พ่อจอมผยอง / คุณพ่อสายเปย์ - บทที่451 เซ่เว่ยเหาเองก็ถูกทอดทิ้ง
บทที่451 เซ่เว่ยเหาเองก็ถูกทอดทิ้ง
วันที่สิบห้า มิถุนายน วันนี้เป็นวันพิเศษ ในวันนี้ ลู่เฉินทำการพาสมาชิกทุกคนในครอบครัวเข้ามาพักอยู่ในศูนย์วิจัย และเขาบอกให้หวังเสวี่ยแจ้งกับตระกูลหวังที่แม่น้ำฉีแล้ว ให้พวกเขารีบออกเดินทางมาที่ศูนย์วิจัยต้องแต่เช้า
พอเวลาประมาณสิบสองโมง คนที่มีความเกี่ยวข้องกับเขา รวมไปถึงบรรดาญาติพี่น้อง และพนักงานของบริษัทพร้อมกับครอบครัวทุกคน นักฟุตบอลทีมซาเวนและทีมจงไห่ เขาก็ทำการเรียกมารวมตัวกันที่ศูนย์วิจัยทั้งหมด
ทุกคนต่างก็มีสีหน้างุนงงไม่เข้าใจ โดยเฉพาะตอนที่พวกเขาเดินทางมาถึงศูนย์วิจัย แล้วลู่เฉินให้พวกเขาพักอยู่ที่นี่ไปก่อน
เพราะถึงตอนนี้ มีแค่ไม่กี่คนที่รู้ว่าวันนี้จะเกิดอะไรขึ้น
และในเวลานี้เอง โทรศัพท์ของลู่เฉินก็มีสายเรียกเข้า คนที่โทรเข้ามาคือเซ่เว่ยเหา
ลู่เฉินชะงักไปเล็กน้อย ทำไมในเวลาแบบนี้เซ่เว่ยเหาถึงโทรมาหาเขา อีกฝ่ายถูกทอดทิ้งเหมือนกัน หรือว่าจะโทรมาลาเขากันแน่
ภายในใจเขาประหลาดใจมาก แต่เขาก็ยังกดรับสาย
“เสี่ยวลู่ ทางคุณเกิดเรื่องอะไรขึ้น ทำไมถึงได้ซื้อของมากักตุนเป็นจำนวนมาก แล้วยังเรียกพนักงานไปรวมตัวกันที่ศูนย์วิจัย เกิดเรื่องใหญ่อะไรขึ้นอย่างนั้นเหรอ”เซ่เว่ยเหาถามคำถามที่เขาสงสัยเป็นอย่างมากออกมา
การกระทำของบริษัทเทคโนโลยีอี้ฉีในช่วงหลายวันมานี้มันผิดปกติมาก จนถึงวันนี้ เขาจึงอดที่จะโทรมาถามไม่ได้
“คุณ ตอนนี้คุณอยู่ที่เมืองหลวงหรือว่าอยู่ที่ยวี่โจว”ลู่เฉินถามลองเชิง
“อยู่ที่ยวี่โจว มีอะไรหรือเปล่า” เซ่เว่ยเหาเอ่ยถาม
“ผมเข้าใจแล้ว ตอนนี้คุณรีบเดินทางมาที่ศูนย์วิจัยด่วน พาครอบครัวของคุณรวมถึงคนที่คุณไว้วางใจมากที่สุดมาด้วย สถานการณ์เปลี่ยนแปลง รีบมาด่วน มาถึงแล้วผมจะบอกคุณว่าเกิดอะไรขึ้น”ลู่เฉินพูด
“เสี่ยวลู่ เกิดอะไรขึ้นกันแน่”เซ่เว่ยเหาถามอย่างร้อนใจ คำพูดของลู่เฉินทำให้เขารู้สึกหวั่นใจแปลกๆ
ลู่เฉินรู้ว่าถ้าหากเขาบอกข่าวเขาไป ด้วยฐานะของเขา คงไม่ยอมมาที่ศูนย์วิจัยแน่ๆ
เขากับเซ่เว่ยเหาคอยช่วยเหลือกันมาตลอด ในหลายปีมานี้สร้างปาฏิหาริย์ไม่หยุด ทั้งสองคนเป็นทั้งผู้ร่วมธุรกิจและเป็นเพื่อนกันด้วย ในเมื่อเขาถูกทอดทิ้ง ลู่เฉินจะต้องพาเขาไปด้วยอย่างแน่นอน
“ในช่วงบ่ายของวันนี้บรรดาผู้นำของแต่ละประเทศจะทำการพาความหวังสุดท้ายของมนุษยชาติเดินทางออกไปจากโลก ช้าที่สุดคือพรุ่งนี้ โลกจะเข้าสู่สถานการณ์วุ่นวายไร้กฎเกณฑ์ ยังต้องให้ผมพูดเรื่องอื่นอีกไหม”ลู่เฉินตอบกลับเสียงเรียบนิ่ง
เซ่เว่ยเหาชะงักงัน มือที่จับโทรศัพท์อยู่อ่อนแรงจนเกือบทำโทรศัพท์ตกลงบนพื้น
