ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล] - บทที่ 23 ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าน้อยใจ
- Home
- ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล]
- บทที่ 23 ข้าจะไม่ปล่อยให้เจ้าน้อยใจ
ชายผู้นี้ออดอ้อนทำตัวสนิทสนมกับนางเช่นนี้ นางพลันชะงักไปเล็กน้อย
“ท่านช่วย…” ถอยห่างจากข้าได้หรือไม่
“หืม?”
“ช่างเถิด ไม่มีอะไร” เถียนฮวนก้มหน้าลงอย่างจนใจ เพียงแต่แอบขยับศีรษะเล็กน้อยเพื่อเว้นระยะห่างจากเขา
แต่ใต้ผ้าห่มมีที่อยู่แค่นี้ ต่อให้นางขยับอีกจะขยับไปถึงไหนกัน
ลมหายใจร้อนผ่าวของกู้ฉางสุ่ยยังคงเป่ารดติ่งหูบอบบางของนาง ทำให้เส้นประสาทที่ไวต่อความรู้สึกที่ติ่งหูนั้นสั่นไหวขึ้นโดยไม่อาจควบคุมได้ จนร่างกายของนางเริ่มสั่นสะท้านตามไปด้วย
เถียนฮวนเริ่มทนไม่ไหว
“เช่นนั้น…ท่านปล่อยข้าไปเถิด” นางพูดเสียงเบา “ตอนนี้ข้าไม่หนาวแล้ว”
“แต่ข้ายังอยากกอดเจ้าต่อ” กู้ฉางสุ่ยเอ่ย
เถียนฮวนถึงกับแข็งเกร็งไปทั้งแผ่นหลัง!
“ฮ่าๆๆ…”
ทันใดนั้น เสียงหัวเราะใสกังวานของชายหนุ่มก็ดังขึ้นข้างหู แผ่นอกของกู้ฉางสุ่ยสั่นเล็กน้อยเพราะความขบขัน
“ภรรยาข้า ในหัวเจ้ากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่”
เถียนฮวนพลันโมโหขึ้นมา
เป็นนางที่คิดมากไปเอง หรือว่าเขาแค่เสแสร้งทำตัวใสซื่อ?
แท้จริงแล้วเขาอาจจะรู้ดีทุกอย่าง…เพราะสิ่งที่นางสัมผัสได้อย่างชัดเจนก็คือ…เขากำลังตอบสนองต่อนางอยู่!
หญิงสาวรีบดิ้นรนพยายามผลักมือทั้งสองของเขาออก แต่กู้ฉางสุ่ยกลับโอบแน่นขึ้น กักขังนางไว้ในอ้อมอกอย่างแนบแน่น ทำให้ดิ้นอย่างไรก็ดิ้นไม่หลุด
เถียนฮวนโกรธจนตะคอกออกมา “ปล่อยข้านะ!”
“เจ้าอย่าเพิ่งโกรธสิ ข้ายังพูดไม่จบเลยนะ!” เมื่อเห็นว่านางโกรธจริง กู้ฉางสุ่ยก็รีบอธิบาย “ข้ายอมรับว่าก็เพราะร่างกายของเจ้าหอมและนุ่มนิ่ม เวลากอดแล้วรู้สึกสบายจนไม่อยากปล่อย แต่ข้าก็รู้ดีว่าการที่เจ้าแต่งงานกับข้านั้นต้องทนลำบากมากเพียงใด ดังนั้นตอนนี้ข้าจะไม่บังคับให้เจ้าต้องร่วมสัมพันธ์กับข้า หากเราจะร่วมเรียงเคียงหมอนกัน ก็ต้องเป็นในวันที่เจ้ายินยอมพร้อมใจ ภายใต้แสงจันทร์ท่ามกลางบรรยากาศอันงดงาม ข้าจะไม่มีวันทำให้เจ้าเจ็บปวดเป็นอันขาด!”
เมื่อได้ยินดังนั้น แรงขัดขืนของเถียนฮวนก็ค่อยๆ ผ่อนลง
กู้ฉางสุ่ยจึงรีบใช้จังหวะนี้กอดนางแน่นขึ้นอีกนิด เอ่ยเบาๆ ว่า “เพียงแต่ตอนนี้เราลำบากไปหน่อย ข้าทำให้เจ้าลำบาก ข้าขอสัญญาว่าความเหนื่อยยากเช่นนี้จะหายไปในเร็ววัน อีกไม่นานเราจะมีบ้านหลังใหญ่ มีไร่นาเป็นของตัวเอง ชีวิตของเราจะดีขึ้นเรื่อยๆ เจ้าเชื่อข้านะ”
ได้ฟังคำสัญญานี้ เถียนฮวนก็รู้สึกฮึกเหิมขึ้นมาทันที
นางพยักหน้าช้าๆ “ข้าเชื่อท่าน ข้าไม่มีวันยอมให้ชีวิตของเราต้องลำบากแบบนี้ไปตลอดเช่นกัน!”
