตัวคนเดียวถืออาวุธสังหารทหารโพกผ้าเหลืองนับร้อย ศพที่อยู่ใต้แทบเท้ากองรวมกันจนกลายเป็นภูเขา!”
“ส่วนซิหลง ต่อไปพวกเจ้าก็จะได้เจอ เดิมเขาเป็นเสมียนอยู่ในอำเภอห่างไกลเล็ก ๆ ในเขตเหอตงคนหนึ่ง หากไม่ใช่เพราะข้าปรากฏตัวทันเวลา เขาคงถูกฆ่าตายเพราะเปิดโปงการสมรู้ร่วมคิดระหว่างนายอำเภอกับพวกโจรแน่”
เล่าเจี้ยงหยุดฝีเท้า และหันไปมองเตียวเลี้ยวอย่างจริงจัง
“ข้าพูดกับเจ้าได้เลยว่าวรยุทธ์ของทั้งห้าคนนี้ไม่ได้ด้อยไปกว่าเจ้าสองคนเลย ตอนนี้พวกเจ้าเข้าใจแล้วหรือยัง?”
เตียวเลี้ยวกัดริมฝีปากเบา ๆ พลางขมวดคิ้วมุ่น สายตาเต็มไปด้วยความตกใจ
ทหารเฝ้าเมือง เจ้าหน้าที่ทางการผู้ลี้ภัย ฆาตกรหนีเข้าป่า ชาวนา กับเสมียน!?
เล่าเจี้ยงหาพวกเขาพบท่ามกลางผู้คนมากมายได้อย่างไร แล้วเห็นความสามารถของพวกเขาได้อย่างไร?
บางทีอาจมีคำอธิบายเดียวเท่านั้น
คือประสงค์ของสวรรค์!
สวรรค์ประทานดวงตาที่เฉียบแหลมให้กับเล่าเจี้ยง และจัดเตรียมการพบเจอตามลำดับให้เขา!
เล่าเจี้ยงเป็นเหมือนโป๋เล่อคนหนึ่งที่ค้นพบม้าชั้นยอดเหล่านี้อยู่ตลอดเวลา!
ยิ่งเตียวเลี้ยวคิดก็ยิ่งตกใจ แต่ถ้าจะพูดแบบนั้น ตัวเขาเองก็…
“ใช่แล้ว พวกเจ้าล้วนเป็นม้าชั้นยอด และข้าคือโป๋เล่อผู้ค้นพบพวกเจ้า!”
ราวกับเล่าเจี้ยงมองความคิดของเตียวเลี้ยวออกอย่างทะลุปรุโปร่ง กล่าวเรื่องในสิ่งที่อีกฝ่ายอยากพูดแต่กลับไม่กล้าพูดออกมา
เตียวเลี้ยวเสียเวลาเปล่าไปกว่าสิบปี จนกระทั่งสวามิภักดิ์ต่อโจโฉถึงได้ค่อย ๆ ผงาดขึ้นมาเกรียงไกร หากไม่มีโจโฉ บางทีเตียวเลี้ยวอาจได้แค่ใช้ชีวิตแบบธรรมดา ๆ ไม่มีวันเกิดได้!
โกซุ่นยิ่งน่าเวทนากว่า จวบจนตัวตายก็ยังไม่รู้คุณค่าของตัวเอง!
พูดมาถึงขนาดนี้แล้ว หากเตียวเลี้ยวไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ มันก็ดูจะเกินไปหน่อยจริง ๆ ยิ่งเตียวเลี้ยวมีความฉลาดทางอารมณ์สูงด้วยแล้ว
“นายท่าน โปรดรับการคำนับจากข้าด้วย! จากนี้ไปต่อให้ต้องบุกภูเขาดาบลุยทะเลเพลิง ข้าก็จะไม่ปฏิเสธ!”
เล่าเจี้ยงใจเต้นเร็วขึ้นครู่หนึ่ง จนกระทั่งตอนนี้ ถึงค่อย ๆ สัมผัสความรู้สึกเร่าร้อนฮึกเหิมที่รับขุนพลเก่งกาจได้
ความรู้สึกเมื่อรวบตัวอีกฝ่ายไว้ได้ กับได้รับการน้อมสวามิภักดิ์นั้นมันต่างแตกต่างกันจริง ๆ!
