พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 65 อยากตายก็ตายไม่ได้
บทที่ 65 อยากตายก็ตายไม่ได้
จูล่งกับสหายแฮหัวอัน*[1] ไม่ได้เข้าร่วมต่อสู้กับกองทัพโพกผ้าเหลืองด้วย แต่เลือกที่จะรอพวกเขาอยู่ที่เดิม
“จูล่ง เจ้าเป็นอะไรไหม?”
แฮหัวอันมองไปที่เพื่อนรักด้วยสีหน้ากังวล บุรุษตรงหน้าไม่มีความสง่างามเหมือนก่อนหน้านี้อีกแล้ว สองตาแดงก่ำ ใบหน้าขึ้นสีแดงฝาดประหนึ่งเทพสงคราม
จูล่งไม่ได้พูดอะไร แค่ส่ายหัวเบา ๆ
เขาไม่มีแรงจะพูดต่อแล้ว ความเหนื่อยล้าทั้งกายและใจทำให้เขาพยายามลืมสองตาให้เต็มที่
ชั่วพริบตาที่เล่าเจี้ยงโจมตี ประสาทสัมผัสของชายรูปงามพลันผ่อนคลายลง ความเหน็ดเหนื่อยกดดันเขาจนมิอาจต่อต้านได้ และอาจหมดสติไปได้ทุกเมื่อ
ไม่ ข้าจะล้มไม่ได้!
ข้าต้องการแก้แค้น พี่ชายและน้องสาวข้าจะตายเปล่าไม่ได้!
ข้ายังต้องรอซุนต๋อง และต้องสับเขาเป็นชิ้น!
จูล่งตะโกนในใจหลายครั้ง เมื่อนึกถึงชะตากรรมอันน่าเศร้าของพี่ชายและน้องสาว หัวใจเขาก็รู้สึกเหมือนถูกมีดทิ่มแทง
เจ็บปวดมาก เจ็บปวดเหลือเกิน!
ความเจ็บปวดแสนสาหัสนี้กระตุ้นประสาทของเขาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ชายรูปงามยังคงยืนหยัดรอท่ามกลางความเหนื่อยล้า
กุบกับ! กุบกับ!
เสียงเกือกม้ากระทบพื้นดังออกมา ทำให้จูล่งสะท้านไปทั่วร่าง
เขาดิ้นรนลุกขึ้นยืน ลืมสองตากว้างทอดมองออกไป
หลังจากนั้นไม่นาน เล่าเจี้ยงก็กลับมาหา พร้อมโยนซุนต๋องที่ถูกมัดเป็นเกี๊ยวลงตรงหน้า
“เขาเป็นของเจ้าแล้ว”
สำหรับเล่าเจี้ยงนี่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น แต่สำหรับจูล่งกลับเป็นเหมือนได้มีชีวิตใหม่อีกครั้ง
สุภาพบุรุษแห่งเสียงสันเหลือบมองผู้บัญชาการหนุ่มด้วยความซาบซึ้งใจ ไม่รู้ว่าจะแสดงความขอบคุณอย่างไรดี
ในที่สุดก็สามารถแก้แค้นได้แล้ว!
“ไอ้โจรชั่ว เจ้าเคยคิดบ้างหรือไม่ว่าจะตกอยู่ในเงื้อมมือข้า!”
“เพราะเหตุใด! เพราะเหตุใดกันเจ้าถึงต้องทำร้ายผู้บริสุทธิ์!”
จูล่งจ้องซุนต๋องเขม็ง ดวงตาเปี่ยมล้นไปด้วยความโกรธแค้น ชิงชัง และจิตสังหาร!
ตอนนี้ซุนต๋องรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง เขาหาใช่เสียใจที่ฆ่าพี่น้องของจูล่ง แต่เสียใจที่เหตุใดเขาถึงไม่ตายด้วยดาบของเล่าเจี้ยง
ตอนนี้ตกอยู่ในเงื้อมมือของผู้คั่งแค้นเกรงว่าคงอยู่ในสถานการณ์ยากลำบากแล้ว!
“จูล่ง พี่ชายเจ้า ข้าเป็นคนฆ่าเอง น้องสาวเจ้า ข้าก็เปลื้องผ้าหลับนอนด้วย! ฮ่าฮ่าฮ่า สนุกจริง ๆ!”
