ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล] - บทที่ 21 กระต่ายย่างเจี่ยโหลว
- Home
- ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล]
- บทที่ 21 กระต่ายย่างเจี่ยโหลว
เถียนฮวนหลุดหัวเราะพรืดออกมาอีกครั้ง ก่อนรีบปาดเหงื่อบนหน้าผากแล้วพูดว่า “ขอข้าพักสักหน่อย พอหายเหนื่อยแล้วจะไปทำกับข้าวให้”
ภายในกระท่อมมีแค่เตาชั้นเดียวอย่างง่ายๆ ของที่บ้านตระกูลกู้มอบให้พวกเขานั้นก็มีจำกัด นางจะทำอะไรได้บ้าง
ขณะกำลังครุ่นคิด กู้ฉางสุ่ยก็เอ่ยขึ้น “วันนี้พวกเราต่างก็เหนื่อยกันมามากแล้ว อย่าลองผิดลองถูกอะไรอีกเลย เจ้าก็ใช้เตาที่อยู่ข้างนอกนั่นหุงข้าวเถิด ข้าจะขึ้นเขาไปดูกับดักว่ามีสัตว์ป่าติดมาบ้างหรือไม่ ถ้ามีละก็ จะได้ประหยัดแรงไปหน่อย”
พูดจบ เขาก็ออกจากบ้านไป
พอเขาไปแล้ว เถียนฮวนก็ผ่อนลมหายใจเล็กน้อย ก่อนจะลุกขึ้นไปด้านนอกเพื่อเตรียมหุงหาอาหาร
ตอนนี้ในครัวมีเพียงเตาเล็กเก่าๆ หนึ่งเตา บนเตาวางหม้อหนึ่งใบ นางมีน้ำมัน เกลือ และข้าวสารเล็กน้อยที่นำติดตัวมาจากบ้านตระกูลกู้
ไม่มีเตาใหญ่เหมือนที่บ้านตระกูลกู้ ไม่มีแม้แต่เตาเล็กอีกเตา หรือผักให้เลือกสรร นางมีฝีมือทำอาหารแต่กลับไร้ที่ให้แสดงฝีมือ
ทว่าเถียนฮวนก็ไม่ใช่คนที่จะนั่งรอความตายเฉยๆ นางรีบกวาดสายตามองไปรอบบ้าน แล้วก็พบสิ่งที่นางต้องการในทันที ‘ผูกงอิง[1]!’
ตามเนินเขาและทุ่งหญ้ารอบ ๆ ผูกงอิงสีเขียวสดกำลังไหวเอนตามลม
ใบอ่อนเขียวชอุ่มสะท้อนในดวงตาเถียนฮวน พลันกลายเป็นอาหารรสเลิศในจินตนาการของนาง
นางรีบวิ่งไปเด็ดใบอ่อนของผูกงอิงไปพลาง พลางพึมพำเบาๆ กับตนเอง “ผูกงอิง มีฤทธิ์เย็น รสขมปนหวาน ช่วยลดความร้อน ถอนพิษ ขับปัสสาวะ ละลายเสมหะ เป็นสมุนไพรสำคัญในการปรุงยา นำมาทำอาหารอร่อยๆ ได้อีกด้วย!”
พริบตาเดียว นางก็เก็บผูกงอิงได้เต็มอ้อมแขน นำไปล้างในลำธารเล็กๆ ข้างบ้านจนสะอาด จากนั้นเก็บกิ่งไม้แห้งมาอีกเล็กน้อย ใช้ตะบันไฟจุดไฟ แล้วตั้งหม้อต้มน้ำบนเตา
ครั้นเมื่อน้ำเดือด นางก็ใส่ผูกงอิงลงไป ลวกไว้ประมาณสามสิบลมหายใจ ก่อนจะเทน้ำทิ้ง เหลือไว้เพียงผูกงอิง
หญิงสาวเอาผูกงอิงล้างด้วยน้ำเย็นอีกครั้งแล้วสะเด็ดน้ำ ใส่เกลือ คลุกเคล้าให้เข้ากัน หยดน้ำส้มสายชูสองหยด ยำผูกงอิงจานหนึ่งก็พร้อมยกขึ้นโต๊ะ สดใหม่ น่ารับประทาน
จากนั้นนางก็เติมน้ำเกินครึ่งหม้อ เคี่ยวน้ำจนเดือดแล้วใส่ข้าวสารที่ล้างสะอาดแล้วลงไป ปิดฝาหม้อทิ้งไว้ให้สุก
หุงข้าวได้ไม่นาน กู้ฉางสุ่ยก็แบกฟืนมัดหนึ่งพาดไหล่ มืออีกข้างหิ้วกระต่ายอ้วนตัวหนึ่งกลับมา เขาชำแหละและล้างเรียบร้อยแล้ว แม้แต่หนังยังถลกแขวนไว้กับฟืน!
