พ่อจอมผยอง / คุณพ่อสายเปย์ - บทที่ 436 ตระกูลลู่สั่นสะเทือน
บทที่ 436 ตระกูลลู่สั่นสะเทือน
ตระกูลลู่ได้รับการยอมรับว่าเป็นครอบครัวที่ซ่อนอยู่อันดับหนึ่ง เนื่องจากผู้ระดับแข็งแกร่งของตระกูลลู่มีความแข็งแกร่งมากที่สุด
แม้ว่าผู้อาวุโสห้าจะอยู่เพียงอันดับห้าในตระกูลลู่ แต่ศักยภาพของเขาสามารถบดขยี้ผู้ระดับแข็งแกร่งอันดับหนึ่งในบรรดาตระกูลที่ซ่อนอยู่มากมายได้อย่างง่ายดาย
ดังนั้นหลังจากได้ยินว่าผู้อาวุโสห้าพ่ายแพ้ให้กับบอดี้การ์ดคนหนึ่งของลู่เฉิน คนทั้งตระกูลลู่ต่างก็ช็อกไปตามๆกันและพากันหนีไป
เมื่อเห็นคนในตระกูลมาที่ลานกว้างกันเยอะขึ้นเรื่อยๆ ลู่เทียนสิงก็ขมวดคิ้ว แต่พอเข้าใจแล้วก็ถึงจะโล่งใจได้
ไม่ทันให้เขาได้ทักทาย ลู่จงก็ได้ออกไปแล้ว จึงทำให้ทุกคนสงบลงได้
มีเพียงผู้อาวุโสอีกสี่คนและสมาชิกตระกูลลู่คนอื่นๆเท่านั้นที่เข้าไปในห้องรับแขกของลู่เทียนสิง
ห้องนั่งเล่นของลู่เทียนสิงค่อนข้างใหญ่ มีพื้นที่มากกว่า 60 ตารางเมตร พวกลูกน้องต่างก็รีบกันย้ายเก้าอี้เข้ามา
“พ่อ อาสอง อาสาม อาสี่” เมื่อเห็นผู้อาวุโสทั้งสี่เข้ามา ลู่เทียนสิงก็รีบเข้ามาทักทาย
เมื่อเห็นผู้อาวุโสใหญ่ลู่หลิงเซียว ลู่เฉินก็รู้ว่านี่คือปู่ของเขา แม้ว่าจะไม่เคยเจอกันมาก่อน
ไม่ว่าวันนี้เขาจะยึดจุดประสงค์ใดมาก็ตาม พออยู่ต่อหน้าปู่ของเขาแล้วก็ยังต้องมีมารยาทที่พึงมี
“ลู่เฉินคารวะปู่ทั้งสี่” ลู่เฉินลุกขึ้นหันไปทำความเคารพทั้งสี่คนอย่างสุภาพ
จากนั้นเขาก็พาฉีฉีมาทักทายทั้งสี่คน
“ฉีฉี ทักทายคุณทวดทั้งสี่ท่านเร็ว” ลู่เฉินพูด
“สวัสดีค่ะคุณทวดทั้งสี่ท่าน” ฉีฉีทำความเคารพลู่หลิงเทียนและคนอื่นๆ
ลู่หลิงเทียนและคนอื่นๆที่เดิมทีกำลังลอบมองลู่เฉิน ในตอนนี้ต่างก็พยักหน้าให้ฉีฉี หน้าตาบึ้งตึงเริ่มผ่อนคลาย
ไม่ว่าจะอย่างไรลู่เฉินและลูกสาวของเขาก็เป็นหลานพวกเขาคนหนึ่ง เหลนพวกเขาคนหนึ่ง ถึงจะโกรธมากขนาดไหน พวกเขาก็จะไม่แสดงความโกรธต่อหน้าเด็ก
“ปู่ทั้งสี่ท่าน นี่คือภรรยาผม หลินอี้จุน” ลู่เฉินแนะนำหลินอี้จุนอีกครั้ง
“สวัสดีค่ะ ปู่ทั้งสี่ท่าน” หลินอี้จุนหันไปทำความเคารพลู่หลิงเทียนและคนอื่นๆ
“อืม” ทั้งสี่พยักหน้าและกวาดตามองไปทางผู้อาวุโสห้า
ผู้อาวุโสห้าพยักหน้า ในที่สุดพวกเขาทั้งสี่ก็เชื่อว่าชายหนุ่มที่พูดก่อนหน้านี้พูดความจริง
ในเวลานั้นพวกเขายังไม่อยากจะเชื่อว่าบอดี้การ์ดของลู่เฉินจะเอาชนะผู้อาวุโสห้าได้ ทั้งยังใช้แค่หมัดเดียว แต่ความแข็งแกร่งถึงขนาดทะลวงฟ้าได้
แต่ในเวลานี้แม้พวกเขาไม่อยากจะเชื่อก็ต้องเชื่อ
