ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล] - บทที่ 28 ซื้อของครั้งใหญ่
- Home
- ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล]
- บทที่ 28 ซื้อของครั้งใหญ่
ชายผู้นี้! เขากำลังกล่าวชมตนอยู่แท้ๆ เหตุใดต้องลากนางเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย
เอ่ยวาจาเช่นนี้ต่อหน้าผู้คนมากมาย เขาไม่อาย แต่นางอาย!
เถียนฮวนรีบเบี่ยงประเด็นทันที “เรื่องราคาตกลงกันตามนี้นะเจ้าคะ”
“ตกลง” อาจารย์เกาพยักหน้ารัวๆ จากนั้นก็พาพวกเขาไปยังห้องบัญชีเพื่อรับเงิน
เมื่อรับเงินเสร็จเรียบร้อย เถียนฮวนกับกู้ฉางสุ่ยก็ถือห่อเงินออกมาโรงหมอ
กระทั่งพวกเขาเดินออกมาถึงถนนใหญ่แล้ว อาจารย์เกาก็ยังนั่งยองๆ อยู่กับพื้น สายตาจับจ้องอยู่กับสมุนไพรที่ทั้งสองส่งมาราวกับไม่อาจละสายตาได้
ศิษย์ที่ยืนอยู่ข้างๆ เห็นดังนั้นก็เอ่ยถามเบาๆ ว่า “อาจารย์เกา ท่านดูอะไรอยู่หรือขอรับ ร้านเราไม่ค่อยรับสมุนไพรแปรรูป แม้จะรับแต่ก็ให้แค่ค่าแรงมิใช่หรือ รอบนี้ท่านให้ราคาพวกเขาสูงเกินไปนะขอรับ”
“เจ้าเด็กนี่ เพิ่งฝึกฝนไม่นานยังไม่รู้อะไร อย่าพูดส่งเดช!”
อาจารย์เกาหันมากระแทกเสียงใส่แล้วรีบรวบสมุนไพรเหล่านั้นขึ้นมาแนบอก มุ่งหน้าไปยังลานด้านในที่ใช้แปรรูปสมุนไพรทันที
ขณะเดียวกัน เถียนฮวนกับกู้ฉางสุ่ยที่ได้เงินมาแล้วก็ตรงดิ่งไปยังตลาด
ระหว่างทาง เถียนฮวนก็เอ่ยกับกู้ฉางสุ่ยเสียงเบา “วันนี้ข้าไม่ให้ท่านหยิบโสมออกมา เพราะข้ารู้สึกว่าวันนี้ยังไม่ใช่โอกาสเหมาะ ท่านเข้าใจหรือไม่”
“ข้าเข้าใจ” กู้ฉางสุ่ยพยักหน้า “วันนี้ชายผู้นั้นไม่เชื่อฝีมือเจ้า แม้ว่าตอนท้ายเจ้าจะพิสูจน์ด้วยสมุนไพรแปรรูป เขาคงมองว่าพวกเราโกหก คิดว่าเราสองคนเป็นแค่คนขายสมุนไพร คนแปรรูปสมุนไพรยังไม่ปรากฏตัว เช่นนั้น หากนำโสมแปรรูปออกมาขายตอนนี้ก็ใช่ว่าจะได้ราคาดี สู้เก็บไว้ก่อน รอจนฝีมือของเจ้าได้รับการยอมรับเสียก่อน ค่อยขายในราคาที่คู่ควรกับโสมแปรรูป และคู่ควรกับความเหนื่อยยากของเจ้าดีกว่า”
มีเขาอยู่ข้างกาย ช่างวิเศษจริงๆ!
นางเพิ่งเอ่ยไม่กี่คำ เขาก็เข้าใจถึงความคิดของนางทั้งหมดได้อย่างถูกต้องไม่มีผิด!
