พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 316 โกซุ่นน้อมสวามิภักดิ์
บทที่ 316 โกซุ่นน้อมสวามิภักดิ์
ภายใต้การนำของเล่าเจี้ยง ทุกคนเดินทางตรงเข้าจวนขุนพลพิทักษ์อย่างราบรื่นไร้อุปสรรค เตียวเลี้ยวกับโกซุ่นถูกเล่าเจี้ยงพาตัวไปที่โถงหลัก
“เตียวเลี้ยว เตียวเหวินหยวน โกซุ่น โกจาวต๋า?”
เล่าเจี้ยงรู้จักเตียวเลี้ยวดี ทว่าโกซุ่นเขาไม่คุ้นเคยนัก และรู้สึกแปลกมากเมื่ออ่านออกมาจากปาก
“ขุนพลพิทักษ์ มีปัญหาอะไรหรือไม่?”
โกซุ่นรู้สึกชัดเจนว่าเล่าเจี้ยงสงสัยมากเมื่อเขาขานชื่อตัวเอง
“ไม่มีอะไร! เรื่องอื่นอีกเดี๋ยวเราค่อยคุยกัน ข้าขอกลับเข้าเรื่องเดิมก่อน เพื่อแลกพวกเจ้าสองคนมา ข้าได้มอบกองทัพเป๊งจิ๋วสามหมื่นนายให้ตั๋งโต๊ะ พวกเจ้าคงไม่ได้ไม่เต็มใจภักดีต่อข้าหรอกกระมัง?”
ตอนนี้เล่าเจี้ยงไม่ใช่ผู้บัญชาการปราบโจรสมัยยังไร้อำนาจอีกต่อไปแล้ว ในฐานะขุนพลพิทักษ์ที่มีอำนาจมากที่สุดในลกเอี๋ยง เมื่อเผชิญหน้ากับสองทหารตกอับก็ไม่ได้แสร้งทำหน้าซื่ออีก การไปขอคนจากตั๋งโต๊ะด้วยตัวเองได้ ก็นับว่าเป็นการให้เกียรติที่หาได้ยากมากแล้ว
เห็นได้ชัดว่าพวกเตียวเลี้ยวตกใจเล็กน้อย ไม่คิดเลยว่าเล่าเจี้ยงจะตรงเข้าประเด็นเลย ทว่าทั้งสองยังคงพยักหน้า
“ลิโป้เป็นคนเหี้ยมโหด ข้าเคยเตือนผู้ตรวจการเต๊งหลายครั้งว่าให้ปฏิบัติต่อเขาอย่างระมัดระวัง แต่ผู้ตรวจการเต๊งไม่ฟังจึงนำไปสู่หายนะ นับตั้งแต่ลิโป้กุมอำนาจ ก็มักกลั่นแกล้งเราสองคนหลายครา วันนี้ขอบคุณขุนพลพิทักษ์ที่ไม่ทอดทิ้งเหยียดหยามเราสองคน เรายินดีสวามิภักดิ์ต่อขุนพลพิทักษ์!”
“ดี!”
บางทีอาจเป็นเพราะรับขุนพลเก่งกาจมาเยอะเกินไป เล่าเจี้ยงในเวลานี้แม้นจะมีความสุข แต่กลับไม่ได้ตื่นเต้นเหมือนอย่างชักชวนเตียวอุยกับจูล่ง
“วันหน้า เจ้าสองคนจะต้องรู้สึกโชคดีกับการตัดสินใจในวันนี้แน่นอน มีคำถามอะไรไหม มีก็ถามมาได้เลย”
เดิมเล่าเจี้ยงคิดว่าเตียวเลี้ยวจะเป็นคนถาม ไม่คิดเลยว่าโกซุ่นจะชิงตัดหน้าไปก่อน
“ขุนพลพิทักษ์ โกซุ่นขอถามแค่ประโยคเดียว เรื่องที่ลิโป้ลอบสังหารผู้ตรวจการเต๊งนั้น ท่านเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่?”
