พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 337 โจมตีเมืองหยางเหรินอีกครั้ง
บทที่ 337 โจมตีเมืองหยางเหรินอีกครั้ง
ฮัวหยงกระดากอายขึ้นทันใด เห็นชัดว่ากำลังกระซิบข้างหูโฮจิ้น ไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะยังตะโกนออกมาอีก
“ท่านแม่ทัพมณฑล เป็นเพราะเหล่าทหารเดินทัพเร่งด่วน เมื่อถึงเมืองหยางเหรินก็ถอดเกราะถอดหมวกทิ้งเพื่อพักผ่อน ใครเล่าจะคาดคิดว่าจู่ ๆ กองทัพศัตรูจะบุกเข้ามา ทุกคนคิดแต่หลบหนีเอาชีวิตรอด ของต่าง ๆ ล้วนถูกทิ้งไว้ที่เมืองหยางเหรินหมดแล้ว!”
ฮัวหยงพูดไปเครียดไป แต่โฮจิ้นปวดกบาลเสียยิ่งกว่า! ศึกครานี้จะเอาอะไรไปสู้?
หนึ่งวันต้องเดินทางหลายร้อยลี้ไม่พอ ศัตรูแค่คนเดียวยังมองไม่เห็นด้วยซ้ำ กลับกลายเป็นว่าถูกไล่ล่าจนระหกระเหินไปทั่วเสียได้
เอาไงดีเล่าทีนี้? แม้แต่ยุทโธปกรณ์ก็ไม่เหลือสักชิ้น หากกลับลกเอี๋ยงไปด้วยสภาพน่าหดหู่สังเวชแบบนี้ เช่นนั้นเกรงว่าหัวบนบ่าโฮจิ้นก็คงรักษาไว้ไม่อยู่แล้ว!
“เฮ้อ! เรื่องนี้ควรทำเช่นไรดี ต้องทำอย่างไรกัน!”
โฮจิ้นไม่มีอารมณ์หาเรื่องลิโป้อีกต่อไป ยามนี้เอาตัวเองให้รอดก็แทบจนปัญญา
ฮัวหยงยืนเงียบงันไม่พูดจาอยู่ข้าง ๆ ตัวเขาก็มีส่วนออกความเห็นว่าควรบุกโจมตีหยางเหรินฉับพลันนั้น หากต้องลงโทษจริง พวกเขาสามคนก็มิอาจหลุดพ้นความผิดไปได้
วันนี้ช่างน่าหงุดหงิดยิ่งนัก!
“แม่ทัพโฮ ยามนี้ฟ้ามืดแล้ว ข้าคิดว่าซุนเกี๋ยนเองก็คงไม่รู้ว่าเกราะหมวกอาวุธทั้งหลายอยู่ที่ไหน มิสู้พวกเราบุกเข้าสังหารอีกครั้งดีกว่า! ประการแรกคือเก็บอาวุธคืนมาได้ ประการที่สองหากศัตรูไม่ทันตั้งตัว ก็สามารถบุกโจมตีหยางเหรินได้ในคราวเดียว!”
โฮจิ้นได้ยินข้อเสนอจากลิโป้เป็นต้องถลึงตาโต ก่นด่าในใจไม่ยั้ง
เจ้าลิโป้ยังกล้าคิดกลับไปอยู่อีกหรือ?! ให้กองทัพหมาป่าแห่งเป๊งจิ๋วใต้อาณัติเจ้าควบม้า บางทีอาจพอกลับไปได้ แต่เจ้าจะให้เหล่าทหารพลเดินเท้าเหล่านี้กลับไปอย่างไร คลานกลับไปรึ?
“ไยรองแม่ทัพลิถึงพูดจาประชดประชันเช่นนี้! เจ้าดูไพร่พลเหล่านี้สิ ยังมีใครยืนไหวอีก?”
ไม่ต้องให้โฮจิ้นได้เอ่ยปาก ฮัวหยงก็ตะคอกใส่ลิโป้ทันใด
ลิโป้พูดดีกับโฮจิ้น แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าจะต้องเกรงใจฮัวหยงด้วย ว่าแล้วจึงตำหนิโต้กลับอีกฝ่ายทันที
“ฮัวหยง เจ้าไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงรึ เจ้าเป็นตัวอะไร ถึงอาจกล้าพูดจาเช่นนี้กับรองแม่ทัพอย่างข้า!”
“เจ้า…!”
ฮัวหยงเดือดดาลเช่นกัน เขาเองหมดความอดทนกับลิโป้มานานแล้ว ทว่าถูกโฮจิ้นคอยปรามไว้อยู่เสมอ
“พอได้แล้ว! ยามนี้ข้าศึกอยู่ตรงหน้า พวกเจ้ายังจะขัดแย้งภายในกันอยู่หรือ?”
