ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล] - บทที่ 33 คีบเนื้อหมูคำบะหมี่คำ
- Home
- ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล]
- บทที่ 33 คีบเนื้อหมูคำบะหมี่คำ
ใบหน้าบูดบึ้งเล็กน้อย น่ารักเสียจนคนมองใจแทบละลาย กู้ฉางสุ่ยเห็นนางจัดการทำอาหารก็รีบพยักหน้ารับด้วยความยินดี
เขารีบออกไปตักน้ำ
เถียนฮวนปรับไฟใต้หม้อน้ำแกงให้เดือดปุดๆ อย่างต่อเนื่อง ก่อนจะหันไปหยิบหมูสามชั้นที่ซื้อมาในวันนี้
นางแบ่งเอาเนื้อไม่ติดมันไปเคี่ยวในน้ำแกงแล้ว ส่วนที่เหลือซึ่งเป็นเนื้อติดมัน นางก็หั่นเป็นแผ่นหนาประมาณหนึ่งชุ่น[1] จากนั้นยกกระทะใบใหม่ที่เพิ่งซื้อมาไปตั้งไฟด้านข้าง
ร้านช่างตีเหล็กได้เผากระทะให้แล้ว ตอนนี้สามารถนำกระทะใบใหม่มาใช้ได้เลย
นางล้างกระทะจนสะอาดแล้วตั้งไฟให้ร้อน จากนั้นจึงวางเนื้อหมูลงบนกระทะทีละแผ่น ค่อยๆ ใช้ไฟอ่อนผัดจนแห้ง
เพียงครู่เดียว เนื้อหมูก็เริ่มส่งเสียงฉ่าๆ ไขมันหมูถูกรีดออกมา ส่งกลิ่นหอมฟุ้ง
เถียนฮวนพลิกเนื้อหมูอย่างระมัดระวัง ผัดต่อจนทั้งสองด้านเป็นสีเหลืองทองแล้วจึงปรุงรสด้วยซีอิ๊วและเกลือ
ต่อมานางเร่งไฟจากไฟอ่อนเป็นไฟแรง ผัดเนื้อหมูอีกไม่กี่ครั้งก่อนจะคว้าผักกาดขาวที่ชาวบ้านเพิ่งเอามาส่งวันนี้ใส่ลงไป เพียงเท่านี้หมูสามชั้นผัดกลิ่นหอมกรุ่นก็เสร็จเรียบร้อย
ขณะนั้นกู้ฉางสุ่ยก็หิ้วถังน้ำจากลำธารกลับมาเรียบร้อยแล้ว เขายืนอยู่ข้างหลังเถียนฮวน มองหมูสามชั้นผัดที่นางเพิ่งตักใส่จานด้วยความหิวโหย
เถียนฮวนหันกลับมา คีบเนื้อหมูชิ้นหนึ่งป้อนเขา “ลองชิมดูเถิดว่าอร่อยหรือไม่”
“อร่อย!” กู้ฉางสุ่ยรีบพยักหน้า
เนื้อหมูที่ผัดจนผิวนอกกรอบเล็กน้อย เคี้ยวเข้าไปจะได้ยินเสียงกรุบกรอบในหู ตามด้วยรสหอมมันของไขมันหมูที่เอ่อล้นในปาก มอบความอิ่มเอมทั้งกายและใจแก่เขา
นางบอกว่า วันนี้จะให้เขากินเนื้อให้เต็มที่ นางก็ทำได้จริงๆ
“น่าเสียดาย พวกเรามีเงินน้อยนัก ไม่อย่างนั้นหากซื้อซีอิ๊วหวานมาเพิ่มอีกหน่อย รสชาติน่าจะดีกว่านี้ ผัดออกมาก็คงจะดูน่ากินกว่านี้ด้วย” เถียนฮวนพูดเบาๆ แล้วป้อนเนื้อหมูอีกคำให้เขา ก่อนจะคีบผักกาดขาวที่ยังคงความกรอบใส่ปากเขา แล้วจึงวางตะเกียบ หันกลับไปนวดแป้งต่อ
พอแป้งนวดได้ที่ น้ำแกงใสในหม้อฝั่งนั้นก็เคี่ยวจนเกือบเสร็จ
เถียนฮวนตักไก่ เนื้อหมู ต้นหอม ขิง และกระเทียมออกจากน้ำแกง แล้วแบ่งน้ำแกงไว้เล็กน้อย ส่วนที่เหลือก็ใส่เส้นลงไปลวกในน้ำแกง พอเส้นเริ่มพลิ้วไหวเหนียวนุ่ม นางก็รีบตักขึ้นใส่ชาม เติมน้ำแกงตามลงไปอีกหนึ่งทัพพีใหญ่
“เสร็จแล้ว มากินกันเถอะ!”