“วันนี้โชคไม่ค่อยดี กับดักที่วางไว้ได้มาแค่กระต่ายตัวเดียว แต่ดีที่มันอ้วนมาก งั้นพวกเราย่างกินกันเถอะ!” กู้ฉางสุ่ยพูดด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิด “ส่วนหนัง ถึงจะเป็นกระต่ายสีเทา แต่เส้นขนก็ขึ้นสม่ำเสมอดี ทั้งยังนุ่มฟู เดี๋ยวข้าตากไว้ให้แห้ง พอหน้าหนาวจะทำผ้าพันคอให้เจ้า”
“ดีเลย!” เถียนฮวนพยักหน้ารัวๆ แล้วดึงถ่านสองสามก้อนออกจากเตา จุดไฟอีกกองขึ้นข้างๆ
กู้ฉางสุ่ยหยิบฟืนยาวมาวางเรียงกันเป็นเตาย่างอย่างง่าย เตรียมจะเสียบกระต่ายขึ้นย่าง
“เดี๋ยวก่อน ข้าทำเอง” เถียนฮวนรีบรับกระต่ายมาแล้วสั่งเขา “ท่านไปดูไฟตรงนั้นแทนเถอะ”
“อ้อ” กู้ฉางสุ่ยก็เดินไปอย่างว่าง่าย
เถียนฮวนหยิบมีดมากรีดเนื้อกระต่ายที่ผ่านการชำแหละแล้ว จากนั้นก็คว้าหยิบเกลือหนึ่งกำมือมาทาให้ทั่วทั้งตัวกระต่าย แม้แต่ในท้องก็ไม่เว้น
เมื่อจัดการเสร็จเรียบร้อย นางก็เด็ดใบไม้สีเขียวเข้มจากข้างกายมาห่อเนื้อกระต่ายไว้ ใช้เถาวัลย์เส้นเล็กมัดให้แน่น แล้วจึงนำไปย่างบนเตาไฟ
“นี่คืออะไรหรือ” กู้ฉางสุ่ยเอ่ยถาม
“นี่เรียกว่าเจี่ยโหลว เป็นทั้งยาสมุนไพรและเครื่องปรุงรส ช่วยชูรสให้อร่อยและหอมขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้ร่างกายอบอุ่น ขับความเย็นออกจากภายใน และการห่อเนื้อกระต่ายไว้แบบนี้ ก็ไม่ต้องกลัวว่าหนังกระต่ายจะถูกไฟเผาเกรียมจนกินไม่ได้” เถียนฮวนตอบ
กู้ฉางสุ่ยพยักหน้าอย่างรวดเร็ว “ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้ ได้กินข้าวกับที่เจ้าทำทีไร ข้าก็ได้ความรู้ใหม่ๆ ทุกทีเลย”
เถียนฮวนยิ้มบาง “นี่ล้วนเป็นวิชาแพทย์พื้นฐานที่พบเห็นได้บ่อยๆ จริงอยู่ว่าชาวบ้านธรรมดาอาจไม่รู้สรรพคุณของสมุนไพร แต่ลองผิดลองถูกมาหลายปีก็พอรู้กันว่าเวลาไหนควรใช้สิ่งใดในการปรุงอาหาร แม้แต่หมอหลายคนยังค้นพบหลักการแพทย์จากบนโต๊ะอาหารของชาวบ้านเสียด้วยซ้ำ! ดังคำกล่าวว่า ‘ยารักษาโรคแบบบ้านๆ หนึ่งขนาน ทำเอาหมอชื่อดังถึงกับกระอักเลือด!’ “
กู้ฉางสุ่ยได้ยินดังนั้นก็หัวเราะออกมาในทันที
สองสามีภรรยา คนหนึ่งคอยดูไฟบนเตา อีกคนหมุนไม้ที่เสียบเนื้อกระต่ายอย่างระมัดระวัง ไม่นานนัก กลิ่นหอมก็โชยออกมาจากเตาและกองไฟพร้อมกัน
อีกสักพัก เมื่อข้าวในหม้อสุกพอดี เนื้อกระต่ายย่างก็ใกล้จะได้ที่แล้ว
เจี่ยโหลวที่ห่อเนื้อกระต่ายถูกย่างจนแห้งเกรียม แค่แตะเบาๆ ก็แตกออก เมื่อห่อถูกเปิดออก กลิ่นหอมของเนื้อกระต่ายที่ถูกกักไว้ก็พวยพุ่งออกมาราวกับแย่งกันหนีออกจากพันธนาการ ส่งกลิ่นอบอวลไปทั่วบริเวณ
