พิชิตเกมส์วันสิ้นโลก ด้วยระบบผู้กอบกู้ - บทที่ 207: ร่างหญิงสาวในห้องเรียน
ท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของทุกคน เขาสะบัดมือของเวินหย่าออก แล้วเดินเข้าไปหาร่างของหญิงสาวทีละก้าว
“หลินอัน!”
เวินหย่าอุทานเสียงแผ่วด้วยความตกใจ สัญชาตญาณอยากจะห้ามไม่ให้เขาเข้าใกล้ ภาพเบื้องหน้าช่างน่าสะพรึงกลัว ราวกับฉากเปิดของภาพยนตร์สยองขวัญ
“ท่านหลินอัน!?”
อวิ๋นเทียนริมฝีปากสั่นระริก ใบหน้าซีดเผือด รู้สึกเพียงฝ่ามือถูกพี่สาวกำไว้แน่น
ไม่มีใครไม่รู้สึกหวาดกลัว ทุกคนต่างมีสัญชาตญาณต่อต้านการก้าวเข้าไปในห้องเรียน ที่นี่ราวกับแดนภูตผี…
หญิงสาวที่นั่งอยู่บนโต๊ะบรรยาย…กระดาษเงินกระดาษทองสีเหลืองที่กระจัดกระจายอยู่เต็มพื้น…ทำให้ห้องเรียนดูเหมือนกับสุสานอันแห้งแล้ง และร่างของเธอก็คือเครื่องเซ่นไหว้บนสุสานนั้น
ลมหายใจหนักหน่วง กดดัน…
ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากอีก ทำได้เพียงมองดูหลินอันเข้าใกล้ร่างของหญิงสาวอย่างตาไม่กะพริบ
หลินอันมองไปยังด้านข้างของร่างนั้นด้วยสายตาที่สงบนิ่ง
ร่างของหญิงสาวผอมบาง ดูแล้วอายุไม่มากนัก เธอสวมชุดกระโปรงยาวสีชมพูขาว สายเดี่ยวบนไหล่ค่อนข้างเก่า บนชุดกระโปรงมีจุดสีแดงที่แห้งกรังอยู่ไม่น้อย เท้าที่เรียวเล็กซีดขาวสวมรองเท้าหนังเล็กๆ สีแดงสด เล็บตัดแต่งอย่างเรียบร้อย เห็นได้ว่าตอนมีชีวิตอยู่เป็นเด็กสาวที่รักความสะอาดมาก
เสื้อผ้าและรองเท้าดูไม่เข้ากันอย่างยิ่ง ราวกับเด็กน้อยแอบสวมเสื้อผ้าของผู้ใหญ่ สีแดงสดนั้น…โดดเด่นและไม่เข้ากับบรรยากาศในห้องที่มืดสลัว
ปรับลมหายใจให้คงที่ หลินอันค่อยๆ เข้าใกล้ร่างของเด็กสาว
ดวงตาพิพากษาเปิดใช้งานแล้ว หมอกสีฟ้าอ่อนลอยขึ้นในดวงตา ข้อมูลจำนวนมากไหลผ่านราวกับน้ำตก ทุกครั้งที่ปรับข้อมูลใหม่ล้วนบอกเขาว่า…ร่างของเด็กสาวเบื้องหน้าไม่มีอะไรผิดปกติ เหมือนกับร่างทารกที่โม่หลิงยื่นให้มา
กลิ่นซากศพอ่อนๆ ปะปนกับกลิ่นคาวเลือดและน้ำคร่ำ
เลือด…หยดติ๋งๆ ไหลลงมาจากระหว่างขาที่แยกออกของเธอ
หลินอันไม่สนใจภาพที่แปลกประหลาดขนาดนี้ เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ เผชิญหน้ากับร่างของหญิงสาวโดยตรง เขาลองใช้มือผลักร่างนั้น แต่กลับไม่ขยับเขยื้อน
ผมของเด็กสาวยาวมาก เส้นผมสีดำยาวสลวยอยู่สองข้างศีรษะ ปลิวไสวในสายลมแรง เธอคิ้วขมวดก้มหน้า ใบหน้ายังคงมีแววอ่อนเยาว์ ราวกับกำลังก้มหน้ามองทารกที่อยู่ใต้เท้า สองมือที่เรียวเล็กวางพาดอยู่ขอบโต๊ะบรรยายไม้ ปลายนิ้วขาวซีด ร่างกายราวกับถูกตอกตะปูไว้นั่งอยู่บนนั้นอย่างมั่นคง
นอกจากผิวที่ซีดขาวแล้ว หากมองเผินๆ ก็ราวกับกำลังหลับอยู่ เพียงแต่เปลือกตาที่ปิดอยู่นั้นแง้มออกเล็กน้อย ราวกับพร้อมที่จะลืมตาขึ้นมาได้ทุกเมื่อ
หางตาของหลินอันสังเกตเห็นซากศพชายร่างแห้งตนหนึ่งที่มุมห้อง ดูเหมือนจะตายมานานแล้ว ซากศพร่างแห้งสวมเครื่องแบบทหารสีเขียวที่สะอาดสะอ้าน ขดตัวอยู่ที่มุมห้อง สิ่งผิดปกติเพียงอย่างเดียวคือแว่นตากรอบทองบนสันจมูก ซึ่งหาได้ยากในหมู่ทหาร
เจ้าหน้าที่ธุรการที่บังเอิญเข้ามา แล้วก็ตายเป็นคนแรกหรือ?
