พิชิตเกมส์วันสิ้นโลก ด้วยระบบผู้กอบกู้ - บทที่ 277: พลังแห่งศรัทธา
หลินอันถึงกับนิ่งอึ้งไป เขาคาดไม่ถึงว่าเบื้องหลังเรื่องนี้จะไม่มีเงื่อนงำซับซ้อนซ่อนเร้นอยู่เลย
ภายในผลึก หวงเส้าหัวเห็นสีหน้าของหลินอันเคร่งขรึมลง ก็ไม่กล้าปิดบังอำพรางสิ่งใดอีกต่อไป ตราบใดที่ไม่ใช่คำต้องห้ามของระบบ ทุกเรื่องที่สามารถเอ่ยได้ เขาก็พร้อมจะคายออกมาจนหมดสิ้น
วิธีการของบุรุษเบื้องหน้านั้นเหี้ยมโหดที่สุดเท่าที่เขาเคยประสบพบเจอมาในชีวิต ฉากทรมานหลี่เหล่ยนั้น แม้แต่เขาที่เป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ก็ยังรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวไปด้วย
สังหารคนเพื่อทำลายขวัญ ใช้วิธีการทุกรูปแบบโดยไม่เลือกหนทาง
หากตนไม่แสดงคุณค่าอันใดออกมา หรือยังคิดปิดบังบางสิ่งบางอย่าง เกรงว่าวินาทีถัดไปคงไม่แคล้วถูกมังกรทมิฬย่อยสลายทั้งเป็น
“คืออย่างนี้ครับท่าน”
หวงเส้าหัวลอบถอนหายใจ แล้วจึงกล่าวต่อ
“พรสวรรค์ของหลี่เหล่ยเป็นฝีมือของผมเอง แต่ผมก็เป็นเพียงผู้ชี้แนะเท่านั้น”
“เจ้าเด็กนั่นมีพลังแห่งศรัทธาที่แข็งแกร่งมาก แม้จะยังไม่ได้เป็นผู้ปลุกพลัง แต่ก็เหนือกว่าคนธรรมดาไปไกลโขแล้ว”
“พลังแห่งศรัทธา?”
หลินอันเอ่ยขัดจังหวะ ใบหน้าฉายแววประหลาดใจ
สภาพจิตใจเยี่ยงหลี่เหล่ยจะเรียกว่ามีศรัทธาได้อย่างไร?
พลังแห่งศรัทธานั้นเขาเคยได้ยินมาบ้าง อันที่จริงก็คล้ายคลึงกับพลังจิต กล่าวให้ชัดคือ ‘เชื่อสิ่งใดย่อมได้สิ่งนั้น’ เพียงแต่ผลลัพธ์ไม่ได้เกินจริงถึงเพียงนั้น
หวงเส้าหัวมองออกถึงความกังขาของหลินอัน จึงอธิบายอย่างกระอักกระอ่วน
“ท่านครับ พลังแห่งศรัทธาของหลี่เหล่ยอาจไม่เหมือนกับที่ท่านเคยได้ยินมา”
“เขาเป็นพวกที่ชอบเพ้อฝันว่าตนเองเป็นตัวเอกของเรื่องราวน่ะครับ… คือมักจะจินตนาการว่าตนเป็นบุคคลสำคัญ เพ้อเจ้ออยู่ในมโนภาพเพื่อหลีกหนีจากความเป็นจริง”
“เดิมทีคุณสมบัติเช่นนี้เรียกได้ว่าไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง ทั้งชีวิตของเขาก็คงไม่มีวันได้ดี”
“แต่ในเกมวันสิ้นโลกแห่งนี้ เพราะพลังงานจิตและระบบ พลังแบบนี้กลับกลายเป็นรูปธรรมขึ้นมา”
“ดังนั้น ตอนนั้นผมที่ซ่อนตัวอยู่ในสร้อยคอจึงสัมผัสได้ถึงความสามารถของเขา และได้ชี้นำให้เขากลายเป็นผู้ปลุกพลัง”
“ผลลัพธ์ก็เป็นไปตามคาด พรสวรรค์ที่เขาปลุกขึ้นมาก็เปี่ยมไปด้วยคุณลักษณะนี้”
หลินอันฟังแล้วถึงกับงงงัน นี่หมายความว่าพรสวรรค์ของหลี่เหล่ยคือสิ่งที่เขาจินตนาการขึ้นมาเองอย่างนั้นหรือ? เพียงแต่อาศัยความช่วยเหลือของระบบจึงบังเกิดเป็นพลังที่แท้จริงขึ้นมา?
