ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล] - บทที่ 14 พวกข้ามีสิทธิ์
- Home
- ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล]
- บทที่ 14 พวกข้ามีสิทธิ์
เมื่อครู่ถังหรูอี้เพิ่งถูกเถียนฮวนโต้กลับจนเสียหน้า คาดไม่ถึงว่าบัดนี้นางจะเสียหน้าต่อหน้าทุกคนอีก
หวังซื่อรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก
“ฮวนเจี่ยเอ๋อร์ พูดแบบนี้ไม่ถูกนะ อี้เจี่ยเอ๋อร์ไม่เหมือนเจ้า นางเป็นบุตรสาวของซิ่วไฉ ตั้งแต่เล็กจนโตก็ไม่เคยต้องน้ำเย็น จะให้มาทำงานหยาบๆ แบบนี้ได้อย่างไร”
เถียนฮวนพยักหน้ารับ “เจ้าค่ะ พวกเราไม่เหมือนกันจริงๆ ข้าไม่เหมือนญาติผู้พี่หรอก ยังไม่ทันออกเรือนไป ก็กล้ารับรักบุรุษอื่นลับหลัง แถมยังผิดสัญญาหมั้นหมายอีกต่างหาก!”
“เจ้า…เจ้าว่าอะไรนะ!” สีหน้าของถังหรูอี้กับหวังซื่อเปลี่ยนไปทันที
เถียนฮวนเอ่ยเสียงเรียบ “หรือว่าข้าพูดผิด? ญาติผู้พี่ทำอะไรไว้ ไม่กล้ายอมรับงั้นหรือ”
“ข้าทำแล้วเกี่ยวอะไรกับเจ้า ข้ากับคุณชายเฉินรักใคร่กันจริง เขาเป็นปัญญาชน ข้าเป็นหญิงงาม เราก็เป็นคู่สร้างคู่สมกันโดยธรรมชาติอยู่แล้ว! เจ้านั่นแหละที่อิจฉาข้า ได้สามีไม่ดี ก็เอาแต่จะหาเรื่องข้า!” ถังหรูอี้ตะโกนเสียงแหลม
เถียนฮวนหัวเราะ กำลังจะพูดต่อ แต่ถังซานรีบขัดขึ้นก่อน “ฮวนเจี่ยเอ๋อร์ พอแล้ว ข้ารู้ว่าเจ้ายังคับข้องใจอยู่มาก แต่เจ้าก็แต่งออกไปแล้วไม่ใช่หรือ ข้าเห็นว่าชีวิตเจ้ากับหลานเขยก็ดีไม่ใช่หรือไร เช่นนั้นก็อย่าทำให้เรื่องวุ่นวายไปมากกว่านี้เลย”
ซิ่วไฉแตกต่างจากคนทั่วไปเสียจริง เพียงท่านลุงเอ่ยปากกลับกลายเป็นว่าพวกนางผิดมีใจคิดเคียดแค้น ทำให้บุตรสาวตัวเองกลายเป็นเหยื่อผู้น่าสงสารขึ้นมาในบัดดล
แต่ตอนนั้นเอง กู้ฉางสุ่ยก็เอ่ยขึ้นมา “ท่านลุงพูดแบบนี้ไม่ถูกนะขอรับ เรื่องที่เราสองคนแต่งกัน อยู่ดีกินดีก็เรื่องหนึ่ง แต่ที่พวกท่านทำเรื่องไม่ถูกกับพวกเรา ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งเช่นกัน ภรรยาข้าไม่ได้พูดผิด ญาติผู้พี่กับชายผู้นั้นลอบตกลงกันเอง ผิดสัญญาหมั้นหมายที่ผู้ใหญ่เคยตกลงกันไว้ ท่านลุงกับท่านป้าสะใภ้ก็มีส่วนรู้เห็น ดังนั้นพวกเราก็มีสิทธิ์ตำหนิพวกท่าน”
กับเถียนฮวนซึ่งเป็นเพียงหลานสาว ถังซานจะทำตัวเป็นผู้ใหญ่อย่างไรก็ได้ อยากพูดอะไรเขาก็พูดเต็มปากเต็มคำ แต่พอกู้ฉางสุ่ยพูดขึ้นมาบ้าง เขากลับเงียบสนิททันที
ก็แน่ละ…เพราะเขารู้ตัวว่าผิด
กู้ฉางสุ่ยเดิมทีต้องหมั้นหมายกับบุตรสาวเขา พวกเขากลับผิดสัญญา แถมยังให้เถียนฮวนแต่งแทนอีกต่างหาก
ถ้าตอนนั้นกู้ฉางสุ่ยโวยวายเอาเรื่องขึ้นมาบ้างก็ยังดี แต่กู้ฉางสุ่ยกลับไม่ปริปากแม้แต่น้อย ยอมรับการแต่งงานเงียบๆ ทันที แบบนี้ต่างหากที่ทำให้เขากลัว
หมากัดมักไม่เห่า!