กู้ฉางสุ่ยก็หัวเราะร่า “แน่นอนอยู่แล้ว เราสองคนมีมือมีเท้า ไม่ใช่คนเกียจคร้าน ขอแค่เราร่วมแรงร่วมใจ ยังไงก็ต้องสร้างชีวิตที่ดีขึ้นได้แน่นอน! ถึงวันนั้น เราจะซื้อที่เพิ่มอีกหลายหมู่ มีลูกชายลูกสาวอีกหลายคน ครอบครัวเราจะไม่ต้องหิวไม่ต้องหนาว มีแต่ความสุขล้นเหลือ!”
เมื่อได้ยินเขาพูดเช่นนั้น เถียนฮวนก็นึกภาพชีวิตอันแสนสุขที่ว่าออกมาได้อย่างชัดเจน
นางค่อยๆ หลับตาลง ริมฝีปากคลี่ยิ้มบางอย่างมีความสุข
ด้านนอกลมค่ำยามปลายฤดูใบไม้ร่วงยังพัดกระหน่ำไม่หยุด แต่ภายในบ้านหลังเล็ก สองคนกลับแนบชิดกันด้วยใจเปี่ยมสุข จินตนาการถึงวันคืนที่ดีกว่านี้ซึ่งรออยู่เบื้องหน้า
ในบรรยากาศอันอบอวลไปด้วยความหวังและอ้อมกอดอันอบอุ่น เถียนฮวนก็เผลอหลับไปโดยไม่รู้ตัว
เมื่อลืมตาตื่นอีกครั้ง ฟ้าก็สว่างแล้ว
นางปรือตาขึ้น เห็นว่าบนเตียงมีแค่ตนคนเดียว
เสียงฝีเท้าดังมาจากข้างนอก เถียนฮวนรีบคว้าผ้าห่มคลุมตัวแล้วลุกขึ้นนั่ง ก็เห็นกู้ฉางสุ่ยเดินเข้ามาพอดี
เขาเห็นภรรยาสะลึมสะลือ หันมามองอย่างงุนงง กู้ฉางสุ่ยก็รู้สึกเอ็นดูอย่างบอกไม่ถูก ชายหนุ่มเอื้อมมือมาหยิกแก้มนางเบาๆ หนึ่งที
“ตื่นได้แล้ว! พระอาทิตย์ส่องก้นเจ้าแล้วนะ!”
เถียนฮวนยังงัวเงียอยู่ “เหตุใดท่านตื่นเช้าเช่นนี้ ข้าจำได้ว่าช่วงก่อนหน้านี้ ท่านตื่นช้ากว่าข้าทุกครั้ง”
กู้ฉางสุ่ยหัวเราะเบาๆ พลางตอบว่า “สองสามวันก่อนเจ้าหลับไม่ค่อยสนิท หากข้าตื่นเช้าเหมือนเดิม เกรงว่าจะทำให้เจ้าตื่นไปด้วย ถึงตอนนั้นเราสองคนต้องมานั่งจ้องหน้ากัน คงน่าอึดอัดใจไม่น้อย”
บึ้ม!
ศีรษะของเถียนฮวนแทบจะระเบิดออกมา
เขาหมายความเช่นไร
“สองสามวันนั้น…ทุกวันช่วงเช้าท่านก็ตื่นแล้วงั้นหรือ”
กู้ฉางสุ่ยพยักหน้า สีหน้าดูเจื่อนๆ “ข้าก็เป็นบุรุษธรรมดา กลางดึกอยู่ดีๆ ก็มีสตรีโผเข้ามาในอ้อมอก หากข้ายังนอนนิ่งเหมือนหมูตายก็ไม่ใช่คนแล้ว! แต่เพราะเจ้าเพิ่งแต่งงานยังรู้สึกประหม่าอยู่บ้าง ซ้ำยังเพิ่งมาอยู่บ้านข้า ตกกลางคืนมีเสียงนิดเดียวเจ้าก็กลัวไปหมดแล้ว ข้าเลยไม่อยากทำให้เจ้าตกใจ ข้าจึงแกล้งหลับ”
ในหัวของเถียนฮวนพลันอื้ออึงไปหมด
นางตกตะลึงยิ่งนัก
ปิดบังมาตั้งนาน เพิ่งมาเล่าเอาป่านนี้ เขารู้ว่านางโผเข้าหาเขาเพื่อหาไออุ่น ไม่แน่ว่านางอาจใช้ทั้งแขนและขาโอบกอดเขา…
สตรีเช่นนางกลับทำเรื่องเช่นนี้กับบุรุษ ต่อให้บุรุษผู้นั้นเป็นสามีของตน แต่นางก็อายเสียจนอยากแทรกแผ่นดินหนี
นางไม่มีหน้าไปพบใครอีกแล้ว! อยากจะขุดหลุมเพื่อมุดลงไปให้รู้แล้วรู้รอด
กู้ฉางสุ่ยอยากจะหัวเราะออกมาเมื่อเห็นท่าทีเช่นนั้นของนาง
เขารีบออกไปตักน้ำเข้ามาหนึ่งอ่าง “รีบล้างหน้าเรียกสติเสียหน่อยเถอะ! แม้เมื่อคืนนอนหลับไม่ค่อยเต็มอิ่ม แต่วันนี้เราก็ขี้เกียจไม่ได้ กินข้าวเช้าเสร็จค่อยขึ้นเขาไปเก็บของ เอาไปขายในตัวตำบล ขายให้ได้ อย่างน้อยต้องหาเงินมาซื้อผ้าห่มหนาๆ!”