“ตอนนั้นพี่ชายเจ้าก็ดูอยู่ข้าง ๆ ฮ่าฮ่าฮ่า แววตานั้นเหมือนกับเจ้าในตอนนี้เลย”
“ข้าบั่นหัวมันทิ้งทันที ฮ่าฮ่าฮ่า เก่งนักเจ้าก็บั่นหัวข้าเลยสิ! มาเลย!”
ตอนนี้ซุนต๋องต้องการทำให้อีกฝ่ายโกรธ จนเข้ามาปิดปากสุนัขนี่ไปเสีย ตนเองจะได้ไม่ต้องทุกข์ทรมาน
“ไอ้โจรชั่ว ตายซะ!”
เป็นไปตามที่เขาคาดไว้ จูล่งระเบิดความโกรธออกมา ก่อนเก็บดาบบนพื้นหมายจะฆ่าซุนต๋อง
“ซุนต๋อง เจ้าคิดแผนได้ดีจริง ๆ เจ้าคิดว่าจะได้ตายอย่างสบายหรือ?”
คำพูดของเล่าเจี้ยงทำให้จูล่งตกใจ จนได้สติขึ้นมาทันที เขาจ่อดาบที่คอของซุนต๋อง
“เจ้าไอ้เล่าเจี้ยง อย่าได้รังแกคนอื่นมากเกินไปนัก!”
ผู้บัญชาการโพกผ้าเหลืองเห็นเช่นนี้ก็โกรธจัด เดิมทีจูล่งถูกเขายั่วจนโมโหแล้ว แต่ไม่คิดเลยว่าเล่าเจี้ยงจะทำลายมันลง
ผู้บัญชาการหนุ่มคร้านจะต่อปากต่อคำ เพียงหัวเราะเยาะเย้ยออกมา
“หึ ๆ ข้ารังแกเจ้า แล้วเจ้าจะทำอะไรได้?”
“เจ้าทำชั่วเช่นนี้ คิดว่าจะได้ตายอย่างมีความสุขหรือ?”
ซุนต๋องรู้ว่าการขอความตายได้กลายเป็นเรื่องที่หวังเกินตัวมากไป เขาจึงหันไปมองจูล่ง และยังคงหวังว่าอีกฝ่ายจะทำให้เขาตายอย่างไม่ทุกข์ทรมานได้
นัยน์ตาสีแดงก่ำของจูล่งจางลง เขาโยนดาบในมือทิ้ง แล้วรับมีดสั้นที่เล่าเจี้ยงมอบให้มา!
“เจ้า…”
ทันใดนั้นซุนต๋องเหงื่อแตกพลั่ก มองศัตรูที่เดินเข้ามาด้วยตัวสั่นเทา
“อ๊าก!!!”
เสียงกรีดร้องดังระงมไปทั่วหมู่บ้านตระกูลเตียว
บางครามีเสียงก่นด่า ครวญคราง ร้องขอความเมตตาดังปะปนกันออกมา เป็นเช่นนี้มาตลอดกว่าหนึ่งชั่วยาม
เล่าเจี้ยงไม่ได้มองว่าจูล่งจัดการกับซุนต๋องอย่างไร เขาเดาได้แล้วว่าผู้บัญชาการโพกผ้าเหลืองผู้นี้จะต้องถูกลงทัณฑ์แล่เนื้อจนตาย
ภาพพวกนี้ยังคงนองเลือดเกินไปสำหรับเขา และเป็นเรื่องยากที่จะยอมรับได้ในทันที
หลังจากนั้นไม่นาน ฮองตงและคนอื่น ๆ ที่ไล่ตามกองทัพโพกผ้าเหลืองก็ทยอยกันกลับมา
แม้ทหารม้าจะไล่ตามอย่างเต็มที่ แต่ก็ยังไม่สามารถฆ่าได้ทั้งหมด ช่วยไม่ได้ กองทัพโพกผ้าเหลืองหลบหนีกระจัดกระจายเกินไป
เล่าเจี้ยงยังคงฟังฮองตงกับคนอื่น ๆ รายงานผลอยู่ เขาได้ยินแค่เสียง ‘ตุบ’ จูล่งผู้มีร่างกายอาบไปด้วยเลือดคุกเข่าลงต่อหน้าผู้บัญชาการ
“บุญคุณของท่านผู้บัญชาการ จูล่งตายนับหมื่นครั้งก็มิอาจตอบแทนได้!”
