ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล] - บทที่ 32 ปาหินครั้งเดียวได้นกสองตัว
- Home
- ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล]
- บทที่ 32 ปาหินครั้งเดียวได้นกสองตัว
พอชาวบ้านได้ของจากพวกเขาแล้ว จะปล่อยให้เจ้าของบ้านลำบากลงแรงเองได้อย่างไรกัน
ไหนๆ ก็หอบผักมาถึงบ้านแล้ว พวกเขาเลยช่วยกันนำต้นกล้าลงดินเสียเลย
เถียนฮวนกับกู้ฉางสุ่ยแค่หิ้วถังไปตักน้ำจากลำธารมาไม่กี่เที่ยว รดลงบนแปลงผักซึ่งเต็มไปด้วยต้นอ่อนเขียวขจี พริบตาเดียวก็ดูมีชีวิตชีวาขึ้นมาทั้งผืน
หลังรดน้ำเสร็จ เถียนฮวนก็ลูบมือลูบไม้ ยิ้มอย่างภาคภูมิใจ
“ว่าอย่างไร เล่ห์กลของข้าไม่เลวใช่ไหม ใช้แค่สมุนไพรพื้นๆ บนเขา เอามาแปรรูปง่ายๆ ก็แลกได้กับผักสดเต็มผืนดิน ไหนจะยังได้ใจชาวบ้านกลับมาด้วย จากนี้ไปจะไปไหนมาไหนในหมู่บ้านก็สะดวกขึ้นอีก หากทางโน้นคิดจะก่อเรื่อง ก็คงไม่มีใครอยากยืนข้างพวกเขาแล้ว!”
ดังนั้น ที่เจียงซื่อสงสัยตั้งแต่ต้นก็ถูกต้อง เรื่องทั้งหมดนี้ สองสามีภรรยาตั้งใจวางแผนไว้แต่แรก!
ยามปลายฤดูใบไม้ร่วง พวกเขาถูกไล่ออกจากบ้านตระกูลกู้ ไร่ถูกเก็บเกี่ยวจนหมด มีเพียงที่ดินสามหมู่กับกระท่อมเก่าๆ หลังหนึ่ง
ถ้ายังไม่รู้จักใช้หัวคิดอีก เมื่อฤดูหนาวมาเยือนพวกเขาคงต้องกินลมตะวันออกเฉียงเหนือเป็นแน่!
ในระยะเวลาอันสั้นพวกเขาจำเป็นต้องใช้แผนนี้ การแลกเปลี่ยนด้วยสิ่งของ นับว่าเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุดในตอนนี้
แน่นอน ความคิดนี้เป็นของเถียนฮวน ส่วนเรื่องใช้โอกาสนี้ทำให้เจียงซื่อกับบุตรสาวเสียหน้า ก็เป็นแผนของกู้ฉางสุ่ย
ตามที่เขาบอกไว้ว่า ‘วันนั้นตอนแยกบ้าน พวกเขาเสียหน้าขนาดนั้น อย่างไรก็ต้องหาทางเอาคืนแน่ หากปล่อยให้พวกเขาเป็นฝ่ายเริ่มก่อน เราจะไม่ทันตั้งตัว เช่นนั้นก็จงขุดหลุมรอให้พวกเขากระโดดลงไปเอง แบบนี้เราจะได้เตรียมตัวไว้ล่วงหน้า ไม่ต้องกลัวว่าจะรับมือไม่ได้’
เถียนฮวนคิดว่าเขาพูดถูก ทั้งสองจึงปรึกษากันตั้งแต่ตอนออกไปเก็บดอกเบญจมาศป่า
สุดท้ายแล้วเรื่องราวก็เป็นไปตามที่พวกเขาคาดการณ์ไว้
แผนการดำเนินไปอย่างราบรื่น พอมีหัวหน้าหมู่บ้านกานสุ่ยเข้ามาช่วยเสริม ท้ายที่สุดผลลัพธ์ยังเกินคาด จนทั้งคู่รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง
“ดูท่าว่าเราต้องไปเก็บดอกกุ้ยฮวากับใบสะระแหน่มาเพิ่มอีกหน่อย ไว้ใช้ทำชาพิเศษให้หัวหน้าหมู่บ้านกานสุ่ย” เถียนฮวนบ่นพึมพำ แต่รอยยิ้มกลับยิ่งสดใส “แต่คิดดูแล้ว แค่ของพวกนี้ก็แลกกับการคุ้มครองของหัวหน้าหมู่บ้านกานสุ่ยได้ คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้มอีก!”