เตียวเลี้ยวที่อยู่ด้านสะดุ้ง ก่อนรีบขยิบตาให้สหายบอกให้หุบปาก ทว่าโกซุ่นช่างใจเด็ดนัก เพิ่งสวามิภักดิ์เล่าเจี้ยงไปกลับถามนายตัวเองเช่นนี้
น่าเสียดายที่โกซุ่นเมินสัญญาณจากเตียวเลี้ยว และยังคงจ้องมองนายคนใหม่
คำถามนี้ทำให้เล่าเจี้ยงนิ่งงันไปจริง ๆ หากตอบไม่ดี ก็อาจจะเสียความภักดีของโกซุ่นไปได้
เล่าเจี้ยงไม่สามารถยื่นมือเข้าไปห้ามปรามการลอบสังหารเต๊งหงวนของลิโป้ได้ มิเช่นนั้นก็หมายถึงแตกหักกับตั๋งโต๊ะ นั่นเป็นเรื่องที่จะทำไม่ได้เด็ดขาด ทว่าเรื่องนี้จะกล่าวไปโต้ง ๆ ก็ไม่ได้ ทำได้เพียงคิดคำตอบที่ปลอดภัยเท่านั้น
“เรื่องภายในนั้นซับซ้อนมาก มันพัวพันไปถึงพวกตระกูลขุนนางเก่าแก่ กลุ่มพระญาติ ขุนนางเก่าของฮ่องเต้องค์ก่อน ไทเฮา ไทฮองไทเฮา หลายเรื่องหาใช่ข้าจะควบคุมได้ เรื่องนี้ใช่ว่าข้าไม่เข้าไปยุ่ง แต่ข้าเข้าไปยุ่งไม่ได้ แม้แต่สงครามระหว่างตั๋งโต๊ะกับเต๊งหงวน ข้าก็มิอาจเข้าร่วมได้เช่นกัน!”
“ในเมื่อเจ้าถามมาแล้ว ข้าบอกแก่พวกเจ้าเลยก็ได้ ฮ่องเต้องค์ก่อนมีพระประสงค์ให้หองจูเหียบขึ้นครองบัลลังก์ ทว่าโฮจิ๋นกับตระกูลอ้วนอยากให้หองจูเปียนขึ้นครองบัลลังก์ เต๊งหงวนในฐานะที่เป็นผู้ตรวจการต่างแดนของแม่ทัพใหญ่โฮจิ๋น ความจริงแล้วต่อต้านฮ่องเต้องค์ก่อนอยู่”
“เหตุที่ข้าปล่อยให้ตั๋งโต๊ะกับเต๊งหงวนบาดหมางกัน เพราะทันทีที่ข้าเข้าร่วมสงคราม กองกำลังที่เหลือของฝ่ายพระญาติ และกองกำลังของตระกูลขุนนางเก่าแก่จะร่วมกันต่อต้าน ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้มันง่ายมากที่จะบานปลายจนควบคุมไม่ได้”
“ดังนั้นความจริงแล้วตั๋งโต๊ะยืนอยู่เบื้องหน้าความยุติธรรม เต๊งหงวนถูกตระกูลอ้วนติดสินบน ยืนกรานคัดค้านพระประสงค์ของฮ่องเต้องค์ก่อน เจ้าว่าเขาสมควรตายหรือไม่?”
โกซุ่นพยักหน้าอย่างซื่อ ๆ และพ่นออกมาคำหนึ่ง “สมควรตาย!”
มุมปากเล่าเจี้ยงกระตุกไม่หยุด ตนพล่ามมาตั้งนาน ได้รับคำตอบแค่ประโยคเดียว
“แล้วเจ้ามีอะไรจะถามอีกไหม?”
