พลิกตำนานสามก๊ก - บทที่ 92 ได้ซุนฮิว เป็นกุนซือมาเพิ่มอีกคน!
บทที่ 92 ได้ซุนฮิว เป็นกุนซือมาเพิ่มอีกคน!
“ทะ… ท่านพูดว่าอะไรนะ!”
เล่าเจี้ยงมองกาเซี่ยงอย่างตื่นเต้น น้ำเสียงสั่นเทาขึ้นมา
กุนซือระดับสูงอย่างกาเซี่ยงน่ะหรือ ยอมรับเขาเป็นนายแล้ว?
เล่าเจี้ยงแทบไม่เชื่อหู และถามตัวเองไม่หยุด
มันเป็นเรื่องจริงหรือ?
หลังจากผ่านการบอกปัดของกัวหยวนและซุนเขียน การปฏิเสธของเตียนห้อง ไปจนถึงขนาดเห็นจอสิวไม่กล้ายอมรับเจตนาชักชวน!
วันนี้ ในที่สุดเขาก็ได้กุนซือคนแรกของตัวเองแล้ว!
กุนซือปีศาจ… กาเซี่ยง!
ในดวงตาของเล่าเจี้ยงเผยความคาดหวังออกมาอย่างไม่ปิดบัง ทำให้กาเซี่ยงประทับใจยิ่งนัก
เขาต้องสำคัญมากแค่ไหน อีกฝ่ายถึงได้มีท่าทางตื่นเต้นเช่นนี้?
“ข้าน้อยคารวะนายท่านเล่าเจี้ยง กาเซี่ยงยินดีเป็นม้ารับใช้”
“ดี!”
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ!”
“ดี! ดีมาก!”
เล่าเจี้ยงตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูก เขาไม่สามารถอธิบายความรู้สึกตื่นเต้นของตัวเองได้อีกแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นฮองตง ไทสูจู้ เตียนอุยหรือจูล่ง ก็ไม่ได้ทำให้เขาเสียอาการเช่นนี้
มันไม่ง่ายเลย! ผ่านมาสิบห้าปีแล้ว ในที่สุดเขาก็ได้กุนซือคนแรกมาด้วยความพยายามของตัวเอง!
พวกบัณฑิตชักชวนยากกว่าแม่ทัพมากมายนัก ครั้นนึกถึงตัวเองแสาะแสวงหาคนมีความสามารถไปทั่วทุกที่ แต่กลับไม่ได้อะไรเลย ก็อดรู้สึกเจ็บปวดใจไม่ได้
ความรู้สึกเศร้าพรั่งพรูออกมาอย่างอธิบายไม่ได้ เล่าเจี้ยงขอบตาแดงก่ำอย่างสุดกลั้น
ครั้งหนึ่งเขาเคยคิดรอให้จูกัดเหลียงเติบใหญ่ขึ้น แต่กลับไม่กล้าคิดเลยสักนิดว่าหากจูกัดเหลียงไม่มาเข้าร่วมกับเขาจะเป็นอย่างไร!
เล่าเจี้ยงไม่กล้า… เกรงว่าความเชื่อเดียวจะพังทลายลงและกดทับเขาจนแหลกสลาย
ในที่สุดวันนี้เล่าเจี้ยงสามารถยืดอกขึ้นมาอย่างกล้าหาญได้แล้ว! เขามีกุนซือระดับสูงแล้ว!
กุนซือปีศาจ! กาเซี่ยง!
ชั่วลมหายใจนี้ เล่าเจี้ยงรู้สึกว่าทุกอย่างเปลี่ยนไป เขามั่นใจมากขึ้น และยิ่งมุ่งมั่นกับหนทางในอนาคตมากขึ้น!
“เล่าเจี้ยง… ขอบคุณอย่างมากสำหรับการยอมรับของท่าน! ขะ… ขอ… ขอบคุณ… ท่านแทนปวงประชามา ณ ที่นี้!”
เล่าเจี้ยงโค้งคำนับจนสุด ก้มตัวจนหลังยืดตรงขนานกับพื้น!
“นายท่าน!”
