ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล] - บทที่ 1 บุรุษผู้มาสู่ขอ
- Home
- ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล]
- บทที่ 1 บุรุษผู้มาสู่ขอ
“ฮือๆๆ ไม่เอา! ข้าไม่แต่งกับบุรุษอัปลักษณ์ผู้นี้! ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกท่านไล่เขาไปเดี๋ยวนี้! ข้าไม่แต่งกับเขา! ข้าจะเป็นภรรยาของซิ่วไฉ[1] ไม่ใช่สะใภ้ชาวนา!”
แม้วันนี้โรงสอนตำราจะปิดทำการ แต่ลานด้านหลังของโรงสอนตำราตระกูลถังที่ปกติมักเงียบสงัด เวลานี้กลับเต็มไปด้วยเสียงเอะอะโวยวาย
เถียนฮวนกับถังซื่อผู้เป็นมารดานั่งอยู่ข้างโต๊ะอาหาร กินข้าวที่เหลือจากครอบครัวท่านลุงไปพลาง ฟังเสียงร้องไห้คร่ำครวญลั่นบ้านของถังหรูอี้ซึ่งเป็นญาติผู้พี่ไปพลาง
เสียงร้องไห้คร่ำครวญไม่ขาดสายจนหูอื้อ เถียนฮวนได้แต่ถอนหายใจอยู่ในใจ
เฮ้อ! หนวกหูจะตายอยู่แล้ว
นางกินโจ๊กจืดชืดในถ้วยหมดอย่างรวดเร็ว ก่อนจะลุกขึ้นเก็บถ้วยชาม
หญิงสาวฉวยโอกาสนั้น แอบเหลือบตาไปมองบุรุษที่ยืนอยู่กลางลาน
ตั้งแต่เช้าตรู่ ชายผู้นี้ก็ปรากฏตัวอยู่หน้าประตูบ้านตระกูลถัง มือหนึ่งหิ้วกระต่ายตัวอ้วน อีกมือถือกระดาษสีเหลืองเก่าๆ กับหยกหนึ่งชิ้น บอกว่าจะมารับตัวภรรยา
ทันใดนั้น ครอบครัวท่านลุงก็ราวกับน้ำเย็นหยดลงหม้อน้ำมันเดือดพล่าน ระเบิดตูมตามขึ้นมาในบัดดล
ทว่าชายผู้นี้…ตั้งแต่ก้าวเข้าสู่ลานหลังบ้าน ก็ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นไม่ไหวติง
ท่านลุงกับท่านป้าสะใภ้ไม่ได้เชิญให้เขานั่ง เขาก็ยืนอยู่อย่างซื่อสัตย์ ไม่ขยับไปไหนอยู่ครึ่งค่อนวัน
ยิ่งกว่านั้น แม้จะได้ยินเสียงกรีดร้องดังลั่นของถังหรูอี้จากในห้อง สีหน้าของเขาก็ไม่เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย ใบหน้าเรียบเฉย ไม่ปรากฏทั้งความสุขหรือเศร้า ราวกับคนที่ถูกถังหรูอี้ด่าว่าอยู่นั้นไม่ใช่เขา
“เฮ้อ! อี้เจี่ยเอ๋อร์[2] ก็เกินไป ไม่ว่าอย่างไร นางก็ไม่ควรพูดจาแบบนี้กับเขา!” ถังซื่อเอ่ยพึมพำขึ้นหลังจากเก็บถ้วยชามเข้าไปในครัวแล้ว
เถียนฮวนเม้มริมฝีปากแน่น หลังเก็บถ้วยชามเรียบร้อยก็หยิบถ้วยเก่าๆ ใบหนึ่ง รินน้ำต้มเย็นๆ จนเต็ม แล้วถือเดินออกไปยื่นให้ชายผู้นั้น
ชายผู้นั้นเงยหน้าขึ้น สายตาเต็มไปด้วยความตกใจ แต่เถียนฮวนเพียงยิ้มบางให้เขา “ดื่มน้ำสักหน่อยเถอะ ดับกระหายได้”
“ขอบคุณ”
เขากล่าวคำขอบคุณด้วยความจริงใจ รับถ้วยน้ำไปกระดกดื่มจนหมด
เถียนฮวนจึงสังเกตได้…น้ำเสียงของเขาใสกังวานเป็นพิเศษ ฟังแล้วรู้สึกสบายหูมาก
พอมองให้ชัดอีกครั้ง นางก็พบว่าเขาไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อย่างที่ถังหรูอี้พูดเลยแม้แต่น้อย
เขาตัวสูง ใบหน้าแม้จะเปรอะเปื้อน แต่ดวงตาคู่นั้นกลับดำขลับราวกับหินเฮยเย่า[3] ลึกล้ำอย่างหาคำเปรียบมิได้! เพียงจ้องมองก็เหมือนจะดูดวิญญาณคนเข้าไปได้เลย!
