พิชิตเกมส์วันสิ้นโลก ด้วยระบบผู้กอบกู้ - บทที่ 281: หุ่นเชิดโลหิต: ศพฉีกกระชาก
บริเวณหน้าโรงพยาบาล แสงดาวส่องสว่างบางเบา
จางเถี่ยแบกหลี่เหล่ยกับหวังคุนพลางมองไปรอบๆ บนหลังของเขา หวังคุนอ้อนวอนอย่างขมขื่น ใบหน้าเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
“ท่านครับ! ท่าน!”
“ขอร้องล่ะครับ ปล่อยผมไปเถอะ…”
“ผมไม่กล้าอีกแล้วจริงๆ! จะให้เป็นวัวเป็นม้า จะให้ทำอะไรผมก็ยอมทั้งนั้น!”
ความหวาดกลัวต่อความตาย มีน้อยคนนักที่จะเผชิญหน้าได้อย่างสงบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องตกอยู่ในเงื้อมมือของหลินอัน
หวังคุนไม่รู้ว่าหลินอันคิดจะทำอะไรกันแน่ แต่คำว่า “หุ่นเชิดโลหิต” ฟังอย่างไรก็ไม่น่าจะใช่เรื่องดี
จางเถี่ยเบ้ปาก หัวเราะเยาะอย่างเย็นชา
“หัวหน้าหลินก็ไม่ใช่ว่าไม่ให้โอกาสพวกแก”
“ฉันก็ไม่รู้ว่าแกคิดยังไง เห็นพลังของหัวหน้าหลินขนาดนั้นแล้วยังกล้าลงมือ…หาเรื่องตายก็จะตาย หลักการง่ายๆ แค่นี้แกยังไม่เข้าใจอีกหรือ?”
หวังคุนได้ฟังก็ชะงักงัน
หัวหน้าหลิน?!
ฉู่อัน?
หลินอัน!?
เขามองหลินอันที่กำลังอุ้มโม่หลิงด้วยความตกตะลึง ในใจปั่นป่วนราวกับคลื่นยักษ์โหมกระหน่ำ
ให้ตายสิ! ตนเองน่าจะคิดได้ตั้งนานแล้วว่าผู้ปลุกพลังที่มีอิทธิฤทธิ์ระดับนี้ จะเป็นใครไปได้อีก!
โม่หลิงสามารถช่วยสร้างเขตปลอดภัยได้ บนตัวหลินอันก็มียุทโธปกรณ์มากมายขนาดนั้น ชุดรบที่สวมอยู่ก็เห็นได้ชัดว่าเป็นของที่ผลิตขึ้นเป็นพิเศษจากกองทัพ!
กว่าจะสำนึกได้ก็สายไปเสียแล้ว
หวังคุนยิ้มอย่างขมขื่น ไม่คิดจะดิ้นรนอีกต่อไป คำพูดของจางเถี่ยก็ถือว่าได้ไขข้อสงสัยที่ใหญ่ที่สุดในใจของเขาแล้ว อย่างน้อยต่อให้ต้องตาย ก็ยังรู้ว่าตายด้วยน้ำมือของใคร
ส่วนเรื่องที่จางเถี่ยคิดไม่ตกว่าทำไมตนเองถึงยังกล้าลงมือ พูดตามตรง ตอนนี้เขาย้อนกลับไปคิดก็ยังรู้สึกเหลือเชื่อ
คงจะเป็นเพราะความโลภบังตาโดยแท้
อันที่จริงเขาเคยลังเล แต่ก็ถูกพรสวรรค์ของหลี่เหล่ยโน้มน้าวจนคล้อยตาม
ในใจของเขาบัดนี้เต็มไปด้วยความเกลียดชัง เขาหันไปมองหลี่เหล่ยที่ถูกแบกอยู่ ดวงตาบ้าคลั่ง
ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้โง่บ้านี่! ฉันจะตกอยู่ในสภาพนี้ได้อย่างไร!
ตอนนั้นเนรคุณแย่งตำแหน่งฉันก็แล้วไป ต่อมายังจะมาแย่งผู้หญิงกับฉันอีก! เขาคิดตกแล้ว ตอนนั้นที่หลี่เหล่ยให้เขาเปิดใจ ก็คือการเปิดทางให้กายทิพย์นั่นมาสิงร่างของเขานั่นเอง!
