พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 338 ใครเล่นงานใครกันแน่
บทที่ 338 ใครเล่นงานใครกันแน่
บทที่ 338 ใครเล่นงานใครกันแน่?
พริบตานั้นเอง เสียงโห่ร้องสังหารดังมาจากกำแพงเมืองพร้อมกับพลเกาทัณฑ์นับไม่ถ้วน และเริ่มยิงใส่เบื้องล่างอย่างบ้าคลั่ง!
ทหารเลียงจิ๋วไม่ได้เตรียมพร้อมอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นบันไดปีน หรือกองกำลังโจมตีเมือง ทุกคนต่างถูกยิงตกจากหลังม้า ทั้งกองทัพหน้าเริ่มอลหม่านขึ้นทันที
ครืน…
เสียงดังขึ้นอีกครา ประตูเมืองหยางเหรินเปิดออก เผยให้เห็นขุนพลโพกผ้าสีแดง คือซุนเกี๋ยนนั่นเอง
“ฮ่า ๆ ๆ ลูกน้องของตั๋งโต๊ะล้วนไร้ความสามารถกันหมดเลยหรือไร? เมื่อคืนก่อเรื่องเสียใหญ่โต วันนี้ยังกล้าลอบโจมตีเมืองอีก!”
“แม่ทัพทุกท่านฟังคำสั่ง ตามข้าไปสังหารพวกโจรชั่วให้หมด!”
ทันทีที่ซุนเกี๋ยนออกคำสั่ง ขุนพลทั้งสี่ประกอบด้วย เทียเภา ฮันต๋ง อุยกายและโจเมาก็นำทหารของพวกเขาพุ่งไปหาฮัวหยงตามซุนเกี๋ยน
“แย่แล้ว! เราติดกับดักแล้ว รีบถอนทัพเร็ว!”
ฮัวหยงสั่นกลัวอย่างยิ่ง ราวกับหวนคืนสู่ช่วงเวลาความสยดสยองเมื่อคืนอีกครั้ง
“ไอ้โจรหัวโจกอย่าหวังจะหนีได้เลย”
ซุนเกี๋ยนมีหรือจะปล่อยฮัวหยงไป ทันทีที่ออกจากเมือง พยัคฆ์แห่งกังตั๋งก็เล็งเป้าไปที่หัวของฮัวหยงแล้ว ร่างกำยำถือทวนควบม้าทะยานเข้าไปหาอย่างเด็ดเดี่ยว
“ไอ้โจรโพกผ้าแดง! อย่าได้อวดดีนัก ข้าจะดาหน้าไปปลิดชีพเจ้าเดี๋ยวนี้”
ถึงอย่างไรฮัวหยงผู้บัญชาการทัพหน้าของตั๋งโต๊ะ มีวรยุทธ์นั้นไม่ธรรมดาเช่นกัน ครั้นเห็นศัตรูถือทวนควบม้าเข้ามาลำพัง มีหรือจะยอมได้ เขาละทิ้งความคิดที่จะกันหลังหนี และเผชิญหน้ากับซุนเกี๋ยนทันที
เคร้ง!!
ดาบใหญ่ของซุนเกี๋ยนปะทะกับดาบออกรบของฮัวหยง เกิดเสียงกระแทกกันของโลหะดังกระหึ่มออกมา
แย่แล้ว ข้าสู้มันไม่ได้
ความคิดนั้นวาบผ่านสมองของฮัวหยง แค่ปะทะกันกระบวนท่าเดียว เขาก็ตกอยู่ฝ่ายเสียเปรียบแล้ว
“ฮ่า ๆ ๆ ตายเสียเถอะ”
ซุนเกี๋ยนย่อมปีติยินดีที่สุด เขาฟาดฟันดาบเร็วขึ้นเรื่อย ๆ โจมตีฮัวหยงจนพ่ายถอยกลับอย่างต่อเนื่อง
บ้าเอ๊ย! หากยังเป็นแบบนี้ต่อไปจบเห่แน่
ฮัวหยงกระอักความขมขื่นอยู่ในใจ นึกชังตัวเองที่ไม่หนีไปตั้งแต่แรก
ในช่วงวิกฤตนี้เอง พลันมีทหารเลียงจิ๋วมากมายเข้ามาล้อมทั้งสองไว้ ปรากฏว่าซุนเกี๋ยนพุ่งตะลุยเข้ามาลึกเกินไป ทำให้อยู่ห่างจากกองทัพตัวเอง
“เร็ว! บุกเข้าไปฆ่าไอ้โจรโพกผ้าแดงนี่เสีย!”
