พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 58 ที่ปรึกษาอันดับหนึ่งแห่งฮ่อปัก
บทที่ 58 ที่ปรึกษาอันดับหนึ่งแห่งฮ่อปัก
“ผู้บัญชาการเล่า?”
เตียนห้องเห็นเด็กหนุ่มกระหยิ่มยิ้มย่อง ก็อดถามไม่ได้
“หา! ฮะ? อะแฮ่ม”
เล่าเจี้ยงได้สติกลับมา และกระแอมไอเบา ๆ กลบเกลื่อนความเขิน
“ท่านเตียนห้อง ข้าได้ยินมาว่าท่านอยู่ในตระกูลใหญ่แห่งเมืองจวี้ลู่ เหตุใดถึงอาศัยอยู่ในสถานที่โกโรโสเช่นนี้?”
ผู้บัญชาการหนุ่มรู้อยู่แล้วว่าตระกูลเตียนเป็นตระกูลขุนนางมีชื่อเสียงในเมืองจวี้ลู่ ซึ่งไม่ควรจะอาศัยอยู่ในสถานที่ซอมซ่อเช่นนี้
“ตระกูลเตียนเป็นตระกูลใหญ่ในเมืองจวี้ลู่ นั้นจริงอยู่ ทว่าข้าเป็นตระกูลสายรอง บิดากับท่านปู่ข้าเสียชีวิตเร็ว ด้วยเหตุนี้ครอบครัวจึงยากจนข้นแค้น”
ในตอนที่เตียนห้องพูดถึงสถานการณ์ของตัวเอง เขาไม่ได้รู้สึกอายเลยแม้แต่น้อย กลับมีท่าทางดูเป็นธรรมชาติ
บุคลิกสูงส่งทะนงตัวของคนสมัยก่อนไม่ธรรมดา พวกเขาไม่เคยอายเพราะครอบครัวยากจนเลย
“ก่อนหน้านี้เตียวก๊กเคยยึดเมืองนี้ไว้ ครอบครัวของท่านลำบากหรือไม่?”
หากไม่ใช่เพราะการมาถึงของเล่าเจี้ยง เมืองจวี้ลู่ในตอนนี้คงยังเป็นของกลุ่มโพกผ้าเหลืองเช่นเดิม
“ข้าได้ส่งมารดาไปที่อื่นแล้ว เหลือเพียงข้าผู้เดียวที่อยู่ที่นี่”
“ข้าค่อนข้างมีชื่อเสียงที่ดี กอปรกับครอบครัวยากจน พวกกองทัพโพกผ้าเหลืองจึงไม่ได้กลั่นแกล้งอะไรมาก”
เล่าเจี้ยงพยักหน้า ดูเหมือนเตียวก๊กยังพอมีสายตาเฉียบแหลมอยู่บ้าง รู้ด้วยว่ามิควรทำลายสุ่มสี่สุ่มห้า
“นับว่าเตียวก๊กยังพอควบคุมลูกน้องใต้บัญชาได้อยู่บ้าง ทว่านายทัพกลุ่มโพกผ้าเหลืองต่าง ๆ ไม่ได้เคร่งกฎมากนัก!”
“ตอนที่ข้าอยู่ในเอ่งช้วน เห็นกองทัพโพกผ้าเหลืองเผา ฆ่า ปล้นสะดมกับตาตัวเอง และก่อกรรมทำชั่วไปทั่ว”
เตียนห้องมีสีหน้าเศร้าหมอง พลางส่ายหัวเบา ๆ
“การลุกฮือของเตียวก๊กอาจกล่าวได้ว่าเป็นไปตามโชคชะตา แต่ลูกน้องใต้บัญชาทำชั่วเช่นนี้ จะนำไปสู่การสูญเสียการสนับสนุนจากประชาชน จะไม่ปราชัยได้อย่างไร!”
“ฟังจากที่ท่านพูด หรือท่านเห็นด้วยกับการลุกฮือของเตียวก๊ก? มิกลัวทางการลงโทษหรอกหรือ?”
