พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 362 เตียวหุยสู้สุดชีวิต
บทที่ 362 เตียวหุยสู้สุดชีวิต
ในตอนนั้นเอง ก็มีเสียงโห่ร้องดังลั่นมาจากกองทัพพันธมิตร กึกก้องราวฟ้าคำราม ดึงดูดความสนใจของทุกคนได้ในทันที
เขาผู้นี้มีศีรษะราวเสือดาว ตาโต คางแหลม หนวดดั่งเสือ เสียงดังเหมือนฟ้าร้อง ขี่ม้าอูจุยซึ่งสีดำสนิททั้งตัว ในมือถือทวนอสรพิษ พุ่งตรงออกมาจากกระบวนทัพ! หากมิใช่เตียวหุย แล้วจะเป็นใคร!
“ไอ้ลูกสามพ่อ! กล้าดีอย่างไรถึงมาเอะอะโวยวายอยู่นี่ ลองลิ้มรสทวนอสรพิษของเตียวหุยเสีย!”
ใบหน้าของลิโป้พลันซีดเผือดไร้สีเลือด ไม่ได้เอื้อนเอ่ยวาจาใดอีก เขากำง้าวกรีดนภาในมือแน่น พร้อมทั้งตัดสินใจแล้วว่าจะสังหารก้อนปัญหาสีดำที่อยู่ตรงหน้าในคมง้าวเดียว!
“ช้าก่อน!”
ในขณะที่เตียวหุยกำลังจะพุ่งโจมตีลิโป้ เขาก็ถูกเอ่ยรั้งไว้จากเสียงตะโกนซึ่งดังมาจากกองทัพของตั๋งโต๊ะ
“เตียวหุย เจ้าคิดว่าตัวเองเป็นใครกันถึงกล้ามาประลองในการประลองของขุนพล?”
ลิโป้หันศีรษะมองไป โดยไม่คาดคิดจริง ๆ ว่าคนที่พูดแทนเขาจะเป็นเล่าเจี้ยง!
หากถามเตียวหุยว่าเขาเกลียดใครมากที่สุดในโลกนี้ แน่นอนว่าคือเล่าเจี้ยงอย่างไม่ต้องสงสัย นับตั้งแต่ที่พวกเขาได้พบกับเล่าเจี้ยง สามสหาย เล่าปี่ กวนอู เตียวหุยก็ตกต่ำลงไม่เหลือชิ้นดี!
“เล่าเจี้ยง เจ้าคนทรยศ เจ้าเองก็อย่ามากล่าววาจาเหลวไหลอยู่ตรงนั้น! เมื่อข้ากำจัดโจรกบฏลิโป้แล้ว เจ้าจะเป็นรายต่อไป!”
ลิโป้อดรนทนไม่ไหวอีกแล้ว เตียวหุยผู้นี้ช่างหักหาญใจกล้านัก คำหนึ่งก็ไอ้ลูกสามพ่อ คำหนึ่งก็โจรกบฏลิโป้ นี่มันหยามน้ำหน้ากันเกินกันเกินไปแล้ว
“ไอ้โจรตาโต! เจ้ากินขี้ก่อนมาออกศึกสินะ? ปากถึงเหม็นเน่านัก!”
“ฮ่า ๆ ๆ!”
เล่าเจี้ยงเงยหน้าขึ้นฟ้าแล้วหัวเราะเสียงดังพลางชี้ไปยังเตียวหุย และตะโกนบอกลิโป้
“แม่ทัพลิ อ้ายโจรตาโตผู้นี้เลี้ยงหมูขายเนื้อก่อนมาออกศึกต่างหากเล่า ทั้งวันต้องจัดการทำความสะอาดขี้หมู ทั้งร่างกายจึงส่งกลิ่นเหม็นราวหมูตาย!”
ลิโป้เมื่อได้ยินถ้อยคำเหล่านั้นก็พลันหัวเราะ ที่แท้คนตรงหน้าเขาก็เป็นคนขายหมู
“ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมปากของเขาจึงพ่นออกมาแต่คำด่าทอหยาบคาย คนต่ำต้อยย่อมหยาบช้าไร้ความสง่างาม!”
