ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล] - บทที่ 12 เจ้าต้องขอโทษ
- Home
- ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล]
- บทที่ 12 เจ้าต้องขอโทษ
เถียนฮวนกับถังซื่อเพิ่งกลับเข้าห้องไป ก็ได้ยินเสียงหัวเราะของผู้เฒ่าถังดังแว่วมาจากด้านใน
ถังซื่อมองดูบุตรสาวที่กำลังจุดไฟเตรียมแปรรูปหย่วนจื้อ ใบหน้าของนางก็พลันยิ้มตาม
“ตอนแรกแม่เห็นรูปโฉมของเขาในวันนั้น ก็รู้สึกไม่ชอบใจอยู่เหมือนกัน คิดว่าให้เจ้าแต่งไปคงจะเสียเปรียบไม่น้อย แต่พอวันนี้เห็นว่าเขาดีกับเจ้าขนาดนี้ แม่ก็เบาใจขึ้นเยอะ ท่านตาของเจ้าไม่ค่อยชมใครง่ายๆ ยิ่งไม่ค่อยหัวเราะร่าเริงแบบนี้ด้วย คิดดูแล้ว ครั้งสุดท้ายที่หัวเราะแบบนี้ก็ตอนพ่อเจ้ามาขอแต่งงานกับแม่นั่นแหละ…”
กล่าวถึงตรงนี้ น้ำเสียงของนางก็พลันสะอื้นขึ้นมา
เถียนฮวนเงยหน้าขึ้นแล้วยิ้มบางๆ “ท่านแม่ เรื่องก็ผ่านไปแล้ว ท่านพ่อที่อยู่บนสวรรค์ก็อยากให้พวกเรามีความสุข คนเป็นก็ต้องใช้ชีวิตให้ดี ใช้ชีวิตที่เหลืออย่างมีความสุขแทนท่านพ่อ ถึงจะไม่เสียแรงที่เขายอมสละชีวิตเพื่อปกป้องพวกเรา”
“ใช่ แน่นอนอยู่แล้ว” ถังซื่อรีบเช็ดน้ำตา แล้วถามต่อ “ว่าแต่ฮวนเจี่ยเอ๋อร์ เหตุใดจึงฉีกชุดเจ้าสาวทิ้ง เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ เจ้าทะเลาะกับแม่สามีงั้นหรือ”
เถียนฮวนชะงักไปเล็กน้อย ลังเลว่าจะพูดตามตรงดีหรือไม่
คนเป็นแม่ย่อมรู้ใจลูกดีที่สุด เพียงเห็นสีหน้าของเถียนฮวน สีหน้าของถังซื่อก็เปลี่ยนไปทันที
“ฮวนเจี่ยเอ๋อร์ วันนั้นแม่ก็เตือนเจ้าแล้วว่า ชีวิตในบ้านสามีไม่เหมือนตอนอยู่กับแม่ เจ้าต้องทำตัวว่านอนสอนง่ายสักหน่อย พูดให้น้อยลง ทำให้มากขึ้น อย่าเอาแต่พูดทุกอย่างตามใจเหมือนตอนอยู่กับแม่ ลูกแม่…แล้วสุดท้ายเป็นอย่างไร เจ้าชนะพวกเขาหรือไม่”
พรืด!
