พ่อจอมผยอง / คุณพ่อสายเปย์ - บทที่456 คือความหวัง หรือว่าวินาศกรรม
บทที่456 คือความหวัง หรือว่าวินาศกรรม
บรรดาผู้โชคดีที่อยู่ในบริษัทเทคโนโลยีอี้ฉีค่อยๆเดินไปตามทางที่ทหารบอกพวกเขา ยานอวกาศซี-หวั้งจะขึ้นสู่อวกาศในวันพรุ่งนี้ คืนนี้ทุกคนจะพักผ่อนกันภายในยานอวกาศเลย
ครึ่งชัวโมงหลังจากนั้น พวกเขาก็เดินทางมาถึงจุดหมาย
ทันใดนั้นเอง ทุกคนต่างก็พากันตกตะลึง และมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาอึ้งทึ่ง ตรงหน้าของพวกเขา นี่เป็นลานใต้ดินขนาดกว้างใหญ่ ทุกคนต่างมองไปไกลสุดตา เหมือนว่าที่แห่งนี้มีขนาดใหญ่เท่ากับโลกเลยก็ว่าได้
ในลานขนาดกว้างแห่งนี้ มียานอวกาศที่มีขนาดใหญ่เท่าๆกันจอดอยู่ ตรงหน้าของทุกคนในตอนนี้คือตำแหน่งประตูทางเข้ายาน มีขนาดสูงว่าลานกว้างประมาณหนึ่งถึงสองเมตร ตรงหน้าของพวกเขามีทั้งบันไดกับลิฟท์
นี่คือยานอวกาศที่บริษัทเทคโนโลยีอี้ฉีสร้างขึ้นมาในช่วงสองปีที่ผ่านมาด้วยแผนเอสเอสเอส มีชื่อเรียกว่ายานอวกาศซี-หวั้ง
แต่เมื่อมองลงไปที่ความสูงดังกล่าว พวกเขาแทบมองไม่เห็นขอบเขตของยานอวกาศซี-หวั้งเลย จากที่มองยานอวกาศมีความยาวอย่างน้อยหนึ่งหมื่นเมตรหรืออาจหลายหมื่นเมตรซึ่งใหญ่กว่าเครื่องบินไม่รู้กี่เท่า กล่าวได้ว่าเป็นยานอวกาศที่มีขนาดเท่ากับตัวเมือง
ยานอวกาศมีความสูงอย่างน้อยก็มากกว่าหนึ่งถึงสองร้อยเมตร เพราะจากที่พวกเขาดูด้วยตาเปล่า ความสูงของยานลำนี้น่าจะสูงกว่าที่พวกเขาคาดเดาไว้ หรือจะพูดได้ว่า มันน่าจะสูงกว่ายานลำไหน
ยานอวกาศลำใหญ่ขนาดนี้ บริษัทเทคโนโลยีอี้ฉีกลับใช้เวลาในช่วงสั้นๆสร้างมันขึ้นมาได้ นี่มันเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ
มันเป็นปาฏิหาริย์ของมนุษยชาติอย่างแท้จริง
บริษัทเทคโนโลยีอี้ฉีได้ปล่อยคลิปตอนที่ยานอวกาศเทียนกงพุ่งทยานขึ้นสู่งท้องฟ้าออกไป ดังนั้นทุกคนต่างก็ได้เห็นรูปร่างของยานอวกาศเทียนกงอย่างชัดเจน ถ้าเทียบกับยานอวกาศซี-หวั้งของบริษัทเทคโนโลยีอี้ฉีแล้ว เห็นได้ชัดว่ามันมีขนาดเล็กกว่าเป็นสองเท่า
ช่วงก่อนหน้านี้ลู่เฉินใช้แอนติบอดีในซีรัมไวรัสDกับวิธีการเพาะเลี้ยงเมล็ดโพธิ์แลกเปลี่ยนกับวัตถุดิบหายากที่มีราคาหลายหมื่นล้าน ก็เพื่อจะนำมาสร้างยานอวกาศลำนี้
ในความเป็นจริงแล้วยานอวกาศซี-หวั้งมีความยาวแค่ห้าพันเมตร กว้างหนึ่งพันเมตร สูงสองร้อยเมตร รูปร่างเหมือนยางรัดผม
