ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล] - บทที่ 24 ขุดโสม
“ดี ข้าเชื่อเจ้า” กู้ฉางสุ่ยยิ้มกว้างให้กับนางทันที
เถียนฮวนเองก็ยิ้มแย้มจนหน้าบาน
ตอนนี้ดวงอาทิตย์ก็ลอยสูงขึ้นมาแล้ว น้ำค้างตามไหล่เขาก็แห้งไปเกือบหมด
ทั้งสองจึงรีบล้างถ้วยให้สะอาดเรียบร้อย แล้วพากันแบกตะกร้าขึ้นเขาไป
เถียนฮวนยังจำได้ว่า เมื่อคราวก่อนที่กู้ฉางสุ่ยพานางเดินขึ้นไปถึงเชิงเขา นางเห็นสมุนไพรมากมายตลอดทาง โดยเฉพาะดอกเบญจมาศป่าบานสะพรั่งเต็มเนิน คาดว่าตอนนี้ก็น่าจะยังไม่โรย
ดอกเบญจมาศป่ามีอยู่มากมาย หากเก็บมาตากแห้งแล้วนำไปขายที่โรงหมอก็น่าจะพอได้เงินมาจำนวนหนึ่ง ทั้งยังมีหย่วนจื้อ นางเองก็น่าจะพอขุดมาแปรรูปได้บ้าง
ด้วยฝีมือของนาง การหาเงินให้พอใช้จ่ายตลอดฤดูหนาวก่อนที่ความหนาวจะมาเยือน ย่อมไม่เป็นปัญหาแน่นอน
เถียนฮวนกำลังคิดคำนวณในใจ แต่พอเงยหน้าขึ้นมองกลับพบว่า…
“ท่านพามาผิดทางงั้นหรือ”
“ไม่นะ” กู้ฉางสุ่ยยิ้มพลางส่ายหน้า แล้วยังคงก้มหน้าก้มตาเดินต่อไปข้างหน้า
เขาคุ้นเคยกับภูเขาลูกนี้ดีกว่านาง ในเมื่อเขาบอกว่ามาถูก ก็คงจะไม่ผิดกระมัง
เถียนฮวนคิดในใจ ก่อนจะเดินตามเขาไปอย่างว่าง่าย แต่ยิ่งเดินไปนานเข้า นางก็ยิ่งรู้สึกแปลกใจ
“ท่านแน่ใจนะว่าไม่ได้พาข้ามาผิดทาง? ข้าจำได้ว่าคราวก่อนทุ่งดอกเบญจมาศป่านั่นอยู่ไม่ห่างจากเชิงเขานัก ใช้เวลาเพียงหนึ่งถ้วยชาก็ถึงแล้ว แต่นี่เราก็เดินกันมาร่วมครึ่งชั่วยามเข้าไปแล้วนะ!”
“ใครบอกว่าข้าจะพาเจ้าไปเก็บดอกเบญจมาศป่า?” กู้ฉางสุ่ยย้อนถามทันที
เถียนฮวนถึงกับชะงัก “ไม่ใช่หรือ”
“แน่นอนว่าไม่ใช่ ข้ามีของดีอยากให้เจ้าดูต่างหาก” กู้ฉางสุ่ยเอ่ยท่าทางมีลับลมคมใน จากนั้นก็คว้ามือนางไว้ แล้วจูงมือนางเดินต่อไปข้างหน้า
ทั้งสองเดินต่อไปในป่าเขาราวๆ หนึ่งมื้ออาหาร กู้ฉางสุ่ยก็หยุดฝีเท้าในที่สุด
“ถึงแล้ว!”
เถียนฮวนหยุดยืนมั่น “ที่นี่คือที่ไหนหรือ”
“ไม่ต้องสนว่าที่ไหน เจ้ามาดูนี่ก่อน” กู้ฉางสุ่ยชี้ไปยังจุดหนึ่งทางขวาด้านหน้า
เถียนฮวนมองตามทันที แล้วก็เห็นเข้า!
“นั่นโสมใช่ไหม” นางรีบวิ่งเข้าไปนั่งยอง ๆ ตรวจดูอย่างละเอียด ก่อนจะยืนยันว่า “ใช่จริงๆ ด้วย! ดูจากใบของมันแล้ว…สวรรค์! ใบเจ็ดแฉก! ถ้าข้าจำไม่ผิดละก็ โสมต้นนี้น่าจะมีอายุอย่างน้อยหนึ่งร้อยปี!”