ใครจะรู้ว่าคนแบบนั้นคิดอะไรอยู่บ้าง
เพราะแบบนี้ พอกู้ฉางสุ่ยเอ่ยปาก ถังซานก็ถึงกับสะอึก หันไปมองบิดาของตนที่นั่งหัวโต๊ะ ผู้เฒ่าถังกลับก้มหน้าซดน้ำแกง ไม่ยอมเอ่ยวาจาใด
เขาแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินเสียงโต้เถียง เช่นนี้ก็ชัดเจนแล้วว่าผู้เฒ่าไม่ต้องการยุ่งเกี่ยวเรื่องนี้ แถมยังรู้สึกสมน้ำหน้าเสียด้วยซ้ำ
ถังซานหวังจะให้บิดาออกหน้าช่วยใช้อำนาจของผู้อาวุโสกดผู้น้อยลง แต่ก็ต้องหมดหวัง จึงได้แต่หันไปดุบุตรสาวแทน “อี้เจี่ยเอ๋อร์ เจ้าเหลวไหลเกินไปแล้ว! ไม่เห็นหรืออย่างไรว่าถ้วยของข้ากับแม่เจ้ายังว่างอยู่ เจ้าใกล้จะออกเรือนอยู่แล้ว คิดจะเอาความขี้เกียจแบบนี้ไปอวดที่บ้านสามีงั้นหรือ”
เมื่อทำอะไรเถียนฮวนไม่ได้ เขาก็ระบายอารมณ์ใส่บุตรสาวตัวเองแทน
ถังหรูอี้ถูกดุจนขอบตาแดงเรื่อ
นางกัดฟันแน่น ตักน้ำแกงให้บิดามารดาคนละถ้วย แล้วค่อยตักให้ตัวเองอีกถ้วยหนึ่ง แต่ยังไม่ทันจะได้กินสักคำ นางก็ปัดช้อนเสียงดัง “น้ำแกงอะไรกัน จืดชืดไร้รสชาติสิ้นดี แบบนี้เอาไปให้หมู หมูยังไม่กินเลย!”
พรึบ!
ยังพูดไม่ทันจบดี น้ำแกงในถ้วยน้ำแกงของผู้เฒ่าถังก็ลอยมาพุ่งใส่หน้านางเต็มๆ
ถังหรูอี้ร้องเสียงหลง กระโดดลุกพรวดขึ้นมา
“ท่านปู่ เหตุใดท่านจึงสาดน้ำแกงใส่ข้า!”
“ห้ามส่งเสียงเอะอะขณะกินข้าว ข้าตักเตือนเรื่องนี้มาแล้วกี่ครั้ง เมื่อเจ้าทำผิดกฎ ก็ไม่ต้องกินแล้ว ไปยืนสำนึกผิดตรงนั้นเถิด!” ผู้เฒ่าเอ่ยถังเสียงเย็น กล่าวจบก็มองไปที่ถังซานกับเจียงซื่อ “ส่วนพวกเจ้า เลี้ยงลูกไม่ได้ความ ก็อย่ากินด้วย ไปยืนสำนึกผิดพร้อมกัน!”
“ท่านพ่อ…”
“ไปซะ!”