นี่เขาถูกทอดทิ้งอย่างนั้นเหรอ
แต่สิ่งที่ทำให้เขารู้สึกตลกมากที่สุดคือ เขามีบรรดาเพื่อนพ้องมากมายที่อยู่ที่เมืองหลวง แต่สุดท้ายคนที่บอกความจริงกับเขากลับเป็นลู่เฉินที่เขาเพิ่งรู้จักแค่ไม่กี่ปี
ภายในแววตาของเซ่เว่ยเหาเต็มไปด้วยความโกรธ แต่ไม่นานก็กลับมานิ่งสงบเหมือนเดิม
เขาเองก็เข้าใจว่าทำไมบรรดาผู้นำถึงได้คิดที่จะทอดทิ้งเขา
เพราะสถานการณ์แบบนี้ เขาที่ไม่ได้เป็นข้าราชการ พรสวรรค์ก็เทียบกับคนอื่นไม่ได้ เขาสามารถมั่นใจได้เลย ว่าบรรดาผู้นำของแต่ละประเทศ คงยอมที่จะพาคนที่มีความสามารถไปด้วย ดีกว่าจะพานักการเมืองคนหนึ่งไปด้วย
หลังจากกดวางสายจากเซ่เว่ยเหา ลู่เฉินก็นึกขึ้นมาได้ แม้แต่เซ่เว่ยเหายังทอดทิ้ง แล้วผู้บัญชาการอวู๋กวางเจิ้งล่ะ
เขาเองก็คงถูกทอดทิ้งด้วยเช่นกันล่ะมั้ง
ลู่เฉินคิดว่ามีความเป็นไปได้มาก นอกจากว่าเขาจะมีเส้นสายที่ใหญ่มาก ไม่อย่างนั้นโอกาสที่เขาจะถูกทอดทิ้งมีถึงหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์
“เรียกซือถูเจี้ยนมาหาฉันที”ลู่เฉินหันไปสั่งเสี่ยวจิง
เสี่ยวจิงพยักหน้ารับ ก่อนจะกดโทรหาซือถูเจี้ยน
ซือถูเจี้ยนยังไม่มีระบบโฮโลแกรม จึงเปิดวิดีโอคอลไม่ได้
สิบกว่านาทีต่อมา ซือถูเจี้ยนก็เดินทางมาถึงศูนย์วิจัยอย่างเร่งรีบ
“หาวิธีติดต่ออวู๋กวางเจิ้งให้ได้”ลู่เฉินพูด
ซือถูเจี้ยนพยักหน้ารับ ก่อนจะเข้าใจจุดประสงค์ของลู่เฉินทั้นที
ทหารในปกครองของอวู๋กวางเจิ้งมีประมาณสองหมื่นนาย ถ้าหากเขาถูกทอดทิ้ง งั้นคนที่อยู่เบื้องหลังสถานการณ์วุ่นวายที่จะเกิดขึ้นมีโอกาสที่จะเป็นเขาได้
อวู๋กวางเจิ้งเคยเป็นหัวหน้าของซือถูเจี้ยน เขาจึงมีเบอร์ติดต่อกับอีกฝ่ายอยู่ หลังจากที่ซือถูเจี้ยนกดโทรหาอวู๋กวางเจิ้ง ลู่เฉินก็รับโทรศัพท์จากเขาไป
“ผู้บัญชาการทหารอวู๋ ผมเองนะครับ ลู่เฉิน”ลู่เฉินเอ่ยทักทายก่อน
“ประธานลู่เองเหรอครับ คิดยังไงถึงได้โทรมาหาผมครับเนี่ย”อวู๋กวางเจิ้งประหลาดใจเล็กน้อย
“ผู้บัญชาการทหารอวู๋ สถานการณ์วิกฤต ถ้าหากคุณเชื่อใจผม คุณรีบเดินทางมาที่ศูนย์วิจัยของผมก่อนเถอะครับ ผมมีเรื่องสำคัญจะปรึกษากับคุณ”ลู่เฉินเอ่ยพูด
“ตอนนี้เลยเหรอครับ”อวู๋กวางเจิ้งตะลึง น้ำเสียงของลู่เฉินทำให้เขารู้สึกถึงลางสังหรณ์ที่ไม่ดี
“ใช่ครับ ตอนนี้เลย ไม่ต้องขับรถนะครับ นั่งเฮลิคอปเตอร์”ลู่เฉินพูดเสียงหนักแน่น
ระยะห่างจากกรมทหารมาถึงศูนย์วิจัยต้องใช้เวลาเดินทางกว่าครึ่งชั่วโมง ถ้าใช้เฮลิคอปเตอร์ แค่เจ็ดแปดนาทีก็เพียงพอแล้ว
“ประธานลู่ครับ เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ครับ” อวู๋กวางเจิ้งประหลาดใจเป็นอย่างมาก