โกซุ่นส่ายหน้าอย่างสบายใจ ก่อนพ่นวาจาออกมาอีกสี่คำ
“ไม่มีขอรับ”
หลังผ่านคำตอบสองประโยคจากโกซุ่น เล่าเจี้ยงกลับเข้าใจอีกฝ่ายมากขึ้น
โกซุ่นมีดวงหน้ารูปเหลี่ยม มองจากโหงวเฮ้งก็รู้สึกว่าคนผู้นี้น่าเกรงขามมาก บนดวงหน้าดูมีภาพลักษณ์สำรวม รอบคอบโดยธรรมชาติอยู่
เขามีอุปนิสัยสมเป็นทหารมาก พูดน้อย เคร่งครัด เมื่อยอมรับใครแล้วก็จะไม่รู้สึกขัดข้องหรือสงสัยอะไร คำสั่งผู้บัญชาการเหมือนดังภูเขา แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องตาย ก็จะไม่มีความหวาดกลัวหรือเกี่ยงงอนใด ๆ
หากเล่าเจี้ยงไม่ชิงตัวมา ในประวัติศาสตร์ โกซุ่นก็จะรับใช้ลิโป้ต่อไป และยังกรำศึกอยู่เคียงข้างเทพสงครามจนวาระสุดท้าย
นี่คือโกซุ่นผู้ที่ไม่ดื่มสุรา เถรตรง เที่ยงธรรม ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหมณ์ ประวัติขาวสะอาด ไม่หวั่นไหวไปกับอิทธิพลภายนอก และกล้าพูดอย่างตรงไปตรงมาได้ตลอดเวลา
เล่าเจี้ยงพอเข้าใจแล้วว่าเหตุใดในประวัติศาสตร์โกซุ่นถึงตายเร็วและมักถูกกลั่นแกล้งอยู่เป็นนิจ คนประเภทนี้ไม่มีใครชอบเลย เขาเถรตรงเกินไป!
ขณะเดียวกันเล่าเจี้ยงก็มีความสุขมาก เพราะเขาปล่อยคนอย่างโกซุ่นไปไม่ได้จริง ๆ คนประเภทนี้ปรากฏอยู่ในยุคนี้ได้ ช่างหาได้ยากมาก
“เอาละโกซุ่น ข้ารู้ความสามารถของเจ้า ข้าจะทำให้เจ้าเปล่งประกายเฉิดฉาย ทำให้ชื่อของเจ้าดังขจรไปทั่วต้าฮั่น!”
ความตื่นเต้นวาววับอยู่นัยน์ตาโกซุ่น ทว่าสีหน้ายังคงเรียบนิ่ง แม้ในใจมีคลื่นโหมซัดสาดอย่างบ้าคลั่งก่อตัวขึ้นมา
หลังจากรอคอยมานานหลายปี หรือในที่สุดจะเจอเจ้านายที่เห็นความสามารถของเขาแล้ว?
“นายท่านสูงส่ง โปรดรับการคำนับจากข้าด้วย”
โกซุ่นยืดตัวขึ้น ก่อนคุกเข่าลงสองข้างก้มกราบแนบพื้น
ไม่มีคำพูดอวดพลังหรือแสดงความกล้าได้กล้าเสีย ไม่มีคำขยายมากเกินไป โกซุ่นเพียงแต่มองเล่าเจี้ยงด้วยสายตามุ่งมั่น โดยเชื่อว่าอีกฝ่ายต้องเข้าใจตัวเองเป็นอย่างดีแน่
แค่นี้ก็เพียงพอแล้วจริง ๆ สำหรับเล่าเจี้ยง หากโกซุ่นพูดมากกว่านี้ เขาคงมีตำแหน่งอยู่ในใจตัวเองลดลง
และสายตานี้แหละ เล่าเจี้ยงต้องการก็คือสายตานี้แหละ เขารู้ดีว่าสายตานี้ไม่เพียงแต่นำความเชื่อมาให้ตัวเองเท่านั้น แต่ยังนำ ‘ทัพฝ่าทะลวงค่าย’ ที่ทรงพลังอย่างยิ่งมาให้ตัวเองด้วย!
“จาวต๋าลุกขึ้นเถิด และนั่งลง”
มีลูกน้องใต้บัญชาอย่างโกซุ่นช่างรู้สึกสบายใจจริง ๆ ทำให้คำว่า ‘เข้มงวด’ ถูกแสดงออกมาอย่างถึงอกถึงใจ!