เตียนห้องมองเล่าเจี้ยงที่มีน้ำเสียงเปลี่ยนไปกะทันหัน ก็ไม่มีท่าทางหวาดกลัวแต่อย่างใด ตรงข้ามกลับหัวเราะเสียงดังออกมา
“ฮ่า ๆ ๆ! ที่นี่ไม่มีใครอื่น ที่พูดออกมาจากปากข้าล้วนเข้าหูท่านผู้บัญชาการเล่า ท่านผู้บัญชาการเล่าจะลงโทษข้าหรือ?”
“แม้ท่านผู้บัญชาการเล่าจะลงโทษ เตียนห้องก็ไม่มีทางยอมรับ”
ไม่คิดเลยว่าบัณฑิตหนุ่มจะเล่นลูกไม้เช่นนี้ เล่าเจี้ยงคาดไม่ถึงจริง ๆ
“มีข่าวลือว่าเตียนหยวนเฮ่าปฏิบัติต่อผู้คนอย่างสำรวมกิริยา ยากจะพูดคุยคบหา เห็นทีคำกล่าวนี้จะไม่จริง!”
ผู้ฟังหุบยิ้ม เผยสีหน้าราบเรียบ พลันมีท่าทางอย่างบัณฑิตผู้สง่างามขึ้นมา
“เตียนผู้นี้เป็นเช่นนี้จริง ๆ เพียงแต่ปฏิบัติแค่กับผู้อื่นเท่านั้น ผู้บัญชาการเล่าเล่าเป็นวีรบุรุษตั้งแต่ยังหนุ่ม เตียนผู้นี้นับถือยิ่งนัก”
เล่าเจี้ยงดีใจ อีกฝ่ายประทับใจต่อเขาดีเช่นนี้ ทั้งยังเป็นคนตระกูลเตียนสายรอง ต้องมีหวังในการชักชวนแน่!
“ท่านเตียนห้อง ยามนี้โจรโพกผ้าเหลืองก่อจลาจล ทั่วแผ่นดินแปดแคว้นกำลังตอบโต้กลับ ผู้คนหลายแสนต่างแก่งแย่งติดตาม ในความเห็นของท่าน โจรโพกผ้าเหลืองสามารถสั่นสะเทือนแผ่นดินฮั่นได้หรือไม่?”
ดังคำกล่าวที่ว่าขุนนางดีย่อมรู้จักเลือกนาย นายย่อมรู้จักเลือกผู้รับใช้ตน เล่าเจี้ยงอยากรู้นักว่าเตียนห้องมีความสามารถอะไรกันแน่
บัณฑิตหนุ่มมองความคิดของคู่สนทนาออกในทันที เขาเองก็อยากแสดงความสามารถของตัวเองให้แผ่นดินประจักษ์
“ช่วงแรกในการก่อกบฏของโจรโพกผ้าเหลือง แปดแคว้นต่างตอบโต้ หลายสิบเมืองถูกโจมตี ผู้คนแก่งแย่งกันเข้าร่วม สถานการณ์ดูเหมือนจะดีมาก ทว่าข้ารู้ว่ามันต้องล้มเหลว!”
“หืม?”
“ขอท่านให้ความกระจ่างแก่ข้าด้วย”
เล่าเจี้ยงมองอีกฝ่ายด้วยความประหลาดใจ คำพูดนี้… ซุนฮิวก็เคยพูดกับเขา
เตียนห้องพยักหน้า ก่อนยื่นมือขวาชี้ไปที่อีกฝ่าย
“เหตุผลสุดท้ายที่ทำให้กองทัพโพกผ้าเหลืองล้มเหลวนั้นอยู่ที่ท่าน ท่านผู้บัญชาการเล่า”
เล่าเจี้ยงรู้สึกผิดหวัง หรือเตียนห้องจะเป็นคนประจบสอพลอ? พอเห็นว่าข้ามีผลการรบดี เลยจงใจชมข้าหรือ?
เตียนห้องน่าจะไม่ใช่คนประะเภทนี้นี่ ไม่เช่นนั้นเขาคงไม่ตอบโต้กับอ้วนเสี้ยวอย่างสุดชีวิตหรอก
“หากไม่ใช่เพราะท่านผู้บัญชาการเล่าเปิดโปงการก่อกบฏของกลุ่มโพกผ้าเหลือง เมื่อเตียวก๊กเตรียมพร้อมอย่างเต็มที่ ยกทัพบุกลกเอี๋ยง ราชวงศ์ฮั่นคงตกอยู่ในอันตราย!”
