พ่อจอมผยอง / คุณพ่อสายเปย์ - บทที่ 455 สองพี่น้องตระกูลโจว
บทที่455 สองพี่น้องตระกูลโจว
คนที่เป็นหัวหน้าเป็นชายหนุ่มส่วนสูงประมาณหนึ่งร้อยแปดสิบห้าเซนติเมตร เขาตะโกนพูดอย่างได้ใจ ก่อนจะยกปืนขึ้นมาเตรียมจะยิงโจวเฉินเฉินที่กำลังจะวิ่งหนีไป
โจวเฉินเฉินได้ยินเสียงปืน จึงหยุดนิ่งไปพร้อมกับโจวเจินเฟ่ย
ทั้งสองคนต่างกลัวรู้สึกกลัวมาก
พอเห็นพวกคนร้ายเดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เห็นแววตาที่บ้าคลั่งของพวกเขา ขาของทั้งสองพี่น้องก็สั่นเทา
“เฮ้ยพวกมึง ฆ่าไอ้ผู้ชายนั่นก่อน แล้วเอามันไปเผาไฟ” คนที่เป็นหัวหน้ากลุ่มพูด ก่อนจะหัวเราะอย่างสะใจ
หลังจากนั้นปืนในมือของเขาก็เล็งไปทางโจวเจินเฟ่ย
โจวเจินเฟ่ยชะงักงัน เตรียมจะยอมแพ้
แววตาของโจวเฉินเฉินเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
เธอเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้า ในใจวาดหวัง ให้มีวีรบุรุษเข้ามาช่วยพวกเธอจากอันตรายในครั้งนี้
แต่เธอกลับต้องรู้สึกผิดหวัง
ทันใดนั้นเอง ด้านหลังของเธอมีเสียงยิงปืนดังขึ้นมากะทันหัน เธอเห็นแค่ว่าผู้ชายหลายสิบคนที่ยืนล้อมพวกเธอไว้ต่างก็ล้มลงไปบนพื้น
ทั้งสองต่างก็ตกใจ พอหันกลับไปมอง ก็เห็นว่าเป็นสาวสวยคนหนึ่งที่ใส่ชุดเกราะน่าเกรงขามกำลังยืนมองมาทางพวกเธอ
ด้านหลังของผู้หญิงคนนั้น ยังมีชายหนุ่มที่ใส่ชุดเกราะเหมือนกันยืนอยู่หลายคน
“พี่คะ พี่รู้สึกคุ้นหน้าไหมคะ ผู้หญิงคนนั้นหน้าคุ้นมากๆเลยค่ะ เหมือนเคยเจอที่ไหนมาก่อน”โจวเฉินเฉินเอ่ยพูด
“เธอคือหลันหลิง ผู้หญิงที่สวยเป็นอันดับหนึ่งของจงหยวน พี่จำเธอได้”โจวเจินเฟ่ยเอ่ยพูด
ในตอนนั้นเขาเองก็เคยคิดจะจีบหลันหลิง แต่น่าเสียดายที่หลันหลิงไม่สนใจเขาเลยแม้แต่น้อย
““อ่อ ที่แท้ก็เธอนี่เอง มิน่าล่ะหนูถึงรู้สึกคุ้นหน้าเธอมาก”
โจวเฉินเฉินพยักหน้าเข้าใจ ก่อนจะโค้งตัวลงเพื่อขอบคุณหลันหลิงที่ช่วยชีวิตพวกเธอไว้
แต่น่าเสียดายที่ตอนเธอเงยหน้าขึ้นมา ก็เห็นว่าหลันหลิงเดินจากไปพร้อมลูกน้องแล้ว
“หลันหลิง ฉันชื่อโจวเฉินเฉิน ได้โปรดช่วยพวกเราด้วยเถอะ” โจวเฉินเฉินรีบตะโกนขอความช่วยเหลือออกมาอย่างร้อนใจ
หลันหลิงชะงัก เธอไม่ปรากฏตัวในจงหยวนมาหลายปีแล้ว คิดไม่ถึงว่ายังมีคนจำเธอได้อีก
เธอหันหน้ากลับมา แล้วมองไปทางโจวเฉินเฉิน ก่อนจะค่อยๆนึกขึ้นได้ที่แท้ก็คนของตระกูลโจวนี่เอง สมัยก่อนเคยมีคนเอาเธอกับโจวเฉินเฉินมาเปรียบเทียบกัน แล้วบอกว่าพวกเธอสองคนเป็นสาวงามแห่งจงหยวนอยู่เลย
แต่เธอไม่เคยได้คุยกับโจวเฉินเฉินเลยสักครั้ง