“คุณมาถึงแล้วจะรู้เองครับ เซ่ซูเจี๋ยเองก็ใกล้จะมาถึงแล้วเหมือนกัน”ลู่เฉินไม่ได้บอกเรื่องราวให้อวู๋กวางเจิ้งได้รู้ผ่านโทรศัพท์ เพราะเขากลัวว่าอวู๋กวางเจิ้งจะเสียการควบคุม จะเกิดเรื่องใหญ่
“ก็ได้ งั้นผมจะไปหาคุณตอนนี้เลย”อวู๋กวางเจิ้งเองก็ไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น แต่เขาก็ยังเตรียมจะโทรหาเซ่เว่ยเหาดูเหมือนกัน”
เขาค้นเบอร์ของเซ่เว่ยเหาออกมา แล้วกดโทรออก แต่อีกฝ่ายติดสายคนอื่นอยู่
เขาขมวดคิ้วแน่น หรือว่าจะให้ลูกน้องส่งเฮลิคอปเตอร์ไปรับอีกฝ่ายมาที่นี่ แล้วเดินทางไปที่ศูนย์วิจัยพร้อมกันดี
ลู่เฉินพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดแบบนั้น เขารู้สึกว่าจะต้องมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้นแน่ๆ แบะอาจจะลุกลามบานปลายขึ้นเรื่อยๆด้วย
หลายนาทีผ่านไป อวู๋กวางเจิ้งนั่งเฮลิคอปเตอร์ที่มีอาวุธครบครันมาถึงที่ศูนย์วิจัย เขาเพิ่งเดอนลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ โทรศัพท์ของเขาก็มีสายเรียกเข้าดังขึ้นมา เป็นเซ่เว่ยเหาโทรเข้ามา
“เซ่ ตอนนี้นายอยู่ที่ศูนย์วิจัยหรือเปล่า” อวู๋กวางเจิ้งเอ่ยถาม
เซ่เว่ยเหารู้ว่าคงเป็นลู่เฉินติดต่อไปหาอวู๋กวางเจิ้ง เขาจึงตอบกลับ “ฉันกำลังเดินทางไป นายไปถึงแล้วเหรอ”
“อืม จริงสิ นายรู้ไหมว่าลู่เฉินโทรเรียกพวกเรามาเพราะเรื่องอะไร”อวู๋กวางเจิ้งเอ่ยถาม
“เขายังไม่ได้บอกนายเหรอ”เซ่เว่ยเหาถามกลับ
“อืม ช่างเถอะ เขามาแล้ว เดี๋ยวฉันถามเขาเองเลยดีกว่า”อวู๋กวางเจิ้งพูดก่อนจะกดวางสายไป พอเห็นลู่เฉินยืนรอเขาอยู่ด้านหน้า อวู๋กวางเจิ้งจึงเดินตรงเข้าไปหาลู่เฉินทันที
“ประธานลู่…”
อวู๋กวางเจิ้งที่เพิ่งเอ่ยทักทายลู่เฉิน เขาก็เห็นว่าแหวนที่นิ้วมือของลู่เฉินกำลังส่องแสงแปลกประหลาดออกมา
ลู่เฉินพยักหน้าทักทาย ก่อนจะกดเปิดหน้าจอโฮโลแกรม ต่อมาหน้าจอก็ปรากฏออกมา ภาพในหน้าจอ มีติงต้าเฉิงปรากฏขึ้นมา
“ประธานลู่ครับ คุณรีบมาที่ห้องควบคุมกล้องวงจรปิดหน่อยครับ พวกเขากำลังจะบินขึ้นสู่ท้องฟ้าแล้ว” ติงต้าเฉิงเอ่ยพูด
“ได้”ลู่เฉินพยักหน้าตอบรับ ก่อนจะแตะไปที่แหวนเบาๆ ภาพโฮโลแกรมก็หายไป
อวู๋กวางเจิ้งเห็นความแปลกประหลาดตรงหน้า ในใจเริ่มรู้สึกตกใจกับเทคโนโลยีของลู่เฉิน
เทคโนโลยีภาพโฮโลแกรมยังไม่ได้ปล่อยออกสู่สายตาสาธารณชน ใช้แค่ในบริษัท คนที่เห็นครั้งแรกก็ต้องตกใจเป็นธรรมดา
“ผู้บัญชาการทหารอวู๋ ไปกันเถอะครับ ผมจะพาคุณเดินดู แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมผมถึงให้คุณมาที่นี่”ลู่เฉินพยักหน้าให้อวู๋กวางเจิ้ง ก่อนจะเดินนำทางไปที่ห้องควบคุมกล้องวงจรปิด