พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 89 ข้าเล่าเจี้ยงในชีวิตนี้จะไม่แต่งงานกับใครอีกนอกจากเอี๋ยมเอ๋อร์
- Home
- พลิกตำนานสามก๊ก
- บทที่ 89 ข้าเล่าเจี้ยงในชีวิตนี้จะไม่แต่งงานกับใครอีกนอกจากเอี๋ยมเอ๋อร์
บทที่ 89 ข้าเล่าเจี้ยงในชีวิตนี้จะไม่แต่งงานกับใครอีกนอกจากเอี๋ยมเอ๋อร์
ระหว่างทางกลับบ้าน มุมปากของเล่าเจี้ยงไม่เคยหุบลงเลย
ได้รับมามากมายจริง ๆ เกินความคาดหมายไปมาก!
แม้แต่การแต่งตั้งตำแหน่งใหญ่เช่นนี้เขาก็ไม่เคยคิดเลยว่าจะได้
เล่าเจี้ยงยิ้มเบิกบานมาตลอดทาง เขาพยายามสงบสติอารมณ์ตัวเองอยู่ในใจอย่างต่อเนื่อง ทว่ากลับมิอาจสงบลงได้เลย
ฮุฮุฮุฮุ สงบนิ่งสิ! จะเสียสติไม่ได้!
เฮ้อ… ดูเหมือนจะวางท่านิ่งสงบ เป็นแม่ทัพผู้ไม่หวั่นไหวมิได้ ตัวเองนั้นยังห่างไกลอยู่มากโข!
เล่าเจี้ยงตั้งใจไว้ตั้งแต่เด็กแล้วว่าจะไม่แสดงความรู้สึก จวบจนตอนนี้เขาก็ยังทำไม่ได้
รางวัลนี้สามารถทำให้ชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่งได้รับเงินนับพันล้าน สามารถทำให้ทหารได้เลื่อนตำแหน่งเป็นแม่ทัพระดับสูงได้!
อย่าว่าแต่เล่าเจี้ยงเลย หากเปลี่ยนเป็นคนอื่นก็คงมิอาจสงบนิ่งได้!
สิ่งที่ประมาณการไว้ ผลงานครานี้ต้องทำให้เขาได้เลื่อนตำแหน่งแน่นอน ซึ่งอย่างมากสุดที่น่าจะได้รับคือขุนพลชื่อหลากหลาย
แต่คาดไม่ถึงเลยว่าจะถูกแต่งตั้งเป็นแม่ทัพหลัง แถมยังได้อำนาจในการเปิดกองบัญชาการด้วย!
แม่ทัพหลังที่สามารถเปิดกองบัญชาการได้ นี่หมายความว่าเล่าเจี้ยงสามารถรับสมัครคนดีมีฝีมือด้วยตนเอง และแต่งตั้งตำแหน่งเองได้!
สำหรับเขาในตอนนี้ การให้ความช่วยเหลือในยามคับขันมิอาจขยายความบุญคุณอันยิ่งใหญ่นี้ได้!
หลังจากนั้นไม่นาน ป้ายตระกูลเล่าก็สะท้อนอยู่ในดวงตาของเล่าเจี้ยง พลันนึกถึงท่าทางบิดาก่อนตนจากไปขึ้นมาได้ทันที
ดูเหมือนในบ้านจะมีบางอย่างเกิดขึ้น ไม่เช่นนั้นบิดาคงไม่ทำตัวแปลก ๆ เช่นนี้หรอก
เล่าเจี้ยงเก็บความคิดอัปมงคลไว้ในใจ ในความเห็นเขา ตอนนี้ไม่มีอะไรสำคัญแล้ว
“ขอแสดงความยินดีกับนายท่านที่ได้รับตำแหน่งเป็นแม่ทัพหลัง!”
