พ่อจอมผยอง / คุณพ่อสายเปย์ - บทที่ 435 นี้ถึงเป็นความมั่นใจของผม
บทที่ 435 นี้ถึงเป็นความมั่นใจของผม
เมื่อนึกถึงตรงนี้ลู่เทียนสิงในที่สุดก็คิดขึ้นได้
ลู่เฉินนิสัยอย่างไรเขาน่าจะรู้ดีถึงจะถูก
ลู่เฉินรู้ว่าในตระกูลลู่มีคนคิดไม่ดีต่อบริษัทของเขา ทั้งที่รู้ว่าตระกูลลู่แข็งแกร่งมากเขายังกล้ามายังตระกูลลู่
นี้เป็นที่ชัดเจนแล้วว่าเขามีความสามารถพอที่จะรับมือกับเรื่องนี้
แต่ลำพังเพียงพลังยังไม่พอ
ถ้าอย่างนั้น…
ลู่เทียนสิงมองไปยัง
ลู่เทียนสิงมองไปยังเสี่ยวจิง เซียวจ้าน ฉุยหู่สามเจ้า พร้อมขยิบตาขึ้น
ลู่เทียนสิงแม้ว่าไม่กล้าตัดสินพลังของทั้งห้าคนแต่จากร่างกายของทั้งห้าคนก็รู้ว่ามีพลังลมปราณแข็งแกร่ง
ลู่เฉินรับทั้งหาคนเป็นพวกได้อย่างไร
โดยเฉพาะผู้นี้ แม้แต่ท่านอาวุโสห้ายังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา มีฝีมือขนาดนี้อยู่ในครอบครัวที่ซ่อนอยู่นับว่าพบได้น้อยยิ่ง
ลู่เทียนสิงมองกลับไปยังลูกของตน
เขาพบว่ายิ่งนานเขายิ่งดูลูกชายของเขาไม่ออก
“ท่านอาวุโสห้าท่านอ่อนแอยิ่งคิดจะลงโทษผม ให้ท่านอาวุโสท่านอื่นมาดีไหม ผมอยากเห็นเหมือนกันว่าตระกูลลู่ของพวกเราจะยอดเยี่ยมเหมือนที่เขาพูดกันหรือไม่” ลู่เฉินมองดูใบหน้าอันดูไม่ได้ของท่านอาวุโสห้าพร้อมพูดอย่างไม่ไว้หน้า
อีกฝ่ายหนึ่งคือปู่ห้าของเขา เขายังพูดจาเชือดเฉือน
“นาย!” ท่านอาวุโสห้าลู่ไห่อิงโกรธจนกระอักเลือด คาดไม่ถึงว่าลู่เฉินจะเย่อหยิ่งอวดดีขนาดนี้
ลู่เฉินใบหน้ายังคงมีรอยยิ้มบางๆ เขาไม่โมโหและไม่มีท่าทีที่จะโกรธแค้น
ฉีฉีมองไปที่เขา เขาเป็นพ่อเขาต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูกสาวของเขา
“ไปเชิญท่านอาวุโสใหญ่มา ผมเชื่อว่าเด็กเวรผู้นี้วันนี้จะสามารถพลิกแผ่นฟ้าได้!” ลู่ไห่อิงพูดจากระโชกโฮกฮากกับวัยรุ่นที่อยู่ด้านหลัง
วัยรุ่นผู้นั้นพยักหน้าและออกจากห้องรับแขกของลู่เทียนสิง
ในตอนนั้นลู่เฉินถึงให้ทุกคนนั่งลง
เขานั่งตรงหน้าลู่เทียนสิง ลู่เทียนสิงในใจรู้สึกสับสน
เขายิ่งนานก็ยิ่งมองลูกชายของตนไม่ออกจริงๆ
“ฉีฉี หิวหรือยัง” ลู่เฉินถามลูกสาว
อีกสักพักกว่าจะถึงงานเลี้ยงตอนค่ำ แต่สถานการณ์ตอนนี้วันนี้คงไม่มีงานเลี้ยงแล้ว และได้เวลาอาหารเย็นพอดี
“ไม่หิว” ฉีฉีส่ายหน้า พูดอย่างน่ารักเฉลียวฉลาด