โฮจิ้นส่งสายตาใส่ฮัวหยง ส่งสัญญาณให้อีกฝ่ายมองพลทหารม้าในกองทัพหมาป่า
ฮัวหยงเข้าใจทันทีว่าอีกฝ่ายจะสื่ออะไร ยามนี้แม่ทัพมณฑลไม่อยากล่วงเกินลิโป้
กองทัพนับสองหมื่นคนในตอนนี้ มีเพียงนักล่าหมาป่าเป๊งจิ๋วของลิโป้เท่านั้นที่ยังมีกำลังรบ ม้าศึกและอาวุธยุทโธปกรณ์ครบครัน หากคิดสู้กับซุนเกี๋ยน จะขาดลิโป้ไปไม่ได้!
“รองแม่ทัพลิ ฮัวหยงเป็นคนอารมณ์ร้อน เห็นแก่หน้าข้าเถิด อย่าถือสาเขาเลย กระนั้นกองทัพทหารของเราก็วิ่งต่อไปไม่ไหวแล้วจริง ๆ หากถูกซุนเกี๋ยนซุ่มโจมตีอีกครั้ง กองทัพทั้งหมดต้องสูญสิ้นเป็นแน่!”
ลิโป้นั้นให้เกียรติโฮจิ้นเป็นอย่างยิ่ง ไม่ติดใจเอาความฮัวหยง ก่อนพูดถึงแผนการของตนต่อ
“แม่ทัพมณฑลโฮ ข้าบอกหรือว่าจะไปตอนนี้? ข้าหมายถึงให้เหล่าไพร่พลทหารพักสักประเดี๋ยวต่างหาก… ยามนี้ยังพอมีเวลาอีกสามถึงสี่ชั่วยามก่อนฟ้าสาง พวกเราทำได้แค่ต้องเร่งไปก่อนรุ่งสาง จากนั้นรีบเอาอาวุธและเริ่มทำการโจมตีเมืองหยางเหริน เช่นนี้ทำให้ซุนเกี๋ยนตั้งตัวไม่ทันอย่างแน่นอน!”
ความคิดของโฮจิ้นในตอนนี้ง่ายดายยิ่ง ให้พลทหารทั้งหมื่นกว่ารีบเก็บอาวุธกลับมา ต่อให้มิอาจโจมตีเมืองหยางเหรินได้ก็ไม่เป็นไร ขอเพียงได้ยุทโธปกรณ์กลับมาก็พอ
กลยุทธ์ของลิโป้สอดคล้องกับความต้องการของโฮจิ้นได้เป็นอย่างดี อีกทั้งโฮจิ้นเองก็ไม่มีกลยุทธ์ที่ดีไปกว่านี้แล้ว จึงเห็นด้วยกับแผนการทันที
“เอาเถิด ทำตามแผนการของรองแม่ทัพลิ ป่าวประกาศให้เหล่าไพร่พลทหารพักผ่อนสองชั่วยาม จากนั้นเราจะออกเดินทางไปหยางเหริน ต้องเอาอาวุธทั้งหมดกลับมาให้ได้!”
เหลือเวลาก่อนฟ้าสางอย่างน้อยสี่ชั่วยาม โฮจิ้นมิได้จัดแจงเวลากระชั้นเกินไป เดินทางจากที่นี่ไปถึงหยางเหรินก็ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยามด้วยซ้ำ
ยามฮัวหยงออกไปประกาศคำสั่ง เหล่าไพร่พลทหารที่ใช้แรงเกินอัตราผล็อยหลับไปทันใด ในค่ายทหารเหลือเพียงเสียงกรนระนาว
สองชั่วยามผ่านไปอย่างรวดเร็ว ระหว่างนั้นก็มิได้เกิดเรื่องเหนือความคาดหมายอันใด ท้ายสุดก็เป็นลิโป้ที่ชิงตื่นก่อนใคร ทั้งยังปลุกทุกคนตามหน้าที่
เวลาสองชั่วยามถือว่าไม่มากไม่น้อย มากพอให้คนคนหนึ่งพักผ่อนได้ชั่วขณะ ครั้นเหล่าทหารทั้งหลายตื่นมาก็เห็นชัดว่ากระปรี้กระเปร่าขึ้นมาก กระนั้นโฮจิ้นกลับดูเหนื่อยล้า เพราะความกดดันมหาศาลทำให้เขาเอาแต่พลิกตัวไปมา โฮจิ้นถึงเพิ่งได้หลับก็ตอนที่ลิโป้เรียกพอดี
ทว่าผ่านไปเพียงครู่เดียว โฮจิ้นก็มีเรี่ยวแรงกลับมาเต็มเปี่ยม เขารู้ดีว่าแม้ตัวเองจะง่วงเพียงใด แต่ก็ต้องสะกดมันไว้ให้ได้
“เหล่าทหารพร้อมหรือยัง?”
ฮัวหยงโผล่มาอยู่ข้างโฮจิ้นตั้งแต่เนิ่น ๆ จึงรีบรายงานสถานการณ์กองทัพให้ฟังทันที
“ท่านแม่ทัพมณฑล พลทหารกองทัพเราพักผ่อนเรียบร้อยแล้วขอรับ ขอเพียงเอาอาวุธมาได้ ซุนเกี๋ยนไม่มีทางต่อกรได้แน่!”