มิน่าเล่า คำอธิบายพรสวรรค์ทั้งหมดถึงได้ดูบิดเบี้ยวผิดเพี้ยนถึงเพียงนี้
ช่างน่าเหลือเชื่อโดยแท้
นี่นับว่าจินตนาการกลายเป็นจริงได้หรือไม่?
หวงเส้าหัวเห็นหลินอันมีท่าทีเข้าใจ ก็อดถอนหายใจไม่ได้
“ท่านครับ อันที่จริงคำอธิบายในพรสวรรค์ของหลี่เหล่ยอย่าง ‘ตัวเอก’ หรือ ‘บุตรแห่งสวรรค์’ อะไรพวกนั้นไม่มีอยู่จริงหรอกครับ”
“พรสวรรค์ของเขาเป็นเพียงการพ่วงพลังแห่งศรัทธาเล็กน้อยเท่านั้น แต่จิตใต้สำนึกของเขาได้เปลี่ยนแปลงคำอธิบายพรสวรรค์ไปเสียเอง”
“โชคของเขา โอกาสของเขา แท้จริงแล้วล้วนอยู่ภายใต้การชี้นำของผม…”
“อันที่จริงผมก็เห็นว่าเจ้าเด็กนี่น่าสงสาร จึงคิดจะช่วยเหลือเขาน่ะครับ…”
หลินอันพยักหน้า ในดวงตาฉายแววกระจ่างแจ้ง
มิน่าเล่า หลี่เหล่ยในฐานะผู้ปลุกพลังถึงกับเสียสติไปได้ง่ายดาย ต้นกำเนิดพลังของเขาคือการเชื่อมั่นว่าตนคือตัวเอก คือบุตรแห่งสวรรค์ เมื่อถูกตนเองเอาชนะอย่างง่ายดาย ‘อาจารย์’ ก็ตาย คนรักก็ทรยศหักหลัง เมื่อหลายสิ่งประดังเข้ามาพร้อมกัน ก็ย่อมทำลายศรัทธาในใจของเขาจนหมดสิ้น ไม่เหลือความมั่นใจใดๆ อีกต่อไป
กระทั่งพลังย้อนกลับเข้าตัว ในที่สุดจิตใจก็สับสนวิปลาส กลายเป็นคนปัญญาอ่อน
ทว่าต่อให้เสียสติไปแล้ว จิตใต้สำนึกของเขาก็คงยังฝันหวานว่าจะได้ครอบครองใต้หล้า โอบกอดสาวงามอยู่กระมัง…
น่าสงสารและน่าสมเพช
หวงเส้าหัวถอนหายใจแล้วจ้องมองหลินอันด้วยสายตาเปี่ยมด้วยความกระตือรือร้น ใบหน้าจริงใจ
“ท่านครับ!”
“แม้ผมจะมีหลายเรื่องที่พูดไม่ได้ แต่เท่าที่ผมพูดได้ สถานที่ซ่อนผลไม้พลังจิตและยุทโธปกรณ์จำนวนมากมีไม่ต่ำกว่าร้อยแห่ง!”
“โอกาสนับไม่ถ้วน กระทั่งภารกิจมากมายผมก็ล่วงรู้ว่าจะพิชิตได้อย่างไร!”
“และท่านก็มองออกแล้วว่า ตอนที่ผมมีชีวิตอยู่พลังก็ไม่ธรรมดา ไม่ต้องพูดถึงการชี้แนะปัญหาต่างๆ หลังจากที่ท่านกลายเป็นผู้ปลุกพลังแล้ว แค่ความรู้ของผมก็สามารถทำให้ท่านเดินผิดพลาดน้อยลงไปมากโข!”