ในขณะที่ฮัวหยงต้านการโจมตีซุนเกี๋ยนไปพลาง สั่งทหารปิดล้อมและสังหารคู่ต่อสู้ไปพลาง ในไม่ช้าพยัคฆ์แห่งกังตั๋งก็ตกเป็นรองทันที
หากไม่มีปาฏิหาริย์ ซุนเกี๋ยนจะได้ชดใช้ให้กับความประมาทของตัวเองในไม่ช้า ทว่าในตอนนั้นเอง ฮัวหยงกลับหนีไป!?
เดิมทีฮัวหยงอยากฆ่าคู่ต่อสู้ แต่สี่ขุนพลของฝ่ายตรงข้ามก็นำทหารปรี่เข้ามาล้อมซุนเกี๋ยนแล้ว คาดว่าคงใช้เวลาไม่นานก็คงล้อมฮัวหยงไปด้วยอีกคน ถึงตอนนั้น ฮัวหยงก็ยากจะหลบหนีได้จริง ๆ แล้ว
“ไอ้โจรโพกผ้าแดง! ข้าจำเจ้าไว้แล้ว จากนี้ไปข้าจะเด็ดหัวเจ้ามาให้ได้แน่!”
หลังหันมาด่าเสร็จแล้ว ฮัวหยงก็ไม่สนความเป็นตายของทหารใต้บัญชาอีกต่อไป เขาควบม้าตะบึงหนีไปไกลทันที
ครั้นฮัวหยงกลับมาถึงทัพกลางที่โฮจิ้นบัญชาการอยู่ ก็ตกตะลึงกับภาพตรงหน้า
โฮจิ้นหายตัวไปไหนแล้วก็ไม่รู้!?
ทหารหลายพันก็วุ่นวายเช่นกัน
ฉิบหายแล้ว! หนี! ต้องรีบหนี!
ฮัวหยงมีแค่ความคิดเดียวในใจคือรีบหนีเอาตัวรอด ไม่เช่นนั้นไพร่พลนับหมื่นนี้ถึงวาระจบสิ้นแน่
ในความเป็นจริงแล้ว ความคิดฮัวหยงไม่ผิดเลยสักนิด ทหารเหล่านี้ถูกโฮจิ้นส่งมาตายจริง ๆ
หลังจากพักผ่อนมาทั้งคืน กำลังกายก็ฟื้นตัวขึ้นมาก ทว่าโฮจิ้นลืมปัญหาใหญ่ที่สุดไปอย่างหนึ่ง
คือพวกเขายังไม่ได้กินข้าว!
ตั้งแต่เร่งเดินทัพมาเมื่อคืน จนถึงแตกตื่นหลบหนี จวบจนเคลื่อนทัพมาถึงเมืองหยางเหรินวันนี้ ทหารยังไม่ได้กินข้าวสักคำเลย
หลังจากกระเสือกกระสนวิ่งมาหลายร้อยลี้ สุดท้ายก็โจมตีเมืองโดยท้องว่าง ผู้บังคับบัญชาประเภทนี้ช่างโง่เขลาจริง ๆ!
อันที่จริงโฮจิ้นไม่ได้ลืม แต่สัมภาระทั้งหมดถูกทิ้งไว้ในเมืองหยางเหริน เขาจึงเริ่มตั้งใจว่าหลังเอาสัมภาระต่าง ๆ กลับมาแล้ว ก็จะเร่งกลับไปตั้งหลักที่เมืองกวางเฉิง
แต่โฮจิ้นถูกลิโป้หลอก และบ้าจี้ออกคำสั่งให้โจมตีเมืองอย่างเลอะเลือน!