โสมอายุร้อยปีเชียวนะ แม้แต่คนอย่างเถียนฮวนที่เติบโตมากับโรงหมอ ก็ยังแทบไม่เคยเห็นโสมสดที่มีอายุยืนยาวถึงเพียงนี้ในป่าลึกมาก่อน
ความตื่นเต้นทำให้นางตัวสั่นไปทั้งร่าง
ผ่านไปพักใหญ่นางถึงนึกได้ จึงถามว่า “ท่านรู้ได้อย่างไรว่าที่นี่มีโสมอยู่”
“ห้าปีก่อนข้ามาล่ากระต่ายในป่านี้แล้วบังเอิญพบเข้า” กู้ฉางสุ่ยตอบ
“ห้าปีก่อน?” เถียนฮวนอุทาน “นานเสียขนาดนั้น เหตุใดท่านไม่ขุดขึ้นมาเล่า”
“ก่อนหน้านี้ ต่อให้ข้าขุด โสมก็ต้องตกไปอยู่ในมือพ่อแม่ข้า ไม่มีทางจะตกถึงข้า” กู้ฉางสุ่ยกล่าว “ทว่าบัดนี้พวกเราก็แยกบ้านแล้ว ถ้าขุดตอนนี้ โสมนี้ก็เป็นของเรา”
เถียนฮวนเข้าใจโดยพลัน
“แสดงว่าท่านคิดไว้ตั้งแต่แรกแล้วสินะว่าจะมีวันนี้”
“แน่นอน พ่อแม่ข้าลำเอียงถึงเพียงนั้น มีหรือจะเลี้ยงข้าไว้ให้เปลืองข้าวเปลืองน้ำ ท่านปู่ก็เคยเตือนข้าไว้แล้ว ว่าให้หาทางเก็บหอมรอมริบอะไรไว้สักหน่อย เผื่อวันหนึ่งถูกไล่ออกจากบ้านจะได้พอพึ่งพาได้บ้าง เพราะฉะนั้น ตอนข้าเจอโสมต้นนี้ ข้าถึงไม่บอกใคร บอกแค่ท่านปู่คนเดียว” กู้ฉางสุ่ยพูดเสียงเบา ทว่ารอยยิ้มกลับค่อยๆ ผุดขึ้นบนใบหน้า “ข้ารอมานานเหลือเกิน ในที่สุดวันที่ข้ารอคอยก็มาถึง! เจ้าจะให้ใครขุด ข้าหรือเจ้า”
“ถ้าอยากขุดโสมให้ออกมาทั้งต้นโดยไม่เสียหาย แน่นอนว่าต้องให้ข้าทำ!” เถียนฮวนตอบโดยไม่ลังเล
โชคดีที่วันนี้นางพกพลั่วเล็กๆ ติดตัวมาด้วย แม้จะต่างจากพลั่วเล็กสำหรับขุดสมุนไพรอยู่บ้าง แต่ก็ยังใช้แทนกันได้
เถียนฮวนสำรวจสภาพโดยรอบของโสมต้นนั้นอย่างละเอียดเสียก่อน จากนั้นจึงค่อยนั่งยองๆ ใช้พลั่วเล็กค่อยๆ ขุดดินโดยรอบ แล้วจึงขุดเข้าใกล้ตำแหน่งของโสมทีละน้อย
เพียงแค่โสมต้นเดียว แต่นางก็ใช้เวลาขุดไปถึงครึ่งชั่วยาม จึงสามารถขุดเอาโสมที่ยาวเท่าแขนของนางออกมาได้ทั้งต้นทั้งรากอย่างสมบูรณ์ แม้แต่รากเส้นเล็กๆ ก็ไม่หักแม้แต่เส้นเดียว!
