ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล] - บทที่ 16 สกัดน้ำมัน
- Home
- ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล]
- บทที่ 16 สกัดน้ำมัน
ทั้งคู่พูดคุยหยอกล้อกันไปตลอดทาง ทำให้ทั้งสองเริ่มเปิดอกคุยกันอย่างแท้จริง
ผ่านไปบทสนทนาแล้วบทสนทนาเล่า เพลิดเพลินเสียจนเส้นทางกลับบ้านดูไม่ไกลเท่าเดิม
เมื่อทั้งสองกลับถึงบ้านตระกูลกู้ในหมู่บ้านกานสุ่ย ฟ้าก็มืดสนิทแล้ว
พอเปิดประตูเดินเข้าไปในบ้าน ยังไม่ทันจะก้าวพ้นธรณีประตู ประโยคต้อนรับเสียงดังของแม่สามีก็ลอยมา
“กลับมากันเสียที! ไปกินข้าวให้เรียบร้อย แล้วรีบมาช่วยสกัดน้ำมัน! อย่าชักช้า คนทั้งบ้านรอพวกเจ้าอยู่!”
เถียนฮวนกับกู้ฉางสุ่ยไม่ได้พูดอะไร เดินเอาห่อสัมภาระกลับเข้าไปเก็บในห้อง แล้วจึงไปที่ครัวเพื่อกินข้าว
วันนี้แม่สามีเตรียมอาหารไว้ไม่น้อย แม้กระทั่งหมั่นโถวก็มีตั้งห้าหกลูก
เถียนฮวนกินไปหนึ่ง กู้ฉางสุ่ยก็จัดการเก็บกวาดที่เหลืออย่างรวดเร็ว จากนั้นก็พานางไปยังโรงสกัดน้ำมัน
ในยุคนี้ ชาวบ้านทั่วไปใช้น้ำมันช่ายจื่อในการปรุงอาหาร จะมีเพียงบ้านร่ำรวยเท่านั้นที่ใช้น้ำมันหมู
แต่กระบวนการสกัดน้ำมันจากช่ายจื่อนั้นซับซ้อนมาก ต้องผ่านขั้นตอนทั้งล้าง คั่ว บด นึ่ง กดอัด และสกัดน้ำมันออกมา
เรื่องนี้กู้ฉางสุ่ยเคยอธิบายให้นางฟังระหว่างเดินทางกลับบ้าน
‘แต่มีอยู่สองขั้นตอนคือการคั่วกับนึ่งที่ต้องใช้ฝีมือ ข้าไม่เคยได้แตะเลย ตั้งแต่เด็กจนโต ข้าก็แค่ทำงานใช้แรงงาน’
หลังจากเล่าเรื่องขั้นตอนสกัดน้ำมันอย่างละเอียดแล้ว กู้ฉางสุ่ยก็พูดสรุป
ความหมายโดยนัยคือ เขายังถูกบิดามารดาปิดบังเคล็ดลับการสกัดน้ำมัน เพราะกลัวเขาจะเรียนรู้แล้วแยกตัวออกไปทำมาหากินเอง เป็นคู่แข่งกับพวกเขา
เถียนฮวนเม้มปาก ‘ดูท่าพวกเขาก็คงเตรียมแผนไว้สองทางสินะ หนึ่ง…ทุ่มเงินให้น้องชายของท่านสอบเป็นซิ่วไฉ สอง…พวกเขาไม่ยอมบอกเคล็ดลับการสกัดน้ำมันกับท่านเพราะเผื่อลูกชายสอบไม่ผ่าน แบบนี้ไม่ใช่เรื่องดีหรอกนะ’
กู้ฉางสุ่ยขมวดคิ้ว ‘เหตุใดเจ้าถึงพูดแบบนั้น’
เถียนฮวนตอบ ‘มนุษย์เราถ้าจะทำสิ่งใดให้สำเร็จ สิ่งที่พลาดไม่ได้เลยก็คือทางถอย แต่ถ้าหากมีทางถอยที่พร้อมรองรับอยู่แล้ว แรงผลักดันในการเดินไปข้างหน้าก็จะลดลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับครอบครัวอย่างพวกเราที่ต้องหวังพึ่งน้องชายของท่านสอบผ่านเพื่อเปลี่ยนชะตาชีวิต เว้นเสียแต่เขาจะมีพรสวรรค์เป็นเลิศ ไม่อย่างนั้นเขาแค่รู้ว่าจะสอบผ่านหรือไม่ผ่าน ตนก็ไม่มีทางอดตาย เขาก็ไม่มีแรงกระตุ้นจนขวนขวายหาความรู้
‘แต่ท่านพ่อท่านแม่เขาเลี้ยงมาราววางเขาไว้บนหิ้ง ไม่เคยให้เขาได้สกัดน้ำมันเลย เขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการสกัดน้ำมันหรือดูแลโรงสกัดน้ำมัน ถ้าเขาสอบไม่ได้จริงๆ โตไปก็ใช่ว่าจะดูแลโรงสกัดน้ำมันได้ แล้วถ้าจะพูดให้แรงกว่านี้อีกนิด หากเขาอ่านหนังสือมากไปจนติดนิสัยทะนงตัวขึ้นมา ไม่ยอมทำงานใช้แรงงานจริงๆ เช่นนั้นเขาจะเอาตัวรอดได้อย่างไร ทำอะไรครึ่งๆ กลางๆ ไม่เก่งพอจะสอบได้ แต่ก็ไม่ยอมทำงาน เท่านี้ชีวิตก็พังแล้ว!’
