ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล] - บทที่ 11 ร่วมมือกันต้านศัตรู
- Home
- ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล]
- บทที่ 11 ร่วมมือกันต้านศัตรู
หวังซื่อเห็นเข้าก็ไม่พอใจนัก
“สามีของฮวนเจี่ยเอ๋อร์ เจ้าอย่าได้ถือโทษโกรธเคืองอี้เจี่ยเอ๋อร์ที่เคยพูดไม่ดีใส่เจ้าเลย ตอนนี้เจ้าจะมาเอาคืนสตรีตัวเล็กๆ ได้อย่างไร เจ้าก็โตแล้ว ทั้งยังเป็นบุรุษ ไฉนจึงไม่รู้จักใจกว้างบ้าง”
คำพูดของนางบิดเบือนความจริงเสียจนดูราวกับว่ากู้ฉางสุ่ยเป็นคนคิดเล็กคิดน้อยไร้เหตุผล ส่วนนางกับครอบครัวกลับกลายเป็นผู้เคราะห์ร้ายไปเสียอย่างนั้น
ความสามารถในการบิดเบือนความจริงและการรับบทเหยื่อของนางนี่ช่างน่าทึ่งเป็นอย่างยิ่ง
เถียนฮวนเอ่ยเสียงเข้มด้วยความโมโห “เพราะพวกท่านรู้ตัวดีว่าตนทำผิด จึงจงใจหาเรื่องเขา ทั้งที่เขาไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้นเสียด้วยซ้ำ”
“ไม่ใช่สักหน่อย สายตากับน้ำเสียงของเขาเมื่อครู่นั้นน่ากลัวจะตาย! เหมือนกับจะกินข้าเข้าไปทั้งเป็น!” ถังหรูอี้โผล่หน้าจากด้านหลังมารดาออกมาอีกครั้ง “เขาต้องยังแค้นข้าอยู่แน่ๆ!”
“พวกท่านคิดมากกันไปเองทั้งนั้น เรื่องมันก็จบไปแล้ว พวกเราลืมกันหมดแล้ว” เถียนฮวนเอ่ยเสียงเย็นชา
หวังซื่อรีบเม้มปากด้วยความขัดใจ “สตรีแต่งออกไปแล้วต้องเข้าข้างสามีตนเอง วันนี้ข้าได้เห็นกับตา ลองคิดดูเถิด เมื่อสองวันก่อนไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่ไม่ยอมแต่งงาน ต่อให้ตายก็ไม่ยอม แต่พอวันนี้กลับมาบ้านตระกูลถังกลับยิ้มหน้าบานเชียว ข้าก็ว่าอยู่แล้ว เรื่องการแต่งงานดีๆ แบบนี้ เจ้าจะปฏิเสธได้จริงหรือ ไม่แน่ว่าสองวันก่อนเจ้าก็อาจจะดีใจจนอกแทบระเบิดอยู่แล้วก็ได้!”
นางกำลังเย้ยหยันว่าเถียนฮวนเป็นพวกปากไม่ตรงกับใจ
เถียนฮวนโมโหจนอยากจะโต้กลับ แต่กู้ฉางสุ่ยกลับยกมือมาวางบนไหล่นางก่อน
“เราสองคนเป็นสามีภรรยากัน ต่อไปนี้ก็ต้องอยู่ด้วยกันไปทั้งชีวิต ย่อมปกป้องกันเป็นธรรมดา นางแค่ทำหน้าที่ของภรรยาเท่านั้นเอง ส่วนที่นางพูดว่าข้าคิดแค้นนางอยู่ ขอบอกเลยว่าพวกท่านคิดมากไป ข้าไม่เคยคิดถึงเจ้าอย่างที่เจ้าคิดหรอกนะ หลังจากวันนั้นข้าแทบจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าเจ้าหน้าตาเป็นอย่างไร”
ใบหน้าของถังหรูอี้ซีดเผือดในพริบตา
สาแก่ใจยิ่งนัก!