เล่าเจี้ยงเยาะเย้ยเรื่องอาชีพของสามสหายเล่ากวนเตียนนี้ทุกคราไป เล่าปี่และกวนอู่นั้นปรับตัวได้เสียนานแล้ว หน้าตาของพวกเขาจึงไม่เปลี่ยนสี ทว่าเตียวหุยยังทำไม่ได้ จะเดือดดาลขึ้นมาทุกครั้ง
“ถุ้ย! ข้าฆ่าหมูแล้วอย่างไร? สังหารพวกเจ้าก็มิต่างอะไรกับการฆ่าหมู! ไอ้ลูกสามพ่อ ตายเสียเถอะ!”
เตียวหุยเตือนน่องใส่ม้าศึกของเขาทันที พุ่งตรงเข้าหาลิโป้อย่างเต็มกำลัง เขาต้องการพิสูจน์ให้ใต้หล้าได้เห็นว่าสามสหายเล่ากวนเตียนไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป และเขาก็ไม่ใช่แค่คนเลี้ยงสุกรคนขายเนื้อ!
“เข้ามาก็ดี!”
ลิโป้หมดความอดทนไปนานแล้ว และในความเห็นของเขา แทนที่จะทำสงครามน้ำลาย มิสู้เอาชนะคู่ต่อสู้ให้ยอมจำนน!
ม้าเซ็กเธาว์เมื่อได้ยินเสียงก็ออกตัวทันที ความเร็วของมันนั้นปานสายฟ้า พริบตาเดียวก็มาประจันหน้ากับเตียวหุย
เคร้ง!
เสียงกระทบอันบาดแก้วหูดังขึ้นพร้อมประกายไฟที่ปะทุขึ้นในอากาศ ล้วนบ่งบอกถึงความรุนแรงตึงเครียดของการปะทะกันในครั้งนี้
ทั้งสองใช้แรงกำลังอย่างสุดตัว ทวนอสรพิษและง้าวกรีดนภาปะทะกัน พลังอันมหาศาลบีบบังคับให้ม้าศึกต้องหยุดฝีเท้า แม้แต่ด้ามเหล็กยาวก็ยังโค้งงออย่างเห็นได้ชัดเนื่องจากแรงของทั้งสอง!
ลิโป้ตกใจไม่น้อย ด้วยไม่คาดคิดว่าความแข็งแกร่งของเตียวหุยจะมีมากถึงระดับนี้ เตียวหุยเองก็ตกตะลึงไม่แพ้กัน ครั้งล่าสุดที่เขาได้พบคู่ต่อสู้ซึ่งสูสีกันเช่นนี้ตอนที่เขาประมือกับเตียนอุยสั้น ๆ เมื่อสองสามปีก่อน!
“ไอ้ลูกสามพ่อ มีกำลังแขนมากตามที่คาดไว้ทีเดียวนะ!”
“ไอ้โจรตาโต ตายเสียเถอะ!”
ทั้งสองถอนอาวุธคืนพร้อมกันและเข้าปะทะกันอย่างรวดเร็ว
ใบหน้าของลิโป้เหี้ยมโหดดุร้าย เขาเปลี่ยนไปจากความเคยชินก่อนหน้านี้ ชายหนุ่มพลันเหวี่ยงง้าวกรีดนภาไปด้วยมือทั้งสอง
เตียวหุยนั้นมีศีรษะเหมือนเสือดาว ทั้งตาโต รูปลักษณ์หน้าตาจึงดูน่าหวาดกลัว ประกอบกับเสียงคำรามที่เปล่งออกมาอยู่บ่อยครั้ง และสีหน้าท่าทีบูดบึ้งจึงทำให้เขายิ่งดูน่าหวาดหวั่น โชคดีที่ลิโป้ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามคือขุนศึกผู้เข่นฆ่าสังหารมานับไม่ถ้วน ไม่เช่นนั้นบารมีที่แผ่ออกมาจากตัวเขาคงด้อยกว่าอยู่หลายส่วน
เสียงปะทะกันดังก้องมาจากสนามรบอยู่เรื่อย ๆ พร้อมประกายไฟก็ปะทุขึ้นในอากาศอย่างต่อเนื่อง
สิบเพลงรบแล้วพวกเขาก็ยังไล่เลี่ยกัน!