เธอจ้องมองไปทางโจวเฉินเฉิน โจวเฉินเฉินอยู่ในสภาพสะบักสะบอม จนเธอแทบจะจำไม่ได้
พอเห็นว่าหลันหลิงหยุดเดิน โจวเฉินเฉินกับโจวเจินเฟ่ยก็รีบวิ่งเข้าไปหา
“เมื่อตะกี้ขอบคุณมากเลยค่ะ” โจวเฉินเฉินกล่าวขอบคุณ
“ไม่ต้อง” หลันหลิงส่ายหน้า ในที่สุดเธอก็นึกขึ้นได้ว่าทั้งสองคนคือโจวเฉินเฉินกับโจวเจินเฟ่ย
“คุณ พวกคุณจะไปไหนคะ จะไปที่ยวี่โจวหรือเปล่า”โจวเฉินเฉินถามขึ้นมากะทันหัน
หลันหลิงและพรรคพวกไม่ได้มีแค่ปืน แต่ยังใส่ชุดเกราะด้วย แค่มองก็รู้ว่าเป็นกลุ่มที่เก่งกาจมาก ถ้าหากเดินทางไปพร้อมกับหลันหลิงได้ โจวเฉินเฉินคิดว่าเธอมีโอกาสที่จะเดินทางไปถึงยวี่โจว
“ใช่ พวกคุณอยากจะไปลุ้นดวงที่ยวี่โจวอย่างนั้นเหรอ”หลันหลิงมองหน้าโจวเฉินเฉินแล้วพูด
“อืม อย่างน้อยนั่นก็เป็นความหวังสุดท้ายที่จะทำให้พวกเรามีชีวิตอยู่ต่อไปได้” โจวเฉินเฉินพยักหน้าอย่างแรง
“ใช่แล้ว ตอนนี้ลู่เฉินคือความหวังสุดท้ายของมนุษยชาติ มีคนจำนวนมากที่หวังว่าเขาจะช่วยกอบกู้โลกอีกครั้ง”หลันหลิงเอ่ยพูด
“อืม เขาก็คือผู้กอบกู้โลก เขาจะต้องช่วยพวกเราได้แน่ๆ ฉันเชื่อว่าเขาจะต้องไม่อยู่เฉยมองพวกเราตายไปต่อหน้าต่อตาแน่ๆ”โจวเฉินเฉินเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“เธอคิดว่าเขาเป็นคนใจอ่อนอย่างนั้นเหรอ” หลันหลิงย่นคิ้ว แล้วเอ่ยถาม
“อืม ฉันเชื่อว่าพวกเขาจะไม่ยืนมองมนุษยชาติสูญสลายไปต่อหน้าแน่นอน”โจวเฉินเฉินเอ่ยพูด
“งั้นก็ได้ หวังว่าความรู้สึกของคุณจะไม่ผิด ฉันจะพาพวกคุณไปที่ยวี่โจวเอง” หลันหลิงยกยิ้มเย็น ก่อนจะเดินตรงไปข้างหน้า
แต่ในดวงตาของเธอ มีแววตาโศกเศร้า ดูเหมือนจะเสียใจมาก
เธออุตส่าห์อยู่ข้างกายลู่เฉินโดยไม่สนใจใครอื่น เดิมทีเธอคิดว่าจะแลกมาซึ่งความรักของคนที่เธอแอบชอบ แต่น่าเสียดาย หัวใจของผู้ชายคนนั้นเหมือนทำขึ้นมาจากก้อนหิน ไม่ว่าเธอจะพยายามมากแค่ไหน ทุ่มเทแค่ไหน ในหลายปีมานี้ เขาก็ยังรักษาระยะห่างกับผู้หญิงทุกคนที่นอกเหนือจากภรรยาของเขา
ครั้งนี้หลันหลิงถูกสั่งให้ออกมาตามหานักศิลปะการต่อสู้แต่น่าเสียดายที่จงหยวนมีนักศิลปะการต่อสู้อยู่ไม่มากแล้ว อีกทั้งเหตุการณ์จลาจลในช่วงหลายวันมานี้ คนที่มีความแข็งแกร่งบางคนผันตัวกลายเป็นคนร้าย หรือไม่ก็ตายไปในเหตุการณ์จลาจล สุดท้ายก็หาไม่เจอสักคน
ยังไงตอนที่กำลังจะไปจากเมืองนี้ ก็บังเอิญเจอกับสองพี่น้องตระกูลโจว
ด้วยฐานะของเธอ จะพาคนสองคนกลับไปด้วยไม่ใช่ปัญหา ดังนั้นเธอตัดสินใจจะพาสองพี่น้องตระกูลโจวกลับไปด้วย
ส่วนเรื่องปัญหาระหว่างโจวเจินเฟ่ยกับลู่เฉิน เธอก็ขี้เกียจจะคิดอะไรมากแล้ว