ถังซานกับหวังซื่อถึงกับไม่กล้าหือแม้แต่น้อย รีบพาบุตรสาวไปยืนสำนึกผิดเงียบๆ ชิดกำแพง
เถียนฮวนเห็นดังนั้น ก็รีบเดินไปหยิบถ้วยสะอาดมาอีกใบ แล้วตักน้ำแกงให้ผู้เฒ่าถังใหม่อีกถ้วย
ผู้เฒ่าถังรับไปชิมคำหนึ่ง แล้วก็พยักหน้าพอใจ “ฮวนเจี่ยเอ๋อร์ น้ำแกงไก่เจ้าทำได้จืดใสชื่นใจ ถูกปากข้ายิ่งนัก”
คำพูดนั้นเหมือนฟาดใส่หน้าถังหรูอี้ฉาดใหญ่ นางน้อยใจ น้ำตาหยดโตๆ คลออยู่ในดวงตา
เถียนฮวนกลับยิ้มออกมาด้วยความสุขใจ
“ท่านตาชอบก็ดีแล้วเจ้าค่ะ ไก่สองตัวนี้ข้าตั้งใจทำไว้ให้ท่านตากับแม่บำรุงร่างกายโดยเฉพาะ ท่านตากินเยอะๆ นะเจ้าคะ”
นางยิ้มหวาน รีบฉีกน่องไก่นึ่งวางลงในถ้วยของผู้เฒ่าถัง อีกน่องก็ส่งให้ถังซื่อ แล้วจึงฉีกเนื้ออกไก่ชิ้นใหญ่ให้กู้ฉางสุ่ย
“ไก่ในหม้อตุ๋นมีแต่น้ำแกงไม่กินเนื้อ ส่วนตัวนี้กินแต่เนื้อไม่กินหนัง ถึงจะปรุงแบบจืดไว้เอาใจผู้ใหญ่ แต่ก็น่าจะไม่แย่นะ ลองชิมดูสิ”
“อืม”
กู้ฉางสุ่ยคีบเนื้อไก่ขึ้นมากัดไปคำใหญ่ เนื้อไก่นึ่งนุ่มละมุนลิ้น กลิ่นหอมเฉพาะตัวของเนื้อไก่ป่าก็แผ่ซ่านออกมาทันที
ไก่นี้ปรุงเพียงเกลือหยาบเล็กน้อย เพิ่มด้วยต้นหอมขิงนิดหน่อย ไม่มีเครื่องปรุงอื่นเจือปน รสชาติไก่ป่ายังคงเด่นชัดโดยไม่ถูกรบกวนจากกลิ่นอื่น แม้จะจืดไปนิดสำหรับคนชอบรสจัด แต่เนื้อกลับสดนุ่มอร่อยจนหยุดไม่ได้
คนอย่างเขาที่ชอบรสจัด ยังไม่รู้สึกอยากปฏิเสธเลยแม้แต่น้อย
กินไม่กี่คำ เนื้ออกไก่ชิ้นใหญ่ก็หมดลง เขาจึงตักน้ำแกงหนึ่งช้อนเข้าปาก
กลิ่นหอมของน้ำแกงไก่ซึมซาบลงลำคอ ให้ทั้งลำคอและกระเพาะอุ่นสบายอย่างน่าอัศจรรย์ แม้จะกลืนลงไปแล้ว แต่รสชาติยังคงติดปลายลิ้น กลิ่นหอมยังวนเวียนในปากอย่างไม่จางหาย
“อร่อยมาก ข้าไม่เคยกินไก่ที่อร่อยแบบนี้มาก่อนเลย” พอกินเสร็จ เขาก็เอ่ยชมเถียนฮวนไม่ขาดปาก
เถียนฮวนยิ้มจนตาหยี รีบตักน้ำแกงให้อีกถ้วยทันที “เช่นนั้นก็กินเยอะๆ ไก่ป่าเป็นของบำรุงชั้นดี บำรุงร่างกาย เสริมพลัง ขับเสมหะ บำรุงม้าม บำรุงตับ บำรุงสายตา ดีต่อร่างกายท่านแน่นอน”
“อืม” เห็นนางยิ้มสดใส กู้ฉางสุ่ยก็เผลอยิ้มตาม เขายังเอื้อมตะเกียบคีบเนื้อไก่ให้นางอีก “เจ้าเองก็ทำกับข้าวเหนื่อยแล้ว ต้องกินเยอะๆ เหมือนกัน”
“อืม!” เถียนฮวนรีบพยักหน้า ยิ้มกว้างจนแทบหุบไม่ได้
ผู้เฒ่าถังกับถังซื่อเห็นแล้วก็พากันยิ้มตามไปด้วย
สองคนนี้ผลัดกันคีบอาหารให้กัน มองตากันไปมา ราวกับสายตาคู่นั้นตวัดรัดเกี่ยวกันกลางอากาศ!
ถังหรูอี้เห็นแล้วก็ได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างขมขื่น
“เชอะ! ผีเน่ากับโลงผุ!” นางสบถเสียงลอดไรฟัน