การคำนับนี้ ถูกลิขิตให้เป็นสัญญาใจที่จะร่วมเป็นร่วมตาย
“เหวินหยวนลุกขึ้นเถิด! ตอนตั๋งโต๊ะได้ลิโป้มา เขาเคยบอกว่าเหมือนได้ฝนตกหลังหน้าแล้งมานาน ในความคิดข้า เขาอยู่ในหน้าแล้งจริง ๆ แต่น้ำฝนเช่นลิโป้จะทำให้ชุ่มชื้นหรือไม่นั้นยังมิอาจรู้ได้ วันนี้ข้าได้ความช่วยเหลือจากเหวินหยวนกับจาวต๋า นี่สิถึงเป็นเหมือนได้ฝนตกเมื่อแผ่นดินแตกระแหงจริง ๆ”
เตียวเลี้ยว โกซุ่นสองคนยืนขึ้นคุกเข่าลงอีกครั้ง ไม่เพียงแต่เล่าเจี้ยง พวกเขาก็เร่าร้อนฮึกเหิมเช่นเดียวกัน
“เราจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อตอบแทนความเมตตาของนายท่าน”
“ฮ่า ๆ ๆ! ดี! เตียวเลี้ยว โกซุ่นฟังคำสั่ง!”
“ขอรับ!”
“ตอนนี้ขอแต่งตั้งเตียวเลี้ยวเป็นผู้บัญชาการฮั่นซิ่ง โกซุ่นเป็นผู้บัญชาการฮั่นเฉิง!”
เตียวเลี้ยว โกซุ่นเบิกบานดีใจทันที นี่เป็นเรื่องน่าประหลาดใจสำหรับพวกเขาจริง ๆ เตียวเลี้ยวได้รับความสำคัญจากเต๊งหงวนแต่ก็เป็นได้แค่ผู้ช่วย โกซุ่นยิ่งแย่กว่า เป็นทหารอยู่หลายปีก็ยังคงเป็นแค่นายพลควบคุมทหารร้อยคนอยู่
ไม่คิดเลยว่าหลังจากสวามิภักดิ์ต่อเล่าเจี้ยงได้ไม่ทันไร ก็ได้เป็นผู้บัญชาการนำทัพของตัวเองแล้ว!
“ข้ามีกองทัพอุทยานทิศประจิมกับหน่วยองครักษ์หลวงอยู่ใต้บัญชา พวกเจ้าสองคนไปเลือกทหารตามต้องการได้เลย รับทหารไปคนละสามพันคน จำไว้พยายามเลือกคนไร้บ้านไร้ญาติให้มากที่สุด อีกไม่นานเราจะเดินทางไกลไปฮั่นต๋ง จากนี้ไปดินแดนปาสู่จะเป็นสนามรบของเรา!”
“รับทราบ!”
“จาวต๋า ข้ารู้ว่าเจ้ามีวิชาฝึกกองทหารพิเศษชุดหนึ่ง เจ้าสามารถนำมาใช้ได้ตอนนี้เลย จำนวนทหารไม่สำคัญเท่าความสุขุมรอบคอบ จากนี้ไปการโจมตีเมืองค่ายของศัตรูขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว!”
“ข้าน้อยรับคำสั่ง!”
เล่าเจี้ยงไม่ได้สังเกตเลยว่าแขนที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อผ้าของโกซุ่นกำลังสั่นไหวเล็กน้อย
“เจ้าสองคนมีครอบครัวกันหรือไม่? หากไม่รีบย้ายพวกเขาออกจากราชธานีลกเอี๋ยงให้เร็วที่สุด ข้าจะส่งคนไปคุ้มกันพวกเขาเดินทางไปจนถึงเมืองฮั่นต๋ง”
ทั้งสองส่ายหน้าพร้อมกัน ซึ่งทำให้เล่าเจี้ยงประหลาดใจเล็กน้อย เขาไม่คิดเลยว่าเตียวเลี้ยวกับโกซุ่นจะตัวคนเดียว
“ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเจ้ารีบดำเนินการโดยเร็วที่สุด หากมีปัญหาในการฝึกทหาร สามารถพูดคุยกับไทสูจู้และจูล่งได้ อีกเดี๋ยวข้าจะเรียกทั้งหมดมา ให้พวกเจ้าได้ทำความรู้จักกัน”
“ขอบคุณนายท่าน!”
ทั้งคู่ดูมีความสุขมาก โดยเฉพาะเตียวเลี้ยว เขาที่ยังอายุน้อย มีหลายอย่างให้เรียนรู้มากมายจริง ๆ!