โฮจิ้นตื่นตระหนกตั้งแต่เห็นประตูเมืองหยางเหรินเปิดแล้ว รีบควบม้าเผ่นแน่บไปในทันที ทิ้งให้กองทหารนับหมื่นหนีเอาชีวิตรอดกันเอง
ทหารเหล่านี้ถูกอานุภาพของซุนเกี๋ยนข่มขวัญ ครั้นจะออกวิ่ง กลับพบว่าไม่เพียงแต่ปวดเมื่อยเท้าจนรากเลือดเท่านั้น แต่ท้องยังว่างอีกด้วย หลายคนไม่มีแม้แต่กำลังจะยกขา คนที่ฝืนหนีรอดได้ก็วิ่งต่อไม่ไหว ทำได้เพียงพึ่งพาความอยากมีชีวิตรอดค่อย ๆ หลบหนีออกไปให้ไกลที่สุด
ผลลัพธ์ของการต่อสู้เช่นนี้เห็นได้อย่างชัดเจน… มันคือการสังหารหมู่เพียงฝ่ายเดียว! ตัวซุนเกี๋ยนกวัดแว่วดาบผ่าสนามรบ เข่นฆ่าจนดวงตาแดงฉาน ทั้งยังออกคำสั่งให้ทหารแยกย้ายกันไล่ตามไปทุกที่อย่างกระหายโลหิต เขาจะต้องกวาดล้างกองทัพศัตรูให้หมด
ฮัวหยงฮ่อตะบึงม้ามาลำพัง เขาไม่แม้แต่ริอ่านไปเมืองกวางเฉิงด้วยซ้ำ มันเป็นเมืองเล็ก ๆ ต้านซุนเกี๋ยนไว้ไม่ได้แน่ ดังนั้นฮัวหยงจึงรุดเร่งตรงไปที่ด่านต้ากู่ ขอแค่ไปถึงที่นั่นก็จะปลอดภัยอย่างแท้จริง
หลังจากหนีอย่างบ้าคลั่งมาตลอดทาง ในที่สุดฮัวหยงก็หลบหนีจากซุนเกี๋ยนได้ และใจที่กลัดกลุ้มในที่สุดก็คลายลง
“ฟู่ว… ครั้งนี้โชคดีจริง ๆ โฮจิ้นเป็นไอ้สวะของแท้เลย รู้จักแค่หนีเอาตัวรอด คอยดูคราวนี้เขาจะอธิบายให้ผู้สำเร็จราชการตั๋งฟังอย่างไร!”
ฮัวหยงก่นด่าโฮจิ้นด้วยความโกรธอย่างห้ามไม่อยู่ ความจริงเขาโกรธเพราะโฮจิ้นทิ้งเขาไว้ตามลำพังแล้วหนีไป
“เจ้าพูดถูก โฮจิ้นเป็นไอ้เศษสวะจริง ๆ”
“ใครกัน!?”
ฮัวหยงคิดว่าเป็นซุนเกี๋ยนไล่ตามมา จึงรู้สึกตึงเครียดทันที หัวใจสั่นระรัว
“ฮ่า ๆ แม้แต่เสียงข้าก็ยังฟังไม่ออกหรือ?”
บางทีอาจเป็นเพราะกังวลเกินไป ฮัวหยงรู้สึกว่าเสียงนี้คุ้นเคยมากทว่าฟังไม่ออกว่าเป็นใคร จึงหยิบดาบใหญ่ขึ้นมาเตรียมพร้อมสู้อย่างห้ามไม่อยู่
กุบ กับ… กุบ กับ
ม้าเซ็กเธาว์สีน้ำแดงปรากฏสู่สายตา ตามมาด้วยง้าวกรีดนภาที่อาบเลือดคนมานับไม่ถ้วน ลิโป้
“รอง… รองแม่ทัพมณฑลลิ ไย… ไยเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่?”
ถึงจะไม่ใช่ศัตรู แต่เป็นลิโป้สหายร่วมทัพของตัวเอง ทว่ามันไม่ได้ทำให้ฮัวหยงวางใจเลย กลับกันยิ่งตื่นตระหนกมากขึ้น
ลิโป้ยิ้มแสยะมุมปาก เห็นชัดว่ามีความสุขมากกับการปรากฏตัวของฮัวหยง
“แน่นอนว่าข้ากำลังรอแม่ทัพฮัวอยู่”
ฮัวหยงหน้ากระตุกไม่หหยุด ตีให้ตายเขาก็ไม่เชื่อว่าลิโป้จะช่วยเหลือตัวเอง
“ขอบ… ขอบคุณรองแม่ทัพมณฑลลิมาก ข้าน้อย… ข้าน้อยไม่มีอะไร”
“ไม่มีอะไรหรือ? ไม่หรอก เจ้ามี”
รอยยิ้มบนใบหน้าลิโป้ยิ่งฉายชัด กระดิกนิ้วไปมาไม่หยุด
“มี… มีเรื่องอะไรหรือ?”