สั่งสอนลูกสาวตั้งนาน ที่แท้ในใจก็ยังแอบหวังให้ลูกชนะอยู่ดี
เถียนฮวนรีบยิ้ม “ท่านแม่วางใจเถอะ ท่านก็รู้ดีว่านิสัยของข้าไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครรังแกได้ง่ายๆ อีกอย่าง เขาเองก็อยู่ข้างข้านะ ตอนแม่สามีกับน้องสาวสามีรุมกลั่นแกล้งข้า ข้ายังไม่ทันพูดอะไร เขาก็ออกมายืนบังข้าไว้แล้ว”
เมื่อนึกถึงแผ่นหลังกว้างใหญ่มั่นคงของชายผู้นั้นในคืนแต่งงาน หัวใจของเถียนฮวนก็อบอุ่นขึ้นมาอย่างน่าประหลาด
เพียงชั่วขณะนั้นเอง เงาร่างนั้นกลับดูสูงใหญ่สง่างาม ราวกับจะสามารถปกป้องนางจากลมฝนทั้งปวงในโลกนี้
ความขื่นขมและความไม่พอใจทั้งหมดในใจนางก็พลันสลายไปหมดสิ้นในพริบตา
ถังซื่อเห็นลูกสาวยิ้มกว้าง แก้มแดงระเรื่อ ดวงตาเต็มไปด้วยความเขินอาย ก็รู้สึกหมดกังวล
นางลูบแก้มเนียนนุ่มของลูกสาวเบาๆ “ฮวนเจี่ยเอ๋อร์ของแม่ทั้งรูปโฉมงดงาม ฉลาดปราดเปรื่อง ซ้ำยังขยัน ถ้าตระกูลเถียนไม่ล่มสลาย แม่ไม่มีทางยกเจ้าให้เขาหรอก แต่ตอนนี้ในเมื่อเขาเป็นคนดีและดีกับเจ้าด้วย แม่ก็ยอมรับการแต่งงานครั้งนี้! แต่เจ้าต้องว่านอนสอนง่ายเข้าไว้ อย่างไรก็อย่าไปมีเรื่องกับแม่สามีจนเรื่องบานปลาย!”
ทว่า…เหมือนจะสายไปแล้ว นางทะเลาะกับบ้านสามีจนเกือบปะทะกันตรงๆ สามแม่ลูกนั่นเกลียดนางเข้ากระดูกดำไปแล้ว
ถึงนางจะยอมอ่อนข้อให้บ้าง แต่พฤติกรรมของสามแม่ลูก…นางกลับเห็นว่าไปสู้กันตรงๆ เสียยังจะดีกว่า!
สู้กันซึ่งหน้า เอาให้ยอมแพ้กันไปข้าง อย่างน้อยพวกนางก็จะไม่กล้าเหิมเกริมมากไปกว่านี้
ไม่เช่นนั้น นางคงถูกข่มเหงรังแกไม่มีสิ้นสุด!
ความคิดนี้นางได้แต่เก็บไว้ในใจ มิได้เล่าให้มารดาฟัง
ถังซื่อเติบโตมาในตระกูลปัญญาชน มีนิสัยอ่อนโยน ตอนแต่งเข้าตระกูลเถียน ทั้งสองก็เคารพรักกันดียิ่งนัก อยู่กับแม่สามีก็กลมเกลียวกันดี
หลักปฏิบัติของนางคือ ‘ถอยหนึ่งก้าวฟ้าย่อมเปิดกว้าง’ แต่วิธีนี้ใช้กับบ้านตระกูลกู้ไม่ได้
ถังซื่อยังคิดจะอบรมเถียนฮวนเพิ่มอีกเล็กน้อยเกี่ยวกับการอยู่ร่วมกับแม่สามี ทว่าข้างนอกก็มีเสียงดังตึงตังขึ้นมา ถังหรูอี้ก็เปิดประตูเข้ามา
“เถียนฮวน รีบออกมาทำกับข้าวหน่อย แม่ข้าทำไก่ไม่อร่อยเท่าเจ้า!”
“อี้เจี่ยเอ๋อร์ เจ้าพูดอะไรออกมา ฮวนเจี่ยเอ๋อร์แต่งออกไปแล้ว กลับมาบ้านก็คือแขก เจ้าจะให้แขกเข้าครัวทำกับข้าวได้อย่างไร” ถังซื่อเอ่ยด้วยน้ำเสียงดุ
ถังหรูอี้เบ้ปากอย่างไม่สบอารมณ์ “ก็แม่ข้าทำไม่อร่อยเท่าฮวนเจี่ยเอ๋อร์จริงๆ นี่! ไหนๆ นางก็กลับมาแล้ว ให้ไปทำกับข้าวสักมื้อจะเป็นไรไป ตลอดสามปีที่ผ่านมา กับข้าวบ้านเราก็มีแต่นางเป็นคนทำ!”
