พ่อจอมผยอง / คุณพ่อสายเปย์ - บทที่450 ก่อนจะเกิดความโกลาหล
บทที่450 ก่อนจะเกิดความโกลาหล
วันต่อมา ลู่เฉินโทรไปปฏิเสธหลิวฉานเฟิน เพราะโควต้าแค่สิบที่นั่งมันน้อยเกินไป และมันยังไม่ถึงช่วงสุดท้าย เขายังไม่อยากยอมแพ้
แต่ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ลู่เฉินจะทำการเริ่มรับซื้อวัตถุดิบหายากจากทั่วโลก รวมถึงทรัพยากรอาหารและของอื่นๆด้วย แค่เวลาครึ่งเดือน บริษัทเทคโนโลยีอี้ฉีก็ทำการสั่งซื้อของมามากมายจนกองเป็นภูเขา ทุกคนต่างก็ไม่เข้าใจ
แต่มีบางคนเริ่มจินตนาการไปต่างๆนาๆแล้ว
วันที่สิบสี่ มิถุนายน ลู่เฉินสั่งให้กองกำลังสำนักสังหารหนึ่งหมื่นห้าพันนายยืมคุ้มครองบริษัทเทคโนโลยีอี้ฉีไว้ ทำให้บรรยากาศภายในบริษัทดูน่าอึดอัดขึ้นมาทันที
ในวันนี้ ลู่เฉินออกประกาศบอกทุกคน ให้พวกเขาพาสมาชิกในครอบครัวมาอาศัยอยู่ในบริษัท พอต้องเผชิญหน้ากับคำถามของทุกคน ลู่เฉินไม่อธิบายอะไรมาก บอกแค่ว่าพรุ่งนี้พวกเขาก็จะรู้เอง
ในช่วงกลางคืนลู่เฉินทำการนัดให้นายพลซือถูเจี้ยนเข้ามาพบเขาที่บริษัทเทคโนโลยีอี้ฉี
ซือถูเจี้ยนเป็นนายพลทางฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ที่มีทหารในความปกครองห้าพันนาย ลู่เฉินเคยนัดกินข้าวกับเขาอยู่หลายครั้ง
“ซือถู คุณสังเกตไหม ว่าช่วงนี้สถานการณ์ดูผิดปกติมาก”ตอนที่เห็นซือถูเจี้ยนที่บริษัทเทคโนโลยีอี้ฉี ลู่เฉินจึงถามขึ้นมากะทันหัน
ซือถูเจี้ยนชะงัก เพราะเมื่อก่อนลู่เฉินจะเรียกเขาว่านายพลซือถูมาตลอด แต่วันนี้กลับเรียกเขาว่าซือถู ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
เขาไม่ได้คิดว่าที่ลู่เฉินเรียกเขาแบบนี้จะเป็นการไม่ให้เกียรติ กลับกัน ลู่เฉินเป็นคนที่มีอิทธิพลถึงขนาดนี้ สามารถไม่สนใจเขาได้
“ทะ ทำไมประธานลู่ถึงถามแบบนี้ครับ”ซือถูเจี้ยนถามอย่างแปลกใจ เขารู้สึกว่าทุกอย่างปกติมาก ไม่รู้สึกว่ามันจะผิดปกติตรงไหน
“ซือถู ช่วงนี้ทางกรมทหารได้ติดต่อกับคุณบ้างหรือเปล่า”ลู่เฉินถามขึ้นมาอีกครั้ง
ซือถูเจี้ยนชะงักไปอีกครั้ง คำพูดของลู่เฉินทำให้เขายิ่งฟังยิ่งไม่เข้าใจ
“ไม่ครับ ในช่วงหนึ่งเดือนกว่ามานี้ไม่ได้ติดต่อกันเลยครับ”ซือถูเจี้ยนส่ายหน้า ก่อนจะพูดออกมาตามตรง
“คุณลองโทรไปหาผู้บัญชาการ หรือนายพลคนอื่นๆดู ว่าเป็นยังไง”ลู่เฉินพูด
ซือถูเจี้ยนมีสีหน้าสงสัย แต่เขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ก่อนจะกดโทรไปหาผู้บังคับบัญชาทันที
อีกฝ่ายมีแต่เสียงรอสาย แต่กลับไม่มีคนรับสาย
