ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล] - บทที่ 35 หอมหนึ่งฟอด
- Home
- ภรรยาดีสามีขยัน เบื่อแล้วตบตีกัน มิสู้ขยันสร้างเนื้อสร้างตัว [นิยายแปล]
- บทที่ 35 หอมหนึ่งฟอด
“…ได้เลย”
เห็นภรรยากระปรี้กระเปร่าเช่นนี้ กู้ฉางสุ่ยก็ดีใจระคนหนักใจ
เขาดีใจเพราะภรรยาของตนฉลาดเป็นกรด เพิ่งเจอตัวอ้นเมื่อค่ำ ตอนนี้ก็คิดออกแล้วว่าใช้น้ำมันตัวอ้นทำสิ่งใดได้บ้าง
ขณะเดียวกันก็หนักใจเพราะว่านางคล้ายจะหลงใหลในการปรุงยามากเกินไป
เฮ้อ…แท้จริงแล้วก็แค่อยากให้นางใส่ใจตนมากขึ้นก็ยังดี
เมื่อคิดได้เช่นนั้น ในอกของเขาก็รู้สึกโหวงๆ ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
ชายหนุ่มมิได้เอ่ยวาจาใด เพียงพยักหน้ายอมรับการตัดสินใจของนางอย่างเงียบงัน
เมื่อได้รับการสนับสนุนจากเขา เถียนฮวนก็ยิ่งตื่นเต้น
หญิงสาวรีบพร่ำบอกสรรพคุณของน้ำมันตัวอ้นให้ฟังต่อ พร้อมทั้งท่องตำรายาที่ท่านพ่อเคยสอนไว้อย่างออกรส จากนั้นนางก็พลันนึกอะไรบางอย่างออก
“ข้าเคยเห็นแต่ตัวอ้นที่ถูกจับมาแล้ว ทว่ามันอยู่ในโพรงพวกเราจะจับได้อย่างไร!”
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ ไหล่ของนางก็ตกลงด้วยความผิดหวัง
กู้ฉางสุ่ยยิ้มกว้าง “เรื่องนี้ไม่ต้องห่วง เจ้ามีข้าอยู่ทั้งคน!”
“ท่านจับตัวอ้นเป็นหรือ” เถียนฮวนรีบถาม
“แน่นอน! เมื่อค่ำตอนเจ้าตกใจกลัวตัวอ้น ข้าพูดแล้วมิใช่หรือว่าจะจับมันมาให้เจ้าย่างกินล้างแค้นให้สะใจ เจ้าคิดว่าข้ารู้ได้อย่างไรว่าตัวอ้นย่างกินได้” กู้ฉางสุ่ยยักคิ้วใส่นาง
เถียนฮวนก็เข้าใจทันที
“ท่านเคยกินแล้ว!”
แล้วเขาจะได้มากินได้อย่างไร แน่นอนว่าเขาต้องจับมันเอง!
เขาเคยบอกไว้ตั้งแต่แรกแล้วว่าไม่ว่าจะของกินในนา หรือของป่าในเขา ล้วนเป็นสิ่งที่เขาเคยพึ่งพาเพื่อประทังชีวิต
หากเป็นเช่นนั้นเขาย่อมเคยกินตัวอ้น
เถียนฮวนก็กลับมาร่าเริงอีกครั้ง
“สามีเก่งที่สุด!” นางอดไม่ได้ที่จะโผเข้าไปกอดเขาแล้วหอมแก้มฟอดใหญ่
จู่ๆ ถูกหอมเช่นนี้ กู้ฉางสุ่ยชะงักไปเล็กน้อย เถียนฮวนเพิ่งตระหนักได้ว่าตนทำสิ่งใดลงไป ใบหน้าของนางแดงระเรื่อราวกุ้งสุก รีบซุกหน้ากับเตียงแล้วคว้าผ้าห่มมาคลุมโปง
“นอนได้แล้ว! พักผ่อนให้เต็มที่ พรุ่งนี้เช้าค่อยไปจับตัวอ้นกัน!”
ท่าทางขวยเขินจนทำอะไรไม่ถูกของนาง ทำเอากู้ฉางสุ่ยหัวเราะออกมาอีกครั้ง
เขาค่อยๆ ดึงผ้าห่มออกจากศีรษะนางแล้วโอบนางไว้ในอ้อมแขนอย่างทุกค่ำคืนที่เคยทำ
เห็นนางเผลอเขาจึงโน้มหน้าลงไปหอมนางหนึ่งฟอด
“เรียบร้อย ตอนนี้เราเสมอกันแล้ว นอนได้!”