“อี้เจี่ยเอ๋อร์!”
ถังซื่อตีหน้าเคร่งขรึม เตรียมจะเอ่ยเตือนอีกครั้ง แต่ถังหรูอี้กลับชิงพูดตัดขึ้นเสียก่อน พลางแค่นหัวเราะ
“ท่านอาหญิงแซ่ถังก็จริง แต่ท่านแต่งเข้าตระกูลเถียนไปนานแล้ว อย่าคิดว่าอยู่บ้านข้าโดยไม่เสียค่าอะไรมาตั้งหลายปี แล้วจะนับว่าเป็นคนตระกูลถังเหมือนเดิม ยังกล้ามาชี้นิ้วสั่งข้าอีก! ท่านไม่มีสิทธิ์!”
ถังซื่อตัวแข็งทื่อไปทันที ใบหน้าซีดเผือด
โครม!
เถียนฮวนเห็นดังนั้นก็พลันโกรธ นางคว้าที่เขี่ยไฟแล้วขว้างลงพื้นเสียงดัง
“ญาติผู้พี่หรูอี้ ท่านมีสิทธิ์อะไรจึงพูดจาแบบนี้กับผู้ใหญ่ รีบขอโทษแม่ข้าเดี๋ยวนี้!”
“ข้าจะขอโทษทำไม ข้าไม่ได้พูดอะไรผิด!” ถังหรูอี้เชิดคออย่างดื้อรั้น ไม่มีทีท่าจะยอมง่ายๆ
เถียนฮวนตรงเข้ามาคว้าแขนอีกฝ่ายแล้วลากออกไป
ถังหรูอี้รีบขืนตัวไว้ “เถียนฮวน เจ้าจะทำอะไร ปล่อยข้านะ!”
“ข้าจะพาท่านไปหาท่านตากับท่านลุง ให้ทั้งสองตัดสินดู ว่าท่านมีสิทธิ์พูดแบบนั้นกับแม่ข้าหรือไม่!”
“ข้าไม่ไป!” ถังหรูอี้ตกใจสุดขีด ยึดขอบประตูแน่นไม่ยอมปล่อย
นางรู้ตัวดีว่า สิ่งที่พูดเมื่อครู่นั้นไม่เข้าท่าเลย
ไม่ว่าจะไปหาบิดาหรือท่านปู่ สุดท้ายนางก็มีแต่จะโดนด่ากลับ ดังนั้นจึงยืนกรานไม่ยอมก้าวออกจากห้องแม้แต่ก้าวเดียว
“ตกลงท่านจะขอโทษแม่ข้าหรือไม่” เถียนฮวนถามอีกครั้ง
ถังหรูอี้จนตรอก จำใจต้องก้มหน้า “ก็ได้…ข้าขอโทษก็ได้”
เถียนฮวนถึงได้ยอมปล่อยมือ ถังหรูอี้ลากเท้าอย่างอ้อยอิ่งไปหาถังซื่อ “ท่านอาหญิง ข้าขอโทษเจ้าค่ะ เมื่อครู่ข้าผิดไปแล้ว”
ถังซื่อกำลังจะให้อภัย แต่เถียนฮวนกลับเอ่ยขึ้นอีกว่า “ท่านต้องรับปากกับแม่ข้าว่าจะไม่พูดจาแบบนี้กับนางอีก”
“เถียนฮวน เจ้าอย่าได้ล้ำเส้นเกินไปนัก!” ถังหรูอี้จ้องนางอย่างโกรธเคือง
เถียนฮวนไม่เกรงใจแม้แต่น้อย จ้องกลับไปตรงๆ “ท่านจะตกลงหรือไม่”
“ข้า…” ถังหรูอี้ถูกจ้องจนร่างสะท้าน รีบเบือนสายตาหลบ “ข้ารับปากว่าจะไม่พูดแบบนั้นกับท่านอาหญิงอีก แบบนี้เจ้าพอใจหรือยัง”