ถ้อยคำของเขาก็ทำให้นางได้สติกลับคืนมา
บัดนี้ยังไม่ทันเข้าสู่ฤดูหนาว ยามราตรีบ้านทั้งหลังกลับต้านลมหนาวไม่ได้
ถ้าหากรอจนถึงกลางฤดูหนาวจริงๆ จะเป็นเช่นไร พวกเขาจำเป็นต้องรีบหาวิธีหาเงินให้ได้โดยเร็ว จัดเตรียมของใช้สำหรับหน้าหนาวให้พร้อม หากเป็นไปได้ก็ควรหาคนมาซ่อมแซมบ้านหลังนี้ด้วย
ไม่อย่างนั้น หากฤดูหนาวมาถึง เกรงว่าพวกเขาจะต้องหนาวตายอยู่ในบ้าน!
เมื่อคิดถึงสิ่งที่ต้องทำ เถียนฮวนก็รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที
นางรีบโยนเรื่องเมื่อครู่ทิ้งไปแล้วลุกจากเตียงไปล้างหน้า จากนั้นก็แบ่งหน้าที่กับกู้ฉางสุ่ย
กู้ฉางสุ่ยตักน้ำก่อไฟ ส่วนเถียนฮวนก็ออกไปเด็ดผักป่า ล้างให้สะอาดแล้วสับจนละเอียด ต้มรวมกับข้าวกล้องจนกลายเป็นโจ๊กผักป่าร้อน ๆ หนึ่งหม้อ
โรยเกลือลงไปเล็กน้อย แล้วหยดน้ำมันอีกสองสามหยด คลุกเคล้าให้เข้ากัน กลิ่นหอมของข้าวกับผักก็โชยออกมาทันที
เมื่อโจ๊กสุก ทั้งสองก็ตักใส่ถ้วยคนละใบ กินกันอย่างเอร็ดอร่อย
เพราะใส่ผักป่าลงไปด้วย โจ๊กทั้งหม้อจึงมีสีเขียวใสสวยงาม
ในโจ๊กมีผักป่าสดใหม่แทรกอยู่ ดูน่ากินยิ่งนัก พอกินเข้าไปหนึ่งคำ ความหยาบของข้าวก็ถูกความกรอบของผักช่วยกลบได้บ้าง อีกทั้งยังมีรสเค็มเล็กน้อย ปรุงไว้พอดี ทำให้ไม่ฝืดคอ
กู้ฉางสุ่ยกินไปได้แค่คำเดียวก็ชอบใจนัก รีบซดรวดเดียวหมดถ้วยแล้วนำถ้วยเปล่าไปตักเพิ่มจากหม้อทันที
โจ๊กทั้งหม้อเถียนฮวนกินไปแค่ถ้วยเดียว ที่เหลืออีกเกือบสามถ้วยก็ล้วนลงท้องกู้ฉางสุ่ย
กู้ฉางสุ่ยอิ่มจนรู้สึกสดชื่นไปทั้งตัว พอกลืนโจ๊กคำสุดท้ายลงคอ เขาก็อดไม่ได้ที่จะลูบท้องพลางว่า “รู้สึกอิ่มนี่ดีจริงๆ!”
เถียนฮวนได้ยินแล้วก็อดรู้สึกสงสารขึ้นมาไม่ได้
ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่เช่นนี้ ตอนอยู่บ้านตระกูลกู้ก็ถือเป็นกำลังหลัก ทั้งงานหนักงานเบาต่างมอบหมายให้เขาทำ แต่บุรุษที่แข็งแรงถึงเพียงนี้กลับไม่เคยได้กินอิ่มมาหลายปีแล้ว!
นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า “เมื่อมีข้าอยู่ ข้าจะทำให้ท่านกินอิ่มทุกมื้อ จะไม่ยอมให้ท่านต้องทนหิวสักมื้อ!”