แม้จะไม่รู้ว่าทำไมซากศพตนนี้ถึงไม่ถูกเก็บไป แต่สิ่งที่ต้องทำเร่งด่วนคือการตรวจสอบร่างของหญิงสาวและทารกไร้ศีรษะ หลินอันมองข้ามศพทหารร่างแห้งไปโดยสัญชาตญาณ หากไม่พบเบาะแสบนร่างของหญิงสาว ค่อยไปดูที่นั่นอีกที…น่าจะไม่มีอะไรสำคัญ
ไม่รู้ทำไม หลินอันกดความรู้สึกผิดปกติในใจลง ค่อยๆ ย่อตัวลง
ท้องของหญิงสาวถูกกรีดเปิดออก มีบาดแผลที่ไม่สะดุดตาอยู่เส้นหนึ่ง เหมือนกับตุ๊กตาผ้าที่ถูกกรรไกรตัด สายสะดือสีแดงคล้ำห้อยลงมาจากบาดแผลลงบนพื้น บาดแผลเปิดออกด้านนอก เผยให้เห็นไขมันบางๆ เหมือนกับถูกของมีคมกรีด
สองข้างโต๊ะบรรยายมีกรรไกรหนึ่งเล่ม, ผ้าก๊อซหนึ่งม้วน และเข็มกับด้าย…
ดูแล้วน่าจะเป็นฝีมือของหญิงสาวตอนมีชีวิตอยู่ ที่กรีดท้องของตนเองแล้วผ่าทารกออกมา
แต่…จะเป็นไปได้อย่างไร?
ไม่มียาชา ไม่มีการฆ่าเชื้อ…ไม่ต้องพูดถึงเด็กสาววัยแรกรุ่นเลย ต่อให้เป็นจาง…
ไม่รู้ทำไม หลินอันก็นึกถึงคนคนหนึ่งขึ้นมาทันที ในอกรู้สึกอึดอัด ทว่า ความทรงจำก็ถูกลบไปอีกครั้งในชั่วพริบตา
ความคิดดำเนินต่อไป…ต่อให้เป็นทหารที่มีจิตใจเข้มแข็งก็ทำไม่ได้เช่นกัน
ร่างของหญิงสาวไม่เน่าเปื่อย กระทั่งยังคงความยืดหยุ่นของผิวหนังไว้ได้ ปลายนิ้วของหลินอันสัมผัสใบหน้าของเธอ กระทั่งยังคงมีความรู้สึกเหมือนคนเป็น แต่…นอกจากนี้ ก็ไม่มีอะไรผิดปกติ
เพียงแต่…เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอนที่จะผ่าท้องตัวเอง
หรือจะพูดว่าตอนมีชีวิตอยู่เป็นไปไม่ได้…ถ้าอย่างนั้น เป็นเพราะหลังจากตายแล้วถูกคนใช้กรรไกรกรีดท้องหรือ? แล้วก็เอาทารกออกมา?