เล่าเจี้ยงขมวดคิ้ว นี่ไม่ใช่คำตอบที่เขาต้องการ
“แม้จะไม่มีเรื่องที่ข้าเปิดเผยนี้ เตียวก๊กก็สามารถตีลกเอี๋ยงได้จริงหรือ?”
เตียนห้องยิ้ม พยักหน้าให้ก่อน จากนั้นก็ส่ายหัว
“หากกองทัพโพกผ้าเหลืองต้องการโค่นล้มราชวงศ์ฮั่น มีแค่ต้องเร่งรุดบุกลกเอี๋ยงทางเดียวเท่านั้น!”
“ไม่ว่าขบวนทัพจะเกรียงไกรแค่ไหน ทว่าก็ก่อตัวขึ้นมาจากพวกชาวนาชาวบ้านเท่านั้น ไม่มีระเบียบ ไม่มีกฎ และไม่มีการบัญชาการที่เป็นหนึ่งเดียว”
“รู้จักเพียงเผา ฆ่า ปล้นสะดมซึ่งเป็นปัญหาทั่วไปในการลุกฮือของชาวบ้าน นานวันเข้า ต่างฝ่ายต่างสู้ใครสู้มัน การเสริมป้องกันก็ยากจะรักษาไว้ได้”
“ย้อนกลับมาดูกองทัพหลวง ทั่วทั้งแผ่นดินรับทหารอาสา ยิ่งถ่วงเวลาได้นานเท่าไร กองทัพโพกผ้าเหลืองก็จะยิ่งถูกกระทำเท่านั้น ยามนี้กลุ่มโพกผ้าเหลืองในเอ่งช้วนกับเตียวก๊กเองถูกท่านผู้บัญชาการเล่าจัดการสูญเสียอย่างหนัก ขวัญกำลังใจของกองทัพหลวงดุจสายรุ้ง กองทัพโพกผ้าเหลืองทำได้เพียงหดหัวกลับ แบบนี้ก็ได้แค่รอเวลาล่มสลาย และมิอาจเปลี่ยนผลการล่มสลายได้”
เล่าเจี้ยงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ดวงตาทั้งสองเป็นประกาย
นี่สิคือคำตอบที่ข้าต้องการ!
ที่ปรึกษาอันดับหนึ่งแห่งฮ่อปักไม่ธรรมดาจริง ๆ!
ดูเหมือนที่ปรึกษามีชื่อเสียงในจดหมายเหตุสามก๊กจะไม่มีใครธรรมดาสักคน
“ในเมื่อท่านรู้ว่าโจรโพกผ้าเหลืองจักต้องพ่ายแพ้ แล้วแผ่นดินจะสงบสุขปลอดภัยหลังจากผ่านกบฏโจรโพกผ้าเหลืองไปหรือไม่”
“ท่านผู้บัญชาการเล่าหวังให้สงบสุขหรือไม่เล่า?”
เตียนห้องไม่ได้ตอบ แต่มองไปที่เล่าเจี้ยงและกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่จริงจัง
ร่างกายของผู้ฟังสั่นเทา ทันใดนั้นเหงื่อเย็นก็ไหลออกมา
เหมือนกับบัณฑิตหนุ่มจะมองเขาออกอย่างทะลุปรุโปร่ง!
“ท่านพูดเล่นแล้ว ข้าเป็นถึงเชื้อพระวงศ์ฮั่น ย่อมหวังให้แผ่นดินสงบสุขอยู่แล้ว แผ่นดินมั่นคง ผู้คนอยู่อย่างมีความสุข”
เตียนห้องเหลือบมองเล่าเจี้ยงอย่างลุ่มลึกครู่หนึ่ง และไม่ทำให้เขาตกใจอีก
“แม้กองทัพโพกผ้าเหลืองจักพ่ายอย่างไร้กังขา กระนั้นก็ไม่ง่ายที่จะทำให้สงบสุขลงในทันทีทันใด ยามนี้กลุ่มโพกผ้าเหลืองในสถานที่ต่าง ๆ มีพวกนายทัพบัญชาการอยู่ และส่วนใหญ่รวมตัวกันภายใต้คำสั่งของนายทัพ แม้กองทัพหลวงจะแบ่งยกทัพเป็นสามทาง แต่เมื่อกองทัพโพกผ้าเหลืองถูกกำจัดไป กลุ่มโพกผ้าเหลืองในที่ต่าง ๆ จะแบ่งตัวกระจัดกระจายเป็นหลายส่วน ราชสำนักก็ไม่มีแรงเหลือที่จะส่งกองกำลังทหารไปทำลายล้างพวกเขาแล้ว”
“บัดนี้ฝ่าบาททรงมีพระบัญชาให้ทุกแว่นแคว้นเกณฑ์ทหารของตนเองเพื่อต่อต้านการรุกรานของกองทัพโพกผ้าเหลือง”
“นี่แหละคือจุดสำคัญ!”