เขากดโทรหานายพลที่สนิทกัน แต่ก็ยังเป็นเหมือนเดิม บางคนถึงขั้นกดตัดสายเขาทิ้งเลยด้วย
ซือถูเจี้ยนรู้สึกถึงลางสังหรณ์ไม่ดี สีหน้าของเขาเคร่งขรึมขึ้นมาทันที
“คุณถูกทอดทิ้งแล้วครับ พวกคุณทั้งทีมเลย หรือจะให้พูดตรงๆก็คือ พวกเราหลายพันล้านคนล้วนแต่ถูกทอดทิ้งแล้ว”ลู่เฉินหยิบบุหรี่ขึ้นมา แล้วพูดเนือยๆ
“อะไรนะครับ”ซือถูเจี้ยนนิ่งตะลึง ตั้งรับเรื่องนี้ไม่ทัน
“ไม่ว่าคุณจะเชื่อหรือไม่เชื่อ พรุ่งนี้ ผู้นำของแต่ละประเทศจะนั่งยานอวกาศเทียนกงบินขึ้นสู่อวกาศ”ลู่เฉินหยิบบุหรี่หนึ่งมวนยื่นให้ซือถูเจี้ยนก่อนจะพูด
“เป็นไปไม่ได้ครับ ไม่มีทางเด็ดขาด”ซือถูเจี้ยนไม่ได้รับบุหรี่ที่ลู่เฉินยยื่นให้ และพยายามส่ายหน้าอย่างไม่เชื่อ
แต่ยิ่งเขาส่ายหน้าเขาก็ยิ่งไม่มั่นใจ เสียงของเขาจึงเริ่มจะหมดแรงและสิ้นหวัง
“เพราะเหลือเวลาแค่สามเดือน ปริมาณออกซิเจนในอากาศจะลดลงจนเหลือน้อยกว่าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ ถึงตอนนั้นมนุษย์เราจะค่อยๆตายอย่างช้าๆ ยานอวกาศเทียนกงได้นำธนาคารสเปิร์มของเผ่าพันธุ์เราไปด้วย ตั้งใจจะไปหาดาวดวงใหม่ในจักรวาลที่เหมาะสมให้มนุษย์เราอาศัย นี่เป็นความหวังเดียวที่มนุษย์เราจะสามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ ผมเองก็คาดหวังวาพวกเขาจะทำสำเร็จ”ลู่เฉินพูดเสียงเรียบ
ในครั้งนี้ ซือถูเจี้ยนโต้เถียงไม่ได้อีก และสีหน้าของเขาก็ปรากฏความสิ้นหวังขึ้นมาช้าๆ
สามเดือน
คนที่เหลืออยู่จะมีชีวิตเหลืออยู่แค่สามเดือนอย่างนั้นเหรอ
“คะ คุณลู่ครับ คุณทุ่มเทให้กับประเทศตั้งมากมาย ทำไมพวกเขาถึงไม่เก็บที่นั่งไว้ให้คุณบ้างล่ะครับ”ซือถูเจี้ยนถามขึ้นมากะทันหัน ในใจรู้สึกไม่ยุติธรรมแทนลู่เฉิน
พูดตามจริง หน้าที่ปกป้องบริษัทเทคโนโลยีอี้ฉีตลอดหลายปีมานี้ ทำให้ซือถูเจี้ยนเห็นกับตาตัวเองว่าบริษัทเทคโนโลยีอี้ฉีพัฒนาจนยิ่งใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ผลงานที่ปล่อยออกมาล้วนแต่เป็นเทคโนโลยีระดับสูง ทำให้หัวเซี่ยแข็งแกร่งขึ้น ในขณะเดียวกันก็สร้างความโชคดีให้กับมนุษยชาติด้วย
อีกทั้งการระบาดของไวรัสDเมื่อหนึ่งปีก่อน ก็เป็นบริษัทเทคโนโลยีที่คิดค้นแอนติบอดีในซีรัมไวรัสDออกมา ถึงรอดพ้นจากวิกฤตได้ ไม่ได้พูดโม้ แต่บริษัทเทคโนโลยีอี้ฉีเป็นผู้กอบกู้โลกอย่างแท้จริง
แต่ผู้กอบกู้โลกอย่างลู่เฉิน กลับไม่มีสิทธิ์ได้รับที่นั่งในยานอวกาศเทียนกง มันดูไม่น่ายุติธรรมมากเกินไป
“ให้แล้ว ตอนเดือนพฤษภาคมพวกเขาให้โควต้ากับผมสิบที่นั่ง แต่สิบที่นั่งมันน้อยเกินไป ผมก็เลยปฏิเสธไปแล้ว”ลู่เฉินส่ายหน้า ก่อนจะพูด