และที่สำคัญ…
หืม?
เมื่อสายตากวาดผ่าน นางก็พลันเห็นรอยแผลยาวพาดจากหางตาไปถึงหลังใบหูของเขา
อย่างนี้นี่เอง สิ่งนี้ทำให้ถังหรูอี้รังเกียจเขา
เพียงแต่รอยแผลนั้นไม่ใช่สีเทาน้ำตาลอย่างแผลเป็น แต่เป็นสีชมพูอมเนื้ออ่อนๆ ราวกับแผลที่เพิ่งสมาน!
รอยเช่นนี้อาจเพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน ยังอยู่ในระหว่างการฟื้นตัว หรือไม่ก็…
“ข้าไม่สน! ข้ารู้จักตระกูลกู้ที่หมู่บ้านกานสุ่ยดี ไม่ใช่แค่เปิดโรงสกัดน้ำมันหรอกหรือ พวกเขาร่ำรวยก็จริง แต่เงินนั่นเกี่ยวอะไรกับเขาด้วย! เขาเป็นแค่เด็กที่ท่านปู่ของเขาเก็บมาจากแม่น้ำ ไม่ใช่ลูกหลานแท้ๆ ของตระกูลกู้! หากต่อไปต้องแยกบ้านแยกทรัพย์สิน เขาก็ไม่มีสิทธิ์อะไรทั้งสิ้น! ถ้าข้าแต่งกับเขา ต่อไปข้าก็ต้องไปกินลมตะวันตกเฉียงเหนือ[4] อีกทั้งเขายังอัปลักษณ์ยิ่งนัก…ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกท่านอย่าผลักข้าลงกองไฟเลย!” ถังหรูอี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงแหลมสูงกว่าเดิม
เสียงที่ดังขึ้นอย่างกะทันหัน ทำให้เถียนฮวนสะดุ้งโหยง
ทันทีที่นางได้สติและหันกลับมา ก็พบว่าตนเองจ้องมองชายผู้นั้นอยู่นานครู่ใหญ่แล้ว
ปัง!
ทันใดนั้น ประตูเรือนฝั่งตะวันออกก็ถูกเปิดออก ผู้เฒ่าถังผู้เป็นตาของเถียนฮวนค้ำไม้เท้าเดินกะโผลกกะเผลกออกมาด้วยความโกรธจัด
“ในอดีตข้าเคยตกลงไปในแม่น้ำที่ทั้งลึกและเย็นยะเยือก ผู้คนมากมายบนฝั่งล้วนตกใจจนไม่กล้าขยับ เป็นพี่กู้ที่กระโดดลงน้ำช่วยชีวิตข้าขึ้นมา บุญคุณใหญ่หลวงเช่นนี้ ข้าคนเดียวตอบแทนไม่หมด จึงเป็นฝ่ายเสนอให้สองตระกูลเกี่ยวดองกัน ชาตินี้ดีแล้ว หลานชายของพี่กู้โตเป็นหนุ่ม ชายผู้นี้ถือของที่ข้ามอบด้วยมือเมื่อหลายปีก่อนมาขอเจ้าตามคำมั่นสัญญา แต่พวกเจ้ากลับทำกับเขาเช่นนี้! ข้าบอกไว้เลย เรื่องแต่งงานนี้ข้ายอมรับ พวกเจ้าก็ต้องยอมรับด้วย! อี้เจี่ยเอ๋อร์ วันนี้เจ้าต้องแต่ง!”
“ข้าไม่แต่ง! ข้าไม่แต่ง!”
ถังหรูอี้เดินกระแทกเท้าออกมาจากในเรือน นางผลักเถียนฮวนออกไปให้พ้นทางแล้วพุ่งเข้าหาชายผู้นั้นทันที
“ชาวบ้านเหม็นสาบ หน้าตาน่าเกลียด บอกไว้เลย ข้าไม่มีวันแต่งกับเจ้า เลิกหวังได้เลย!”