กู้ฉางสุ่ยครุ่นคิดตามอย่างจริงจัง ก่อนจะพยักหน้า ‘เจ้าพูดถูก ฟังดูมีเหตุผลยิ่งนัก แต่อย่าพูดเรื่องแบบนี้ให้พ่อแม่ข้าได้ยินเชียวนะ ไม่งั้นโดนพวกเขาด่าหูชาแน่’
เถียนฮวนรีบพยักหน้า ‘รู้แล้ว ข้าแค่พูดกับท่านเท่านั้น ข้ารู้จักนิสัยพวกเขาดี ข้าไม่โง่หาเรื่องใส่ตัวหรอก’
ทั้งสองสบตากันแล้วยิ้ม
พอกลับถึงบ้านก็พบว่าช่ายจื่อถูกล้างและคั่วเรียบร้อยแล้ว เหลือแค่รอกู้ฉางสุ่ยมาบดเท่านั้น
กู้ฉางสุ่ยถอดเสื้อ เหลือแค่กางเกงขายาว ก่อนจะออกแรงดันเครื่องโม่รอบแล้วรอบเล่า
เถียนฮวนเองก็ไม่ได้อยู่เฉย กู้ฉางสุ่ยเพิ่งเริ่มดันเครื่องโม่ แม่สามีก็ชี้ไปที่ตะกร้าใส่ช่ายจื่อที่อยู่มุมห้องว่า
“สุ่ยเกอเอ๋อร์บดเมล็ดช่ายจื่อ ข้าจะให้เจ้าคอยเติมช่ายจื่อเข้าไป ห้ามขี้เกียจกันทั้งคู่! จริงๆ บ้านเราควรสกัดน้ำมันตั้งแต่สองวันก่อนแล้ว แต่มัวแต่ไปจัดงานแต่งให้เจ้า เสียเวลาไปเปล่าๆ จนวันนี้ลุงหวังที่อยู่ท้ายหมู่บ้านมาขอซื้อน้ำมันช่ายจื่อ ข้ายังไม่มีน้ำมันช่ายจื่อให้เขาเลย! ความเสียหายครั้งนี้ พวกเจ้าต้องรับผิดชอบให้หมด!”