“ท่านแข็งแกร่งกว่าหลี่เหล่ยไม่ใช่แค่ระดับเดียว ผมเชื่อว่าภายใต้ความร่วมมือของเราสองคน ท่านจะสามารถกลายเป็นตัวเอกแห่งวันสิ้นโลก กลายเป็นผู้ปกครองแห่งยุคนี้ได้อย่างแท้จริง!”
“หอคอยทดสอบ, แดนลับ, ดันเจี้ยน, ศึกชิงแดน, การแข่งขันมรณะ!”
“เรื่องเหล่านี้ท่านไม่รู้ใช่ไหมครับ!”
“ผมรู้! ขอเพียงท่านไว้ชีวิตผม ผมสามารถช่วยท่านปูทางขจัดอุปสรรคทั้งปวงได้!”
ยิ่งพูดยิ่งตื่นเต้น หวงเส้าหัวยืนขึ้นอย่างจริงใจ วาดภาพอนาคตอันสวยหรูให้หลินอัน
“กระทั่ง หากท่านยอมเชื่อใจผม มอบพลังจิตให้ผมฟื้นฟูสักหน่อย…”
“ผมสามารถสิงสู่ร่างของท่าน หรือสหายของท่านได้อย่างสมบูรณ์”
“ขอเพียงพลังจิตเล็กน้อย! ผมก็จะสามารถระเบิดพลังที่ไม่ด้อยไปกว่าระดับสองขั้นสูงสุดออกมาได้!”
“มีผมคอยรับใช้ ในวันสิ้นโลกนี้ ท่านก็จะเดินเหินได้อย่างสะดวกดายดุจพลิกฝ่ามือมิใช่หรือ?”
“ถึงตอนนั้น ท่านก็คือบุตรแห่งสวรรค์ที่แท้จริง!”
วาจาของเขาช่างฮึกเหิม ยุทโธปกรณ์และของล้ำค่านับไม่ถ้วนถูกหยิบยกขึ้นมาเป็นข้อต่อรอง
หลินอันยังคงนิ่งเงียบ ราวกับกำลังไตร่ตรองจนใจอ่อน
หวงเส้าหัวเห็นดังนั้นก็ยิ่งตื่นเต้น เขาตบอกรับประกันไม่หยุดหย่อน
“ท่านครับ! หากท่านไม่เชื่อใจ ก็สามารถโยนผมไว้ในท้องของมังกรทมิฬได้ทุกเมื่อ รับรองว่าผมจะไม่ทรยศท่านอย่างแน่นอน!”
“พรสวรรค์ของท่านแม้ผมจะมองไม่ออก แต่ในขั้นปัจจุบันสามารถมีพลังระดับนี้ได้ย่อมต้องมีศักยภาพเต็มเปี่ยมอย่างไม่ต้องสงสัย!”
“ผมยินดีที่จะสวามิภักดิ์ต่อท่านอย่างจริงใจ คอยช่วยเหลือสนับสนุน ไม่ใช่เพียงเพราะความสงสารเหมือนที่ทำกับหลี่เหล่ย”
“อันที่จริงผมมีหลายเรื่องที่ไม่ได้บอกหลี่เหล่ย ท่านน่าจะมองออกแล้ว”
…
ทว่า
หลินอันกลับไม่หวั่นไหวเลยแม้แต่น้อย
เขามองหวงเส้าหัวอย่างลึกซึ้ง แล้วหัวเราะเบาๆ
เจ้าหมอนี่เพราะสงสารหลี่เหล่ยถึงได้ช่วยเขางั้นหรือ?
เพราะเห็นว่าตนเองพรสวรรค์ดีถึงได้ยอมสวามิภักดิ์งั้นหรือ?
วาจาเหลวไหลเช่นนี้ใช้หลอกหลี่เหล่ยพอได้ แต่กับข้ามันไม่ได้ผล
“แกสงสารเขางั้นรึ? แต่ทั้งหมดนี้มิใช่ว่าแกเป็นคนสร้างเรื่องขึ้นมาหรอกหรือ?”