หลินอันสงสัย เลือกที่จะตรวจสอบต่อไป
ทารกไร้ศีรษะใต้เท้าไม่ต่างจากที่โม่หลิงนำมามากนัก ร่างทารกสีแดงเนื้อหมอบอยู่บนพื้น กำปั้นเล็กๆ กำแน่น กระดูกสันหลังที่คอแทบจะมองไม่เห็น บาดแผลเรียบ…เหมือนกับ…เหมือนกับกุ้งที่ถูกเด็ดหัว
เขาขมวดคิ้วแน่น ย่อตัวลงใช้มือพลิกร่างทารกขึ้นมา สัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลและเย็นเฉียบ ราวกับก้อนไขมันหมูที่แช่แข็งอยู่ในห้องเย็น ด้านหน้าไม่มีอะไรผิดปกติ เป็นเด็กผู้หญิง ทารกแรกเกิดเหมือนกับลิงที่เหี่ยวย่น ผิวหนังหดตัวเข้าหากันแน่น
เดี๋ยวก่อน...?
หลินอันสังเกตเห็นร่องรอยการเย็บที่คอที่ขาดของเด็กอย่างเฉียบแหลม นั่นคือรูเข็มเล็กๆ ปลายด้ายเส้นหนึ่งปรากฏขึ้นในรอยพับของผิวหนัง
ในใจดีใจอย่างสุดขีด…แน่นอนว่า การคาดเดาของตนเองถูกต้อง!
ก่อนหน้านี้คนของเขตสงครมเคยเย็บศีรษะของเด็กด้วยตนเอง แนวคิดนี้สอดคล้องกับการคาดเดาของตนเองก่อนหน้านี้!
แต่…หัวล่ะ?
หลังจากตรวจสอบซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในใจของหลินอันก็หนักอึ้ง…ไม่พบอะไรเลย
ขมวดคิ้วแน่น...ตอนนี้ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดคือ…ศีรษะของเด็กอยู่ที่ไหน? อยู่ในช่องท้องของหญิงสาวหรือ?
หลินอันถอนหายใจเบาๆ สอดมือขวาเข้าไปในบาดแผลที่ท้องโดยไม่ลังเล ท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงและเสียงคลื่นไส้ของทุกคนนอกประตู เขาคลำหาในช่องท้องของหญิงสาวไม่หยุด
ในใจหนักอึ้ง…ไม่มี…ไม่มีอะไรเลย
นอกจากความรู้สึกเหนียวลื่นภายในช่องท้องแล้ว เขาไม่พบอะไรเลย
ความหนาวเย็นแล่นไปตามกระดูกสันหลัง…
หลินอันดึงมือขวาออกมาอย่างยากลำบาก ปลายนิ้วแดงก่ำ เลือดหยดลงมา
ในช่องท้องของหญิงสาว…ไม่มีศีรษะของเด็ก…กระทั่ง…ไม่มีอวัยวะภายในเลย
หลินอันหายใจหอบเล็กน้อย เขารู้สึกเพียงแผ่นหลังเย็นวาบ
ทำไมถึงไม่มีศีรษะของเด็ก…กระทั่งอวัยวะในร่างก็หายไป…
มันจะอยู่ที่ไหนกันแน่?
เดิมทีเขาตั้งใจจะปะติดปะต่อศีรษะของเด็ก ลองดูว่าจะสามารถทำลายเหตุการณ์ลี้ลับได้หรือไม่ หรือจะให้เด็กย้อนรอยขั้นตอนการเกิดอีกครั้ง
แนวคิดนี้น่าจะถูกต้องแล้วนี่นา! เพราะร่างของเด็กได้พิสูจน์แล้วว่ามีคนเคยลองทำแบบนี้
หรือว่า…จะเป็นอย่างที่ตนเองคิดจริงๆ
เขตสงครมขัดขวางเหตุการณ์สูญหาย วิธีการก็คือการเย็บศีรษะของเด็กกลับเข้าไปใหม่ ในความไม่สมเหตุสมผล ทำให้ “มัน” ในเหตุการณ์ลี้ลับฟื้นฟูการรับรู้
【เด็กมีหัว ก็จะสามารถเข้าใจการมีอยู่ของโลกได้ หลังจากนั้นก็จะไม่ย้ายผู้สูญหายไปยังกระเพาะ หรือมดลูก】
แต่…ก็เพราะศีรษะของเด็กหายไปอีกครั้ง ทำให้เหตุการณ์ลี้ลับฟื้นคืนชีพ แล้วก็มาหาตนเอง?