ยี่สิบเพลงรบ เตียวหุยค่อย ๆ เสียเปรียบ!
และสามสิบเพลงรบผ่านไป ลิโป้ยึดครองเป็นฝ่ายรุกในสนามรบอย่างสมบูรณ์
เล่าเจี้ยงจ้องมองการประมือกันระหว่างขุนพลแนวหน้าแห่งยุคสมัยตาไม่กะพริบ ก่อนจะค่อย ๆ เข้าใจกุญแจสู่ชัยชนะ
เตียวหุยแตกต่างจากเตียนอุย เขาเล่าเรียนเพลงทวนพิเศษต่าง ๆ มาไม่น้อย เห็นได้จากการใช้ทวนอสรพิษ อย่างไรก็ตาม เพลงทวนที่เตียวหุยได้รับมานั้นต้องอาศัยพละกำลังเป็นอย่างมาก!
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับขุนพลที่มีพละกำลังด้อยกว่า เตียวหุยน่าจะมีชัยได้อย่างรวดเร็ว ทว่าเมื่อเจอคนที่ทัดเทียมกัน หากคู่ต่อสู้ไม่เชี่ยวชาญในด้านการป้องกัน ก็คาดการณ์ได้ว่าคนผู้นั้นไม่ใช่คู่ต่อสู้ของชายผู้นี้
เตียวหุยเกิดมาพร้อมพละกำลังเกินกว่ามนุษย์ นอกจากพึ่งพาเพลงทวนแล้ว เขายังใช้พลังจนถึงขีดสุด! หากแต่… วิธีในการต่อสู้นี้มีข้อเสียเปรียบอย่างมาก เพราะไม่อาจยืนหยัดอยู่ได้นาน!
คล้ายคลึงกับสถานการณ์ของเตียนอุย ที่สามารถแกว่งขวานสามจังหวะได้ สามสิบจังหวะได้ แต่ไม่อาจแกว่งได้ถึงสามร้อยจังหวะอย่างแน่นอน!
ไม่ว่าจะเป็นเตียวหุยหรือเตียนอุย ทั้งคู่ต่างต้องโจมตีและปิดฉากให้ได้อย่างรวดเร็ว! ทั้งสองเป็นนักบู๊ที่เปิดเข้าใส่แบบเต็มพิกัด!
เตียนอุยยังพอว่า ด้วยเขาไม่มีรูปแบบเพลงรบอะไรนัก จึงอาศัยคลื่นพลังอันรุนแรงเพื่อโจมตีอีกฝ่ายอย่างสุดกำลัง!
ทว่าเตียวหุยไม่ได้เรียบง่ายขนาดนั้น ทวนอสรพิษของเขาไม่ได้ถูกกำหนดมาให้เป็นเหมือนดาบใหญ่ ง้าว หรือขวาน เขาจึงจำเป็นต้องใส่ใจกับการเพลงทวนพิเศษในสถานการณ์ที่ต้องเสริมแรงกำลัง!
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งอย่างลิโป้ซึ่งเปี่ยมล้นด้วยพลัง!
เตียนอุยเคยกล่าวไว้ว่า ในการต่อกรกับลิโป้ จะต้องให้เขาระบายพละกำลังทั้งหมดออกมาในคราวเดียว หากมีช่วงให้อีกฝ่ายได้ฟื้นฟูเรียกแรงกลับมาแม้น้อยนิด ก็รังแต่จะพ่ายแพ้เท่านั้น
จากสถานการณ์ของเตียวหุยในตอนนี้ การระเบิดพลังไปกว่าสามสิบเพลงรบได้กินกำลังวังชาของเขาไปมากโข ในทางกลับกัน ลิโป้กลับได้รับกำลังใจและอานุภาพเสริมมากขึ้นเรื่อย ๆ!
“นายท่าน เตียวหุยใกล้จะไม่ไหวแล้ว!”
