ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล] - บทที่ 29 แจกชาสมุนไพร
- Home
- ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล]
- บทที่ 29 แจกชาสมุนไพร
ตลอดทางกลับบ้าน เถียนฮวนเอาแต่ก้มหน้าก้มตาจมอยู่ในห้วงความคิด
กู้ฉางสุ่ยเห็นดังนั้นก็ไม่ได้เอ่ยวาจาใด เพียงเข็นรถเข็นล้อเดียวเดินตามอยู่ด้านหลังเงียบๆ
ไม่ทันรู้ตัว ทั้งสองก็กลับมาถึงหมู่บ้าน
นับแต่วันที่พวกเขาถูกไล่ออกจากบ้านตระกูลกู้ ก็สร้างความฮือฮาให้กับชาวบ้านไม่น้อย
บัดนี้ข่าวนี้กลับยังมิได้จางหายไป สายตาแทบทุกคู่ล้วนจับจ้องมองมายังสองสามีภรรยาคู่นี้
พอเห็นทั้งสองเข็นรถกลับมาพร้อมของพะรุงพะรังเต็มคันรถ เหล่าชาวบ้านก็ให้ความสนใจขึ้นมาทันที
ไม่นานก็มีคนเดินเข้ามาทักทายว่า “สุ่ยเกอเอ๋อร์ เจ้าไปตลาดมาหรือ”
“อืม” กู้ฉางสุ่ยยิ้มพลางพยักหน้า “ภรรยาข้ารู้จักสมุนไพรตั้งมากมาย สองสามวันที่ผ่านมาเรามุ่งมั่นเก็บสมุนไพรอยู่บนเขา วันนี้พอเก็บได้มากพอก็นำไปขายในตัวตำบล ของทั้งหมดที่พวกเจ้าเห็น ล้วนได้มาจากเงินขายสมุนไพรทั้งนั้น”
“ข้าเห็นแล้ว พวกเจ้าสองคนหากไม่อยู่บนเขาก็มัวแต่ตากดอกเบญจมาศป่าไว้หน้าบ้าน ทั้งวันมิได้หยุดพัก ท่าทางลำบากไม่น้อย” ชาวบ้านพากันพยักหน้าเห็นด้วย
แต่ก็มีบางคนอดแปลกใจไม่ได้ “ก่อนหน้านี้ก็มีคนขึ้นเขาเก็บสมุนไพรไปขาย แต่ไม่เห็นมีผู้ใดได้เงินมากขนาดนี้เลย พวกเจ้าไปเจอของล้ำค่าอะไรมาหรือ”
“ของล้ำค่าก็ไม่มีหรอก ที่สำคัญที่สุดคือภรรยาข้าขยันขันแข็ง นางรู้ว่าสมุนไพรชนิดใดควรเก็บ ชนิดใดไม่ควรเก็บ แล้วก็รู้จักแปรรูปสมุนไพรเอง พอเอาไปขายที่โรงหมอเลยได้ราคาดีหน่อย” กู้ฉางสุ่ยยิ้มพลางชมภรรยาไม่หยุด
สองสามวันที่พวกเขามัวแต่อยู่บนเขา เจียงซื่อกับกู้ฮวาจือก็เอาแต่เที่ยวปั้นเรื่องใส่ร้ายพวกเขาทั่วหมู่บ้าน โดยเฉพาะเถียนฮวน พวกนางพูดจาดูแคลนไม่หยุดหย่อน
‘บ้านตระกูลเถียนมีคดีฆ่าคน นางเป็นลูกหลานคนชั่ว แต่กลับยังทำตัวเหมือนคุณหนูผู้สูงศักดิ์! ไม่รู้ว่านางเสแสร้งให้ผู้ใดดูกันแน่!’
‘เด็กสาวผู้หนึ่งอายุยังน้อย แต่ใจคอโหดเหี้ยมเหลือเกิน พอแต่งเข้าบ้านมาก็ยุให้สุ่ยเกอเอ๋อร์แตกคอกับพวกเรา คิดจะแยกบ้าน วันนั้นยังคิดจะลงมือตบตีพวกเราอีก! แม้แต่ลุงแท้ๆ ของนางยังทนนางไม่ได้ รีบให้นางแต่งงานกับสุ่ยเกอเอ๋อร์!’
พอใส่ร้ายเถียนฮวนจบ ทั้งคู่ยังมิวายเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น
‘พวกเราก็แค่ใจดี เห็นว่านางน่าสงสาร ถึงยอมให้แต่งเข้ามาเป็นภรรยาของสุ่ยเกอเอ๋อร์ ผู้ใดจะรู้ว่านางเป็นคนไม่รู้จักบุญคุณ กล้าทำกับพวกเราเช่นนี้! ตอนนี้ข้าก็เข้าใจแล้ว ว่าลูกสะใภ้ไม่มีทางเหมือนลูกสาวแท้ๆ ได้หรอก’
‘ตอนนี้พวกเราก็ทำดีที่สุดแล้วเหมือนกัน ต่อไปก็ไม่หวังให้นางเลี้ยงดูยามแก่เฒ่าแล้ว ต่างคนต่างอยู่เถอะ ข้าเองก็ไม่คาดหวังอะไรจากนางอีกแล้ว!’