ชายหนุ่มหลับตาลง แล้วก็หลับไปอย่างมีความสุข
เถียนฮวนกลับรู้สึกร้อนผ่าวไปทั้งตัวเพราะการกระทำของเขา
เดิมทีนางก็เขินอยู่แล้วที่เผลอทำเรื่องเช่นนั้นไปด้วยความตื่นเต้น พอเขาโต้กลับแบบนี้อีก...
นางจะนอนได้อย่างไรกัน!
บุรุษคนนี้กลับหลับสบายใจเฉิบ แกล้งนางถึงสองครั้ง นอนหลับฝันดีได้อย่างง่ายดาย
แขนทั้งสองข้างยังโอบนางแน่นไม่ยอมคลาย ราวกับจะซึมซับความอ่อนนุ่มหอมหวานไว้เต็มอก
เถียนฮวนกัดฟันแน่นแล้วบ่นเสียงเบาอย่างอดไม่ไหว
“คนชั่ว! ชั่วช้ายิ่งนัก!”
จากนั้นนางจึงค่อยๆ หลับตาลง ไม่รู้ว่าเผลอหลับไปเมื่อใด รู้เพียงว่าเมื่อลืมตาอีกครั้ง ท้องฟ้าก็สว่างแล้ว
กู้ฉางสุ่ยลุกขึ้นก่อน ใบหน้ายังมีรอยยิ้มบางๆ ประดับอยู่ พอสบตากับเถียนฮวน รอยยิ้มนั้นกลับกว้างขึ้น
เถียนฮวนรีบลุกจากเตียง “เมื่อคืนเรากินกันเยอะ เช้านี้กินน้อยหน่อยก็แล้วกัน กินแค่โจ๊กผักก็พอ”
“ข้ารู้อยู่แล้วว่าเจ้าต้องพูดอย่างนี้ ข้าเลยต้มไว้ให้แล้ว รีบลุกมากินเถอะ!” กู้ฉางสุ่ยกล่าว
จริงหรือเนี่ย
เถียนฮวนรู้สึกประหลาดใจ รีบใส่เสื้อผ้าแล้วออกมาข้างนอก ก็เห็นหม้อใบใหญ่ตั้งอยู่บนเตา ไอร้อนลอยขึ้นพร้อมกลิ่นหอมของโจ๊กผักที่กำลังเดือดปุดๆ
โจ๊กถ้วยนี้ต้มด้วยน้ำแกงใสที่นางเคี่ยวไว้เมื่อคืน กลิ่นจึงหอมละมุนชวนให้น้ำลายสอ
แม้ฝีมือการทำอาหารของกู้ฉางสุ่ยจะห่างชั้นกับนางมาก แถมผักที่ใส่ลงไปก็หั่นไม่เท่ากันเลยสักนิด แต่เพราะมีน้ำแกงใสที่นางทำ โจ๊กถ้วยนี้จึงไม่มีทางจืดชืดแน่นอน
กลิ่นหอมโชยขึ้นมา ทำให้ทั้งสองรู้สึกหิวขึ้นมาทันที รีบแบ่งกันกินคนละถ้วย จากนั้นก็ช่วยกันล้างถ้วย แล้วมุ่งหน้าไปยังป่าไผ่ทางตอนเหนือของภูเขา
เมื่อเข้าไปในป่า ที่นั่นก็กลายเป็นถิ่นของกู้ฉางสุ่ยโดยสมบูรณ์
เถียนฮวนยืนอยู่ข้างๆ มองเห็นเขาใช้มีดพร้าอย่างคล่องแคล่ว โค่นต้นไผ่ยาวต้นหนึ่ง จากนั้นก็สับต้นไผ่ด้านล่างที่เป็นปล้องใหญ่และหนาออกไป ส่วนปล้องตรงกลางที่ไม่ใหญ่ไม่เล็กนัก แถมยังอ่อนอยู่เล็กน้อย เขาก็ส่งให้กับนาง
“เจ้าถือพวกนี้ไว้ เดี๋ยวพวกเราจะทำข้าวไม้ไผ่กินกัน ข้าวไม้ไผ่ที่เจ้าทำต้องอร่อยมากแน่ๆ!”