หัวใจของเถียนฮวนพลันอบอุ่น นางเอ่ยด้วยรอยยิ้มว่า “แต่อย่างน้อยสมุนไพรพวกนี้ก็ขายได้มากกว่าสองตำลึง เพียงพอให้พวกเราสองคนอยู่กินได้อีกสักหนึ่งถึงสองเดือน เพื่อเป็นการฉลอง ข้าจะซื้อไก่ตัวหนึ่ง มาตอบแทนความเหน็ดเหนื่อยของพวกเรา!”
“ดีเลย! ช่วงนี้พวกเราตื่นแต่เช้ามืดกลับถึงบ้านค่ำมืด ทุกวันล้วนลำบาก ตอนนี้ได้ผลตอบแทนก็ควรฉลองสักหน่อย” กู้ฉางสุ่ยพยักหน้าไม่รอช้า
ว่าแล้วเขาก็เสริมอีกประโยค “ข้าอยากกินเนื้อ แบบชิ้นโตๆ เลย”
พรืด!
เถียนฮวนถึงกับหลุดหัวเราะออกมา
“ตกลง วันนี้ข้าจะให้ท่านกินเนื้อชิ้นโตๆ ให้สมใจเลย!”
พูดแล้วก็ลงมือทันที ทั้งสองเดินวนตลาดอยู่รอบหนึ่ง ไม่เพียงซื้อแม่ไก่อ้วนกลมน่ากินได้หนึ่งตัว เถียนฮวนยังแวะร้านขายเนื้อ ซื้อหมูสองสามจินกับขาหมูอีกหนึ่งขา
จากนั้นก็ไปซื้อข้าวสารอีกห้าสิบจิน แป้งยี่สิบจิน ถั่ว และอย่างอื่นอีกเล็กน้อย
พวกเขาแวะร้านตีเหล็ก ซื้อกระทะมาสองใบแล้วรีบมุ่งหน้าไปยังร้านขายของชำ เลือกซื้อเครื่องปรุงรสอย่างซีอิ๊ว น้ำส้มสายชู และอื่นๆ อย่างพิถีพิถัน
ทั้งสองเดินวนทั่วตลาดอยู่พักใหญ่ ของที่ซื้อมามีมากมายจนกองพะเนิน น้ำหนักมากเสียจนกู้ฉางสุ่ยแบกแทบไม่ไหว จึงซื้อรถเข็นล้อเดียวคันหนึ่งมาบรรทุกของทั้งหมด เขาถึงได้รู้สึกสบายขึ้นมาหน่อย
เมื่อตระเตรียมเสบียงสำหรับหนึ่งเดือนเรียบร้อยแล้ว ทั้งสองก็ไปที่ร้านผ้า ซื้อผ้าหลากสีมาหลายฉื่อ[1] ผ้าฝ้ายดิบอีกยี่สิบจินเพื่อนำไปทำเครื่องนอนและเสื้อกันหนาวของทั้งสองคน
พอซื้อของเสร็จเรียบร้อย เงินที่ได้มาก็ถูกใช้ไปกว่าครึ่ง
พวกเขาซื้อของครบแล้ว จึงกำลังจะออกจากตัวตำบลเพื่อกลับบ้านทันที ก่อนที่พวกเขาจะเดินพ้นตัวตำบลได้เดินผ่านร้านริมทางร้านหนึ่ง เถียนฮวนหยุดกึก
“เจ้ามองอะไรอยู่หรือ”
กู้ฉางสุ่ยถามเสียงเบา ก่อนมองตามนาง
สิ่งที่เห็นตรงหน้าคือชายชราผมเผ้าหงอกขาวผู้หนึ่ง มีผ้าสีฟ้าปูกับดิน บนผ้านั้นมีของรูปร่างแปลกตาหลายชิ้นวางเรียงรายอยู่
ของเหล่านี้เก่า บางชิ้นถูกใช้งานจนพื้นผิวเรียบเนียนไปหมดแล้ว
เถียนฮวนจ้องมองอยู่เนิ่นนาน จึงเอ่ยเสียงแผ่วว่า “ของพวกนี้ล้วนเป็นเครื่องมือสำหรับขุดสมุนไพร สมุนไพรบางชนิดจำเป็นต้องใช้เครื่องมือเหล่านี้จึงจะสำแดงสรรพคุณออกมา มีดหรือพลั่วธรรมดามิอาจทำเช่นนั้นได้”
“โอ้โฮ ข้าไม่คิดว่าแม่นางจะรู้จักเครื่องมือเหล่านี้ด้วย!” ชายชราที่ขายของได้ยินเข้า ก็หัวเราะร่าออกมา “เครื่องมือเหล่านี้ล้วนเป็นของดี เป็นของโรงหมอในตัวตำบล แต่พอใช้นานๆ เข้า ก็ต้องเปลี่ยนใหม่ ลูกชายข้าเลยเก็บมาขายให้พอมีเงินใช้ หากเจ้าอยากได้ทั้งหมด ข้าขอแค่หนึ่งตำลึงเงินเท่านั้น!”