จะให้ทำยังไงได้ ด้วยเทคโนโลยีในสมัยนี้ นี่เป็นความสามารถขั้นสูงสุดของบริษัทเทคโนโลยีอี้ฉีที่จะสร้างขึ้นมาได้แล้ว ไม่มีทางที่จะสร้างยานอวกาศเหมือนในภาพยนตร์ออกมาได้
แต่ยานอวกาศซี-หวั้งก็เป็นผลงานชิ้นเอกที่บริษัทเทคโนโลยีอี้ฉีทุ่มเทอย่างหนักในช่วงหลายปีนี้
หลายปีก่อนลู่เฉินพยายามตามหาบรรดาแร่ธาตุ แล้วยังมีพวกวัตถุดิบหายาก ในที่สุดก็สามารถสร้างยานอวกาศซี-หวั้งขึ้นมาได้
ยานลำใหญ่ขนาดนี้จะบินขึ้นได้ยังไงกัน
ในช่วงออกแบบ พวกเขาใช้พลังงานนิวเคลียร์ในการเดินเครื่อง ตอนบินขึ้นไป พวกเขาจำเป็นต้องเตรียมพลังงานนิวเคลียร์จำนวนมากในการจุดไฟ
แต่หนึ่งเดือนก่อนหน้านี้ ลู่เฉินได้ถอดรหัสพลังงานแรงโน้มถ่วงออกมาได้ สุดท้ายลู่เฉินก็เปลี่ยนความคิด โดยหันไปใช้ระบบพลังงานแรงโน้มถ่วงในการเคลื่อนตัวออกจากพื้นผิวโลก
ถึงตอนนั้นแค่ต้องจุดไฟหลายสิบเครื่องก็ได้แล้ว ประหยัดพลังงานไปได้เยอะมาก
ยานอวกาศซี-หวั้งแบ่งออกเป็นห้าชั้น ทุกชั้นจะมีความสูงอยู่ที่สี่สิบเมตร ล้วนแต่ใช้ระบบจำลองแรงโน้มถ่วงระบบจำลองสภาพแวดล้อมและระบบหมุนเวียนอากาศ
ในการเดินเครื่องสามระบบนี้ คนที่อยู่ในยานอวกาศ ก็จะรู้สึกเหมือนตอนที่อยู่ในพื้นโลก ไม่รู้สึกถึงความผิดปกติมากเกินไป
ในชั้นแรกเป็นชั้นที่ใช้เก็บวัตถุดิบและทรัพยากรทั้งหมด ส่วนคนจะอาศัยอยู่ตั้งแต่ชั้นสองถึงชั้นสี่
แน่นอนว่าในปัจจุบันนอกจากทหารและครอบครัวตลอดจนสมาชิกอาวุโสของบริษัทและครอบครัวแล้ว ทุกคนยังอาศัยอยู่บนชั้นสอง เต็นท์จำนวนนับไม่ถ้วนถูกแบ่งจ่ายให้กับทุกคน เพื่อใช้เป็นที่อาศัยแชั่วคราว เนื่องจากเรื่องเวลาที่มีจำนวนจำกัด ที่พักที่สร้างเสร็จจึงมีเพียงพอแค่รองรับเฉพาะทหารในอาคารสูงและทหารเท่านั้น หลังจากเคลื่อนออกจากพื้นโลกแล้วถึงจะสร้างที่พักเพิ่มเติมที่ชั้นสองได้
ในขณะที่บรรดาผู้โชคดีกำลังเดินขึ้นไปในยานอวกาศ ด้านนอกบริษัท ก็เริ่มเกิดการจลาจลขึ้นมา
เพราะทุกคนต่างก็รับรู้ได้ถึงการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ พวกเขาสงสัยว่าบริษัทเทคโนโลยีอี้ฉีกำลังจะทอดทิ้งพวกเขาไปแล้ว
“ทุกท่าน ทุกท่าน พวกเราต้องฮึดสู้ บริษัทเทคโนโลยีอี้ฉีจะทิ้งพวกเราไปแล้ว พวกเราจะมามัวยืนเฉยอยู่ไม่ได้แล้ว”