“เจ้าเด็กอกตัญญู! ข้าจะตีเจ้าให้ตาย!” ผู้เฒ่าถังโกรธจนยกไม้เท้าขึ้นหมายจะฟาดนาง
ถังหรูอี้แหกปากร้องไห้ลั่นทันที
หวังซื่อผู้เป็นมารดารีบวิ่งมากอดบุตรสาวไว้ “ท่านพ่อ จะดุอี้เจี่ยเอ๋อร์ทำไมกัน นางเป็นเด็กมีความรู้ มีมารยาท ไม่แพ้คุณหนูตระกูลใหญ่ในตำบล ลูกสาวที่ข้าเลี้ยงมาอย่างทะนุถนอมถึงเพียงนี้ ท่านจะใจร้ายปล่อยให้นางไปแต่งกับคนเช่นนั้นได้ลงคอหรือ ไม่กลัวว่าแต่งไปไม่นาน นางจะถูกพวกคนหยาบกร้านในบ้านนั้นกลั่นแกล้งจนตายหรืออย่างไร”
ถังหรูอี้ได้ยินก็ยิ่งสะอื้นไห้ “ท่านแม่เจ้าคะ ข้าไม่แต่ง! ให้ข้าแต่งกับคนเช่นนี้ ข้ายอมตายเสียยังดีกว่า!”
พูดจบ นางก็ผลักหวังซื่อออก แล้วพุ่งหัวไปทางฝาผนังด้านหน้า
“อี้เจี่ยเอ๋อร์ อย่านะ!” หวังซื่อเห็นดังนั้นก็รีบพุ่งเข้าไปกอดบุตรสาวไว้
ถังหรูอี้ดิ้นสุดแรง ทั้งสองแม่ลูกล้มกลิ้งลงไปบนพื้นกอดกันร้องไห้ระงม
สภาพนั้น ราวกับผู้เฒ่าถังบังคับบุตรสาวชาวบ้านขายตัวก็ไม่ปาน
ผู้เฒ่าถังโกรธจนตัวสั่น หายใจติดขัดจนเกือบจะเป็นลม
“ท่านตาเจ้าคะ!”
เถียนฮวนกับถังซื่อเห็นท่าไม่ดี จึงรีบเข้าประคองให้เขายืนมั่นคง ถังซื่อค่อยๆ ลูบอกให้เขาผ่อนลมหายใจ
พอหายใจได้สะดวก ผู้เฒ่าถังจึงมองหลานสาวที่ยังนั่งร้องไห้อยู่กับพื้น “อี้เจี่ยเอ๋อร์ ตอนนี้เจ้าร้องไห้ไปก็ไร้ประโยชน์ ข้าเป็นหัวหน้าตระกูล เรื่องแต่งงานของเจ้า ข้าตัดสินใจแล้ว! เจ้าไปเก็บของ เตรียมตัวออกเรือน!”
“ไม่เจ้าค่ะ! ข้า…ข้ามีคนที่ข้าชอบแล้ว! พวกเรายังแลกของแทนใจให้กันด้วย! อีกไม่นานเขาจะมาขอข้าแต่งงาน!”
ถังหรูอี้เผลอร้องดังลั่นออกมา
ทุกคนในลานต่างงงเป็นไก่ตาแตก แม้แต่กู้ฉางสุ่ยที่ยืนนิ่งราวเสาไม้ก็ยังขมวดคิ้วขึ้นมา ถังหรูอี้เชิดหน้าขึ้น “ท่านปู่ ข้าชอบคุณชายเฉินที่อยู่ในตำบล ปีก่อนเขาเพิ่งสอบได้เป็นซิ่วไฉ! ท่านว่าหลานเขยซิ่วไฉกับหลานเขยชาวบ้าน อย่างไหนดีกว่ากัน”
“เจ้า…เจ้ากล้าลอบคบหากับผู้อื่นอย่างนั้นหรือ ข้าจะตีเจ้าให้ตาย!”
ผู้เฒ่าถังโกรธจัดยกไม้เท้าฟาดใส่นาง ถังหรูอี้กรีดร้องแล้วหลบไปอยู่ด้านหลังบิดามารดา
ถังซานเห็นดังนั้นก็รีบยกมือกันไม้เท้าของผู้เฒ่าถังเอาไว้ “ท่านพ่อ หากอี้เจี่ยเอ๋อร์ไม่อยากแต่ง ท่านก็อย่าบังคับนางเลยนะขอรับ ไม่อย่างนั้นงานมงคลจะกลายเป็นงานอวมงคล จะไม่ดีเอานะขอรับ!”
“เจ้าหมายความว่าอย่างไร เจ้าคิดจะบีบให้ข้าเป็นคนไร้สัจจะอย่างนั้นหรือ ถังซาน เจ้าอ่านตำราสอนหนังสือมาหลายปี สุดท้ายก็กลืนลงท้องไปแล้วหรือไร!”