เขาโขกหัวคำนับ ก่อนหมดสติร่วงลงไปกับพื้น
“จูล่ง!”
เล่าเจี้ยงตกใจอย่างมาก จนต้องรีบถลันเข้าไปตรวจดู
เด็กหนุ่มเดินทัพมาจากเมืองเอ่งช้วนไปยังแคว้นกิจิ๋ว ดั้นด้นมุ่งหน้ามายังเมืองเสียงสัน การสู้มาตลอดหลายพันลี้ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อจูล่งเพียงผู้เดียว!
หากเขาตาย คงเป็นความพยายามเสียเปล่าและไร้ประโยชน์ของเล่าเจี้ยง!
“นายท่านโปรดวางใจ จูล่งไม่ได้เป็นอะไรมาก เขาน่าจะเหนื่อยเกินไป!”
ฮองตงตรวจดูอย่างละเอียด ก่อนพบว่าแม้ร่างกายของจูล่งจะเปื้อนไปด้วยเลือด แต่ไม่ได้มีบาดแผลอะไร
“ผู้บัญชาการเล่า จูล่งสังหารคนไปมากกว่าร้อยคน เขาถึงขีดจำกัดไปนานแล้ว และเพื่อรอท่านจับซุนต๋องมา เขาฝืนร่างกายตัวเองจนกระทั่งหมดสติไป”
“อืม! จริงสิ เจ้าเป็นใครหรือ?”
เล่าเจี้ยงมองไปยังสหายของขุนศึกที่อยากได้ ตอนนี้ในหมู่บ้านตระกูลเตียวเหลือเพียงพวกเขาสองคนแล้ว
“เรียนท่านผู้บัญชาการ ข้าน้อยแฮหัวอัน”
เป็นเขาจริงด้วย ตามที่เล่าเจี้ยงคาดเดาเอาไว้ จูล่งกับแฮหัวอันเป็นสหายสนิทร่วมหมู่บ้านเดียวกัน ทั้งสองคนเติบโตมาด้วยกัน
“เจ้าอยู่กับจูล่งในค่ายข้าไปก่อน ข้าจะให้ทหารฝังศพชาวบ้านในหมู่บ้านตระกูลเตียว”
“ขอบคุณท่านผู้บัญชาการ!”
เล่าเจี้ยงมองทั้งสองคนจากไปจนลับสายตา ก่อนหันไปมองศพหลายร้อยร่างที่อยู่ข้าง ๆ อย่างตื่นเต้นยิ่งนัก
เตียนหยุน นามรอง จูล่ง! ไม่ธรรมดาจริง ๆ! คุ้มค่ากับที่ข้าเดินทางมาหาเป็นพันลี้!
ตอนนี้ซุนต๋องจับพลัดจับผลูฆ่าครอบครัวของชายผู้นี้โดยไม่ได้ตั้งใจ สุภาพบุรุษแห่งเสียงสันก็ไม่มีอะไรมาฉุดรั้งอีกแล้ว!
ข้าไม่รู้จริง ๆ ว่าควรจะดีใจ หรือเสียใจแทนจูล่งดี…
[1] แฮหัวอัน เพื่อนคนบ้านเดียวกับจูล่ง ตามประวัติศาสตร์ได้รับใช้วุยก๊กเช่นเดียวกับขุนศึกตระกูลแฮหัวคนอื่น ๆ แต่พ่ายแพ้และพลาดท่าถูกจูล่ง ซึ่งในขณะนั้นเป็นขุนศึกของเล่าปี่ จับตัวไว้ได้ในยุทธการที่พกบ๋อง จูล่งขอร้องเล่าปี่ให้ไว้ชีวิตเพื่อนเก่า และแนะนำให้รับแฮหัวอันมารับราชการเป็นตุลาการทัพ เพราะรู้ว่าแฮหัวอันมีความรู้เรื่องกฎหมาย