อะไรกัน! แม้แต่ตอนนี้เขาก็ยังคิดถึงเรื่องอาหารอยู่อีกหรือ
เถียนฮวนส่ายหน้าอย่างจนคำพูด แต่ก็รับปล้องไม้ไผ่ไว้แต่โดยดี ในหัวเริ่มครุ่นคิดทันทีว่าจะใส่อะไรลงไปในข้าวไม้ไผ่บ้าง
ระหว่างที่นางกำลังคิดเพลินๆ อยู่นั้น กู้ฉางสุ่ยก็จัดการกับไม้ไผ่ที่เหลือจนกลายเป็นกระบอกไม้ไผ่ห้าหกอัน โดยเปิดปากไว้ด้านหนึ่ง
เขาหยิบฟางกึ่งแห้งกึ่งชื้นกำหนึ่งยัดเข้าไปทางปากกระบอกไม้ไผ่ ฟางพวกนี้เขาเก็บมาระหว่างทาง
ชายหนุ่มเจาะรูที่ด้านหนึ่งของกระบอกตรงปล้องไผ่ รูนี้มีขนาดพอดีกับไม้ไผ่เล็กๆ ประมาณนิ้วหัวแม่มือ
เมื่อลับเครื่องมือสำหรับขุดสมุนไพรเสร็จเรียบร้อยแล้ว กู้ฉางสุ่ยก็เริ่มเดินค้นหาตามป่าไผ่ ไม่นานก็พบโพรงของตัวอ้น เขาสังเกตโดยรอบอย่างรวดเร็ว แล้วก็พบรูเข้าออกโพรงอีกหลายจุด
เขาปิดรูอื่นไว้ทั้งหมด เหลือไว้เพียงรูเดียว จากนั้นก็จุดไฟเผาฟาง แล้วยัดกระบอกไม้ไผ่เข้าไปในโพรง โดยให้ด้านเปิดหันเข้าข้างใน ส่วนด้านที่เจาะรูไว้หันออก
ชายหนุ่มใช้โคลนเปียกปิดช่องว่างระหว่างโพรงกับกระบอกไม้ไผ่ให้แน่น แล้วเสียบไม้ไผ่เล็กเข้าที่รู จากนั้นใช้ปากเป่าลมเข้าไปทางไม้ไผ่เล็ก เพื่อให้ควันจากฟางที่ไหม้ค่อยๆ ลอยเข้าไปในโพรง
ควันไฟนั้นเหม็นอยู่แล้ว ยิ่งเป็นฟางที่กึ่งแห้งกึ่งเปียกก็ยิ่งมีควันมาก
กู้ฉางสุ่ยเป่าลมเข้าไปได้ไม่กี่ครั้งก็สำลักจนต้องหันหน้าหนีไอค็อกแค็ก ส่วนตัวอ้นในโพรงทนไม่ไหว ไม่นานพวกมันก็วิ่งหนีออกมาทางรูที่เปิดไว้แล้วมุดเข้าไปในกระบอกไม้ไผ่
“ฮ่าๆ จับได้แล้ว!”
เมื่อรู้สึกว่ากระบอกไม้ไผ่หนักขึ้น กู้ฉางสุ่ยก็ยกขึ้นอย่างตื่นเต้น ข้างในมีตัวอ้นอ้วนพีกำลังดิ้นพล่าน
เถียนฮวนเห็นเข้าก็ตื่นเต้นจนเผลอกระโดดโลดเต้น
“สามีเก่งที่สุดเลย!” นางชื่นชมเขาด้วยความตื่นเต้น แล้วรีบถือกระสอบเข้ามารับตัวอ้นจากมือเขา ใส่ลงไปอย่างระมัดระวัง
กู้ฉางสุ่ยเหยียบฟางที่ยังไม่มอดให้ดับแล้วกลบด้วยดิน จากนั้นก็ถือกระบอกไม้ไผ่ไปยังโพรงตัวอ้นแห่งถัดไปเพื่อเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง
ตลอดวันทั้งสองคนอยู่ในป่าไผ่จนถึงเย็น แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นก็สมกับความเหน็ดเหนื่อย…พวกเขาจับตัวอ้นได้ถึงหกตัว!
“เอาละ วันนี้พอแค่นี้ก่อน พรุ่งนี้ค่อยกลับมาจับเพิ่มอีกหน่อยก็คงพอ” เห็นเขาก้มหลังหาโพรงไม่หยุด เจอแล้วก็ต้องจุดไฟเป่าควัน หนึ่งวันผ่านไปเขาเริ่มหลังค่อม ตาแดงเพราะควัน เถียนฮวนถึงกับสงสารจนทนไม่ไหว รีบบอกให้หยุดมือ
กู้ฉางสุ่ยเองก็รู้สึกปวดหลังเมื่อยเอวไม่น้อย จึงหยุดตามคำขอ ทั้งสองช่วยกันเก็บเครื่องมือ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่มีไฟหลงเหลือแล้วก็หิ้วกระสอบที่มีตัวอ้นหกตัวเดินกลับบ้านด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความสุข
ขณะที่กู้ฉางสุ่ยมัวแต่ยุ่งกับการล่าตัวอ้น เถียนฮวนก็เก็บผักป่าและเห็ดติดมือกลับมาด้วย
ระหว่างทางกลับบ้าน นางประกาศเสียงดัง
“คืนนี้เรากินข้าวไม้ไผ่กับน้ำแกงใสกันนะ!”