กาเซี่ยงรีบพยุงแม่ทัพเล่าขึ้นมา ครั้นเห็นเล่าเจี้ยงน้ำตาไหลพรากนองหน้า กุนซือปีศาจก็รู้สึกสะเทือนใจยิ่ง
เขานั่งอยู่บ้านเฉย ๆ มานานหลายสิบปี ก็เพื่อรอนายที่ปราดเปรื่องเหมือนกันไม่ใช่หรอกหรือ?
เขาละทิ้งตำแหน่งราชการหลายครั้ง จนมีข่าวลือซุบซิบต่าง ๆ มากมาย
ในที่สุด วันนี้ก็ได้เจอเล่าเจี้ยง!
ดวงตาแดงก่ำของกาเซี่ยงทอประกายแววตาแปลก ๆ เขาลอบตัดสินใจแล้ว จะต้องใช้ความสามารถของตัวเองให้เต็มที่ที่สุด!
เล่าเจี้ยงมั่นใจอย่างยิ่ง เขารู้สึกว่าตัวเองสามารถเป็นเหมือนพระเจ้าฮั่นกวงอู่ตี้ได้!
กาเซี่ยงคุกเข่าลง โค้งคำนับให้เจ้านายคนใหม่
“กาเซี่ยงปล่อยเวลาเสียเปล่าไปครึ่งค่อนชีวิต ในที่สุดวันนี้ก็ได้พบกับนายผู้ปราดเปรื่อง!”
เล่าเจี้ยงควบคุมความตื่นเต้นของตัวเองได้อย่างช้า ๆ สองมือพยุงกาเซี่ยงขึ้นมา
“การกระทำของท่านในวันนี้ ไม่ได้ด้อยไปกว่าเฉินผิง*[1] ที่มีต่อราชวงศ์ฮั่นเลย”
เฉินผิงแห่งฮั่น!
กาเซี่ยงตกใจ
เฉินผิงเป็นเสนาบดีผู้ยิ่งใหญ่ขนาดไหน? ไม่คิดเลยว่าเล่าเจี้ยงจะเปรียบตนกับเฉินผิง!
“พี่กงต๋า ไม่ทราบว่าท่านคิดเห็นอย่างไร?”
ซุนฮิวมองเล่าเจี้ยงด้วยสีหน้าไม่สงบ ในใจรู้สึกสับสนมาก
เขาถามใจตัวเองดู เล่าเจี้ยงเป็นนายผู้ปราดเปรื่อง เป็นวีรบุรุษ และมีอนาคตไกลแน่นอน
เพียงแต่คำพูดเมื่อครู่ บัณฑิตหนุ่มยอมรับไม่ได้จริง ๆ
ซุนฮิวกำลังกังวล เกิดว่าวันหนึ่งเล่าเจี้ยงก่อกบฏขึ้นมาจริง ๆ ตัวเองควรทำเช่นไร!
กาเซี่ยงเก่งในการมองทะลุใจคนที่สุด เขารู้ข้อกังวลของบัณฑิตหนุ่มไร้ชื่ออย่างชัดเจน จึงเริ่มโน้มน้าว
“นายท่านให้ความเคารพท่านซุนฮิวเช่นนี้ ท่านต้องเป็นคนที่มีสติปัญญาไม่ธรรมดาแน่ ข้าอยากพูดอะไรเสียหน่อย ไม่ทราบท่านซุนฮิวยินดีฟังหรือไม่?”
ซุนฮิวพยักหน้า “เชิญกล่าวมาได้เลย”
“ตอนนี้ราชวงศ์ฮั่นตกต่ำ ขันทีก่อปัญหา บ้านเมืองระส่ำระสาย ทั่วสารทิศอลหม่าน ชนชั้นสูงรู้จักแค่เอารัดเอาเปรียบ ชาวบ้านไร้ซึ่งหนทาง เปิดโอกาสให้คนอย่างพวกเตียวก๊กลุกขึ้นมาต่อต้าน!”
“ดีที่นายท่านนำศึกหลั่งเลือดไปทั่วสารทิศ ถึงได้ช่วยบ้านเมืองรอดพ้นจากความล่มสลาย! บัดนี้สถานการณ์ไม่มั่นคง ฝ่าบาททรงแต่หมกมุ่นอยู่กับเหล้าเคล้านารี ซื้อขายตำแหน่งราชการ ดังนั้นพวกไร้ปัญญา หน้าซื่อใจคดจึงพากันเป็นใหญ่เสวยสุข พวกสุนัขรับใช้ก็พากันได้ดิบได้ดี!”