เตียนอุยซึ่งอยู่ข้างตะโกนขึ้นมาอย่างตื่นเต้น แม้ว่าเตียวหุยและลิโป้ต่างเป็นเป้าหมายที่เตียนอุยรังเกียจ แต่เขาไม่สนใจที่จะเป็นกำลังใจให้ลิโป้ในเวลานี้!
เล่าเจี้ยงไม่ได้สนใจ ยังคงจับจ้องไปยังสนามรบโดยไม่ละสายตา อันที่จริง เป็นดังที่เตียนอุยกล่าวบอก เตียวหุยนั้นค่อย ๆ แย่ลงเรื่อย ๆ และดูเหมือนว่าเขากำลังจะพ่ายแพ้ให้กับลิโป้!
“ไอ้โจรตาโต มาดูกันว่าเจ้าจะกำแหงอยู่อีกไหม!”
ลิโป้ยิ่งต่อสู้ก็ยิ่งฮึกเหิม เขาเป็นยอดฝีมือ ย่อมอยากประมือกับคู่ต่อสู้แข็งแกร่ง ทั้งยิ่งสำราญใจไปกับการเอาชนะอีกฝ่ายมากขึ้นด้วย!
“…”
เมื่อเผชิญกับวาจายั่วยุของลิโป้ เตียวหุยซึ่งเดิมไม่มีความคิดจะต่อปากต่อคำแล้ว กลับหันไปด่าทออีกฝ่ายอีกครั้ง แม้ว่าในไม่ช้าตนจะแพ้ก็ตาม!
คนอย่างข้าฆ่าได้หยามไม่ได้!
“คนทรยศ ตายเสีย!”
ในช่วงเวลาวิกฤตนี้ พลันมีเสียงตะโกนดังขึ้นอีกครั้งจากกองทัพพันธมิตร ก่อนตามมาด้วยร่างหนึ่งซึ่งถือง้าวใหญ่ ควบม้าพุ่งไปทางลิโป้
ลิโป้ใช้หางตามองว่าใครกำลังมา แล้วเพิ่มความแข็งแกร่งให้ง้าวกรีดนภาของเขาอีกครั้ง เขาต้องการสังหารเตียวหุยซึ่งอยู่ตรงหน้าก่อนที่ตนจะถูกตีขนาบสองทาง
เคร้ง!
เป็นอีกครั้งที่ง้าวกรีดนภาปะทะเข้ากับทวนอสรพิษ และในครั้งนี้ความแรงนั้นน่าสะพรึงยิ่งเสียจนการปะทะกันของอาวุธทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือน มือของเตียวหุยไม่อาจอดทนต่อความเจ็บปวดสาหัสได้ จึงจำต้องปล่อยทวนอสรพิษออกจากมือ!
ทวนอสรพิษลอยล่องออกไปกระแทกลงบนพื้นห่างไกล!
“ไอ้โจรตาโต เอาชีวิตของเจ้ามาเสีย!”
ลิโป้จะละทิ้งโอกาสอันยิ่งใหญ่นี้ไปได้อย่างไร เขาเค้นออกแรงทั้งหมดทั้งมวลที่มีในร่างกายแล้วแทงง้าวกรีดนภาลงบนร่างกายของคู่ต่อสู้
มันจบแล้ว…
เตียวหุยมองดูง้าวกรีดนภาซึ่งเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ ในใจของเขามีเพียงความไม่เต็มใจและการขัดขืนอย่างที่สุด ใครกันคาดคิดว่าจะต้องมาตายด้วยน้ำมือไอ้ลูกสามพ่อผู้นี้!
คมมีดของง้าวกรีดนภานั้นมาถึงหน้าอกของเตียวหุยในชั่วพริบตา ทว่าในช่วงเวลาวิกฤตเฉียดตายนี้ ก็มีเงาดำปรากฏแวบเข้ามา ก็แล้วแกว่งง้าวเข้ากระแทกด้านบนง้าวกรีดนภาของลิโป้อย่างไร้ปรานี
ส่งผลให้ง้าวกรีดนภาลอยขึ้นไปในอากาศในทันที และเกือบจะหลุดออกจากมือของลิโป้เสียด้วยซ้ำ!