กู้ฉางสุ่ยเห็นเข้าก็ถึงกับปรบมือให้ “ฝีมือดีจริงๆ! ถ้าเป็นข้าคงทำไม่ได้แน่”
“แน่นอน ข้าเติบโตมาในไร่สมุนไพรของตระกูลเถียน เรื่องการปลูกและเก็บเกี่ยวสมุนไพร ข้ารู้ดีทุกขั้นตอน โสมต้นนี้มาเจอข้านับว่าโชคดีแล้ว ต้องขายมันในราคาที่คู่ควรกับมันให้ได้!” เมื่อพูดถึงสิ่งที่ตนถนัด ใบหน้าของเถียนฮวนก็เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจจนเก็บไม่อยู่
กู้ฉางสุ่ยมองนางแล้วลอบยิ้ม
เถียนฮวนปัดดินที่ติดอยู่บนโสมออกอย่างระมัดระวัง แล้วเด็ดใบไม้นุ่มๆ สองสามใบจากข้างทางมาห่อไว้ ก่อนจะใส่ลงในตะกร้าสะพายหลังของกู้ฉางสุ่ย จากนั้นนางก็กระซิบกับเขาเบาๆ
“โสมส่วนใหญ่มักพบแถบทางเหนือ แม้ในแถบนี้จะเคยมีคนพบอยู่บ้าง แต่กลับไม่ค่อยมีบันทึกไว้ โสมต้นใหญ่ขนาดนี้ยิ่งไม่เคยได้ยินว่าใครเจอมาก่อน ไม่ว่าจะเผยออกเมื่อใด ก็ต้องเป็นเรื่องฮือฮาแน่ๆ แต่ด้วยสถานะของเราในตอนนี้ หากข่าวแพร่ออกไป คงไม่มีทางปกป้องมันไว้ได้ เพราะฉะนั้นตอนนี้เรายังไม่ควรให้คนนอกล่วงรู้ว่าเราขุดโสมต้นนี้ได้ ทางที่ดี เราควรไปเก็บดอกเบญจมาศป่ามาอำพรางก่อนเถอะ”
กู้ฉางสุ่ยพยักหน้าทันที “ข้าก็คิดเช่นเดียวกัน”
ทั้งสองตกลงกันเรียบร้อยแล้วจึงเก็บโสมไว้ให้มิดชิด ปิดด้วยหญ้าแห้งอีกชั้น แล้วค่อยจูงมือกันเดินลงจากเขาไปยังทุ่งดอกเบญจมาศป่าด้านล่าง
ผ่านไปเพียงไม่กี่วัน ดอกเบญจมาศป่ายังคงแบ่งบานสวยงาม เถียนฮวนเห็นเข้าก็ร้องออกมาอย่างตื่นเต้น
“ของพวกนี้ก็ขายได้เงินทั้งนั้น!”
เงินมากเงินน้อยนางไม่เคยรังเกียจ!
นางหยิบตะกร้าขึ้นมา แล้วเริ่มเก็บดอกไม้ลงไปทีละดอก กู้ฉางสุ่ยเห็นแล้วก็ทำตามอย่างเงียบๆ
ทั้งสองช่วยกันเก็บอยู่นานกว่าหนึ่งชั่วยาม ถึงจะเก็บได้แค่ครึ่งเดียวของทุ่งดอกเบญจมาศป่า ทว่าตอนนั้น ดวงอาทิตย์ก็อยู่กลางศีรษะเสียแล้ว
แสงแดดยามเที่ยงของฤดูใบไม้ร่วงยังคงร้อนแรง ทั้งสองอยู่ท่ามกลางป่าเขาที่เต็มไปด้วยต้นไม้หนาทึบ ทำให้อากาศอบอ้าวร้อนระอุจนเหงื่อไหลโชกไปทั้งตัว เสื้อผ้าก็เปียกชุ่มไปหมด ไหนจะต้องก้มๆ เงยๆ มาเป็นเวลานาน ทั้งคู่จึงเมื่อยล้าและปวดหลังไปหมด ไม่อาจฝืนทนทำต่อได้อีก
เมื่อเห็นว่าตะกร้าก็ใกล้จะเต็มแล้ว เถียนฮวนจึงกล่าวว่า
“พอเถอะ ดอกเบญจมาศป่าที่เหลือค่อยมาเก็บคราวหลังก็แล้วกัน เท่านี้ก็น่าจะขายได้หลายร้อยเหวินแล้ว”
กู้ฉางสุ่ยพยักหน้ารับทันที “เอาตามเจ้าว่า”
แต่ระหว่างทางกลับลงเขา เมื่อพบสมุนไพรระหว่างทาง เถียนฮวนก็ยังอดไม่ได้ที่จะขุดติดมือกลับมาด้วยอีกเล็กน้อย ใส่รวมไว้ในตะกร้า
พอกลับถึงบ้าน ทั้งสองก็ล้างหน้าล้างตา แล้วต้มโจ๊กผักง่ายๆ กินรองท้องกันคนละถ้วย ก่อนจะเริ่มลงมือจัดการกับสมุนไพรที่เก็บมา
เถียนฮวนสั่งให้กู้ฉางสุ่ยนำดอกเบญจมาศป่าที่เก็บได้มาเทลงบนพื้น ผึ่งให้แห้งสม่ำเสมอ ส่วนนางเองก็จัดการกับสมุนไพรชนิดอื่นๆ ที่เหลือ เริ่มลงมือแปรรูปสมุนไพรอย่างขะมักเขม้น
ทั้งสองยุ่งอยู่ด้วยกันจนฟ้ามืดสนิท
รอจนทุกสิ่งเงียบสงัด ในที่สุดเรื่องสำคัญของคืนนี้ก็ได้เริ่มต้นขึ้น!