“แกเอาบอดี้การ์ดที่มีพลังวิเศษแข็งแกร่งขนาดนั้นมาด้วยเพราะอยากจะอวดแสนยานุภาพงั้นสิ?” ผู้อาวุโสสี่มองไปทางลู่เฉินและพูดด้วยใบหน้าเย็นชา
เขามีความสัมพันธ์อันดีกับผู้อาวุโสห้าที่สุด เมื่อเห็นว่าผู้อาวุโสห้าแพ้ให้กับบอดี้การ์ดของลู่เฉิน เขาจึงไม่อาจนิ่งนอนใจได้
“คุณเป็น…ปู่สามหรือปู่สี่?” ลู่เฉินหันไปถามผู้อาวุโสสี่
“ฉันเป็นปู่สี่ของแก ทำไมล่ะ แกจะฝ่าฝืนกฎตระกูลโดยไม่ยอมรับการลงโทษตามกฎตระกูลงั้นเหรอ แกทำแบบนี้เพราะต้องการออกจากตระกูลสินะ?” ผู้อาวุโสสี่พูดอย่างเย็นชา
“อ้อ ในเมื่อปู่สี่ถึงขนาดนั้นก็ช่างเถอะ หากพวกคุณไม่พอใจก็มาสู้กับผมได้ อย่างไรก็ตามผมขอย้ำว่าพวกเขาไม่ใช่บอดี้การ์ดของผมแต่เป็นพี่น้องของผมทั้งนั้น แน่นอนว่าถ้าพวกคุณคิดว่าผมไม่ใช่คนของตระกูลลู่และไม่ให้ผมข้องเกี่ยวเรื่องภายในตระกูล อย่างงั้นผมรับคำท้าของพวกท่านก็ได้”
ลู่เฉินพูดในขณะที่กวาดตามองผู้อาวุโสทั้งสี่ รวมไปถึงลู่จือสิงและคนระดับสูงในตระกูลลู่
เมื่อได้ยินคำพูดของลู่เฉิน ผู้อาวุโสสี่ก็โมโหจนแทบกระอักเลือด ลู่จือสิงและคนอื่นๆกลับยิ้มเยาะ
ไม่คิดว่าลู่เฉินจะกล้าท้าทายผู้อาวุโสเหล่านี้ คนไม่กตัญญู ไม่จงรักภักดี ก็ย่อมไม่คู่ควรที่จะเป็นคนของตระกูลลู่ นี่ถือว่าเป็นการรนหาที่ตายโดยแท้
ลู่หลิงเซียวผู้เป็นผู้อาวุโสใหญ่เป็นถึงผู้มีระดับแข็งแกร่งอันดับหนึ่งที่ได้รับการยอมรับจากโลกอิ่น ลู่เฉินก็เป็นแค่เด็กเมื่อวานซืน เหตุใดเขาจึงกล้าท้าทายผู้อาวุโสใหญ่
และที่สำคัญที่สุดก็คือผู้อาวุโสใหญ่ก็เป็นถึงปู่แท้ๆของลู่เฉิน นี่เขาจะทำให้ปู่ตัวเองโมโหตายหรืออย่างไร?
“แน่นอน แต่ผมมีเงื่อนไขว่าถ้าวันนี้พวกคุณเอาชนะผมได้ ผมจะยอมรับการลงโทษของทุกท่าน แต่ถ้าทุกท่านแพ้ในเงื้อมมือผม ทั้งตระกูลลู่จะต้องเชื่อฟังผม”
ลู่เฉินมองไปที่ผู้อาวุโสทั้งสี่อย่างไม่แยแส แม้ว่าทั้งสี่คนจะเป็นปู่ของเขา และยิ่งไปกว่านั้นผู้อาวุโสใหญ่ยังเป็นปู่แท้ๆของเขา
แต่ในเมื่อพวกเขาหมายจะยึดครองบริษัทเทคโนโลยีอี้ฉีของเขา เขายังจะต้องไว้หน้าพวกเขาอีกหรือ?
ตามที่กล่าวไปพี่น้องก็ยังต้องคิดบัญชี
เขากับตระกูลลู่ไม่ได้มีความรู้สึกผูกพันกันเท่าไหร่นัก ด้วยสิ่งต่างๆมากมายที่เกิดขึ้นในวันนี้ ก็ยิ่งทำให้ความรู้สึกผูกพันที่มีน้อยจนน่าสมเพชอยู่แล้วถูกกำจัดออกไปจนหมด
ดังนั้นถ้าวันนี้เขาจะต้องส่งบริษัทเทคโนโลยีอี้ฉีออกไป หรือไม่ก็ทำให้บริษัทเทคโนโลยีอี้ฉีอยู่ในการควบคุมของเขา
ก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว
“มันบ้าไปแล้วหรือไง? มันยังต้องการจะควบคุมตระกูลลู่อยู่ในกำมือ มันคิดว่ามันเป็นใคร?”