พวกฮองตงสี่คนต้อนรับอยู่หน้าประตู พวกเขารู้เรื่องที่เล่าเจี้ยงได้รับการแต่งตั้งแล้ว จึงกำลังตื่นเต้นไม่น้อยไปกว่าเล่าเจี้ยงเลย
ยิ่งเล่าเจี้ยงมีตำแหน่งสูงเท่าไร ทั้งสี่คนก็จะยิ่งรุ่งโรจน์มากขึ้นเท่านั้น
“ฮ่า ๆๆๆ!”
ครั้นเล่าเจี้ยงเห็นทั้งสี่คน ก็ยิ่งปีติยินดีมากขึ้น
เขาในตอนนี้อยากได้ทหารก็จะได้ทหาร อยากได้ขุนพลก็ได้ขุนพล! ตัวเองดำรงตำแหน่งสูง ก็ยิ่งได้รับความไว้วางใจจากฮ่องเต้มากยิ่งขึ้น แถมชักชวนคนได้ง่ายขึ้นด้วย!
“หากไม่มีพวกเจ้า ข้าเล่าเจี้ยงคงไม่มีวันนี้!”
ฮองตงรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างลึกซึ้ง นึกถึงตัวเองพบกับเล่าเจี้ยงครั้งแรก เขายังเป็นเด็กน้อยคนหนึ่งอยู่เลย
“นายท่านถ่อมตัวเกินไปแล้ว หากไม่มีแผนของนายท่าน จะจัดการพวกสามพี่น้องเตียวก๊กได้อย่างไร?”
เล่าเจี้ยงพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม ในเวลานี้เขาไม่จำเป็นต้องถ่อมตัวเกินไปอีกต่อไปแล้ว
“ครั้งนี้ข้าได้รับตำแหน่งเป็นแม่ทัพหลัง สามารถเปิดกองบัญชาการได้ พวกเจ้าทั้งสี่เป็นผู้บัญชาการกองทัพของข้า แบ่งทหารกันรับผิดชอบไปแต่ละกอง”
“ขอบคุณนายท่าน!”
แม้ทั้งสี่จะมีลางสังหรณ์อยู่แล้ว ครั้นได้ยินจากปากของเล่าเจี้ยงจริง ๆ ก็ยังคงรู้สึกปีติยินดียิ่งนัก
พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่า การติดตามจับศึกกับเล่าเจี้ยงยังไม่ถึงหนึ่งปี พวกเขาได้เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการกองทัพแล้ว!
นี่คือความสูงที่ทั้งชีวิตนี้คนส่วนใหญ่ไม่มีวันไปถึงได้!
โดยเฉพาะเตียนอุยกับจูล่ง ทั้งสองเป็นชาวนาโดยกำเนิด ชีวิตควรคลุกฝุ่นอยู่กับดิน แต่เพราะเล่าเจี้ยงโปรดปราน จึงได้แสดงความสามารถของตัวเองออกมาอย่างเต็มที่!
“พวกเจ้าเป็นพี่น้องร่วมเป็นร่วมตายของข้า ไม่ต้องมากพิธีหรอก! ภายภาคหน้าค่อยจัดแจงตำแหน่งของพวกเจ้าอย่างละเอียด”
“รับทราบ!”
ในตอนนี้เอง คนรับใช้ในจวนก็ปรากฏอยู่ตรงหน้าเล่าเจี้ยงแล้วรายงาน
“เรียนคุณชาย ด้านนอกมีคนขอเข้าพบ เขาเรียกตัวเองว่ากาเซี่ยงจากเมืองอู่เว่ย”
“อะไรนะ! กาเซี่ยง?”
นักปราชญ์ในอำนาจของตั๋วโต๊ะที่เล่าเจี้ยงเคยขอลิยูไว้ เขาอุทานขึ้นทันใด ข่าวนี้น่าตกใจเกินไป สิ่งที่เขาขาดมากที่สุดตอนนี้คือที่ปรึกษา!