“โอ้ ถ้าอย่างนั้นรอสักครู่ค่อยทาน”
ลู่เฉินพยักหน้ามองไปยังลู่เทียนสิง
“ใช่แล้วพ่อ ให้คนเตรียมอาหารล่ะ ถ้าในตระกูลลู่ไม่สามารถทานอาหารเย็นได้ก้ไปทานข้างนอกกัน” ลู่เฉินยิ้ม
ลู่เทียนสิงยักคิ้วขึ้นพูดอย่างไม่มีอารมณ์ “เดี๋ยวก็ไปเวลางานเลี้ยงอาหารเย็นของตระกูลแล้ว จะให้เตรียมอาหารทำไม”
“ผมเกรงว่าอีกสักครู่คงเข้างานเลี้ยงของอาหารเย็นของตระกูลไม่ได้หรือพวกคุณอาจจะไม่มีกะจิตกะใจจะทาน ดังนั้นก็ช่างเถอะ ต่างคนต่างทานแล้วกัน” ลู่เฉินยังคงยิ้ม
ลู่เทียนสิงชะงัก เห็นว่าลู่เฉินดูสุขุมนิ่งและมีท่าทางมั่นใจ เขาอดไม่ได้ที่จะมองไปยังเสี่ยวจิง เซียวจ้าน
“พวกเขาเหล่านี้คือความมั่นใจของนายหรือ” ลู่เทียนสิงถามขึ้น
ในตอนนั้นสีหน้าที่ยังไม่สู้ดีของท่านอาวุโสห้ามองมายังเสี่ยวจิง เขามองไม่ออกว่าเสี่ยวจิงมีพลังขนาดไหนแต่เขารู้ว่าเขาไม่ใช่คู่ต่อสู้ของตู้เฟย
ถ้าคนอื่นๆ มีพลังแข็งแกร่งเหมือนตู้เฟย อย่างนั้นคงเป็นพลังที่น่ากลัว!
ลู่เฉินไปหาคนที่มีพลังแข็งแกร่งขนาดนี้มาจากที่ไหน
“ใช่ แต่ไม่ใช่ทั้งหมด แน่นอนว่าเขานำพวกเขาเข้ามาเป็นการเตรียมการของผม” ลู่เฉินพูด
ลู่เทียนสิงพยักหน้า เขาแน่ใจแล้วว่าคนอื่นอีกหลายคนเป็นผู้แข็งแกร่ง
“นายไปหาบอดี้การ์ดที่มีพลังแข็งแกร่งนี้มาจากที่ไหน?” ลู่เที่ยนสิงถามในสิ่งที่ทุกคนสงสัยอยู่ในใจ
ลู่ไห่อิงและวัยรุ่นเหล่านั้นแง้มหูฟัง
“คุณเห็นว่าพวกเขาเหมือนเห็นบอดี้การ์ดหรือ” ลู่เฉินยิ้ม
ทุกคนชะงัก ไม่ใช่บอดี้การ์ดแล้วพวกเขาทำอะไร ทหารรับจ้างหรือ
“พวกเขาทั้งหมดล้วนเป็นพี่น้องของผม โดยเฉพาะฉุยหู่สามเจ้าที่ลุงจงเป็นผู้เลี้ยงดูมา ลุงจงได้เตรียมให้พวกเขาคอยปกป้องผม” ลู่เฉินยิ้มขึ้นและหันไปมองตู้เฟย “นั่งลงเถอะไม่ต้องเกรงใจ” เสี่ยวจิง ตู้เฟย เซียวจ้าน และหลิวจื่อซิวสี่คนต่างแยกย้ายกันนั่ง ลู่เทียนสิงในที่สุดก็เชื่อคำพูดของลู่เฉินว่าพวกเขาไม่ใช่บอดี้การ์ดของลู่เฉิน
ฉุยหู่สามเจ้าเมื่อได้ยินก็ไปทำความเคารพลู่เทียนสิงก่อนจากนั้นจึงไปนั่งติดกับตู้เฟย ลู่เทียนสิงมองฉุยหู่สามเจ้า มองไม่ออกว่าถึงฝีมือของพวกเขา แต่เขาสามารถรับรู้ถึงพลังลมปราณอันแข็งแกร่งของทั้งสามคน
“ท่านน้อย พวกเขาทั้งสามคนเมื่อสองปีก่อนยังอ่อนแออยู่เลย ทำไมไม่พบกันสองปีถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้” ลู่จงมองลู่เฉินอย่างไม่เข้าใจ