ดังนั้น…
ในดวงตาของหลินอันฉายแววเข้าใจกระจ่าง…ไม่…น่าจะยังต้องบวกอีกข้อหนึ่ง
หลังจากเย็บศีรษะเข้าไปแล้ว ในฐานะเหตุการณ์ลี้ลับ เด็กย่อมต้องฟื้นคืนการเคลื่อนไหว
ดังนั้น…ที่ตั้งค่ายของเขตสงครมหลังจากขัดขวางการสูญหายแล้ว พวกเขาก็ถอดศีรษะของเด็กออกอีกครั้ง
จากนั้น…เพื่อปกป้องที่นี่ไม่ให้ถูกทำลาย เหมือนกับองค์กรที่เก็บรักษาสิ่งแปลกปลอมในชาติก่อน พวกเขาเลือกที่จะตั้งค่ายอยู่ที่นี่ ขอเพียงมีคนหายไป พวกเขาก็จะประกอบศีรษะกลับเข้าไปใหม่ ให้ผู้สูญหายกลับมาอีกครั้ง
ดังนั้น พวกเขาจึงไม่ได้ตั้งใจจะจากไปจากที่นี่แล้ว และเพราะร่างของหญิงสาวถูกตรึงไว้บนโต๊ะบรรยายไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ หรือขยับทีเดียวก็จะทำลายผล…เหมือนกับที่ตนเองเมื่อครู่นี้พยายามจะผลักร่างหญิงสาว แต่ก็ไม่สามารถผลักได้ แม้จะสามารถทำได้ด้วยกำลัง แต่ก็ไม่มีใครกล้าเสี่ยง
ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน ในที่สุดที่ตั้งค่ายของทหารก็โชคร้ายถูกอสูรกลายพันธุ์บุกโจมตี ทำให้เขตสงครมพ่ายแพ้ บุคลากรที่ดูแลศีรษะกลายเป็นซอมบี้ ศีรษะไม่มีใครเย็บ ไม่มีใครเย็บศีรษะซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทำให้ในฝูงซอมบี้ปรากฏซอมบี้จำนวนมากที่มีชิ้นส่วนร่างกายอยู่ในกระเพาะ เช่นเดียวกับภาพที่โม่หลิงเห็น (มีซอมบี้ท้องโตมากมาย)
หลินอันพึมพำกับตัวเอง…ดูท่าแล้ว ศีรษะที่หายไปก็อยู่ในฝูงซอมบี้ใต้เมืองเล็กๆ
เขาเพียงแค่ต้องไปยังฝูงซอมบี้หาศีรษะที่แท้จริงมาเย็บเข้าไปก่อน ขัดขวางเหตุการณ์สูญหายก่อน แล้วค่อยย้อนรอยกระบวนการคลอดอีกครั้ง ขอเพียงทำลายการรับรู้ลำดับความตายของเด็ก เหตุการณ์ลี้ลับนี้ก็จะสามารถแก้ไขได้อย่างแท้จริง!
แต่ว่า…
ในความรู้สึก หลินอันรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง…หงุดหงิด, ร้อนใจ…
ฉันพลาดอะไรไปกันแน่? คิดผิดอะไรไปกันแน่!?
เขาอดไม่ได้ที่จะมองไปยังใบหน้าของหญิงสาว หวังว่าจะพบเบาะแสอะไรบางอย่าง
กระวนกระวาย, ไม่สบายใจ…เป็นเพราะเรื่องทั้งหมดในความคิดของตนเอง ล้วนไม่เกี่ยวข้องกับร่างของหญิงสาวหรือ?
วินาทีต่อมา…
ร่างของหญิงสาวพลันลืมตาขึ้น…เบ้าตาว่างเปล่า
ในชั่วพริบตา…
มันก็เงยหน้าขึ้นอย่างกะทันหัน อ้าปากกว้างจนแก้มฉีก
“อ๊าาาา!!!!”
ท่ามกลางเสียงกรีดร้องที่โหยหวน…มันอ้าปากงับศีรษะของหลินอัน
ลึกเข้าไปในลำคอ…คือใบหน้าของทารก