กู้ฉางสุ่ยรีบพยักหน้า “ภรรยาข้าเก่งยิ่งนัก! หากไม่เป็นเพราะเจ้า พวกเราจะได้ประโยชน์มากมายขนาดนี้ได้อย่างไร”
“ท่านก็ไม่เลว ช่วยข้าคิดแผน วางอุบายให้พวกนางกระโดดลงหลุมไปเอง…แต่ว่า ท่านทำแบบนี้ หากพวกเขาคิดแค้นขึ้นมาจะทำอย่างไร” เถียนฮวนถามเสียงเบา
“แค้นก็แค้นไปเถอะ อย่างไรพวกเขาก็แค้นพวกเราตั้งหลายเรื่องอยู่แล้ว เพิ่มอีกเรื่องก็คงไม่เป็นไร” กู้ฉางสุ่ยพูดอย่างไม่ใส่ใจ
ท้ายที่สุดเขาก็ว่าอีกว่า “เดี๋ยวพวกเขาก็ก่อเรื่องอีก เราชิงลงมือก่อนก็ดีเหมือนกัน พวกเขาจะได้คุ้นชิน”
บุรุษผู้นี้ร้ายกาจใช่ย่อย
เถียนฮวนกลั้นหัวเราะแล้วกระซิบเบาๆ “ท่านพูดถูก เหามากกลับไม่คัน มีหนี้เยอะไม่กังวล[1] ใครอยากแค้นก็แค้นไปเถอะ ข้าไม่สนแล้ว!
“ข้าเอาเวลาไปเคี่ยวน้ำต้มกระดูกดีกว่า!”
พอกู้ฉางสุ่ยได้ยิน ดวงตาก็เปล่งประกายทันที ลูบมือไปมา
“มีอะไรให้ข้าช่วยไหม”
“มี!” เถียนฮวนไม่เกรงใจ “ฟืนในบ้านใกล้หมดแล้ว ท่านไปเก็บมาเพิ่มหน่อย แล้วถ้ามีเวลาว่างก็เอาเครื่องมือสำหรับขุดสมุนไพรไปลับให้เรียบร้อย พอเตรียมพร้อมเสร็จ ข้าจะได้ลงมือแปรรูปสมุนไพรอย่างราบรื่น!”
“ได้!” กู้ฉางสุ่ยรับคำแล้วรีบออกไปทันที
เถียนฮวนนำแม่ไก่มาเชือด ล้างจนสะอาดแล้วแล่เอาเนื้ออกชิ้นโตแยกไว้ ส่วนที่เหลือสับเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วนำไปลวกน้ำร้อนกับเนื้อหมูไม่ติดมัน เสร็จแล้วก็ใส่หม้อ เติมน้ำให้ท่วมเนื้อไก่กับหมู แล้วก่อไฟแรงต้มให้เดือด
หญิงสาวช้อนฟองออกจากผิวน้ำ จากนั้นใส่ต้นหอม ขิง และสุราลงไปเล็กน้อย นางลดไฟในเตาให้เบาลงจนน้ำแกงเดือดปุดๆ อย่างสม่ำเสมอ ควันหอมๆ ของน้ำแกงค่อยๆ ลอยอบอวลไปทั่วทั้งบ้าน
ตอนที่กู้ฉางสุ่ยแบกฟืนพะรุงพะรังกลับมา ในมือถือเครื่องมือสำหรับขุดสมุนไพร กลิ่นน้ำแกงหอมกรุ่นก็โชนออกมานอกบ้าน
“โอ้โฮ หอมอะไรอย่างนี้!”