แน่นอนว่า คำพูดพวกนี้ไม่มีผู้ใดในหมู่บ้านหลงเชื่อ
นิสัยของบ้านนั้นเป็นอย่างไร ตลอดหลายปีที่ผ่านมา พวกเขาปฏิบัติกับกู้ฉางสุ่ยอย่างไร ทุกคนในหมู่บ้านล้วนเห็นกับตา
โดยเฉพาะตอนที่เถียนฮวนกับกู้ฉางสุ่ยถูกไล่ออกจากบ้าน ภาพพวกเขาสองคนสะพายห่อผ้าสภาพย่ำแย่จนถึงตอนนี้ก็ยังติดตาคนในหมู่บ้านไม่รู้ลืม
แต่จากคำพูดของแม่ลูกบ้านนั้น ทุกคนก็เลยได้รับรู้อีกเรื่องหนึ่งว่า แท้จริงแล้วเถียนฮวนเป็นถึงคุณหนูใหญ่แห่งโรงหมอตระกูลเถียนที่เคยโด่งดังนั่นเอง!
เมื่อเข้าใจที่มาที่ไปเช่นนี้ คำพูดของกู้ฉางสุ่ยจึงน่าเชื่อถือขึ้นมาอีก
“ท่านหมอเถียนกับท่านผู้เฒ่าเถียนต่างก็มีวิชาแพทย์ล้ำเลิศ ตอนนั้นมีคนเอาเงินไปวางไว้หน้าประตูบ้านตระกูลเถียนเพื่อร้องขอให้เขาออกมาตรวจคนไข้ด้วยเสียซ้ำ! บุตรสาวแท้ๆ ของท่านหมอเถียน วิชาแพทย์ย่อมไม่ธรรมดาอยู่แล้ว สมุนไพรที่นางเลือกก็ต้องดีที่สุดเป็นแน่ พวกเราเทียบไม่ได้หรอก!”
“จริงอย่างเจ้าว่า! สุ่ยเกอเอ๋อร์ช่างโชคดีเสียจริง ได้สตรีเก่งกาจขนาดนี้มาเป็นภรรยา!”
เถียนฮวนได้ยินคำชมมากมาย ใบหน้าพลันขึ้นสีแดงอมชมพู
นางแอบหยิกกู้ฉางสุ่ยเบาๆ อย่างอดไม่ได้ “ผู้ใดใช้ให้ท่านพูดจาเช่นนี้กัน”
กู้ฉางสุ่ยอุทานเบาๆ หนึ่งคำ ใบหน้ากลับเต็มไปด้วยรอยยิ้ม “ข้าก็ไม่ได้พูดผิด ภรรยาข้าเก่งจริงๆ สักวันพวกเขาย่อมรู้ว่าเจ้ามีความสามารถเช่นไร ข้าบอกให้พวกเขารู้ก่อนไม่ดีกว่าหรือ”
“แต่ท่านพูดมากไป! ดูเถิด ตอนนี้พวกเขาชมข้าเกินจริง” เถียนฮวนถลึงตาใส่เขา
“พวกเขาชมเจ้าเกินจริงไปแล้ว เช่นนั้นข้าจะรีบบอกให้พวกเขาเข้าใจเอง” กู้ฉางสุ่ยพยักหน้าอย่างจริงจัง จากนั้นจึงหันกลับไปกล่าวว่า “ไม่ใช่อย่างที่ทุกคนเข้าใจนะ! ภรรยาข้ารักษาคนไม่เป็น เพียงแค่รู้จักสมุนไพรบางชนิด แล้วก็พอรู้วิธีแปรรูปเท่านั้นเอง หากเจ็บป่วยอะไร ก็ยังควรไปหาหมอที่โรงหมอ ภรรยาข้ารักษาคนไม่ได้นะ!”
ยังดีที่เขารู้จักช่วยอธิบายให้ถูกต้อง ไม่อย่างนั้น หากมีคนมาขอให้นางรักษาโรคขึ้นมาจริงๆ นางก็คงไม่รู้จะรับมืออย่างไร!