คนรับใช้ประหลาดใจ ไม่คิดเลยว่าเล่าเจี้ยงจะมีปฏิกิริยารุนแรงขนาดนี้ จึงรีบยืนยันอีกครั้ง
“ใช่ขอรับคุณชาย คนผู้นี้แจ้งว่าชื่อกาเซี่ยง”
“ข้าจะไปต้อนรับด้วยตัวเอง”
พูดจบเล่าเจี้ยงก็รีบวิ่งออกไปด้านนอก พวกฮองตงสี่คนก็ตามไปติด ๆ
แค่ไม่กี่อึดใจเล่าเจี้ยงก็วิ่งไปถึงหน้าประตู สิ่งที่ปรากฏอยู่ในสายตาคือคนผู้หนึ่งที่แต่งตัวเหมือนบัณฑิต
เขามีรูปร่างสูงแปดฉื่อ มีท่วงท่าสง่างามเคร่งขรึม คิ้วตาดูดุดัน
แม้กาเซี่ยงจะอายุเกือบสี่สิบแล้ว กระนั้นความห้าวหาญของเขาไม่ได้ลดลงเลย!
เล่าเจี้ยงสูดหายใจเข้าลึก เดินไปหากาเซี่ยง ก่อนกุมมือทำความเคารพ
“ท่านคือท่านกาเซี่ยงรึ?”
กาเซี่ยงเห็นผู้มาหานั้นดูน่าเกรงขาม ทั้งยังมีนักรบอีกสี่คนตามเขามาอยู่ข้างหลังชนิดที่แค่เห็นก็รู้ได้ทันทีว่าบัณฑิตผู้นี้ไม่ธรรมดา ก่อนก้มตัวคำนับ
“กาเซี่ยง นามรองกาเหวินเหอ คารวะแม่ทัพเล่า”
เล่าเจี้ยงก้าวไปพยุงอีกฝ่ายขึ้นมา พร้อมเผยรอยยิ้มเป็นมิตร
“ตอนที่ลิยูเขียนจดหมายข้ายังเป็นผู้บัญชาการทหารม้าอยู่ แล้วท่านรู้ได้อย่างไรว่าข้าได้เป็นแม่ทัพชั่วคราว?”
“ท่านแม่ทัพเล่าวางแผนจับเตียวโป้ เตียวเหลียง ทั้งยังกวาดล้างกลุ่มโพกผ้าเหลือง ใต้หล้าในเพลานี้ใครบ้างไม่รู้”
กาเซี่ยงเองตอบกลับด้วยรอยยิ้มเช่นกัน ทั้งยังกล่าวชมแม่ทัพหนุ่มตรงหน้าอีกด้วย
เตียนอุยเห็นว่ากาเซี่ยงยังไม่รู้ฐานะใหม่ของเล่าเจี้ยง ก็มองอีกฝ่ายอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง
“ตอนนี้เจ้านายข้าได้เป็นแม่ทัพหลังแล้ว”
รูม่านตากาเซี่ยงหดตัวลง รู้สึกตกใจอย่างมาก เล่าเจี้ยงผู้นี้อายุเท่าไหร่กันเชียว? แต่กลับได้เป็นแม่ทัพหลังแล้ว!
“ข้าน้อยไม่รู้จริง ๆ ขอท่านแม่ทัพหลังยกโทษให้ด้วย!”
“เอ๊ะ!”
เล่าเจี้ยงถลึงตาใส่เตียนอุย ก่อนประคองนักปราชญ์ที่กำลังโค้งคำนับให้ลุกขึ้น
“ท่านกาเซี่ยงไม่ต้องมากพิธีหรอก เขาผู้นี้ขี้คุยไปหน่อย!”
“เชิญท่านเข้าไปพักผ่อนในจวนก่อน แล้วข้าจะหารือรายละเอียดกับท่านในภายหลัง”
“ขอบคุณท่านแม่ทัพหลัง”
เล่าเจี้ยงให้คนรับใช้พากาเซี่ยงไปพักในจวน นักท่องเวลามีแผนอยู่แล้ว รอแค่ซุนฮิวมา เขาจะต้องเก็บทั้งสองพร้อมกันในครั้งเดียว!