ฉุยหู่สามเจ้าในปีนั้นยังเป็นเพียงเด้กกำพร้าสามคน หลังจากที่ลู่จงได้ช่วยเหลือพวกเขา สอนพวกเขาฝึกฝน แล้วยังนำพลังจากพื้นดินเขตต้าตู้มาให้พวกเขาควบคุม ฉุยหู่สามเจ้ามีความสามารถขนาดไหน ลู่จงย่อมชัดเจนอยู่แก่ใจ
เวลาสองปี วันนี้ได้พบทั้งสามคนอีกครั้ง เขารู้สึกเหมือนไม่รู้จักพวกเขา
“ลุงจง ผมอยู่ๆ ก็แข็งแกร่งขึ้นทันทีทั้งหมดเป็นคุณงามความดีของท่านน้อย เป็นท่านน้อยทำให้พวกเราเกิดความเปลี่ยนแปลง” สื่อจิ้นอธิบาย
“คุณงามความดีของท่านน้อย?” ลู่จงชะงัก มองไปยังลู่เฉิน
ลู่เทียนสิง ลู่ไห่อิง ต่างมองมาที่ลู่เฉิน ในใจมีความสงสัย
หรือว่า ลู่เฉินสามารถทำให้คนพัฒนาฝีมือไปอย่างทันที?
พวกเขามองไปที่ตู้เฟยในใจเกิดความสงสัย ถ้าเป็นเรื่องจริงนี้น่ากลัวมาก
นี้คือกลวิธีในการเลี้ยงดูฝึกฝนผู้ที่มีพลังแข็งแกร่งอย่างเข้มงวด
“นี้ถึงเป็นความมั่นใจของผม” เมื่อเห็นทุกคนมองมาลู่เฉินยิ้มอย่างมั่นใจ
“กลวิธีในการเลี้ยงดูฝึกฝนผู้ที่มีพลังแข็งแกร่ง?” ลู่เทียนสิงมองลู่เฉินอย่างตกตะลึง
“ไม่ผิด อีกสักครู่คุณจะได้เห็นพลังที่แท้จริงของผมว่าแข็งแกร่งขนาดไหน พวกคุณคาดไม่ถึงอย่างแน่นอน” ลู่เฉินไม่ปิดบัง เมื่อมาถึงตอนนี้ไม่จำเป็นต้องปิดบังอีกต่อไป
เมื่อได้ยินคำตอบของลู่เฉินไม่ว่าจะเป็นลู่เทียนสิงหรือลู่ไห่อิงในสมองมีเสียงหึ่งดังขึ้น
ในเวลาอันสั้นเลี้ยงดูฝึกฝนผู้ที่มีพลังแข็งแกร่ง กลวิธีนี้เหนือความรับรู้และความเข้าใจของพวกเขา
ตระกูลลู่สืบทอดต่อกันมากกว่าพันปี แม้ว่ามีฝีมือด้านศิลปะการต่อสู้ แต่เป็นเพราะปฏิบัติตามขั้นตอนที่อิงตามพรสวรรค์และการหมั่นฝึกฝน
พวกเขาเชื่อว่าศิลปะการต่อสู้ไม่มีทางลัดให้เดินต้องขยันและมีพรสวรรค์
แต่วันนี้ลู่เฉินบอกพวกเขาเขาสามารถการเลี้ยงดูฝึกฝนผู้ที่มีพลังแข็งแกร่งในเวลาอันสั้น เป็นการสั่นคลอนจิตใจของพวกเขา
ความรู้สึกนี้ไม่ต่างจากที่คนสมัยก่อนมองเห็นเครื่องบินบินอย่างนั้น ซึ่งเกินความเข้าใจของพวกเขา
สิบกว่านาทีหลังจากนั้นคนจำนวนนับไม่ถ้วนต่างทยอยเข้ามาในคฤหาสน์ของลู่เทียนสิง
ข่าวที่บอดี้การ์ดของลู่เฉินต่อสู้จนทำให้ท่านอาวุโสห้าแพ้ทำให้ตระกูลลู่สั่นสะเทือน คนในตระกูลต่างรีบมาในเวลาไม่นาน ทุกคนล้วนอยากมาดูว่าจริงหรือไม่
เพราะว่า
ข่าวนี้น่าตกใจอย่างมาก!