ท้องของเขาร้องโครกครากทันที เมื่อรีบวิ่งพรวดเข้าไปดู ก็เห็นน้ำแกงในหม้อยังเดือดเล็กน้อย น้ำแกงใสแจ๋วจนเห็นชิ้นไก่ หมูไม่ติดมัน ต้นหอม และขิงอยู่เต็มหม้อ
“หืม? เหตุใดน้ำแกงจึงใสแบบนี้เล่า” เขาถามด้วยความสงสัย
เถียนฮวนยิ้มตอบ “ข้าเคยบอกท่านแล้วนี่ว่าน้ำแกงมีหลายประเภท ที่เรากินวันนี้เรียกว่าน้ำต้มกระดูก นับว่าเป็นน้ำแกงที่ทำง่ายที่สุด ถัดมาคือน้ำเคี่ยวกระดูก โดยจะใช้โครงไก่ โครงเป็ด หรือกระดูกหมูในการทำ เคี่ยวด้วยไฟอ่อนไปเรื่อยๆ จนได้น้ำแกงที่มีสีขาวดุจน้ำนมจึงจะนับว่าเป็นหัวเชื้อที่ดี
“แต่เหนือกว่าน้ำเคี่ยวกระดูก ก็คือ ‘น้ำแกงใส’ ถึงจะใช้วัตถุดิบเหมือนกัน แต่ทำออกมาแล้วใสสะอาด มองทะลุถึงก้นหม้อ ทั้งสี กลิ่น และรสชาติล้วนกลมกล่อมไม่แพ้กัน ทั้งยังดูพิถีพิถันกว่าด้วย น้ำแกงที่ข้ากำลังทำก็คือน้ำแกงใส แต่เพราะวันนี้เวลาไม่พอ ข้าเลยทำได้แค่น้ำแกงใสธรรมดา ไม่ได้ใส่ใจทุกขั้นทุกตอนมากนัก แต่ข้ายังเก็บเนื้อไก่ไว้หน่อยหนึ่ง วันหน้าจะทำน้ำแกงใสชั้นเลิศให้ท่านได้กิน รับรองว่าแค่ลองซดน้ำแกงหนึ่งอึกก็จะหยุดกินไม่ได้!”
กู้ฉางสุ่ยฟังแล้วน้ำลายสอแทบยืนไม่ไหว
ที่แท้การต้มน้ำแกงก็มีเคล็ดลับมากขนาดนี้ ข้าเพิ่งรู้จริงๆ!
“แน่นอนว่าทุกสิ่งในโลกต่างมีศาสตร์และศิลป์ ยาและอาหารก็เช่นกัน หากตั้งใจศึกษา ยิ่งค้นลึกก็จะยิ่งเจอเรื่องน่าตื่นเต้นอีกมาก!” เถียนฮวนพูดพลางยิ้มตาหยี “แต่ตอนนี้ข้าหิวแล้ว ไม่มีแรงจะอธิบายอะไรอีก ท่านช่วยเอาของไปเก็บ แล้วตักน้ำมาให้ข้าหนึ่งถังที ข้าจะนวดแป้งทำบะหมี่!”
เมื่อเช้านางถูกท่านอาสามดุด่าจนต้องกล้ำกลืนฝืนทน
คืนนี้นางจะต้องทำบะหมี่แบบเดียวกับที่อีกฝ่ายพูดถึง แล้วให้กู้ฉางสุ่ยกินดู ให้รู้กันไปเลยว่านางไม่ได้กล่าวผิด!
นางหัวแข็งยิ่งนัก!
[1] เหามากกลับไม่คัน มีหนี้เยอะไม่กังวล เป็นสำนวนจีน หมายถึง เมื่อประสบกับบางสิ่งมากเข้า จึงไม่รู้สึกกังวลอีกต่อไป