“พวกเจ้าเองก็พักผ่อนเถิด ทำศึกมานาน ไม่เคยได้ผ่อนคลายเลย! ตอนนี้สามารถพักผ่อนได้แล้ว!”
“ขอรับ!”
ผู้บัญชาการทั้งสี่คนคารวะและจากไป
ในหนึ่งปีนี้พวกเขาไม่ค่อยได้หลับสนิทเลย ยังปะทะกับกองทัพโพกผ้าเหลืองอยู่ตลอด
ในที่สุดตอนนี้ก็ว่างแล้ว ถึงเวลาหยุดพักผ่อนสักสองสามวัน!
เล่าเจี้ยงอยากพลิกเปิดปฏิทินโหราศาสตร์หวงลี่*[1] ของวันนี้ดูจริง ๆ ว่านี่มันวันอะไรกัน ถึงมีเรื่องน่ายินดีเข้ามาถึงสองเรื่อง!
ไม่เพียงเลื่อนยศเลื่อนตำแหน่งเท่านั้น ยังมีที่ปรึกษามาหาอีกด้วย! แม้กาเซี่ยงจะยังไม่ยอมรับเขาเป็นนาย กระนั้นเล่าเจี้ยงก็มั่นใจอย่างมากว่าสามารถจับนักปราชญ์ผู้นี้ได้อยู่หมัด เพราะเขารู้จุดอ่อนของกาเซี่ยง!
“เอ๊ะ ควรไปหาบิดาก่อน หรือไปหาเอี๋ยมเอ๋อร์ก่อนดี!”
เล่าเจี้ยงยืนอยู่หน้าประตูขบคิดขึ้นมา เขาอยากไปเจอคนในใจนานแล้ว แต่ไม่เคยว่างเลยตั้งแต่เข้าเมืองมา!
“ช่างเถิด ไปหาบิดาก่อนดีกว่า ดูว่าท่านมีเรื่องอะไร”
“ไม่เช่นนั้นพอไปหาเอี๋ยมเอ๋อร์คงไม่อยากจากไปไหนแน่!”
เล่าเจี้ยงระงับความคิดถึงเอาไว้ และตรงไปที่ห้องหนังสือของเล่าเอี๋ยน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เล่าเจี้ยงเคาะประตูเบา ๆ ไม่ว่าอย่างไร เขาไม่สามารถดันประตูเข้าไปได้
“เข้ามา”
หลังจากเล่าเอี๋ยนตอบรับ ประตูก็ถูกเล่าเจี้ยงเปิดออก
“ท่านพ่อ”
“อืม”
เล่าเอี๋ยนฝืนยิ้ม มองไปที่เล่าเจี้ยงด้วยความปลื้มใจ
“ไม่ต้องมากพิธี ไม่คิดเลยว่าเจี้ยงเอ๋อร์จะเชี่ยวชาญพิชัยสงครามมาก จนสามพี่น้องเตียวก๊กตายด้วยน้ำมือเจ้า”
“ส่วนใหญ่เป็นเพราะโชคช่วยน่ะขอรับ ประกอบกับความเสียสละของทหาร ถึงทำให้ลูกมีผลงานยิ่งใหญ่นี้ได้”
“ชนะแล้วไม่ทระนงตน ถูกต้องแล้ว”
เล่าเอี๋ยนค่อย ๆ โล่งใจ เขาคิดว่าเล่าเจี้ยงสร้างผลงานใหญ่ขนาดนี้ อาจจะเย่อหยิ่งจนหางกระดิก เหลิงจนกู่ไม่กลับได้
เมื่อเห็นว่าลูกชายตนถ่อมตัวเหมือนเช่นเคย เล่าเอี๋ยนก็ล้มเลิกความคิดที่จะเสียดสีไป
“เจ้าไม่จำเป็นต้องดูถูกตัวเองมาก ทุกคนต่างเห็นพรสวรรค์ของเจ้าแล้วทั้งสิ้น!”