“ท่านปู่ ท่านโก่งราคากันเกินไปแล้ว หนึ่งตำลึงเชียวนะ ซื้อเครื่องมือใหม่ๆ ได้มากมาย ผู้ใดจะยอมซื้อของเก่าผุพังเช่นนี้กัน!” คนข้างๆ พูดแทรกขึ้นมาทันที
ในยุคนี้ หนึ่งตำลึงนับว่าเป็นเงินก้อนใหญ่ เพียงพอให้เลี้ยงดูครอบครัวในหมู่บ้านเล็กๆ ได้เป็นเดือนเลยทีเดียว
ชายชราส่ายหน้าเบาๆ แล้วพูดว่า “พวกเจ้าไม่รู้จักคุณค่าของเครื่องมือพวกนี้! เครื่องมือใหม่เอี่ยมจะเทียบกับเครื่องมือเก่าคุณภาพดีเหล่านี้ได้อย่างไร เครื่องมือพวกนี้ล้วนทำจากวัสดุชั้นเลิศ!”
ผู้คนรอบข้างต่างหัวเราะร่วน ทว่าเถียนฮวานกลับเอ่ยขึ้นว่า
“หนึ่งตำลึงใช่หรือไม่ ข้าจะซื้อ”
ทันใดนั้น คนทั้งหลายก็ถึงกับตะลึง
“น้องสาวผู้นี้ซื้อจริงงั้นหรือ”
“หนึ่งตำลึงเชียวนะ! จะแลกกับของเก่าๆ พังๆ พวกนี้ เจ้าใช้เงินฟุ่มเฟือยแบบนี้ ระวังกลับไปจะถูกสามีสั่งสอนเอา!”
เถียนฮวนหันไปมองกู้ฉางสุ่ย “หากข้าใช้เงินที่เหลือทั้งหมดซื้อของพวกนี้ ท่านจะตีข้าหรือไม่”
“ข้าไม่ตีเจ้าหรอก” กู้ฉางสุ่ยส่ายหน้า “หากอยากให้เงินงอกเงย ก็ต้องยอมเสียบ้างเพื่อแลกมา”
เถียนฮวนได้ฟังเช่นนั้นก็ยิ้มออก
“เช่นนั้น ข้าขอซื้อเครื่องมือทั้งหมด! สามีจ่ายเงิน!”
กู้ฉางสุ่ยควักเงินหนึ่งตำลึงสุดท้ายออกมา
ชายชราเห็นดังนั้นก็รีบใช้ผ้าห่อเครื่องมือทั้งหมดมัดรวมกันแล้วช่วยยกขึ้นวางบนรถเข็นให้ พร้อมรับเงินใส่ในอกเสื้อ “เครื่องมือเหล่านี้พวกเจ้ายินดีซื้อกลับไปเอง ผู้คนที่นี่ล้วนเป็นพยาน ของซื้อแล้วไม่รับคืน!”
ผู้คนรอบข้างต่างพากันโห่ร้อง หลายคนเริ่มช่วยกันเกลี้ยกล่อม “ท่านปู่ผู้นี้ต้มพวกเจ้าเข้าให้แล้ว! สองสามีภรรยาอายุยังน้อยนักก็เลยโดนหลอก รีบไปขอเงินคืนเถิด! หนึ่งตำลึงเชียวนะ!”