เถียนฮวนเห็นดังนั้นก็รู้สึกสะใจไม่น้อย นางตัดสินใจเติมเชื้อไฟเข้าไปอีกหน่อย จึงรีบคว้ามือใหญ่ของกู้ฉางสุ่ยมากุมไว้ในฝ่ามือ แล้วกล่าวเสียงดังว่า
“ท่านพูดถูก! คนเราจะใช้ชีวิตร่วมกัน ก็ต้องจริงใจต่อกัน มอบใจให้กัน ข้าแสดงความจริงใจต่อท่าน ท่านถึงจะตอบกลับด้วยใจจริงเช่นกัน หากใจรวนเรย่อมไม่ถูก ท่านว่าใช่หรือไม่”
ฝ่ามือเล็กนุ่มนิ่มอบอุ่นโอบกุมมือแกร่งของเขา ความรู้สึกอ่อนโยนถ่ายทอดผ่านฝ่ามือไปถึงใจ กู้ฉางสุ่ยรู้สึกประหลาดใจอย่างบอกไม่ถูก
พอเขาก้มมองใบหน้าภรรยาที่ยังมีรอยยิ้มพร่างพราย แถมยังขยิบตาราวกับส่งสัญญาณให้เขาตอบรับ
เขากำลังถูกนางปั่นหัวหรือไรกัน
กู้ฉางสุ่ยเม้มริมฝีปาก แต่ก็ยังพยักหน้าตามอย่างว่าง่าย “อืม”
เถียนฮวนยิ้มกว้างราวกับดอกไม้ผลิบาน
“ท่านป้าสะใภ้ ญาติผู้พี่ พวกเราเพิ่งกลับมา ยังไม่ได้ไปคารวะท่านตา ขอตัวก่อนนะเจ้าคะ”
พูดจบนางก็จูงกู้ฉางสุยมือหนึ่ง อีกมือประคองถังซื่อ ทั้งสามคนเดินจากไปด้วยท่าทีสนิทสนม
สองแม่ลูกได้แต่มองตามตาปริบๆ กว่าจะได้สติกลับคืน น้ำตาหยดเป้งสองหยดก็กลิ้งหล่นจากหางตาของถังหรูอี้ นางกระทืบเท้าด้วยความเจ็บใจ
“ท่านแม่เห็นหรือเปล่า! เถียนฮวนกับสามีอัปลักษณ์ของนางร่วมมือกันรังแกข้า! พวกเขาถึงกับ…ถึงกับว่าข้าใจรวนเร! นางคิดว่าคนอื่นจะใจง่ายเหมือนนางหรือไร เห็นพวกชาวบ้านต้อยต่ำเป็นคนวิเศษ!”
“ข้าเห็นแล้ว ฮวนเจี่ยเอ๋อร์คนนี้จิตใจชั่วร้ายตั้งแต่เด็ก ตอนนี้นางได้สามีหัวทึบ ทั้งคู่ต่างเป็นคนมีตำหนิ! อี้เจี่ยเอ๋อร์ของข้าทั้งว่านอนสอนง่าย ทั้งหน้าตางดงาม ฐานะก็สูงส่งกว่าตั้งเยอะ อนาคตสามีที่แต่งกับเจ้าย่อมดีกว่านางแน่นอน ฮวนเจี่ยเอ๋อร์ริษยาเจ้า จึงสมรู้ร่วมคิดกับสามีมาแกล้งเจ้า! เราไม่ต้องลดตัวไปทะเลาะกับนางหรอก” หวังซื่อรีบเอ่ยปลอบลูกสาว
ถ้อยคำเหล่านี้ช่างถูกใจถังหรูอี้นัก นางสูดจมูกเบาๆ
“ช่างเถิดเจ้าค่ะ คิดๆ ดูแล้ว ต่อไปพวกเขาก็เป็นได้แค่คนจน ข้าก็ไม่อยากเสียเวลามานั่งถือสาหาความหรอก ข้ามีเรื่องให้ทำเยอะแยะ ไฉนเลยจะมีเวลามาโต้เถียงไร้สาระกับพวกเขาอีก”