“เจ้าเด็กนี่บ้าไปแล้ว มันกล้าดียังไง? ผู้อาวุโสใหญ่เป็นถึงผู้ระดับแข็งแกร่งอันดับหนึ่ง มันถือดีอย่างไรมาท้าทายผู้อาวุโสใหญ่? ไหนจะยังมีผู้อาวุโสสองกับผู้อาวุโสสามที่เป็นผู้ระดับแข็งแกร่งอันดับหนึ่ง อันดับสองอีกด้วย มันถือว่ามันเป็นใคร!”
“เจ้าเด็กนี่มันมารหัวขนซะจริงๆเลย ไม่ไว้หน้าแม้กระทั่งผู้อาวุโสใหญ่แล้วยังคิดจะกลับมาเคารพบรรพบุรุษ ให้มันไสหัวออกจากตระกูลลู่ถึงจะถูก”
เมื่อได้ยินคำพูดของลู่เฉิน ทุกคนต่างก็เริ่มวิพากษ์วิจารณ์ขึ้นมาในเวลานั้น แต่ละคนคึกคะนองจนอยากจะขึ้นไปต่อยลู่เฉิน
พอสองพ่อลูกลู่หานกับลู่หมิงที่อยู่ในกลุ่มคนเหล่านั้นได้ยินสิ่งที่ลู่เฉินกล่าว แววตาก็เผยรอยยิ้มเย้ยหยัน
ที่ลู่เทียนสิงให้ลู่เฉินกลับมาในเวลานี้ก็เพราะอยากให้ลู่เฉินเข้าร่วมแข่งขันการชิงตำแหน่งทายาทผู้นำครอบครัวคนต่อไป แม้พวกเขาจะดูถูกลู่เฉิน แต่ลู่เฉินกลับรนหาที่ตายเอง อันที่จริงนี่ก็เป็นสิ่งที่พวกเขาก็อยากเห็นที่สุด
เดิมทีวันนี้ลู่เฉินสั่งให้หลินทงหักแขนลู่หมิง ดังนั้นสิ่งที่ลู่หานต้องการมากที่สุดคือยกเลิกคุณสมบัติของลู่เฉิน แต่ไม่คิดเลยว่าผู้อาวุโสใหญ่จะให้โอกาสลู่เฉินอีก
ก่อนหน้านี้เขายังมีความรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย แต่ตอนนี้ได้เห็นลู่เฉินรนหาที่ตายเสียอย่างนี้ สองพ่อลูกจึงไม่อาจซ่อนรอยยิ้มได้
หากไม่มีลู่เฉินเป็นคู่แข่ง โอกาสที่ลู่หมิงจะได้เป็นทายาทผู้นำครอบครัวคนต่อไปก็ยิ่งมีมากขึ้น
อาจกล่าวได้ว่าตำแหน่งทายาทคนต่อไปนั้นเป็นของลู่หมิงโดยสิ้นเชิง
ลู่เฉินไม่ได้สนใจคนอื่นๆ แต่เขามองไปทางลู่หลิงเซียวผู้เป็นปู่ของเขา “ปู่ ปู่มีอะไรจะเสนอแนะหลานชายคนนี้บ้างไหม? ผมก็พูดไปขนาดนี้แล้ว พวกคุณยังอยากจะได้บริษัทเทคโนโลยีอี้ฉีของผมไป นั่นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ เพราะฉะนั้นผมจะให้โอกาสพวกคุณอีกครั้ง นั่นคือเอาชนะผมให้ได้ ตราบใดที่พวกคุณเอาชนะผมได้ บริษัทเทคโนโลยีอี้ฉีจะตกเป็นของพวกคุณ”
ลู่หลิงเซียวและคนอื่นๆต่างจ้องลู่เฉินอย่างเอาเป็นเอาตาย พวกเขาต่างก็ตกใจกับกลิ่นอายและความกล้าหาญของลู่เฉิน
พวกเขาไม่เข้าใจเลยว่าใครกันที่ทำให้ลู่เฉินกล้าท้าทายพวกเขาทั้งสี่คน?
การที่บอดี้การ์ดลู่เฉินเอาชนะผู้อาวุโสห้าได้ พวกเขาเชื่อว่าบอดี้การ์ดคนนั้นน่าจะได้รับค่าตอบแทนจากลู่เฉินเป็นจำนวนมหาศาล แต่ตัวลู่เฉินจะแข็งแกร่งมากหรือไม่?
คนที่ไม่ได้เกิดมาในตระกูลศิลปะการต่อสู้
คนที่ไม่ได้รับการฝึกฝนศิลปะการต่อสู้มาตั้งแต่เด็ก เขากล้าท้าทายผู้อาวุโสสี่ท่านนี้ได้อย่างไร?
“พวกคุณกล้าหรือว่าไม่กล้า?”
เมื่อลู่เฉินเห็นว่าทั้งสี่คนไม่พูดก็ยิ้มจางๆ