“ตอนนี้ปริมาณออกซิเจนในอากาศมีน้อยลงเรื่อยๆ พวกเรามีชีวิตได้อีกไม่นานแล้ว”
“บริษัทเทคโนโลยีอี้ฉีเป็นความหวังสุดท้ายของพวกเรา พวกเราเคารพวกเขาว่าเป็นผู้กอบกู้โลก พวกเราคิดว่าลู่เฉินเป็นวีรบุรุษ แต่ผู้กอบกู้โลก เขากลับคิดจะทอดทิ้งพวกเราไป”
“เพื่อความอยู่รอด เพื่อชีวิต พวกเราลุย คนที่สามารถพุ่งเข้าไปในยานอวกาศได้ถูกว่าเป็นผู้ชนะ”
“ทุกคนลุยเลย”
ตรงหน้ากลุ่มคน จางเต้าเหรินยืนถืออุปการณ์ขยายเสียง และกำลังยืนอยู่ในกลุ่มคน เพื่อเตรียมจะบุกเข้ามาในบริษัม
แต่ในขณะนั้นเอง ประตูใหญ่บริษัทเทคโนโลยีอี้ฉีก็ถูกเปิดออก มีรถที่ติดลำโพงขับออกมา บนรถคือ ลู่เฉิน ทำให้บรรดาผู้คนที่กำลังเดือดดาลนิ่งเงียบ แม้แต่จางเต้าเหรินและคนอื่นๆเองก็ตกใจ
“ประชาชนเพื่อนร่วมโลกทุกท่าน ต้องขอโทษด้วยที่ออกมาพบทุกคนช้าแบบนี้”
ตรงหน้าลู่เฉินติดตั้งลำโพงไว้ห้าเครื่อง ทำให้เสียงพูดของเขาถูกส่องออกไป ให้ประชาชนหนึ่งล้านคนได้ยินกันถ้วนหน้า
“ตามที่พวกคุณได้ข่าวมา ผมกำลังสร้างยานอวกาศอยู่จริงๆ ผมตั้งชื่อมันว่ายานอวกาศซี-หวั้ง เพราะมันจะออกเดินทางไปพร้อมกับความหวังของมนุษย์ เพื่อพาเราไปหาที่อยู่ใหม่”
“แต่ผมเสียใจที่ต้องบอกพวกคุณว่า ยานอวกาศไม่สามารถจุคนจำนวนมากได้ และผมไม่สามารถพาทุกคนไปได้ ยิ่งไปกว่านั้น แม้ว่าเราจะบินขึ้นไปบนอวกาศ แต่เราก็ไม่รู้ว่าเราจะมีชีวิตอยู่ได้นานแค่ไหน เพราะพลังงานนิวเคลียร์บนโลกส่วนใหญ่อยู่ในมือของผู้นำประเทศ พวกเขานำพลังงานนิวเคลียร์ทั้งหมดไปด้วยเมื่อเดือนที่แล้ว และเหลือทิ้งไว้น้อยมาก ผมไม่แน่ใจว่ายานจะบินออกจากระบบสุริยะได้หรือไม่ แม้ว่ามันจะบินออกจากระบบสุริยะได้ ผมไม่รู้ว่าจุดมุ่งหมายในอนาคตจะอยู่ที่ไหน “
“ดังนั้น พวกคุณจะได้ขึ้นยานหรือไม่ บางทีผลลัพธ์อาจจะไม่แตกต่างกัน”
“ไม่แน่ว่าตอนจบอาจแตกต่างกันออกไป เพราะผมทิ้งชุดเทคโนโลยีทั้งหมดที่เราได้พัฒนามาจนถึงตอนนี้ไว้ในบริษัทและผมยังสร้างระบบหมุนเวียนอากาศให้พวกคุณทั้งหมด ผมหวังว่าพวกคุณจะสามารถสร้างยานอวกาศลำใหม่ขึ้นมาได้โดยเร็วที่สุด และยานอวกาศนั้นสามารถบินออกจากระบบสุริยะ เพื่อออกค้นหาดาวเคระห์ที่เหมาะสมสำหรับการใช้ชีวิตสำหรับมนุษย์เรา”
“ดังนั้น บางทีหลังจากที่พวกคุณครอบครองบริษัทเทคโนโลยีอี้ฉีได้ พวกคุณอาจจะกลายเป็นผู้กอบกู้โลกคนต่อไป ส่วนพวกผม อาจจะกลายเป็นผู้บุกเบิกดาวดวงใหม่ที่เหมาะสมสำหรับให้มนุษย์อาศัยก็อาจจะเป็นได้”