“นั่นสิ!” หวังซื่อรีบคล้อยตาม
ขณะสองแม่ลูกกำลังปลอบใจกันเอง เถียนฮวนก็มาถึงห้องของผู้เฒ่าถังพร้อมกับกู้ฉางสุ่ยและถังซื่อ
ไม่เจอกันเพียงแค่สองวัน ผู้เฒ่าถังก็ผอมลงกว่าเดิม เบ้าตาลึก ใบหน้าซีดเซียว นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง
เห็นท่านตาในสภาพอ่อนแรงถึงเพียงนี้ เถียนฮวนก็อดใจหายไม่ได้
“ท่านตาเจ้าคะ” นางเรียกเบาๆ
ผู้เฒ่าถังค่อยๆ หันศีรษะมา เมื่อเห็นเถียนฮวนก็รีบพยายามยันตัวลุกขึ้น “อ้าว ฮวนเจี่ยเอ๋อร์กลับมาแล้วหรือ”
เถียนฮวนรีบเข้าไปประคองให้เขานอนพิงหัวเตียงอย่างคล่องแคล่ว “เจ้าค่ะ พวกเรากลับมาแล้ว ท่านตาดูสิ ตอนนี้ข้าสบายดียิ่งนัก อยู่ที่บ้านสามีก็มีความสุขดีเจ้าค่ะ!”
ผู้เฒ่าถังได้ฟังแล้ว น้ำตาก็คลอเบ้า “ฮวนเจี่ยเอ๋อร์ ข้าต้องขอโทษเจ้า เมื่อก่อนข้าก็ผิดต่อแม่เจ้า ให้นางแต่งงานกับคนตระกูลเถียน คิดว่านางจะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขไปตลอด ใครจะรู้ว่าจู่ๆ ตระกูลเถียนจะเกิดเรื่องแบบนั้น…แล้วตอนนี้ ข้าก็ยังปกป้องเจ้าไม่ได้ ข้าเป็นหนี้เจ้ากับแม่เจ้ามากจริงๆ!”
“ท่านตาพูดอย่างนั้นได้อย่างไร ตอนตระกูลเถียนล่มสลาย เครือญาติทั้งหลายก็แห่มาปล้นเราสองแม่ลูกจนแทบเอาชีวิตไม่รอด ถ้าท่านตาไม่ได้เป็นคนพาเรากลับมาด้วยตัวเอง เราสองแม่ลูกคงกลายเป็นศพในบ่อน้ำไปตั้งแต่สามปีก่อนแล้วเจ้าค่ะ!” เถียนฮวนเอ่ยต่อ “เพราะอย่างนั้น ตอนนี้แค่ได้มีชีวิตอยู่อย่างสงบ ข้าก็พอใจมากแล้วเจ้าค่ะ”
“เฮ้อ! ก็เพราะว่าข้าไม่มีความสามารถนั่นแหละ เลี้ยงลูกชายไม่ได้เรื่อง ทำอะไรก็เชื่อภรรยาหมด แม้แต่จะให้ความเป็นธรรมกับลูกสาวแท้ๆ กับหลานสาวก็ยังทำไม่ได้ เมื่อก่อนข้ายังมีเรี่ยวแรง พวกเขาก็ยังไม่กล้าทำอะไรมาก แต่ตอนนี้ข้าร่างกายไม่ดีแล้ว พวกเขาก็ไม่เห็นหัวข้าเลย ถึงกับกล้าทำเรื่องแบบนี้! ข้าสอนลูกไม่เป็นจริงๆ!” ผู้เฒ่าถังกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่