“ไม่ต้องหรอก ข้าซื้อแล้วก็จบกัน ไม่ว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น ข้าก็ยอมรับ” เถียนฮวนพูด พลางช่วยกู้ฉางสุ่ยเข็นรถล้อเดียว “ไปกันเถอะ กลับบ้านกัน!”
“อืม” กู้ฉางสุ่ยพยักหน้า ทั้งสองไม่ลังเลแม้แต่น้อยเดินทางออกจากตัวตำบลทันที
ชายชราเห็นดังนั้นก็ตบอกยิ้มแฉ่ง
“ของพังๆ พวกนี้ขายออกเสียที! ฮ่าๆ มีเงินแล้ว ไปดื่มสุราดีกว่า!”
ผู้คนเห็นพวกเขาย่ามใจจากไปเช่นนั้น ก็ได้แต่ส่ายหน้าถอนหายใจ
“สองสามีภรรยาคู่นี้กลับบ้านไปจะไม่ร้องไห้เสียใจหรืออย่างไร”
แต่เถียนฮวานย่อมไม่มีวันร้องไห้ นางดีใจยิ่งนัก!
ระหว่างทางกลับบ้าน นางยังอดไม่ได้ที่จะเปิดห่อออกมา ตรวจดูเครื่องมือพวกนั้นอย่างละเอียดอีกครั้ง ใบหน้าประดับยิ้มกว้าง
กู้ฉางสุ่ยเห็นนางมีความสุขก็พลอยยิ้มตามไปด้วย
ขณะที่ทั้งสองกำลังจะเดินพ้นตัวตำบล จู่ๆ ก็มีคนกลุ่มหนึ่งวิ่งสวนออกมาด้วยท่าทางเร่งรีบ
ระหว่างวิ่ง พวกเขาก็ตะโกนไปด้วยว่า “หลีกทาง หลบหน่อย พวกเรามีเรื่องด่วน!”
กู้ฉางสุ่ยรีบคว้าตัวเถียนฮวนหลบไปข้างทาง พวกเขาเพิ่งหลบพ้นก็ถูกฝูงคนกลุ่มนั้นวิ่งผ่านไปราวลมพายุ
เถียนฮวนทรงตัวได้ ก็มองตามไปแล้วพลันเอ่ยขึ้น “คนที่อยู่ตรงกลางนั่น เหมือนจะเป็นอาจารย์เกาจากโรงหมอเมื่อครู่นี้นะ”
นางเพ่งมองอยู่นิดหนึ่ง ก็เหมือนจะจำใครบางคนได้
กู้ฉางสุ่ยพยักหน้า “เป็นอาจารย์เกา”
“พวกเขารีบร้อนไปทำอะไรกัน หรือว่ามีใครล้มป่วยกะทันหัน” เหตุการณ์เช่นนี้นางเคยพบมานับครั้งไม่ถ้วน เมื่อนึกถึงอีกครั้งก็รู้สึกคิดถึงอยู่ไม่น้อย
พลันมีคนข้างๆ ตอบขึ้นว่า “คหบดีหวังในตัวตำบลเพิ่งรับอนุภรรยาใหม่เข้าบ้านไม่ใช่หรือ ได้ยินว่าทั้งงดงามทั้งอ่อนหวาน วันนี้ไม่รู้เป็นอะไร ถูกสาวใช้ทำน้ำร้อนหกใส่จนบาดเจ็บไม่น้อย คหบดีหวังเลยรีบตามหมอไปรักษาให้นาง!”
“ถูกน้ำร้อนลวกงั้นหรือ”
เถียนฮวนได้ฟังดังนั้นก็กะพริบตา แววตาพลันเปล่งประกายเจิดจ้า
[1] ฉื่อ หน่วยวัดในระบบจีนโบราณ 1 ฉื่อ ประมาณ 33 เซนติเมตร