“ตอนอยู่ในวัง ท่านพ่อดูกังวลตลอด ไม่ทราบว่ามีเรื่องอะไรหรือ ท่านจึงดูลำบากใจเช่นนั้น?”
“เอ่อ…”
เล่าเอี๋ยนชะงักไป พลันน้ำท่วมปากขึ้นมาดื้อ ๆ
เฮ้อ ข้าควรจะบอกลูกอย่างไรดี?
ช่างเถิด ปิดบังไปก่อนแล้วกัน
“ไม่มีอะไร พ่อแค่รู้สึกไม่สบายนิดหน่อยเท่านั้น”
“เช่นนั้นท่านพ่อควรพักผ่อนให้มาก ๆ นะขอรับ”
เล่าเจี้ยงขมวดคิ้ว แม่ทัพหนุ่มไม่ค่อยเชื่อคำตอบของบิดาเท่าไหร่นัก เขารู้สึกว่าจะต้องมีเรื่องบางอย่าง
เล่าเอี๋ยนเองก็มองออกว่าบุตรชายสงสัย จึงรีบเปลี่ยนหัวข้อ
“ฝ่าบาทเรียกหาเจ้าด้วยเรื่องอันใดรึ?”
“ท่านพ่อ ฝ่าบาทต้องการให้ข้าหมั้นหมายกับองค์หญิงว่านเหนียน แต่ข้าปฏิเสธไปแล้ว”
เล่าเจี้ยงไม่ได้บอกอะไรมากไปกว่านั้น หลายเรื่องเขารู้เพียงผู้เดียวก็พอแล้ว
ดวงตาของเล่าเอี๋ยนกลอกไปมาไม่หยุดอย่างฉงนใจ
“มันไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไร ไยเจ้าถึงปฏิเสธทันทีเสียเล่า?”
“อะไรนะขอรับ!” เล่าเจี้ยงมองไปที่เล่าเอี๋ยนด้วยความตกใจ และสับสน
“ท่านพ่อ หากข้าตกลง แล้วเอี๋ยมเอ๋อร์จะทำเช่นไร?”
แม่ทัพเล่ายังจำได้ไม่เคยลืมว่าก่อนออกทำศึก บิดาสัญญาว่าจะไปสู่ขอซัวเอี๋ยมจากบัณฑิตซัวหยงให้เขา
“อะแฮ่ม”
บิดากระแอมออกมา ก่อนตบไหล่เล่าเจี้ยงเบา ๆ แล้วพูดอย่างจริงจัง
“เจี้ยงเอ๋อร์ องค์หญิงว่านเหนียนได้รับความโปรดปรานจากฝ่าพระบาทอย่างมาก! หากเจ้าแต่งงานกับพระนาง เส้นทางในวันหน้าจะยิ่งราบรื่นขึ้น!”
“เดิมทีเจ้ามีเชื้อสายตระกูลของราชวงศ์ฮั่นอยู่แล้ว หากเพิ่มตำแหน่งพระราชบุตรเขยไปด้วย อนาคตของเจ้า…”
“ท่านพ่อ!”
เล่าเจี้ยงขัดจังหวะเล่าเอี๋ยนทันที น้ำเสียงสั่นไหวระริก
“ข้ากับเอี๋ยมเอ๋อร์ได้สัญญากันไปตลอดชีวิตแล้ว ลูกผู้ชายเมื่อพูดออกไปแล้ว จะผิดสัญญาได้เยี่ยงไร?”
“ข้าเล่าเจี้ยงในชีวิตนี้จะไม่แต่งงานกับใครอีกนอกจากเอี๋ยมเอ๋อร์!”
[1] หวงลี่ 黄历 เป็นปฏิทินโหราศาสตร์ตั้งแต่สมัยหวงตี้ คนสมัยก่อนออกจากบ้านจะต้องดูปฏิทินก่อน ถ้าโชคไม่ดีจะพูดว่า “วันนี้ออกจากบ้านไม่ได้ดูปฏิทินหวงลี่” หมายความว่า ดวงซวย