ฮัวหยงที่ได้นอนพัก ลืมความยากลำบากของเมื่อวานไปหมดสิ้น แต่คำพูดนี้ก็ตรงใจโฮจิ้น เขาในตอนนี้พกความมั่นใจมาเต็มเปี่ยมเช่นกัน
“ดี! ออกเดินทางกันเลย”
โฮจิ้นและฮัวหยงต่างเชื่อมั่นว่าต้องชนะแน่นอน มีเพียงลิโป้ที่ยังคงทำหน้าตาดูแคลนอยู่ลึก ๆ
เห็นได้ชัดเจนว่าหลังจากเหล่าทหารได้พักผ่อนก็มีเรี่ยวแรงขึ้นมา บรรยากาศกองทัพฮึกเหิมขณะเดินทัพไปหยางเหรินภายใต้การนำของโฮจิ้น
ทว่าน่าเสียดาย… สุดท้ายกลับเกิดเรื่องไม่คาดคิดขึ้น
เดิมทีตามแผนคาดว่าใช้เวลาเดินทางไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม แต่เอาเข้าจริงกลับใช้เวลาไปเกือบหนึ่งชั่วยามครึ่ง! ฟ้ามืดเกินกว่าจะมองเห็น อีกทั้งโฮจิ้นก็มิกล้าจุดไฟ ทำได้เพียงนำทัพคลำทางไปเรื่อย ๆ ท้ายสุดหลังจากฟ้าเริ่มสว่างขึ้นบ้าง จึงเดินทางไปถึงหยางเหรินอย่างราบรื่น
เป็นไปตามที่ลิโป้ว่าไว้ อาวุธเกราะหมวกเหล็กทั้งหลายล้วนอยู่บนพื้น มิได้ถูกซุนเกี๋ยนเอาไปแต่อย่างใด โฮจิ้นดีอกดีใจขึ้นมาทันที
“เร็วเข้า! รีบเอาอาวุธกลับไป!”
เหล่าทหารไม่รีรอ เร่งรุดตรงไปเบื้องหน้าจนเกิดการแย่งชิงชุลมุนขึ้น!
“อย่าแย่งกัน! จะแย่งกันเพื่ออะไร? มีของทุกคนอยู่แล้ว!”
โชคดีที่โฮจิ้นตะโกนรั้งทัพอยู่ข้างหลัง ฮัวหยงรีบตรงไปกลางกองทัพเพื่อออกคำสั่งรักษาความสงบ ก่อนความปั่นป่วนจะค่อย ๆ สงบลง
“แม่ทัพมณฑลโฮ กองทัพของเรากำลังใจกำลังเต็มเปี่ยม หากคว้าโอกาสนี้โจมตีเมือง อาจลงมือสำเร็จก็เป็นได้!”
ชั่วเวลานั้นลิโป้เข้ามาเสนอแผนการซึ่งตรงใจโฮจิ้นพอดี
“ข้าเองกำลังคิดแบบนั้นเช่นกัน รองแม่ทัพลิ เจ้านำกองทหารม้าตรวจตราเฝ้าระวัง ข้าจะให้พลเดินเท้ามุ่งหน้าโจมตีเมือง!”
“รับทราบ!”
ลิโป้ก้มหัวกุมมือรับคำสั่ง ก่อนมุมปากจะเผยยิ้มเย็นอีกครั้ง
โฮจิ้นเป็นทหารผ่านศึก ย่อมเข้าใจว่ากลยุทธ์รวดเร็วฉับไวเป็นปัจจัยสำคัญของการรบ หลังจากเหล่าทหารสวมชุดเกราะเพียบพร้อม ก็สั่งการบุกโจมตีเมืองหยางเหรินทันที
เนื่องด้วยฮัวหยงเป็นแม่ทัพกองหน้าเก่า ภารกิจตีเมืองจึงมอบหมายให้เขา
“ตีกลอง เดินทัพ!”
ตึง! ตึง! ตึง!
เสียงกลองชัยดังขึ้น ยิ่งเพิ่มขวัญกำลังใจฮึกเหิมแก่กองทัพ กองทัพเลียงจิ๋วหามบันไดไต่กำแพงรุกคืบไปยังคูเมืองหยางเหริน
เหตุการณ์แปลก ๆ ปรากฏขึ้นอีกครั้ง เมื่อบันไดไต่กำแพงพาดตั้งไว้อย่างดี ทางเมืองหยางเหรินกลับไร้ซึ่งปฏิกิริยาโต้ตอบ ราวกับกลายเป็นเมืองร้างอย่างไรอย่างนั้น
ฮัวหยงยินดีเป็นอย่างยิ่ง หากพิชิตเมืองหยางเหรินได้ เขาจะได้ความดีความชอบอย่างแน่นอน!
“เร็วเข้า! ปีนขึ้นไป จัดการกองทัพหยางเหรินให้สิ้น!”
เหล่าทหารหลั่งไหลขึ้นกำแพงอย่างต่อเนื่อง บันไดไต่อัดแน่นไปด้วยคนปีน ครั้นเห็นว่าปีนใกล้ถึงบนกำแพงแล้ว ฮัวหยงก็เริ่มดีใจแทบบ้า!