วันนี้เถียนฮวนได้เจอมารดา ท่านตารับปากจะดูแลนาง ใจเลยเบิกบาน แม้ร่างกายจะอ่อนล้า แต่ให้นอนตอนนี้ก็คงไม่หลับ จึงยอมว่านอนสอนง่าย เดินไปขนช่ายจื่อมาเทใกล้ๆ เครื่องโม่ แล้วเริ่มเติมลงไป
จริงๆ แล้วขั้นตอนการบดก็คล้ายการบดถั่วทั่วไป เพียงแต่เครื่องมือที่ใช้นั้นใหญ่กว่าเครื่องโม่ตามบ้านทั่วไปมาก
เถียนฮวนสังเกตอยู่ไม่นานก็จับจังหวะได้ เติมช่ายจื่อได้สม่ำเสมอและพอเหมาะ
กู้ฉางสุ่ยเชี่ยวชาญการบดอยู่แล้ว เครื่องโม่ที่ทั้งใหญ่และหนักพอๆ กับแท่นหินกลับเหมือนแค่ไม้คลึงแป้งในมือเขา ดันเครื่องโม่ไปได้อย่างคล่องแคล่ว
เขาก้าวเดินอย่างมั่นคงไม่ช้าหรือเร็วไป แถมผงที่บดออกมาก็มีเนื้อละเอียดเสมอกัน
ทั้งสองคนผลัดกันทำงานซ้ำๆ
พอรอบแรกเสร็จ แม่สามีก็พาน้องสาวสามีทั้งสองเข้ามาเติมฟางลงไป จากนั้นกู้ฉางสุ่ยก็บดต่อไปเรื่อยๆ จนเมื่อผงช่ายจื่อผสมเข้ากับฟางกลายเป็นแผ่นช่ายจื่อแบนๆ ขั้นตอนนี้ถึงจะจบ
แม่สามีกับน้องสาวสามีทั้งสองนำแผ่นช่ายจื่อไปนึ่ง
เมื่อนึ่งเสร็จ พ่อสามีจึงเข้ามาช่วยกู้ฉางสุ่ยนำแผ่นช่ายจื่อออกมาจัดเรียงเพื่อเข้าสู่กระบวนการบีบอัด เมื่อวางเข้าที่แล้วก็ใช้ไม้ทุบเพื่อสกัดน้ำมันออกมา
เถียนฮวนกับแม่สามีและน้องสาวสามีอีกสองคนคอยช่วยอยู่ด้านข้าง ทุกคนวุ่นกันจนถึงฟ้าสางถึงได้พัก
ระหว่างนั้นน้องชายสามีกลับไม่โผล่หน้าออกมาช่วยเลยสักครั้ง
จนตะวันโผล่ขึ้นขอบฟ้า น้ำมันช่ายจื่อสีเหลืองทองบรรจุเต็มสองอ่างใหญ่
ทั้งคืนเถียนฮวนไม่ได้นอน ทุกคนต่างเหน็ดเหนื่อยกันถ้วนหน้า แต่พอเห็นเหงื่อที่ชุ่มไปทั้งตัวของกู้ฉางสุ่ยและใบหน้าที่อ่อนล้าของเขา นางก็อดสงสารไม่ได้
…เทียบกับเขาแล้ว งานของนางยังนับว่าเบา
หญิงสาวรีบคว้าผ้าผืนหนึ่งส่งให้เขา จากนั้นหันไปบอกแม่สามีว่า “ท่านแม่เจ้าคะ เดี๋ยวข้าไปทำอาหารเช้าให้ ท่านอยากกินอะไรหรือไม่เจ้าคะ”
“อะไรก็ได้! ข้าหิวจะตายอยู่แล้ว ตอนนี้ข้าอยากแค่กินอิ่มแล้วนอน!” แม่สามีทรุดตัวลงนั่ง พูดอย่างหมดแรง
เถียนฮวนพยักหน้าแล้วเข้าครัว
หมั่นโถวเมื่อวานหมดเกลี้ยง ในครัวไม่มีข้าวเหลือเลย นางจึงตักแป้งออกมาหลายถ้วย นวดจนได้แป้งเหนียวนุ่ม เพื่อทำเส้นบะหมี่
เห็นในครัวยังมีหมูสามชั้นแขวนอยู่ นางจึงหั่นเป็นลูกเต๋าเล็กๆ ใส่กระทะผัดให้มีน้ำมันออกมา ก่อนจะเติมเต้าเจี้ยว ผักซอย และหัวไชเท้าหั่นเต๋าลงไป สำหรับราดลงบนเส้นบะหมี่
เส้นบะหมี่สุกแล้ว นางจึงตักใส่ชาม ราดหมูสามชั้นผัดลงไป กลิ่นน้ำมันหมูและกลิ่นเส้นบะหมี่ผสมกันกลายเป็นกลิ่นหอมลอยออกมานอกหน้าต่างกระจายไปไกล
ทันใดนั้นเอง เสียงท้องร้องโครกครากก็ดังขึ้นจากฝั่งกู้ฉางสุ่ยและคนอื่นๆ พร้อมกับเสียงกลืนน้ำลายที่มิอาจควบคุม