เตียนห้องน้ำเสียงดูตื่นเต้น “การเกณฑ์ทหารจากสถานที่ต่าง ๆ อาจดูฉลาด แต่จริง ๆ แล้ว มันเป็นหนทางที่จะนำมาซึ่งหายนะ”
ฉลาด! เล่าเจี้ยงยิ่งรู้สึกชื่นชมเตียนห้องมากขึ้น อีกฝ่ายช่างมีสายตาเฉียบแหลมจริง ๆ!
เล่าเจี้ยงรู้ดีว่าวิธีนี้เป็นวิธีแห่งหายนะ หากไม่มีพระบัญชานี้ เจ้าผู้ครองแคว้นทั่วแผ่นดินคงไม่มีกองทหารของตัวเองง่ายดายขนาดนั้น!
“ตอนนี้ราชสำนักขาดแคลนเงินและอาหาร หากต้องการกำจัดโจรโพกผ้าเหลืองก็ทำได้เพียงปล่อยให้แว้นแคว้นต่าง ๆ แก้ไขด้วยตนเอง นี่เป็นเรื่องที่ไม่มีทางอื่นแล้ว”
เล่าเจี้ยงแสร้งทำเป็นไม่รู้ ก่อนถามคำถามกับบัณฑิตหนุ่ม
เตียนห้องถอนหายใจ ท่าทางดูเศร้าสร้อยขึ้นมา
ปัญหานี้เขารู้ต้นตอดี แต่กลับไร้ทางแก้ไขได้
ก็เหมือนกับกลยุทธ์ลับที่เล่าเจี้ยงวางแผนขึ้นมา ปล่อยให้เจ้าตัวรู้ว่าติดกับดัก แต่กลับมิอาจแก้ไขได้ ทำได้เพียงกะพริบตาปริบ ๆ รอความตายเท่านั้น
“ข้ารู้ว่านี่เป็นเรื่องจนปัญญา ทว่าการทำเช่นนี้จะทำให้กองกำลังในท้องที่ต่าง ๆ เติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว!”
“เมื่อกองกำลังในท้องที่ต่าง ๆ แข็งแกร่งขึ้น แต่กองกำลังส่วนกลางอ่อนแอลง นี่เป็นสัญญาณที่อันตรายอย่างมาก!”
“ในอดีต ฮ่องเต้แห่งราชวงศ์โจวอ่อนแอ เจ้าผู้ครองแคว้นต่างไม่ยำเกรงในพระบัญชา สุดท้ายก็นำไปสู่เหตุการณ์ควบคุมโอรสสวรรค์บัญชาการเจ้าผู้ครองแคว้น”
“หากราชสำนักทุ่มเทกำลังสร้างประเทศชาติให้เจริญรุ่งเรือง แต่งตั้งผู้ที่มีความสามารถ บางทีอาจมีจุดเปลี่ยน หากราชสำนักมีการเปลี่ยนแปลง…”
“ยุคแห่งความแตกแยก เหตุการณ์ชุนชิวจ้านกั๋ว*[1] ก็จะเกิดขึ้นอีกครั้ง!”
[1] 春秋战国 ชุนชิวจ้านกั๋ว ยุคสมัยที่แผ่นดินจีนไม่รวมเป็นหนึ่ง เกิดชาติรัฐต่างๆ ขึ้นมากมาย แต่ละชาติรัฐต่างก็สะสมกำลังและรบรากันไปมาเป็นเวลายาวนานหลายร้อยปี