“ท่านพ่อ ข้าก็ไม่อยากให้เป็นเช่นนี้ แต่คุณชายเฉินทั้งฉลาดทั้งเก่งกาจ แม้แต่หลี่จวี่เหริน[5] ในตำบลยังเอ่ยปากว่าเขาเป็นคนที่มีแววจะสอบเป็นจวี่เหรินได้มากที่สุดในบรรดาปัญญาชนของตำบลนี้ แล้วก็…ถึงจะไม่มีอี้เจี่ยเอ๋อร์ แต่ในบ้านเราก็ยังมีสตรีวัยปักปิ่นอยู่อีกคนหนึ่งไม่ใช่หรือขอรับ” ถังซานเอ่ยเสียงเบา สายตาค่อยๆ เคลื่อนมาหยุดอยู่ที่เถียนฮวน
ทันใดนั้นเอง เถียนฮวนก็รู้สึกได้ถึงสายตาของทุกคนในห้องที่จับจ้องมาทางตน!
ถังหรูอี้ถึงกับแผดเสียงร้องทันที “ใช่แล้ว! ฮวนเจี่ยเอ๋อร์ก็อายุไล่เลี่ยกับข้า ถึงเวลาแต่งงานได้แล้ว อีกอย่าง…ดูจากสภาพของนางตอนนี้ก็อย่าหวังจะหาสามีดีๆ ได้ บังเอิญยิ่งนัก นางกับเจ้าคนแซ่กู้นี่ก็เหมาะสมกันดี! เช่นนั้นก็ให้นางแต่งไปแทนข้าเถอะ!”
“พวกเจ้า…พวกเจ้าพูดเพ้อเจ้ออะไรกัน! ฮวนเจี่ยเอ๋อร์แซ่เถียน ไม่ใช่คนตระกูลถังเสียหน่อย!” ผู้เฒ่าถังตวาดเสียงต่ำ
“แต่ตระกูลเถียนก็ไม่เหลือใครแล้ว! ตอนนี้นางมาอาศัยกินอยู่ที่บ้านเราตั้งหลายปี ก็ถือว่าเป็นคนตระกูลถังครึ่งหนึ่งแล้ว ให้นางแต่งไปก็ไม่เห็นแปลกตรงไหน” หวังซื่อผู้เป็นป้าสะใภ้กล่าวเสริมเสียงเบา จากนั้นก็หันไปยิ้มให้เถียนฮวน “ฮวนเจี่ยเอ๋อร์ เจ้าอยู่กับแม่ในบ้านมาหลายปี ข้ากับลุงเจ้าก็ดูแลเจ้าดีใช่ไหมเล่า ตอนนี้บ้านข้าลำบาก เจ้าไม่คิดจะช่วยหน่อยหรือ”
“พวกเจ้าสองแม่ลูกหยุดพูดจาเพ้อเจ้อไปเลยนะ!”
ถังซานรีบตะคอกเสียงต่ำ คว้าแขนเถียนฮวนดึงออกไปทางด้านข้าง “ฮวนเจี่ยเอ๋อร์ อย่าไปฟังคำไร้สาระของป้าสะใภ้กับญาติผู้พี่เจ้าเลย เพียงแต่…ชายผู้นี้ญาติผู้พี่เจ้ารับไม่ได้ หากจะถอนหมั้น คงต้องเสียเงินก้อนโต เจ้าก็รู้ว่าฐานะบ้านเราไม่สู้ดีนัก มิสู้เจ้าจะเอาตำรับลับของตระกูลเถียนที่มีอยู่ในมือออกมาสักหนึ่งตำรับไปขาย เอาเงินมาให้ข้ายืมก่อนได้หรือไม่ พอปีหน้าเด็กนักเรียนจ่ายค่าเล่าเรียน ข้าจะรีบคืนให้เจ้าทันทีเลย!”
หัวใจของเถียนฮวนพลันเย็นเยียบ
แม้แต่เวลานี้ถังซานยังมิวายคิดจะตะครุบเอาตำรับลับของตระกูลนาง!
[1] ซิ่วไฉ คือ คำที่ใช้เรียกผู้ที่สอบผ่านในระดับท้องถิ่น
[2] เจี่ยเอ๋อร์ คำเรียก เด็กหญิง หรือ เด็กสาว
[3] หินเฮยเย่า คือ หินออบซิเดียน
[4] กินลมตะวันตกเฉียงเหนือ เป็นสำนวนจีน หมายถึง อดอยาก ไม่มีจะกิน
[5] จวี่เหริน คือ คำที่ใช้เรียกผู้ที่สอบผ่านในระดับมณฑล