ฮัวหยงกังวล หน้าผากชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ และเริ่มสังหรณ์ไม่ดีขึ้นเรื่อย ๆ
“แม่ทัพฮัวถูกซุนเกี๋ยนสังหาร ข้าย่อมมิอาจปล่อยให้รอดไปได้อยู่แล้ว!”
ตามคาด ไอ้คนชั่วผู้นี้มีเจตนาไม่ดีจริง ๆ!
ฮัวหยงด่าทอลิโป้ในใจ ดวงตาคู่นั้นเริ่มสอดส่ายไปรอบ ๆ มองหาโอกาสหลบหนี
แต่ดูเหมือนลิโป้จะมองเจตนาของอีกฝ่ายออก จึงเยาะเย้ยถากถางอย่างอหังการ
“อยากหนีงั้นหรือ? เจ้ารู้ไหมว่าในหนึ่งวัน ม้าเซ็กเธาว์ของข้าวิ่งได้กี่พันลี้? หรือเจ้าคิดจริง ๆ ว่าจะหนีรอดไปจากง้าวกรีดนภาของข้าได้?”
วาจาของลิโป้กลายเป็นคำเตือนฮัวหยง ทำลายความคิดที่จะหลบหนีของอีกฝ่ายไปจนสิ้น
“รองแม่ทัพมลฑลลิ เราต่างก็รับใช้ผู้สำเร็จราชการตั๋ง ไยต้องฆ่าแกงกันเองด้วยเล่า”
“ฮ่า ๆ ๆ ตั้งแต่วันที่ยั่วยุข้า เจ้าก็ได้ตายไปแล้ว!”
“ละ… แล้วโฮจิ้นเล่า? ข้ารับคำสั่งเขามาตลอด เขาต่างหากที่คิดอยากฆ่าเจ้า เหตุใดเจ้าถึงเอาผิดข้า”
ฮัวหยงยังคงไม่ยอมรับชะตากรรม หนีก็หนีไม่พ้น สู้ก็สู้ไม่ได้ จึงทำได้เพียงหาวิธีโน้มน้าวเขาหรือหาคนมาเป็นแพะรับบาป
เขาเบี่ยงความสนใจไปหาคนอื่น “ถึงโฮจิ้นจะเป็นคนของกองทัพเลียงจิ๋ว แต่หาข้ออ้างฆ่าเขาตอนนี้ก็ไม่ใช่เรื่องยาก คิดว่าเขาควรรอดอยู่อีกหรือ?”
“หึ ๆ ๆ”
ลิโป้ขบขัน ไยเขาจะไม่อยากฆ่าโฮจิ้น แต่หากเจ้านั่นตายก็จะต้องมีคนซักถาม ตนจึงยังไม่อยากจุดไฟเผาตัวเอง
ทว่าฮัวหยงนั้นต่างออกไป เพียงบอกว่าฮัวหยงตายด้วยดาบของซุนเกี๋ยน คาดว่าตัวซุนเกี๋ยนเองก็น่าจะไม่ปฏิเสธ และไม่มีใครเลือกไปสืบหาด้วย
“ฮ่า ๆ ๆ น่าสมเพชจริง ๆ ทั้งที่ทุ่มเทมากมายเพื่อที่จะเล่นงานข้าแท้ ๆ ตอนนี้กลับต้องหาทางเอาตัวรอด!”
สายตาลิโป้เปี่ยมไปด้วยแววเย้ยหยันขณะระเบิดเสียงหัวเราะ รอยยิ้มแสยะกว้างดุจมัจจุราช
เป็นสัญญาณว่าวันนี้ฮัวหยงต้องสิ้นชื่อลงที่นี่…