“ราชวงศ์ฮั่นในตอนนี้เหมือนดั่งคนป่วยหนัก ไม่รู้จักดูแลรักษาร่างกาย ยังคงดื่มด่ำเสวยสุขกัน! นี่คือสิ่งที่คนผู้เดียวสามารถเปลี่ยนแปลงได้หรือ?”
กาเซี่ยงหายใจเข้าลึก เขารู้ปมของซุนฮิว และมั่นใจมากว่าจะแก้ปมนี้ได้
“ก่อนหน้านี้ท่านซุนฮิวเคยเป็นขุนนางสำนักประตูเหลือง แม้จะมีความสามารถมาก แต่จะเปลี่ยนแปลงราชสำนักได้หรือ? ตอนนี้ในฐานะเชื้อพระวงศ์ฮั่น นายท่านอยากพลิกสถานการณ์ ฟื้นฟูราชวงศ์ฮั่นขึ้นมาอีกครั้ง ตระกูลซุนแห่งเมืองเอ่งช้วนกินเงินราชวงศ์ฮั่นมานาน จะไม่ช่วยให้ราชวงศ์ฮั่นรุ่งเรืองรึ?”
“เฮ้อออ”
ซุนฮิวถอนหายใจยาว ในคำพูดเผยให้เห็นความขัดแย้งออกมา
“ข้าเห็นด้วยอย่างยิ่งกับสิ่งที่ท่านกาเซี่ยงพูด แต่ก็อย่างที่ท่านว่า ตระกูลซุนข้ากินเงินราชวงศ์ฮั่นมานาน ควรจะจงรักภักดีต่อฝ่าบาท!”
กาเซี่ยงยื่นมือออกไปห้ามอยู่ตรงหน้าบัณฑิตหนุ่ม แทนการปฏิเสธ
“ฝ่าบาทองค์นี้ทรงครองบัลลังก์ได้เพราะพระเจ้าฮั่นฮวนไร้ทายาท แผ่นดินนี้เป็นของตระกูลเล่านั้นก็ไม่ผิดนัก ทว่าก็ต้องการคนมีคุณธรรมและความสามารถมาควบคุมดูแล คนโง่เขลาเฉกเช่นพระเจ้าเลนเต้ รู้จักแค่ขายตำแหน่งราชการ ละโมบในทรัพย์สิน หมกมุ่นในกาม ไม่แบ่งเบาความทุกข์ยากของประชาราษฎร์เลยสักนิด และไม่สนใจความเป็นตายของคนในแผ่นดิน!”
“ถึงแม้นายท่านจะรับใช้ฝ่าบาทต่อกรกับขุนนางไม่เชื่อฟัง แต่หากโอรสสวรรค์ไร้ซึ่งคุณธรรม ผู้คนในแผ่นดินจะโน้มน้อมสวามิภักดิ์หรือ? พวกทหารที่สู้รบนองเลือดจะยอมรับหรือ?”
“กล่าวอีกนัยหนึ่ง นายท่านมีทั้งคุณธรรมและความสามารถ ทั้งยังเป็นลูกหลานพระเจ้าฮั่นเกาจู่ เป็นเชื้อพระวงศ์ฮั่น! แม้วันหนึ่งขึ้นครองบัลลังก์ เหตุใดจะไม่ได้กัน?”
เล่าเจี้ยงส่ายหัวเล็กน้อย เขาจะกล้าดีบอกตัวเองอยากเป็นฮ่องเต้ได้อย่างไร!
“กงต๋า ข้าเล่าเจี้ยงไม่มีความทะเยอทะยานมากขนาดเป็นฮ่องเต้หรอก! ข้าเกิดที่เมืองลำหยง จากนั้นก็ตามบิดามาที่แคว้นกิจิ๋ว สถานที่ที่ข้าอาศัยอยู่อาจกล่าวได้ว่าเป็นมหานครที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งหนึ่ง! ถึงกระนั้น สิ่งที่ข้ายังคงเห็นอยู่ในสายตาคือผู้คนยังคงมีชีวิตอยู่อย่างยากลำบากและอับจนหนทาง”
“ตอนนั้นข้าสาบาน ข้าจะไม่ต่อสู้เพื่อคนผู้หนึ่งหรือกองกำลังใดกองกำลังหนึ่ง!”