“ตอนนี้ ขอแค่พวกคุณอยู่ในความสงบ จนถึงพรุ่งนี้เช้าค่อยเข้ามาในบริษัทอีกครั้ง ผมรับรองว่าหลังจากที่ยานอวกาศซี-หวั้งเคลื่อนตัวออกจากพื้นผิวโลก ของที่เหลือไว้ให้พวกคุณทุกอย่างในบริษัท รับรองว่าในบริษัทจะไม่มีสถานการณ์ขาดแคลนออกซิเจนแน่นอน”
แต่ตอนนี้ ถ้าหากพวกคุณขัดขืนคำพูดของผม ผมจะระเบิดทำลายบริษัททิ้ง รวมถึงระเบิดพวกคุณทั้งหนึ่งล้านกว่าคนด้วย”
หลังจากลู่เฉินพูดจบ หลินตงก็เลี้ยวรถแล้วขับจากไป
เหลือไว้ก็แต่ประชาชนที่ยืนซุบซิบกันอยู่
แต่ลู่เฉินจะให้ความหวังในการมีชีวิตอยู่ให้พวกเขา ดังนั้นลู่เฉินเชื่อว่าพวกเขาจะเลือกตัวเลือกที่สอง”
วันต่อมา ตอนตีห้าครึ่ง ทั้งหนึ่งแสนหนึ่งหมื่นคนก็ขึ้นไปบนยานอวกาศเป็นที่เรียบร้อย
เดิมทีจำนวนคนที่วางไว้คือหนึ่งแสนคน แต่สุดท้ายก็เพิ่มนักศิลปะการต่อสู้อีกหลายพันคนเข้าไปด้วย
และสิ่งที่ทำให้พวกเขาโล่งอก คือบรรดาประชาชนที่ยืนรออยู่ด้านนอกต่างก็เชื่อในคำพูดของลู่เฉิน
เพราะลู่เฉินเป็นที่นับถือของประชาชนเป็นอย่างมาก พวกจางเต้าเหรินและคนอื่นที่อยู่ฝั่งต่อต้านพยายามปลุกระดมทุกคนให้บุกเข้าไปแต่กลับถูกทุบตีจนตาย
ลู่เฉินนั่งอยู่ในตำแหน่งกัปตันนักบิน โดยด้านข้างของเขามีพวกซู๋จิงคอยคุ้มครอง
ส่วนตู้เฟย เซียวจ้าน และนักวิจัยคนอื่นๆ ล้วนนั่งอยู่ในตำแหน่งของตัวเอง รอลู่เฉินออกคำสั่งการ
“ผมขอสั่ง ให้เริ่มเดินเครื่องได้ ยานอวกาศซี-หวั้ง ออกเดินทางได้”
“กัปตันออกคำสั่ง เริ่มเดินเครื่อง เตรียมออกเดินทางได้”
“สิบ เก้า.แปด…สาม สอง หนึ่ง”
เมื่อวินาทีสุดท้ายผ่านไป เครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ฟิวชันทั้งสิบเครื่องในฐานทั้งหมดก็ผลิตพลังงานออกมาพร้อม ๆ กัน หลังจากตัวยานสั่นเล็กน้อย ยานอวกาศทั้งลำก็ค่อยๆลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างช้าๆ
สำหรับบุคลากรทั้งหมดในยาน แม้ว่าพวกเขาจะมองไม่เห็นภายนอกยาน แต่ตอนที่เกิดการสั่นสะเทือน พวกเขาก็กลั้นหายใจ พวกเขารู้ว่าถึงเวลาที่ตัดสินชีวิตของพวกเขามาถึงแล้ว
และผู้คนหลายล้านคนที่อยู่นอกบริษัทก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยแรงสั่นสะเทือนเช่นแผ่นดินไหว ทุกคนลุกขึ้นและมองเข้าไปในด้านในบริษัทเทคโนโลยีอี้ฉี