หลังจากจัดการกับโกซุ่นเสร็จ เล่าเจี้ยงก็หันไปมองเตียวเลี้ยว
เตียวเลี้ยวคนนี้เป็นแม่ทัพที่ห้าวหาญ คำว่า ‘ห้าวหาญ’ นั้นก็โดดเด่นยิ่งกว่าใคร! เขามีชีวิตอยู่ไปถึงสงครามสามก๊ก โดยได้เป็นห้าทหารเสือแห่งวุยก๊ก ที่สร้างความหวาดผวาให้กองทัพง่อก๊กเป็นอย่างมาก กระทั่งมีคำกล่าวว่าเด็กน้อยในเมืองง่อไม่กล้าร้องไห้เมื่อได้ยินชื่อของเขา
เตียวเลี้ยวในตอนนี้ยังอายุน้อยมาก ยังห่างไกลจากแม่ทัพผู้น่าเกรงขามแห่งกังหนำคนนั้นไม่น้อย เล่าเจี้ยงเดาว่าตอนนี้อีกฝ่ายอย่างมากน่าจะอายุยี่สิบต้น ๆ
แม้เตียวเลี้ยวอายุน้อยกว่าโกซุ่นอยู่มากโข แต่ก็เป็นผู้ใหญ่กว่ามาก เล่าเจี้ยงมองออก หลายครั้งโกซุ่นมักจะปล่อยให้เตียวเลี้ยวเป็นคนเลือก ส่วนตนก็เชื่อฟังอย่างเงียบ ๆ
“เหวินหยวน เจ้ามีคำถามอะไรไหม?”
เตียวเลี้ยวต่างจากโกซุ่น เขาเข้าใจในหลักครองตนในสังคม ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ เขารู้ว่าตัวเองไม่ควรถามในสิ่งที่ไม่จบไม่สิ้น จะต้องเลือกคำถามที่ตัวเองต้องการยืนยันมากที่สุด
หลังจากขบคิดหลายตลบ ในที่สุดก็ได้คำถามของตัวเองแล้ว
“ขอถามขุนพลพิทักษ์ว่า กองทัพเป๊งจิ๋วมีนับสามหมื่น เราสองคนเป็นเพียงคนไร้ชื่อเสียง เหตุใดขุนพลพิทักษ์ถึงให้ความสำคัญกับเรา?”
เมื่อได้ยินคำถามนี้ เล่าเจี้ยงอดหัวเราะลั่นขึ้นมาไม่ได้
คำถามนี้เขาตอบจะไปตอบได้อย่างไร!
จะบอกว่าเป็นนักท่องเวลาโต้ง ๆ เลยไม่ได้ รู้ว่าโกซุ่นจะฝึกฝนทัพฝ่าทะลวงค่าย ส่วนเตียวเลี้ยวยิ่งเก่งกาจกว่าอีก เจ้าเอาชนะกองทัพนับแสนคนของซุนกวน เจ้าง่อก๊กด้วยคนแปดร้อยคน!
“เหวินหยวน คำถามนี้ข้าตอบเจ้าตรง ๆ ไม่ได้ ทว่าข้าสามารถเล่าเรื่องข้าตั้งแต่ตัวเปล่าไม่มีอะไรตลอดจนเป็นขุนพลพิทักษ์ให้เจ้าฟังได้”
“ขุนพลใต้บัญชาข้ามีฮองตง ไทสูจู้ เตียนอุย จูล่ง และซิหลงห้าคน แน่นอนว่า ตอนนี้เจ้ากับโกซุ่นก็ถูกเพิ่มเข้ามาด้วย รายละเอียดเพิ่มเติมข้าขอไม่ลงความ ถึงอย่างไรเรื่องราวนั้นยาวเกินไป ข้ามิอาจเล่าให้จบในทันทีได้ ข้าจะเล่าชาติกำเนิดของห้าคนนี้ให้เจ้าฟังแล้วกัน!”