“ให้ข้าเดาดูนะ”
หลินอันหัวเราะเบาๆ พลังจิตแทรกซึมเข้าไป
“ข้าไม่เชื่อว่าแกจะเพราะสงสารเขาถึงได้ชี้นำให้เขากลายเป็นผู้ปลุกพลัง ยิ่งไม่เชื่อว่าแกจะเปี่ยมด้วยเมตตาอยากจะช่วยให้เขาแข็งแกร่งขึ้น”
“มีชีวิตอยู่มานาน...”
“ในฐานะกายทิพย์ การคงอยู่มานานขนาดนี้จะเรียกว่ามีชีวิตอยู่ได้หรือ? แกน่าจะทรมานมากใช่ไหม”
“ดังนั้น…”
น้ำเสียงเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง… กายทิพย์สีน้ำเงินเข้มในผลึกสั่นสะท้าน
“ดังนั้น ข้าขอเดาว่าแกตั้งใจจะล้างสมองหลี่เหล่ยอยู่ตลอดเวลา สอดแทรกการมีอยู่ของแกเข้าไปในจิตสำนึกของเขา”
“แกช่วยให้เขาแข็งแกร่งขึ้น รอจนกระทั่งร่างกายของเขาสามารถรองรับแกได้อย่างสมบูรณ์ และจิตสำนึกของเขาก็เชื่อใจยอมรับแกอย่างสิ้นเชิง เมื่อนั้นแกก็จะสามารถยึดครองร่างของเขา กลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง”
“ใช่หรือไม่?”
หวงเส้าหัวไม่กล้าสบตา ทำได้เพียงเค้นยิ้มออกมาอย่างยากลำบาก ใบหน้าที่ชราภาพบัดนี้ดูน่าเกลียดอย่างยิ่ง
“ท่าน…ท่านพูดเล่นแล้วครับ”
“ข้าพูดเล่น?”
หลินอันมองเขาอย่างมีความหมาย พลางลูบปลอบมังกรทมิฬบนข้อมือ
“พรสวรรค์ของหลี่เหล่ยหากเป็นเพียงพลังแห่งศรัทธาเล็กน้อย ไม่ได้มีคุณลักษณะตามที่ระบบอธิบายไว้”
“เช่นนั้นแล้วแกมีความมั่นใจอะไรที่จะให้ข้ากินมันทวา ทั้งยังย้ำเตือนหลี่เหล่ยไม่หยุดให้มาหมายหัวข้า?”
“บางทีแกก็คงเตรียมการไว้แล้วว่าหากข้าไม่กินมันทวา ก็จะหาทางหนีไป…”
“แต่…กว่าแกจะลงมือมันก็สายไปเสียแล้ว”
“ช้าเสียจนไม่ต่างอะไรกับการส่งหลี่เหล่ยไปตาย…”
“และ…แกรู้จักมังกรทมิฬ ทำไมถึงยังกล้าเผยตัวออกมาอีก?”
“ข้ารู้สึกว่า…”
หลินอันเอียงศีรษะ พลังจิตควบคุมผลึกให้ลอยอยู่ตรงหน้า
“การจับกุมแก…มันง่ายเกินไปหน่อยหรือไม่?”
“คนอย่างข้าระแวดระวังตัวสูง หากแกแสดงพลังออกมาแข็งแกร่งเกินไป ข้าย่อมไม่มีทางเก็บแกไว้ข้างกายแน่…”
ในชั่วพริบตา หวงเส้าหัวที่เดิมทีคุกเข่าอยู่บนพื้น ในดวงตาก็พลันฉายแววอำมหิต รอบกายระเบิดแรงกดดันทางจิตอันรุนแรงออกมา
“เจ้าเด็กเวร!”
“บางครั้งฉลาดเกินไปก็ตายเร็วกว่า!”
บารมีน่าเกรงขามพุ่งทะยาน คลื่นมิติปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า
พลังอันน่าสะพรึงกลัวทำให้คนหายใจไม่ออก