ทันทีที่นางเอ่ย กู้ฉางสุ่ยที่รออยู่นานก็รีบยกชามบะหมี่ขึ้นโต๊ะ หยิบตะเกียบขึ้นมากินอย่างตะกรุมตะกราม
เขาคีบเส้นบะหมี่คำหนึ่งเข้าปากก่อน
บะหมี่ที่เถียนฮวนทำนั้น เขาเคยกินมาหลายครั้งแล้ว แต่ครั้งนี้ก็ยังคงเหนียวนุ่มกำลังดี หนึบหนับสู้ฟัน
ทว่าบะหมี่ชามนี้รสชาติอร่อยละมุนลิ้น จนเขามิอาจบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้
ชั่วพริบตาที่ลิ้นได้สัมผัสกับบะหมี่ ความสุขเอ่อล้นในศีรษะ ร่างกายของเขาทุกอณูเร่งเร้าให้ตนกินต่อไป ราวกับว่ากินเท่าไรก็ไม่รู้จักพอ
เขาไร้วาจาใดเอ่ย ได้แต่ก้มหน้าก้มตากินบะหมี่ไม่ยั้งเหมือนลมพายุ
ไม่เพียงแต่เส้นบะหมี่ที่อร่อย น้ำแกงใสที่หอมสดชื่นยิ่งทำให้เขารู้สึกกระปรี้กระเปร่าอย่างบอกไม่ถูก
กินบะหมี่ไปคำหนึ่ง ซดน้ำแกงอีกคำหนึ่ง เขากินไปกินมาแทบหยุดไม่ได้
พอกินไปได้ครึ่งชาม เขาก็เพิ่งนึกขึ้นได้ จึงคีบหมูสามชั้นผัดชิ้นหนึ่งเข้าปาก
บะหมี่รสชาติจืดตัดกับหมูสามชั้นผัดรสชาติเข้มข้น รสชาติแตกต่างแต่กลับเข้ากันได้เป็นอย่างดี
กลิ่นหอมของเนื้อหมูผสานกลิ่นหวานละมุนของน้ำแกงตลบอบอวลอยู่ในปาก กลิ่นรสมิได้ตีกัน แต่กลับเข้ากันได้อย่างลงตัว อร่อยจนหยุดไม่ได้
กู้ฉางสุ่ยไม่พูดสิ่งใด บัดนี้ในหัวเขามีเพียงสองพยางค์เท่านั้น ‘กินอีก’
เขากินเนื้อหมูคำโตสลับกับคีบบะหมี่เข้าปาก อาหารที่เหลืออีกครึ่งชามก็ถูกจัดการเรียบในพริบตา จากนั้นก็ลุกขึ้นไปตักเพิ่มด้วยตัวเอง
ชายหนุ่มกินบะหมี่หมดไปสามชามใหญ่ จนท้องป่องถึงเพิ่งยอมวางตะเกียบอย่างอาลัยอาวรณ์ แต่ก็ยังซดน้ำแกงในชามหมดจนหยดสุดท้าย จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นพูดกับเถียนฮวนว่า
“ของที่เจ้าทำอร่อยจริงๆ โดยเฉพาะบะหมี่ อร่อยที่สุดเลย! พอกินน้ำแกงใสที่เจ้าทำเข้าไป ข้าไม่อยากกินน้ำแกงร้านท่านอาสามอีกเลย!”