เมื่อได้ยินหลี่เหล่ยยังคงพึมพำเรื่อง ‘บุตรแห่งสวรรค์’ และ ‘พี่ปิงดูสิของผมใหญ่ไหม’ เขาก็รู้สึกเลือดขึ้นหน้า
อ้าปากกัดลงไปเต็มแรง!
หวังคุนสีหน้าบ้าคลั่ง กัดหูของหลี่เหล่ยจนขาดสะบั้น สบถด่าเสียงดัง
“ไอ้แม่เย็ด! กูกัดมึงให้ตายไอ้โง่! ไอ้ชาติหมา!”
“อ๊าาาา!!”
หูที่เปื้อนเลือดถูกกัดออกไป หลี่เหล่ยกรีดร้องเสียงดังด้วยความตื่นตระหนก
“อาจารย์! ช่วยข้าด้วย! มีอสูรกายกัดข้า!”
ในสภาวะที่สติไม่สมประกอบ เขาก็ร้องเรียกอาจารย์ตามสัญชาตญาณ
จางเถี่ยขมวดคิ้ว แยกทั้งสองคนออกจากกันในทันที
“ให้ตายสิ! โวยวายอะไรกันนักหนา?!”
ไม่ไกลออกไป ฝูงซอมบี้ถูกเสียงกรีดร้องดึงดูดเข้ามา ช่วยให้โม่หลิงไม่ต้องเสียเวลาอัญเชิญพวกมันมาเอง
“ตุ้บ”
เจ้าหมีโง่โยนทั้งสองคนลงบนพื้นอย่างคล่องแคล่ว แล้ววิ่งกลับไปอยู่ข้างๆ หลินอันด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ
“หัวหน้าหลิน หัวหน้าว่าคนนี่มันแปลกไหม? เห็นๆ อยู่ว่าตัวเองหาเรื่องตายแท้ๆ ยังจะมาโทษคนอื่นอีก…”
บนพื้นปูนซีเมนต์ หวังคุนไม่สนใจซอมบี้ที่กำลังพุ่งเข้ามาใกล้ เพียงแค่ขยับตัวอย่างบิดเบี้ยวหมายจะเข้าไปหาหลี่เหล่ยที่กำลังร้องไห้ ดูออกว่าเขาอยากจะ “กิน” หลี่เหล่ยทั้งเป็นก่อนตาย
หลินอันสีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง ส่งสัญญาณให้โม่หลิงใช้ทักษะหุ่นเชิดโลหิต
หวังคุนมีท่าทีเช่นนี้ก็ไม่น่าแปลกใจ เมื่อพลังของเขาเกินขีดจำกัดความเข้าใจของหวังคุนไปแล้ว หวังคุนก็จะไม่เกลียดชังเขาอีกต่อไป แต่จะหันไปเกลียดชังหลี่เหล่ยที่ลากเขาลงน้ำแทน
คนส่วนใหญ่ก็เป็นเช่นนี้ เมื่อเผชิญหน้ากับคนที่แข็งแกร่งกว่าตนเองมาก ก็มักจะแสดงท่าทีอ่อนน้อมถ่อมตน แต่หากคุณแข็งแกร่งกว่าเขาเพียงเล็กน้อย กลับจะถูกเขาริษยาใส่ร้าย
ถึงแม้สถานการณ์จะไม่เหมือนกัน แต่โดยเนื้อแท้แล้วก็ไม่มีอะไรแตกต่าง
ไม่ต้องพูดถึง ในสายตาของหวังคุน เขาผู้เป็นถึงผู้ปลุกพลังระดับหนึ่ง มีพลังที่แข็งแกร่ง ไม่ต้องถึงกับเป็นใหญ่ในวันสิ้นโลก อย่างน้อยก็สามารถไปพึ่งพิงกองกำลังต่างๆ เพื่อกินดีอยู่ดีได้ เห็นๆ อยู่ว่าตนมีทางรอด แต่กลับถูกหลี่เหล่ยลากมาตายด้วยกัน นี่จะทำให้เขาไม่คลุ้มคลั่งได้อย่างไร?
“อ๊าาาาาา!!”