เถียนฮวนจึงรีบเสริมว่า “แน่นอน หากเจ็บป่วยเล็กน้อยอย่างไอหรือเป็นหวัดตามฤดูกาล ข้ายังพอจะปรุงยารักษาได้บ้าง จะว่าไป ตอนนี้ฤดูใบไม้ร่วงอากาศแห้ง ข้าคั่วชาฤดูใบไม้ร่วงไว้บ้าง ดื่มแล้วชุ่มคอ บำรุงปอด ลดอาการกระสับกระส่าย แก้ไอ วันหน้าข้ากับสามีจะเอาไปแบ่งให้ทุกคนได้ดื่มกัน”
ตอนแรกพอได้ยินกู้ฉางสุ่ยบอกว่านางรักษาคนไม่ได้ ทุกคนต่างก็รู้สึกผิดหวัง แต่พอได้ยินว่าเถียนฮวนรักษาอาการเจ็บป่วยเล็กน้อยได้ แถมยังเตรียมชาไว้ให้พวกเขาดื่มกันด้วย จึงรู้สึกดีใจยิ่งนัก
พวกเขารีบโบกมือพูดว่า “ไหนๆ พวกเจ้าก็ทำชาเผื่อพวกข้าแล้ว คงมิอาจให้พวกเจ้าลำบากเอามาส่งถึงที่ได้หรอก เช่นนั้นอีกประเดี๋ยวพวกข้าจะไปรับชาเอง!”
“ตกลงตามนั้น” เถียนฮวนรีบพยักหน้า จากนั้นจึงย่อตัวคำนับทุกคน ก่อนจะเข็นรถเข็นล้อเดียวกลับบ้านพร้อมกับกู้ฉางสุ่ย
เห็นสองสามีภรรยาเดินเคียงกันไป ชาวบ้านก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยชมอีกครั้ง
“คุณหนูตระกูลใหญ่คงจะต่างจากคนทั่วไปจริงๆ! ดูสิ ท่าทางกับบุคลิกนั้นไม่เหมือนสตรีบ้านนอกเลย สุ่ยเกอเอ๋อร์ได้แต่งงานกับสตรีเช่นนี้ นับว่าคว้าอัญมณีงามมาครองเลยทีเดียว!”
“ที่สำคัญนางไม่ถือตัวแม้แต่น้อย ตอนเก็บสมุนไพรยังไม่ลืมชงชาฤดูใบไม้ร่วงมาให้พวกเรา จะไม่ให้พวกเรารู้สึกซาบซึ้งใจได้อย่างไร!”
“ถูกต้อง กู้ฮวาจือกับเจียงซื่อพูดจาเหลวไหลนัก หากสะใภ้ดีๆ แบบนี้มาอยู่บ้านข้า ข้ายังจะยกย่องประคบประหงมไว้ดุจไข่ในหินเสียด้วยซ้ำ พวกเขากลับกลัวว่าสุ่ยเกอเอ๋อร์จะเกาะพวกตนเพื่อฮุบสมบัติ จึงรีบไล่คนออกจากบ้าน มิหนำซ้ำยังเที่ยวพูดจาว่าร้ายพวกเขาอีก เช่นนี้ต้องได้รับผลกรรมเข้าสักวัน!”
ถ้อยคำเหล่านี้ลอยไปถึงบ้านตระกูลกู้ เจียงซื่อเท้าสะเอวแล้วเริ่มโวยวายทันที
“สองภรรยานั่นช่างกล้านัก ถึงกับใส่ร้ายพวกเราได้ลงคอ! หากข้าไม่ถลกหนังพวกเขาออกมาประจานก็ให้รู้ไป!”
กู้อันนั่งสูบยาสูบอยู่ในลานบ้าน ได้ยินเจียงซื่อโวยวายเสียงดังจนหน้าแดง เขาก็ลืมตาขึ้นเล็กน้อยก่อนพูดว่า
“พอได้แล้ว! พวกเขาแยกบ้านไปแล้ว เจ้าจะไปหาเรื่องพวกเขาเพื่อสิ่งใดกัน”
“หาเรื่องงั้นหรือ สะใภ้ใหม่ของพวกเรายังไม่ทันได้อยู่รับใช้พวกเราสักวัน ตอนนี้กลับรีบร้อนออกไปดูแลคนนอกแล้ว นางทำตัวอย่างนี้ ข้าเป็นแม่สามีจะไม่มีสิทธิ์สั่งสอนบ้างหรือไร!” เจียงซื่อแหวกลับอย่างไม่พอใจ
กู้ฮวาจือกับกู้ฮวาเย่ว์รีบพยักหน้าเห็นด้วย “ใช่เจ้าค่ะ! นางทำชาฤดูใบไม้ร่วงขึ้นมา ก็สมควรจะเอามาให้พวกเราก่อนมิใช่หรือ พ่อแม่สามีของนางแท้ๆ กลับไม่รู้จักปรนนิบัติ มัวแต่คิดจะเอาใจคนนอก หวังให้คนอื่นชมว่านางดี พี่สะใภ้ใหญ่เจ้าเล่ห์ ขี้เกียจ โลภมาก กะล่อนปลิ้นปล้อนอย่างนี้ สมควรถูกประจานให้ขายหน้า!”
สามแม่ลูกยิ่งพูดยิ่งโมโห ทนอยู่เฉยไม่ได้ จึงพากันออกจากบ้าน มุ่งหน้าไปยังบ้านของกู้ฉางสุ่ยกับเถียนฮวนด้วยท่าทีเกรี้ยวกราด