พวกเขาอยากจะรีบเข้าไปในบริษัทเทคโนโลยีอี้ฉีตอนนี้เลย แต่เมื่อนึกถึงคำพูดของลู่เฉินเมื่อคืนนี้ ทุกคนจึงเลือกที่จะรอดูไปก่อน
หากท้ายที่สุดสิ่งที่นำมาสู่คือการสิ้นสุด ตอนนี้พวกเขาพุ่งเข้าไปก็ไม่ช่วยอะไรให้ดีขึ้นมา
พวกเขาหวังเพียงว่าลู่เฉินจะยังคงเป็นวีรบุรุษคนสุดท้ายที่พวกเขาไว้วางใจได้
ภายในยานอวกาศซี-หวั้ง ลู่เฉินและคนอื่น ๆ กำลังยืนมองยานอวกาศกำลังเคลื่อนบินขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีระบบต่อต้านแรงโน้มถ่วง ยานอวกาศจึงไม่สนใจแรงโน้มถ่วงของโลกและลอยขึ้นไปและสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนห่างไปหลายพันเมตร หลายหมื่นเมตร.. ยานอวกาศทั้งลำได้ลอยขึ้นจากชั้นบรรยากาศของโลก และยังคงลอยออกไปด้านนอก แต่ความเร็วของมันเริ่มลดช้าลง
เมื่อยานอวกาศออกตัวและบินไปไกลขึ้นเรื่อย ๆ กลุ่มผู้คนหลายล้านคนมองดูที่ค่อยๆเคลื่อนออกไป ด้วยสีหน้าสิ้นหวัง
ในยานอวกาศ เนื่องจากคำสั่งของลู่เฉินให้เปิดสถานที่หลายแห่งที่สามารถมองเห็นดวงดาวภายนอกได้ หลายคนจึงผลัดกันยืนอยู่ข้างหน้าต่างและมองดูดาวเคราะห์สีน้ำเงินที่เล็กลงเรื่อยๆ
แล้วน้ำตาก็ไหลออกมาอย่างเงียบ ๆ
หลินอี้จุน หลินอี้เจีย เฉินจือหราน ลี่ชิงเฉิง หลันหลิง สวี่ซูถิง เฉินจิง หวังเหวย ถังต้าหลงและผู้บริหารระดับสูงคนอื่น ๆ ของกลุ่ม บริษัท ในขณะนี้พวกเขาทั้งหมดกำลังน้ำตาไหล
การจากลาถือเป็นการเริ่มต้นใหม่
แต่หลังจากเข้าสู่จักรวาลอันกว้างใหญ่ ไม่มีใครรู้ว่ามันเป็นการเริ่มต้นใหม่หรือจะต้องมาเสียชีวิตอยู่ในท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวภายในจักรวาลที่กำลังหลับใหลอย่างโดดเดี่ยว
“ล่าก่อน บ้านเกิดเมืองนอน!”
“ลาก่อนภูเขาแม่น้ำและโลกที่ให้กำเนิดฉัน!”
“ สักวันหนึ่งลู่เฉินจะนำพามวลมนุษย์ไปพบสถานที่ที่อบอุ่นเหมือนโลกได่อย่างแน่นอน”
“สร้างโลกใหม่ให้กับมนุษย์!”
“สืบทอดความหวังใหม่ของมนุษยชาติ!”
ดวงตาของลู่เฉินปิดลง เมื่อมองดูสีน้ำเงินค่อยๆหายไปในสายตาของเขา สุดท้ายเขาก็นั่งตัวตรงและออกคำสั่งต่อไป
“สตาร์ทเครื่องยนต์นิวเคลียร์ฟิวชันทั้งหมดออกจากโลกด้วยความเร็วสูงสุด เป้าหมายต่อไปคือ ดาวอังคาร!”
“กัปตันสั่งให้สตาร์ทเครื่องยนต์นิวเคลียร์ฟิวชันทั้งหมด และบินไปดาวอังคารด้วยความเร็วสูงสุด!”