เลือดเนื้อถูกฉีกกระชาก กลิ่นคาวเลือดที่หอมหวานทำให้ฝูงซอมบี้บ้าคลั่ง หลังจากที่ไม่ได้ลิ้มรสเนื้อสดมานาน กลิ่นเนื้อคนก็ดึงดูดพวกมันจำนวนมหาศาล
หนังเนื้อถูกฉีกกระชาก เอ็นและกระดูกถูกดึงทึ้ง
นิ้วที่เน่าเปื่อยของซอมบี้แทงเข้าไปในเบ้าตา ควักลูกตาออกมาอย่างทุลักทุเล แล้วโยนเข้าปากเคี้ยวราวกับลูกอม
ภายใต้แสงจันทร์ เสียงกลืนกินอย่างพึงพอใจดูกลมกลืนอย่างน่าประหลาด ภายใต้คมเขี้ยวของซอมบี้หลายร้อยตัว เสียงกรีดร้องโหยหวนก็เงียบหายไปอย่างรวดเร็ว
ไม่กี่นาทีต่อมา หุ่นเชิดโลหิตสองตนที่เลือดเนื้อเละเทะ ดวงตาโบ๋ก็ลุกขึ้นยืนจากฝูงซอมบี้อย่างโซซัดโซเซ
“โฮก–โฮก–”
เสียงคำรามหนักอึ้งดังขึ้น ใบหน้าที่ถูกกินจนเกลี้ยงเกลาไม่เหลือเค้าเดิมอีกต่อไป
หุ่นเชิดโลหิตที่ตัวใหญ่กว่าเล็กน้อยดูเหมือนจะเป็นหวังคุน มันแกว่งแขนไปมาอย่างเหม่อลอย ไร้ซึ่งความคิด ไร้ซึ่งสติปัญญา หลังจากกลายเป็นหุ่นเชิดโลหิต พวกมันจะเชื่อฟังคำสั่งของโม่หลิงอย่างซื่อสัตย์
เมื่อหุ่นเชิดโลหิตที่แปลงมาจากหวังคุนเห็นหุ่นเชิดอีกตนที่ยืนนิ่งอยู่ข้างๆ มันก็คำรามพลางอ้าปาก แล้วกัดเข้าไปอย่างแรง
…
ข้างรังไหมโลหิต หุ่นเชิดโลหิตสองตนยืนนิ่งอยู่กับที่ ประหนึ่งองครักษ์ผู้ซื่อสัตย์
ผู้รอดชีวิตบนชั้นสี่ของห้องอาหารที่แอบมองผ่านหน้าต่างด้วยความหวาดกลัว ก็ร้องเสียงหลงออกมาทันที หลินอันพาคนออกไปสองคน แต่กลับมาพร้อมอสูรกายที่หนังเนื้อหลุดลุ่ยสองตน ต่อให้โง่แค่ไหน พวกเขาก็คิดได้ว่าอสูรกายสองตนนี้คงจะเป็นหลี่กับหวังที่ถูกเปลี่ยนร่างไป
แม้แต่ศพก็ไม่เว้นงั้นหรือ…ในชั่วพริบตา ความหวาดกลัวของทุกคนที่มีต่อหลินอันก็ลึกซึ้งขึ้นไปอีกหลายส่วน
“หัวหน้าหลิน หุ่นเชิดโลหิตที่เพิ่งสร้างขึ้นมาใหม่นี่มันต่างจากของเดิมยังไงบ้าง?”
จางเถี่ยมองหุ่นเชิดโลหิตที่หัวเหมือนไข่เป็ดด้วยความรังเกียจ ไม่มีหู ไม่มีจมูก ไม่มีตา กระทั่งริมฝีปากก็ไม่มี กะโหลกครึ่งซีกโผล่ออกมา เผยให้เห็นกระดูกศีรษะสีขาวซีด ดูแล้วก็รู้ว่าเป็นหลี่เหล่ย เพราะหูทั้งสองข้างถูกหวังคุนกัดไปแล้ว
หลินอันสายตาสั่นไหว ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง โม่หลิงที่อยู่ข้างๆ ก็ได้แบ่งปันข้อมูลของหุ่นเชิดโลหิตทั้งสองตนออกมา
หุ่นเชิดโลหิต (ระดับ 1)
หุ่นเชิดโลหิตตนนี้เปลี่ยนมาจากผู้ปลุกพลัง【หมัดร้อยฉีก】
เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงเป็นหุ่นเชิดโลหิต ความสามารถในการปลุกพลังนี้จึงเปลี่ยนเป็น【ศพฉีกกระชาก】
【ศพฉีกกระชาก】: หลังจากใช้ทักษะ จะเพิ่มความเร็วในการเคลื่อนที่และความเร็วในการโจมตีอย่างมหาศาล ทุกครั้งที่โจมตีจะพ่วงพิษซอมบี้เพิ่มเติม และจะฉีดไอซอมบี้เข้าไปในร่างศัตรูเมื่อโจมตี