กลิ่นหอมฟุ้งของเนื้อกระต่ายปะปนกับกลิ่นหอมสดชื่นของเจี่ยโหลว ลดความเลี่ยนของไขมันในเนื้อกระต่ายได้อย่างดี เหลือไว้เพียงกลิ่นหอมอันเข้มข้นที่ชวนให้น้ำลายไหล
กู้ฉางสุ่ยได้กลิ่นแล้ว ท้องก็ร้องโครกครากขึ้นมาอีกครั้ง
เขารีบยกมือกุมท้องไว้ แต่สายตาก็ยังอดไม่ได้ที่จะมองไปทางเถียนฮวน
เถียนฮวนยิ้มปลอบ “อดใจรออีกหน่อย ใกล้เสร็จแล้ว”
นางหมุนเนื้อกระต่ายบนกองไฟอีกสองสามรอบ ไขมันที่ซึมออกมาจากหนังเมื่อเจอเปลวไฟก็ส่งเสียงฉ่าๆ หนังกระต่ายที่เคยขาวนวลตอนนี้กลายเป็นสีเหลืองทอง ดูแล้วกระตุ้นต่อมน้ำลายยิ่งนัก แม้แต่เถียนฮวนเองยังกลืนน้ำลายไม่หยุด
หญิงสาวย่างต่ออีกครู่หนึ่ง จนกระทั่งได้ยินเสียงหนังกระต่ายแตก นางก็ถอนหายใจยาวออกมา รีบยกเนื้อกระต่ายย่างขึ้นสูง
“เสร็จแล้ว!”
กู้ฉางสุ่ยรีบเดินมารับเนื้อกระต่ายไป ฉีกขาออกมาข้างหนึ่งขณะยังร้อนอยู่ เป่าให้เย็นลงเล็กน้อยแล้วยื่นให้เถียนฮวน “วันนี้ลำบากเจ้าแล้ว เจ้ากินก่อนเถอะ”
เถียนฮวนไม่เกรงใจ รับมากัดเนื้อกระต่ายคำโต
หนังกระต่ายที่ถูกย่างจนกรอบแตกดังเป๊าะในคำแรก ส่วนเนื้อกระต่ายด้านในยังคงชุ่มฉ่ำ ไม่ถึงกับเปื่อยนุ่มจนเกินไป เคี้ยวแล้วยังมีสัมผัสเด้งสู้ฟัน เหมาะกับวัยของพวกเขายิ่งนัก
เถียนฮวนหรี่ตาพริ้มด้วยความพึงพอใจ “อร่อยจริงๆ!”
กู้ฉางสุ่ยเห็นเช่นนั้นก็ฉีกขาอีกข้างมากิน ทันใดนั้นแววตาของเขาก็เปล่งประกาย “อร่อย! อร่อยกว่าที่ข้าทำตั้งเยอะ!”
จากนั้นเขาก็ก้มหน้าก้มตาแทะขากระต่ายไม่หยุด
เห็นเขากินอย่างเอาเป็นเอาตายเช่นนี้ นางก็ดีใจราวกับได้รับคำชมแล้ว
เถียนฮวนรู้สึกอบอุ่นหัวใจ นางรีบคีบยำผูกงอิงขึ้นมา
“กินช้าๆ หน่อย! ถึงใบเจี่ยโหลวจะซับน้ำมันไปเกือบหมดแล้ว แต่เนื้อกระต่ายย่างก็ยังมันเยอะอยู่ดี ท่านลองกินคู่กับผูกงอิงดู จะช่วยตัดเลี่ยนได้”
“อืม” กู้ฉางสุ่ยพยักหน้า แล้วก็อ้าปากรับผูกงอิงจากตะเกียบของนางกินไปคำหนึ่ง จากนั้นค่อยกัดเนื้อต่ออีกคำ “อื้ม จริงด้วย ไม่เลี่ยนเลย รสสัมผัสสดชื่นขึ้นเยอะ!”
แก้มของเถียนฮวนขึ้นสีชมพูทันตา “ท่านก็มีตะเกียบนะ เหตุใดต้องมากินของข้า”
กู้ฉางสุ่ยกะพริบตาปริบๆ “ก็เจ้ายื่นมาจ่อปากข้าขนาดนี้ ไม่ใช่ว่าตั้งใจจะให้ข้ากินหรอกหรือ”
“คนเจ้าเล่ห์!”
เถียนฮวนบ่นเบาๆ แล้วรีบหันหน้าหนี
[1] ผูกงอิง คือ ดอกแดนดิไลออนจีน (Taraxacum Mongolicum) นิยมนำมาประกอบอาหารหรือปรุงยาบางประเภท