มนุษยชาติกำลังจะสูญสิ้น ไม่มีเวลาจะมาสนใจเรื่องราวในอดีตเหล่านั้นหรอก
“มองเห็นผู้คนที่ยืนเรียงรายกันเหมือนมดนั่นไหม พวกเขาเองก็กำลังรอคอยให้ลู่เฉินช่วยชีวิตพวกเขาอยู่เหมือนกัน”บนเฮลิคอปเตอร์ หลันหลิงชี้ไปที่กลุ่มคนด้านล่างแล้วพูด
โจวเฉินเฉินกับโจวเจินเฟ่ยก้มลงไปมอง ภาพเหตุการณ์ดูน่าทึ่งมาก กลุ่มคนที่อยู่ด้านล่าง พวกเธอคิดว่าน่าจะมีหลายแสนคน หรืออาจจะถึงล้านเลยก็ว่าได้
“น่าเสียดาย ลู่เฉินไม่คิดจะพาไปด้วยสักคน พวกเขาเชื่อมั่นในตัวของลู่เฉินมาก ลู่เฉินเป็นความเชื่อของพวกเขา แต่ความเชื่อของพวกเขาสุดท้ายแล้วก็ยังทอดทิ้งพวกเขาเช่นกัน”หลันหลิงพูดก่อนจะยิ้มเยาะ
“เรื่องที่บริษัทเทคโนโลยีอี้ฉีกำลังสร้างยานอวกาศอยู่เป็นเรื่องจริงไหม”โจวเฉินเฉินเอ่ยถามขึ้นมากะทันหัน
“จริง วันนี้เป็นวันสุดท้าย เที่ยงของวันพรุ่งนี้ยานอวกาศจะเดินเครื่องแล้ว ดังนั้น พวกคุณสองพี่น้องโชคดีมาก ที่ได้เจอกับฉันก่อนที่ฉันจะกลับมา”หลันหลิงเอ่ยพูด
โจวเฉินเฉินชะงักงัน เธอดีใจจนตัวสั่นไปหมด
พวกเธอโชคดีมากจริงๆ ถ้าไม่ได้เจอกับหลันหลิง ถึงแม้พวกเธอจะไม่ตายด้วยน้ำมือของคนร้ายพวกนั้น ก็คงจะตายเพราะโลกดับสลายเช่นกัน
“ขอบคุณมากนะคะ” โจวเฉินเฉินหันไปกล่าวขอบคุณหลันหลิง
“ถ้าคุณจะขอบคุณก็ขอบคุณลู่เฉินเถอะ ถ้าไม่ใช่เขามอบภารกิจให้ฉันเมื่อหลายวันก่อน ให้ฉันไปตามหานักศิลปะการต่อสู้ ไม่อย่างนั้นพวกคุณคงไม่ได้เจอกับฉัน”หลันหลิงพูดเสียงเรียบ
เป็นเพราะลู่เฉินอีกแล้วเหรอ นี่เป็นครั้งที่สองแล้ว มันบังเอิญขนาดนี้เลยเหรอ
โจวเฉินเฉินนึกในใจ นี่เป็นครั้งที่สองที่ลู่เฉินช่วยเธอออกจากช่วงเวลาที่สิ้นหวังที่สุดในชีวิต
ในสมองของเธอมีภาพของคนแปลกหน้าปรากฏขึ้นมาในสมอง มันดูยิ่งใหญ่มาก
เฮลิคอปเตอร์ที่หลันหลิงนั่งลงจอดบริเวณด้านหลังบริษัท ทุกคนต่างก็กลับมากันหมดแล้ว ทันใดนั้นเองลู่เฉินก็ออกคำสั่งลงมา ให้ทุกคนเตรียมตัวขึ้นยานอวกาศ
คำสั่งการนี้ ทำให้ทุกคนในบริษัทต่างก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
หลายวันมานี้มีคนมายืนล้อมด้านนอกบริษัทมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้คนที่อยู่ในบริษัทต่างพากันหวาดหวั่น เพราะพวกเขากลัวว่าคนด้านนอกจะบุกเข้ามา บุกเข้ามาทำลายความหวังสุดท้ายของพวกเขาไป
แต่สถานการณ์ในบริษัท ก็ปกปิดคนด้านนอกไม่อยู่ พวกเขาเริ่มเดาได้แล้ว ว่ายานอวกาศของบริษัทเทคโนโลยีอี้ฉีกำลังจะเดินเครื่องแล้ว
บริษัทเทคโนโลยีอี้ฉีเตรียมจะทอดทิ้งพวกเขาไปแล้ว
พอข่าวนี้ถูกแพร่กระจายไปยังกลุ่มคนด้านนอก ทุกคนก็พากันกระวนกระวายไปหมด