เมื่อไอซอมบี้ในร่างศัตรูถึงเกณฑ์ที่กำหนด จะเกิดการระเบิดหนึ่งครั้ง เมื่อศพระเบิดจะสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างในพื้นที่ขนาดเล็ก และสร้างผลการติดเชื้อหมู่
หมายเหตุ: หุ่นเชิดโลหิตที่เปลี่ยนมาจากผู้ปลุกพลัง สามารถอัปเกรดได้โดยการสังหารผู้ปลุกพลัง ประสบการณ์ที่ต้องการจะเหมือนกับผู้เล่นสายวิญญาณมรณะ
หลังจากอัปเกรด คุณสมบัติของหุ่นเชิดโลหิตจะได้รับการเสริมความแข็งแกร่งอีกครั้ง และสามารถเลื่อนขั้นพรสวรรค์ได้
หมายเหตุ: หุ่นเชิดโลหิตไม่สามารถเรียนรู้ทักษะของผู้เล่นได้ แต่สามารถเรียนรู้ทักษะของอสูรกลายพันธุ์ได้
ทักษะอสูรกลายพันธุ์: หลังจากหุ่นเชิดโลหิตกลืนกินอสูรกลายพันธุ์ จะมีโอกาสได้รับทักษะของอสูรกลายพันธุ์ตนนั้น
แข็งแกร่งมาก…หลินอันให้คำตัดสินในใจอย่างรวดเร็ว
ไม่คิดว่าหุ่นเชิดโลหิตที่เปลี่ยนมาจากผู้ปลุกพลังจะใช้งานได้ดีถึงเพียงนี้ ทักษะที่กลายพันธุ์นั้น แข็งแกร่งกว่าตอนที่หวังคุนยังมีชีวิตอยู่เสียอีกสองส่วน หากไม่ใช่เพราะหุ่นเชิดโลหิตไม่สามารถใช้ของวิเศษและยุทโธปกรณ์ได้ หุ่นเชิดโลหิตที่เปลี่ยนมาจากหวังคุนก็คงจะนับได้ว่าเป็นขุมพลังระดับหนึ่งขั้นสูงสุดแล้ว
ที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่าสำหรับหลินอันคือ หุ่นเชิดโลหิตที่เปลี่ยนมาจากผู้ปลุกพลังยังสามารถอัปเกรดได้อีกด้วย นี่หมายความว่าขอเพียงแค่เลี้ยงดูอย่างดี หุ่นเชิดโลหิตก็ไม่ด้อยไปกว่าผู้ใต้บังคับบัญชาที่เป็นผู้ปลุกพลังที่ภักดีจนตัวตาย
ไม่มีวันทรยศ ไม่กลัวความตาย…
โม่หลิงมองหุ่นเชิดโลหิตสองตนตรงหน้า อารมณ์ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พลังของเธอเนื่องจากเหตุผลทางกายภาพจึงไม่นับว่าแข็งแกร่ง แต่ตอนนี้มีหุ่นเชิดโลหิตสองตนคอยติดตาม พลังรบก็พุ่งสูงขึ้นในทันที เมื่อเทียบกับฝูงซอมบี้ที่ต้องใช้เวลาอัญเชิญมาป้องกันตัว หุ่นเชิดโลหิตย่อมสะดวกกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย
“หลินอัน ต่อไปนี้นายถ้ากล้าทิ้งฉันอีก ฉันจะให้หุ่นเชิดกัดนายให้ตาย!”
หลินอันได้ฟังก็รู้สึกกระอักกระอ่วนใจเล็กน้อย เขาเอื้อมมือไปลูบหัวโม่หลิงโดยสัญชาตญาณ แล้วหันไปมองหุ่นเชิดที่เปลี่ยนมาจากหลี่เหล่ย
หุ่นเชิดที่เปลี่ยนมาจากหวังคุนยังแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ แล้วหลี่เหล่ยเล่า?
พรสวรรค์ระดับ A: รวบรวมวิญญาณแห่งโชคชะตา…หลังจากเปลี่ยนเป็นหุ่นเชิดโลหิตแล้วจะกลายเป็นอะไร?
ด้วยความคาดหวังเล็กน้อย หลินอันก็เปิดหน้าต่างข้อมูลของหลี่เหล่ยขึ้นมา