“เพราะอะไรครับ หนีไปจากโลก อย่างน้อยยังพอมีความหวัง แต่ถ้าอยู่ที่นี่ต่อไป ก็จะไม่เหลือแม้แต่ความหวัง ทำไมคุณถึงคิดจะอยู่ที่นี่ต่อครับ”ซือถูเจี้ยนเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ
“ซือถู ผมขอถามคุณหนึ่งคำถาม หลังจากพรุ่งนี้เป็นต้นไป โลกทั้งใบจะไม่มีกฎระเบียบอีกแล้ว คุณจะทำยังไง จะพาทหารในกองของคุณออกอาละวาดระบายอารมณ์ หรือว่าจะใช้พลังและอำนาจที่คุณมีไปปกป้องคุ้มครองผู้โชคร้ายคนอื่นๆ”ลู่เฉินไม่ได้ตอบคำถามของซือถูเจิ้น แต่กลับสบตาของซือถูเจิ้นแล้วถามกลับ
“ผมเป็นทหาร แน่นอนว่ามีหน้าที่ต้องปกป้องคุ้มครองประชาชนสิครับ นี่เป็นปัญหาที่ไม่ต้องใช้เวลาคิดทบทวนเลยด้วยซ้ำ ถึงแม้ในใจผมจะรู้สึกสิ้นหวัง แต่พวกเราที่ยังเหลืออยู่อย่างน้อยก็ยังมีเวลาใช้ชีวิตอยู่อีกสามเดือนไม่ใช่เหรอครับ ถ้าไม่ถึงจุดสิ้นสุด ทำไมพวกเราจะต้องยอมแพ้ด้วยล่ะ”ซือถูเจี้ยนนิ่งเงียบไปสักพัก ก่อนจะพูดออกมาอย่างฮึกเหิม
“ซือถู สมควรแล้วที่คุณเป็นที่เคารพของประชาชน ถ้าอย่างนั้น ตอนนี้ผมสามารถให้คำตอบคุณได้เลย ที่ผมเลือกที่จะทิ้งสิทธิ์ในการนั่งยานอวกาศเทียนกง มีอยู่หลายเหตุผลด้วยกัน
เหตุผลที่หนึ่ง คือพวกเขาให้ที่นั่งผมน้อยเกินไป และผมเองก็มีครอบครัวเพื่อนพ้องเยอะมากด้วย
เหตุผลที่สอง ยานอวกาศเทียนกงเป็นยานอวกาศที่สร้างขึ้นมาจากการร่วมมือของแต่ละประเทศทั่วโลก บรรดาผู้นำของแต่ละประเทศต่างก็ได้ที่นั่งบนนั้น การแย่งชิงอำนาจจะต้องรุนแรงมากแน่ๆ ไม่ช้าก็จะต้องมีปัญหา
เหตุผลที่สาม ทางบริษัทเทคโนโลยีอี้ฉีของผมก็กำลังจะสร้างยานอวกาศอยู่เหมือนกัน ภายในสามเดือนนี้คงจะสร้างเสร็จ อีกทั้งยานอวกาศของผมน่าจะรองรับคนได้ถึงหนึ่งแสนคน”ลู่เฉินพูด
ซือถูเจี้ยนเบิกตาโตด้วยความตะลึง ก่อนจะมีประกายตาความหวังเข้ามาแทนที่ความสิ้นหวังก่อนหน้านี้
“คุณ คุณลู่ คุณอยากให้ผมทำอะไรบ้างครับ”ในที่สุดซือถูเจี้ยนเข้าใจจุดประสงค์ที่ลู่เฉินเรียกเขามาแล้ว
แน่นอนว่าจะต้องมีภารกิจให้เขาไปทำ ในขณะเดียวกันเขาจะต้องไม่ทำให้เรื่องราวมันวุ่นวายด้วย
“ควบคุมกองกำลังของคุณให้อยู่ กลับไปแล้วให้บอกความจริงกับพวกเขาทั้งหมด ในขณะเดียวกันให้พวกเขารับครอบครัวมารวมตัวกันที่นี่ เริ่มตั้งแต่บ่ายวันพรุ่งนี้เป็นต้นไป ศุนย์กลางในการสร้างยานอวกาศ คงต้องยกหน้าที่ให้คุณเป็นคนคุ้มครองแล้วนะครับ”ลู่เฉินพูด
ซือถูเจี้ยนพยักหน้ารับอย่างแข็งขัน ก่อนจะหันหลังแล้วเดินออกไป
ลู่เฉินมองเวลา ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วกดโทรหาบิดาของเขา