เถียนฮวนแลบลิ้นเล็กน้อย “เช่นนั้นข้าจึงมีสิทธิ์วิจารณ์เขาอย่างไรเล่า”
“แน่นอนอยู่แล้ว” กู้ฉางสุ่ยพยักหน้าอย่างหนักแน่น
แต่ทันใดนั้นเขาก็เรอออกมาเบาๆ รีบเอามือปิดปากลุกขึ้นยืนทันที
“ข้ากินเยอะเกินไปแล้ว เราออกไปเดินย่อยกันหน่อยเถอะ!”
เถียนฮวนเห็นท้องกลมป่องใต้เสื้อผ้าหยาบๆ ของเขาก็ถึงกับกลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่
“ท่านนี่นะ! เมื่อครู่นี้ก็เพิ่งบอกท่านไปเองว่าอย่าฝืนกินมาก ข้าทำอาหารอร่อยๆ ได้อีกเยอะ วันหลังท่านยังมีโอกาสกินอีกมาก ไม่ต้องรีบหรอก”
“ก็อาหารที่เจ้าทำอร่อยนี่นา ข้าทนไม่ไหว อยากกินเยอะๆ” กู้ฉางสุ่ยยิ้มเขิน “ครั้งหน้าข้าจะพยายามอดกลั้นให้ได้แน่นอน!”
ขอให้เขาทำได้จริงเถอะ!
เถียนฮวนคิดในใจ
มีสามีที่ชื่นชอบอาหารที่ตนเองทำเช่นนี้ นางก็รู้สึกชื่นใจอยู่ไม่น้อย
ถ้าอย่างนั้น…นางควรเตรียมยาลดความอยากอาหารสำรองไว้ติดบ้านบ้างดีหรือไม่
ระหว่างที่คิดอยู่ในใจ นางก็รีบกินของในถ้วยให้หมด ทั้งสองคนช่วยกันเก็บล้างชาม แล้วพากันออกจากเรือน เดินทอดน่องรอบเชิงเขา
ระหว่างเดินเล่น กู้ฉางสุ่ยก็เอ่ยขึ้นว่า “ว่าแต่ เจ้าทำอาหารเก่งขนาดนี้ได้อย่างไร เรียนจากท่านแม่ยายงั้นหรือ”
“ก็เพราะท่านพ่อข้าชอบกินอย่างไรเล่า” เถียนฮวนยิ้มตอบ “ท่านพ่อข้าวิชาแพทย์เป็นเลิศ มักมีคนเชิญไปรักษา เวลาได้กินอาหารอร่อยๆ ก็มักจะซื้อติดไม้ติดมือกลับมาให้ข้า หากซื้อกลับไม่ได้ก็จะพรรณนาให้ข้าฟังอย่างละเอียด บางทียังขอสูตรมาจากคนอื่นให้แม่ครัวช่วยทำด้วย เวลาผ่านไปข้าก็ซึมซับมาโดยไม่รู้ตัวจนเริ่มสนใจการทำอาหาร อาหารที่ข้าทำ ท่านพ่อยังชมว่าอร่อยกว่าที่เขาเคยกินนอกบ้านเสียอีก!”
“อย่างนี้นี่เอง” กู้ฉางสุ่ยพยักหน้า ดวงหน้าเผยรอยยิ้มบางๆ “แม้ข้าจะไม่เคยพบท่านพ่อตา แต่ท่านก็ดีกับข้ายิ่งนัก”
[1] ชุ่น คือหน่วยวัด 1 ชุ่นประมาณ 3.33 เซนติเมตร