เถียนฮวนถึงได้พอใจ “ท่านกลับไปได้แล้ว ข้าจะคุยกับแม่ข้าอีกหน่อยแล้วค่อยเข้าครัว”
“เชอะ! พูดตั้งนาน ท้ายที่สุดเจ้าก็ต้องเข้าครัวอยู่ดีไม่ใช่หรือ” ถังหรูอี้เย้ยหยัน แต่พอเห็นสีหน้าเถียนฮวนเริ่มเปลี่ยนไป นางก็รีบวิ่งหนีไปทันที
“ฮวนเจี่ยเอ๋อร์!” ถังหรูอี้จากไปแล้ว ถังซื่อก็รีบคว้ามือบุตรสาวไว้ “เจ้ากลับมาแค่วันเดียว วันหลังก็ไม่ได้อยู่ที่นี่แล้ว จะมีเรื่องกับญาติผู้พี่ไปไย เจ้าเองก็รู้ดีว่าถึงอี้เจี่ยเอ๋อร์เป็นคนปากไม่ดี แต่จิตใจไม่ได้เลวร้ายอะไรนัก”
“ถ้านางจิตใจไม่เลวร้าย ก็คงไม่พูดเช่นนั้นกับท่านแม่ การที่นางพูดได้ แสดงว่านางคิดแบบนั้นจริง ๆ!” เถียนฮวนกล่าว “อีกอย่าง ถ้าไม่ผิดจากที่ข้าคิด คำพูดแบบนี้ก็น่าจะเป็นท่านป้าสะใภ้พูดให้นางฟังอีกที”
ตอนนั้นเอง ยาต้มที่ใส่ชะเอมเทศก็เดือดพอดี นางจึงหยิบหย่วนจื้อที่ล้างสะอาดแล้วใส่ลงไป ก่อนพูดต่อ
“อีกหน่อยข้าก็ต้องอยู่บ้านตระกูลกู้แล้ว ที่นี่จะเหลือแค่ท่านแม่คนเดียว ถ้าไม่ขู่ให้นางกลัวไว้ก่อน นางต้องรังแกท่านแม่หนักขึ้นแน่ แบบนั้นท่านแม่จะอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”
หางตาของถังซื่อแดงขึ้นในทันที ผ่านไปครู่หนึ่ง นางจึงถอนหายใจ “เฮ้อ! เจ้าลูกคนนี้! เรื่องของตัวเองในบ้านสามียังไม่ทันเรียบร้อย ยังจะมาเป็นห่วงแม่อีก”
“ก็ท่านเป็นแม่แท้ๆ ของข้านี่นา ถ้าท่านแม่อยู่ที่นี่ไม่สบายใจ แล้วข้าจะอยู่บ้านสามีอย่างเป็นสุขได้อย่างไร” เถียนฮวนพูด
นางจัดการใส่หย่วนจื้อทั้งหมดลงในยาต้ม ปิดฝาให้เรียบร้อย แล้วลุกขึ้นยืน “ท่านแม่เฝ้าไฟไว้ให้ดีนะเจ้าคะ เคี่ยวไปเรื่อยๆ ด้วยไฟอ่อนๆ เดี๋ยวข้าไปต้มไก่ในครัวก่อน”
“เจ้าจะไปจริงๆ หรือ เมื่อกี้ยังต่อปากต่อคำกับอี้เจี่ยเอ๋อร์อยู่เลย…”
“ข้าไม่ได้จะต้มไก่ให้พวกนางกินสักหน่อย ท่านแม่กับท่านตาสุขภาพไม่ดี กินของรสจัดไม่ได้ ถ้าเอาไก่ไปให้ท่านป้าสะใภ้ทำ พวกท่านกินไม่ได้เป็นแน่ ไก่ป่าที่สามีข้าอุตส่าห์ล่ามา ไม่ได้เอามาให้พวกนางลิ้มรสสักหน่อย!” เถียนฮวนยิ้มเจ้าเล่ห์ แล้วก็หมุนตัวเดินออกไป