“ท่านพ่อเจ้าคะ วันนี้เป็นวันกลับบ้านของฮวนเจี่ยเอ๋อร์ เราอย่าร้องไห้เลยนะเจ้าคะ กลับไปคราวนี้ก็ไม่รู้เมื่อไหร่จะได้มาที่นี่อีก” ถังซื่อรีบปลอบ
“ใช่ๆ เจ้าพูดถูก!” ผู้เฒ่าถังรีบเช็ดน้ำตา “วันนี้ฮวนเจี่ยเอ๋อร์กลับบ้าน พวกเราต้องดีใจสิ ฮวนเจี่ยเอ๋อร์ แม่เจ้าคงยังมีอีกหลายเรื่องอยากพูด เจ้ากลับไปกับนางก่อนก็แล้วกัน ส่วนหลานเขยของข้าอยู่คุยกับข้าก่อน”
ท่านตาจะพูดกับเขาเรื่องอะไรนะ
เถียนฮวนรีบหันไปมองกู้ฉางสุ่ย ก็เห็นว่าเขาเดินเข้าไปประคองท่านตาไว้เรียบร้อยแล้ว
“เจ้ากับแม่ออกไปก่อนเถอะ! ตอนท่านปู่ของข้ากำลังจะสิ้นใจ ท่านได้ฝากถ้อยคำให้ข้านำมาบอกท่านตา แต่คราวก่อนข้ากลับรีบร้อนเกินไป จึงยังไม่มีโอกาสได้พูด ตอนนี้ประจวบเหมาะ จะได้พูดกับท่านตาเสียที”
เมื่อเถียนฮวนได้ยินดังนั้น นางจึงออกไปพร้อมถังซื่อ
ทันทีที่สองแม่ลูกก้าวเท้าออกไป ผู้เฒ่าถังก็เกิดอาการไอรุนแรงขึ้นมาอีกครั้ง
กู้ฉางสุ่ยรีบประคองแขนของท่านตาไว้ข้างหนึ่ง อีกข้างก็ลูบหลังเบาๆ
ผ่านไปไม่นาน เสียงไอก็ลดลง สีหน้าของผู้เฒ่าถังก็คลายความทรมานลงอย่างเห็นได้ชัด
เขาผ่อนลมหายใจยาว ดวงตาที่มองกู้ฉางสุ่ยปรากฏแววประหลาดใจ “เจ้าเป็นหมองั้นหรือ”
“เปล่าขอรับ แต่ก่อนที่ท่านปู่จะสิ้นใจ ข้าเฝ้าอยู่ข้างกายเขาตลอด จึงลองศึกษาวิธีช่วยบรรเทาความเจ็บปวดด้วยตนเองบ้าง” กู้ฉางสุ่ยตอบอย่างสัตย์ซื่อ
ผู้เฒ่าถังพยักหน้าอย่างพอใจ “เจ้าเป็นเด็กดี ตอนนั้นพี่กู้ยังเคยชมเจ้าให้ข้าฟังหลายหน ว่าเจ้าทั้งฉลาดทั้งรู้ความ อนาคตไกลแน่นอน”
กู้ฉางสุ่ยพยักหน้ารับ “คำที่ท่านปู่ฝากให้ข้ามาบอกท่านตาคือ ให้ท่านตาวางใจยกหลานสาวให้ข้า ข้าจะทำให้นางมีชีวิตที่ดีให้ได้แน่นอน”
ผู้เฒ่าถังชะงักไปครู่หนึ่ง ริมฝีปากสั่นเล็กน้อย “เจ้าหนุ่มคนนี้กล้าชมตัวเองต่อหน้าข้า เจ้าไม่อายบ้างหรือ”
“เหตุใดต้องอายหรือขอรับ ข้าก็มีความสามารถพอจะทำให้นางมีความสุขจริงๆ” กู้ฉางสุ่ยกล่าวอย่างหนักแน่น
สีหน้าของผู้เฒ่าถังพลันสดใสขึ้นมา
“ดี! สมกับเป็นบุรุษหนุ่มผู้มีความมุ่งมั่น!” เขาตบมืออย่างดีใจ “เจ้าหนุ่มผู้นี้ คู่ควรกับหลานสาวของข้ายิ่งนัก!”