เล่าเจี้ยงก้มตัวโค้งคำนับซุนฮิว พร้อมน้ำเสียงฮึกเหิมขึ้นมาทันใด
“เล่าเจี้ยงไร้ความสามารถ อยากสร้างความยุติธรรมให้โลกได้เห็น และพยายามอย่างเต็มที่เพื่อผู้คนในใต้หล้า!”
“ขอกงต๋าโปรดช่วยข้าด้วย ไม่เพียงเพื่อตัวข้าเล่าเจี้ยง แต่เพื่อประชาราษฏในใต้หล้านี้ด้วย!”
ไม่ใช่เพื่อส่วนตัว แต่เพื่อผู้คนในใต้หล้า!
คำพูดนี้ของเล่าเจี้ยงทำให้ซุนฮิวสะเทือนใจอย่างมาก
นั่นสิ ตัวเขาซุนฮิวเป็นแค่ขุนนางสำนักประตูเหลืองตัวน้อย ๆ คนหนึ่งที่ไม่ชอบแสดงออก บางทีตายไปก็อาจจะไม่มีใครยอมรับ
เล่าเจี้ยงอายุยังน้อยแต่ได้เป็นแม่ทัพหลังแล้ว ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอตน ก็มีท่าทีสุภาพอย่างมาก… มากจนน่ากลัว
หากโฮจิ๋นมีท่าทางเหมือนอย่างเล่าเจี้ยงสักนิด ตัวเองคงหาใช่บัณฑิตไร้ชื่อมาจนปานนี้!
สิ่งที่กาเซี่ยงพูดนั้นถูกต้อง พระเจ้าฮั่นเกาจู่เคยกล่าวไว้ว่า ผู้ใดที่ดำรงตำแหน่งอ๋องแต่ไม่ใช่คนแซ่เล่า จักต้องถูกแผ่นดินลงทัณฑ์
เล่าเจี้ยงเป็นเชื้อพระวงศ์ฮั่น บัดนี้โอรสสวรรค์ไร้คุณธรรม เล่าเจี้ยงจะแย่งชิงบัลลังก์เหตุใดจะทำไม่ได้กัน?
ในที่สุดซุนฮิวก็คลายปมในใจได้ ก็พลันรู้สึกโล่งไปทั่วกาย
“ได้ฟังคำพูดของท่านกาเซี่ยงแล้ว เหมือนดั่งม่านเมฆแหวกแสงอาทิตย์ ทำให้ซุนฮิวผู้นี้ประจักษ์แจ้งในทันที!”
เมื่อเล่าเจี้ยงได้ยินเช่นนี้ ดวงตาทั้งสองดวงเบิกกว้างขึ้น
หรือ… หรือว่า
ซุนฮิวไม่ลังเลอีกต่อไป คุกเข่าลงตรงหน้าแม่ทัพเล่า แล้วโค้งคำนับ
“ข้าน้อยโง่เขลา ในเมื่อนายท่านไม่ยอมแพ้ ข้าน้อยก็ยินดีเป็นม้ารับใช้นายท่าน!”
“ได้ ได้สิ!”
เล่าเจี้ยงพยุงซุนฮิวขึ้น พลางจับมืออีกฝ่ายเขย่าไม่หยุด
ได้กาเซี่ยงมาแล้ว จากนั้นก็ได้ซุนฮิวมาเพิ่ม!
นี้เป็นเรื่องที่น่ายินดีขนาดไหนกัน!
เล่าเจี้ยงเอามือตบแก้มตัวเอง ปากก็เอาแต่พึมพำไม่หยุด
“ท่านทั้งสอง ข้าไม่ได้ฝันไปใช่ไหม?”
[1] เฉินผิง ขุนนางจีนซึ่งดำรงตำแหน่งอัครมหาเสนาบดีในช่วงต้นราชวงศ์ฮั่นตะวันตก และเป็นที่ปรึกษาของจักรพรรดิฮั่นเกาจู่ ปฐมจักรพรรดิแห่งราชวงศ์ฮั่น เขามีบทบาทสำคัญในการช่วยหลิวปัง หรือจักรพรรดิฮั่นเกาจู่ให้สามารถเอาชนะศัตรูคนสำคัญอย่างเซี่ยงอวี่